ชมประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตในวังคลองเตย หรือ “บ้านปลายเนิน” ของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

เที่ยวชมประวัติศาสตร์ในวังคลองเตย หรือ “บ้านปลายเนิน” ของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม

เรื่องราวหนึ่งวันในหนึ่งปีของการเยี่ยมชม บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเตย สถานที่ประทับของเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ที่เต็มไปด้วยศิลปวัตถุและสถาปัตยกรรมเรือนไทยร่วมสมัยใจกลางกรุง

สถานที่ทุกแห่งล้วนมีความทรงจำ จากการตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลา ร่วมด้วยผู้คนที่มาข้องเกี่ยวสร้างสรรค์ เกิดเป็นความผูกพันและบันดาลสถานที่นั้นดูมีชีวิตขึ้นมา จนมีคุณค่า น่าเข้าไปเยี่ยมเยือนเพื่อซึมซับความทรงจำอันสวยงามนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของประเทศ หรือของโลก โดย บ้านปลายเนิน หรือ วังคลองเคย เป็นหนึ่งในสถานที่มีคุณค่าเช่นนั้น

บ้านปลายเนินตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ บนถนนพระรามสี่ เป็นตำหนักส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งที่คนทั่วไปรู้จักกันในพระสมัญญานามว่า “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” และ “สมเด็จครู” โดยพระองค์ได้เริ่มมาประทับที่ตำหนักไทย บ้านปลายเนินเมื่อ พ.ศ. 2457 และบ้านปลายเนินก็ยังคงตั้งอยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน

บ้านปลายเนิน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

โดยเหตุที่พระองค์ได้รับพระสมัญญาเช่นนั้น เนื่องจากพระองค์มีความสามารถในศิลปวิทยาหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นการนิพนธ์บทโขน ละคร หรือผลงานด้านการนิพนธ์เพลง เช่น เพลงเขมรไทรโยค และคำร้องของเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ยังใช้มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีความสามารถในทางศิลปะ เช่น ภาพเขียนสีบนเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และผลงานทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ พระอุโบสถวัดราชาธิวาสฯ เป็นต้น

ด้วยผลงานที่มากมายเช่นนี้ องค์การยูเนสโก ได้เชิดชูพระเกียรติยศของสมเด็จครูให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อ พ.ศ. 2506

ปัจจุบัน บ้านปลายเนินเป็นที่อยู่อาศัยของพระทายาทในราชสกุล “จิตรพงศ์” โดยในวันที่ 28 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันนริศ หรือเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ บ้านปลายเนินจะเป็นสถานที่จัดงานวันนริศ และในวันที่ 29 เมษายน ก็เปิดให้บุคคลได้เข้ามาเยี่ยมชมสถาปัตยกรรม และศิลปวัตถุมากมาย และผลงานชิ้นต่างๆ ของสมเด็จครู ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หาชมได้ยาก ซึ่งในปีนี้ เป็นการเปิดให้เข้าชมหลังจากผ่านการปรับปรุงครั้งใหญ่

และเราก็ได้เป็นหนึ่งในผู้มาเยือนบ้านปลายเนินแห่งนี้

**********************
ในซอยเล็กๆ หน้าตัวบ้านที่เราต้องผ่านก่อนเข้าไปบ้านปลายเนินนั้นปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ที่ยื่นออกมาจากรั้ว เป็นเสมือนหลังคาธรรมชาติสีเขียว ที่บรรเทาความร้อนแรงจากอุณหภูมิของแสงแดดช่วงสายๆ ของเดือนเมษายน

เมื่อก้าวไปข้างใน บรรยากาศในบ้านปลายเนิน ที่ถ้าเป็นวันอื่นๆ ก็คงจะเงียบสงบ แต่ในงานเปิดบ้านปลายเนินวันนี้ กลับเต็มไปด้วยผู้มาเยือนที่สนใจเข้ามาชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ และมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่สนใจเข้าร่วม

บ้านปลายเนิน
บรรยากาศซอยด้านหน้าบ้านปลายเนิน ที่มีต้นไม้จากตัวรั้วบ้านปกคลุม

เนื่องด้วยมีผู้เข้าชมมากมาย การนำชมจึงต้องแบ่งเป็นรอบ โดยมีจุดสำคัญในการนำชมคือ ตำหนักไทย ซึ่งเป็นเรือนไทยหลักหลังใหญ่ของบ้าน ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า โดดเด่นท่ามกลางเรือนเล็กเรือนน้อยที่รายล้อม และกลุ่มต้นไม้หนาตาที่ผ่านการปลูกและจัดวางมาเป็นอย่างดี

ผู้นำชมบ้านปลายเนินในรอบของเราคือ ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์ หรือคุณแหวว เหลนหลวงในกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ผู้ที่ใช้ชีวิตและเติบโตในบ้านปลายเนินแห่งนี้ อาจจะกล่าวได้ว่านี่คือการนำชมสถานที่ในความทรงจำที่เธอผูกพันด้วยเช่นกัน

บ้านปลายเนิน
พระตำหนักไทย บ้านปลายเนิน เคยเป็นทั้งที่ประทับและสถานที่ทรงงานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

การนำชมบ้านปลายเนินเริ่มต้นขึ้นโดยการขึ้นตำหนักไทยไปที่ชั้นสอง โดยจุดแรกที่คุณแหววนำชมคือท้องพระโรง เป็นเสมือนห้องรับแขก ภายในมีพระประธาน ประจำห้อง ซึ่งเป็นภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จครู ตกแต่งด้วยงานแกะสลักฝีมืออาจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปินชาวอิตาเลียนที่พระองค์ทรงสนับสนุนให้เข้ามารับราชการในสยามประเทศ ซึ่งต่อมาคือผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร

บ้านปลายเนิน
บรรยากาศผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมบ้านปลายเนินเนื่องในวันนริศ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

หลังจากเดินตัดผ่านห้องเวรยาม ซึ่งเป็นที่เก็บหัวโขนหลากหลายรูปแบบ อันเป็นของสะสมส่วนตัวของสมเด็จครู ก็จะพบกับห้องทรงงาน ที่นี่เป็นเสมือนขุมทรัพย์ของผู้ที่ชื่นชอบวัตถุทางประวัติศาสตร์ เพราะเต็มไปด้วยชิ้นงานชิ้นเด่นๆ ที่สมเด็จครูเป็นผู้สร้างสรรค์เอาไว้ ทั้งภาพเขียน ภาพร่างอุโบสถวัด ภาพร่างที่แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนร่างกายของมนุษย์ (Anatomy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะของสมเด็จครู ที่สำคัญคือมีภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ที่สมเด็จครูทรงเขียนถวายรัชกาลที่ 6 ซึ่งต่อมาทางกรุงเทพมหานคร ได้นำไปเป็นตราสัญลักษณ์

บ้านปลายเนิน
ท้องพระโรง ที่บางคราวได้ใช้งานเป็นห้องรับแขกของตำหนักไทย
บ้านปลายเนิน
ภาพร่างที่แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนร่างกายของมนุษย์ (Anatomy) ภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จครู
บ้านปลายเนิน
หัวโขนอันเป็นของสะสมส่วนพระองค์ของสมเด็จครู เก็บรักษาไว้ที่ตำหนักไทย

ในส่วนของห้องบรรทม หรือห้องนอนของสมเด็จครู มีความพิเศษคือ มี “ห้องน้ำ”อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะผิดแปลกจากเรือนไทยในช่วงยุคสมัยเดียวกันที่ต้องสร้างไว้นอกตัวเรือน สื่อให้เห็นแนวคิดที่ล้ำสมัยของสมเด็จครู

หลังจากได้สำรวจทั่วตำหนักไทยแล้ว เราก็ได้เดินลงจากเรือนมายังสวนและทางเดิน ที่แหวกผ่านต้นไม้ทั้งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้พุ่ม และบ่อน้ำเล็กๆ ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสถึงความเย็นร่มรื่นเช่นเดียวกับผู้อาศัย ระหว่างเดินผ่านสวน คุณแหววกล่าวว่า สมาชิกตระกูลจิตรพงศ์ทุกคนล้วนมีความทรงจำกับต้นไม้แต่ละต้นของบ้านปลายเนิน

บ้านปลายเนิน
สวนและทางเดิน ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้พุ่ม และบ่อน้ำเล็กๆ ทำให้บ้านปลายเนินเต็มไปด้วยความร่มรื่น โดยสมาชิกตระกูลจิตรพงศ์ทุกคนล้วนมีความทรงจำกับต้นไม้แต่ละต้นของบ้านปลายเนิน

พอสิ้นสุดทางสวน ก็จะพบกับ ตำหนักตึก ซึ่งเป็นอาคารทรงสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ซึ่งสมเด็จครูได้สิ้นพระชนม์ที่ตำหนักแห่งนี้ ภายในเป็นที่เก็บของสะสม และพระอัฐิของราชสกุลจิตรพงศ์ อาจกล่าวได้ว่าตำหนักแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของบ้านปลายเนินเลยก็ว่าได้ ซึ่งตำหนักแห่งนี้ แม้แต่สมาชิกภายในบ้านก็ไม่ได้เปิดเข้าไปบ่อยนัก ผู้มาเยือนเช่นเราก็ได้แต่ชมสถาปัตยกรรมจากด้านนอกเช่นกัน แต่นั่นเพียงพอให้เราทำความรู้จักกับประวัติศาสตร์และความทรงจำที่มีชีวิตของสมเด็จครูและราชสกุลจิตรพงศ์โดยคร่าวๆ ผ่านตำหนักตึกแห่งนี้

บ้านปลายเนิน
ตำหนักตึก บ้านปลายเนิน ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงย้ายมาประทับที่ตำหนักแห่งนี้จนสิ้นพระชนม์ในห้องบรรทมบนชั้นสอง ภาพถ่ายโดย บ้านปลายเนิน

**********************

ทายาทรุ่นปัจจุบันของสมเด็จครูได้ “วางแผนอนาคต” ของบ้านปลายเนินเอาไว้ว่าจะจัดทำทะเบียนภาพแบบร่างฝีพระหัตถ์ ศิลปวัตถุโบราณที่ทรงสะสม ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ อีกทั้งตั้งไว้ว่าจะซ่อมแซม ปรับปรุงและอนุรักษ์อาคาร ตำหนักที่สำคัญต่างๆ โดยได้บูรณะเสร็จไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ต้องใช้เวลาในการบูรณะ โดยทายาทของบ้านปลายเนินตั้งใจเปิดที่แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ และสถานที่อบรมที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมและศึกษาได้

ตราบเท่าที่สถานที่แห่งนี้จะตั้งเด่นท้าทาย และรักษาประวัติศาสตร์เอาไว้ได้ ท่ามกลางกระแสธารของกาลเวลาที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าบ้านปลายเนิน


อ่านเพิ่มเติม การถ่ายภาพ กับชาวสยาม

เรื่องแนะนำ

ค้นพบไฮไลท์และเสน่ห์ที่ซ่อนเร้น 10 อย่างในเกียวโต

นักท่องเที่ยวที่สวมชุดแบบดั้งเดิมกำลังรออาหาร การเช่าชุดกิโมโนในหน้าหนาวและยูกาตะในหน้าร้อนเป็นที่นิยมสำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของ เกียวโต อย่างใกล้ชิด ภาพถ่ายโดย MARC STAPELBERG, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT ในเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง เกียวโต ประเพณีอายุหลายชั่วคนผสมปนเปกับมหานครสมัยใหม่ ด้วยความงดงาม ความสงบ และการอยู่เหนือกาลเวลา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ เกียวโต ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศได้มากกว่าสี่ล้านคนในแต่ละปี เมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่แปดถึงสิบเก้านี้รอดจากความเสียหายครั้งใหญ่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และยังรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ได้ ในเกียวโตทุกวันนี้ ประเพณีที่ฝังรากลึกยังคงรุ่งเรืองในมหานครยุคศตวรรษที่ 21 ธรรมชาติอันงดงามจับใจ ตลาดที่คึกคัก ย่านศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรมทางอาหาร เรียกร้องให้นักท่องเที่ยวทุกประเภทมาสำรวจสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองนี้ อ่านเพิ่มเติม โตเกียว : เดินเท้าท่องมหานคร

เยือนช็อกโกแลตฮิลส์ เนินเขาแปลกในฟิลิปปินส์

เยือน ช็อกโกแลตฮิลส์ เนินเขาแปลกในฟิลิปปินส์ มองเผินๆ เนินเหล่านี้คล้ายกับซากอารยธรรมโบราณ แต่นี่คือสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “ช็อกโกแลตฮิลส์” เนินเขาความสูงราว 400 ฟุตหลายลูกที่ตั้งอยู่บนเกาะโบฮอล ในฟิลิปปินส์ นักธรณีวิทยาเชื่อว่าเนินเขาเหล่านี้เกิดมานานหลายล้านปี โดยในอดีตบริเวณนี้น่าจะถูกน้ำทะเลท่วมถึง ช็อกโกแลตฮิลส์คือร่องรอยของแนวปะการังโบราณ และต่อมาเมื่อน้ำทะเลลดระดับลงจึงปรากฏเป็นเนินเขาดังที่เห็น ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือช็อกโกแลตฮิลส์เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ในฤดูฝนเนินเขาจะเขียวชอุ่ม และจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อนจนถึงสีน้ำตาลช็อกโกแลตในฤดูร้อน ปัจจุบันกลายมาเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของฟิลิปปินส์ ซึ่งตามตำนานความเชื่อของชาวฟิลิปปินส์นั้น ช็อกโกแลตฮิลส์เหล่านี้เกิดจากการต่อสู้กันของยักษ์สองตัว ตัวที่แพ้ได้ร้องไห้ออกมา และหยดน้ำตาของมันจึงกลายมาเป็นเนินเขานั่นเอง   อ่านเพิ่มเติม สำรวจหมู่บ้านชาวประมงร้างในจีน

นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของเปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

ความเป็นมิตรของผู้คนรวมถึงอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากสเปนและอเมริกา ทำให้ เปอร์โตริโก กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในหมู่ของผู้มาเยือน

7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา

7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา เราทุกคนรู้กันดีว่าประสบการณ์ของการท่องเที่ยวในแอฟริกานั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร เช่น การส่องชีวิตของบรรดาสัตว์ป่า บนที่ราบ Masai Mara ในเคนยา หรือการลิ้มรสไวน์ชั้นเลิศจากสวนไวน์ในแหลมกู๊ดโฮป สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา แต่ทวีปอันกว้างใหญ่ที่เป็นบ้านของ 54 ชาติในแอฟริกานี้ ยังมีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทีโดดเด่น ซ้ำยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก กำลังรอคอยให้คุณออกไปสำรวจอยู่!   แอ่งดานาคิล, เอธิโอเปีย การเดินทางไปยังหนึ่งในสถานที่ร้อนอบอ้าวและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาจเป็นไอเดียที่ไม่เวิร์คนัก แอ่งดานาคิล ในประเทศเอธิโอเปียนี้ เป็นสถานที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยฟองอากาศจากลาวาใต้พื้นพิภพ ผลจากการทับซ้อนกันของแผ่นเปลือกโลกในบริเวณนี้ส่งผลให้เกิดภูมิทัศน์สวยงามแปลกตาและแฝงไปด้วยอันตรายจากกำมะถันของภูเขาไฟ บริเวณแอ่งดังกล่าวมีชื่อเสียงในการทำเหมืองเกลือ สถานที่กว้างสุดลูกหูลูกตานี้ไม่ง่ายต่อการเดินทางแต่หากคุณสนใจจะมาท่องเที่ยวสามารถจองทัวร์กับไกด์ท่องเที่ยวท้องถิ่นได้ ซึ่งจะนำคุณมายังแอ่งดานาคิลด้วยรถยนต์และอูฐ   อุทยานแห่งชาติ Liuwa Plain, แซมเบีย ทุ่งหญ้าที่กว้างไกลจนราวกับไม่มีที่สิ้นสุด อุทยานแห่งชาติ Liuwa Plain ทางตะวันตกของแซมเบียมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับอุทยานแห่งชาติเซเรนเกติ สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่อพยพของฝูงวิลเดอบีสต์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 อีกด้วย แต่เดิมทุ่งหญ้าแห่งนี้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว จนกระทั่งโรงแรมคิงส์เรวันนิกาเปิดให้บริการขึ้นในปีนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการให้บริการตั้งแคมป์ถาวรภายในอุทยาน เนื่องจากก่อนหน้านี้พื้นที่แห่งนี้ได้รับผลกระทบจากการรุกล้ำและล่าสัตว์ป่า แม้ว่าอุทยานจะอยู่ระหว่างการฟื้นฟูธรรมชาติและไม่ได้มีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์มากนักก็ตาม แต่ที่นี่เป็นบ้านของนกหลากหลายชนิดและฝูงไฮยีน่า และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ยังไม่ถูกเข้าถึงมากที่สุดในแซมเบีย   Tsingy Rouge, มาดากัสการ์ สถานที่เที่ยวนอกเมืองอันท์ซิรานานา ในมาดากัสการ์ […]