เอเวอเรสต์ แห่งแดนบาดาล - National Geographic Thailand

เอเวอเรสต์แห่งแดนบาดาล

เอเวอเรสต์ แห่งแดนบาดาล

“ไม่ต้องห่วงนะ ข้างใต้นี้คุณไม่หลงไปไหนหรอก” คำพูดที่มีสำเนียงรัสเซียหนักๆของลารีซา พอซด์เนียโควา ลอยมาหาผมจากความเวิ้งว้างดำมืดที่ดูไร้จุดสิ้นสุดของถ้ำ ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ผมตะเกียกตะกายตามให้ทัน  ขณะที่เธอนำทางฝ่าลึกลงไปเรื่อยๆในโลกใต้ดินอันเย็นเยียบที่รู้จักกันในชื่อ ดาร์กสตาร์ (Dark Star)

ลารีซา นักสำรวจถ้ำผู้คร่ำหวอดวัยสามสิบเศษจากเทือกเขายูรัล เคลื่อนตัวอย่างสบายๆ ลื่นไหลคล้ายงูไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ส่วนผมหอบแฮกตามหลังเธอแบบมือใหม่เงอะงะ แสงไฟฉายคาดศีรษะที่ส่องได้แค่หนึ่งเมตรก่อนถูกม่านสีดำเย็นเยียบกลืนกิน ทำให้เราต้องเคลื่อนไหวคล้ายตัวตุ่น ค่อยๆคลำทางไปตามเชือกยาวหลายร้อยเมตรที่ช่วยพาเราผ่านเส้นทางมากมายในถ้ำ

ผลึกน้ำแข็งเกาะอยู่ในฟูลมูนฮอลล์ คูหายาวที่สุดเท่าที่ค้นพบในถ้ำดาร์กสตาร์ซึ่งมีความยาวราว 250 เมตร ระบบถ้ำทั้งหมดนี้ถือเป็นแคปซูลเวลาทางธรณีวิทยา เพราะตะกอนแร่ต่างๆสามารถเผยประวัติภูมิอากาศนานหลายพันปี

จู่ๆผมก็พบว่า  ตัวเองพลัดหลงกับลารีซา  ความท้าทายตอนนี้คงเป็นการดูว่าผมจะหาทางไปต่อเองได้หรือไม่ ผมกวาดไฟฉายดูคร่าวๆและเห็นเส้นทางทอดออกจากคูหาสองสาย

ระหว่างพิจารณาทางเลือกต่างๆ ผมปิดไฟฉายเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ ความมืดที่ห้อมล้อมนั้นดำสนิท โฟตอนของแสงเดินทางหลายพันล้านกิโลเมตรทะลุเอกภพเป็นเส้นตรงโดยไม่มีอะไรขวางกั้น แต่แสงไม่อาจเลี้ยวเบน เส้นทางบิดงอ คดเคี้ยวที่ทอดลึกในภูเขาจำกัดให้แสงเดียวที่ส่องต้องผนังถ้ำเหล่านี้ได้คือแสงไฟฉายเท่านั้น

“ลารีซา!” ผมตะโกนเรียก แต่เสียงนั้นเพียงแค่สะท้อนอยู่ในคูหาถ้ำเล็กๆ ทันใดนั้นผมก็เข้าใจกระจ่างชัดถึงคำพูดของเธอที่ว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ข้างใต้นี้คุณไม่หลงไปไหนหรอก” จริงๆแล้วเป็นมุกตลกของคนวงในมากกว่า เพราะเอาเข้าจริงๆ คุณหลงได้ และง่ายเสียด้วย

เส้นทางแรกที่ผมเลือกจู่ๆก็กลายเป็นทางตันซึ่งผมนึกขอบคุณ เส้นทางที่สองนำผมไปสู่ชะง่อนหินซึ่งเป็นหินพอกแวววาวเกิดจากการสะสมตัวของแผ่นแร่บางๆที่สายน้ำไหลพามาอย่างสม่ำเสมอ ลารีซานั่งอยู่บนนั้น

อุณหภูมินอกถ้ำร้อนจัดถึง 38 องศาเซลเซียส แต่ในถ้ำอยู่ระหว่าง -1 ถึง 3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่ต่างกันเล็กน้อยนี้ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อภูมิทัศน์ในถ้ำ เมื่อทีมสำรวจไต่ลึกลงไป น้ำแข็งสีฟ้าก็กลายเป็นหินเปลือยๆ

เมื่อผมตามไปทันในที่สุด ลารีซาหยุดอยู่ตรงชะง่อนหินซึ่งมองลงไปเห็นสิ่งที่แสงไฟฉายคาดศีรษะของเราเผยให้ เห็นว่าเป็นผืนน้ำ นี่คือทะเลสาบใต้ดินหนึ่งในหลายแห่งของดาร์กสตาร์ เธอคว้าเชือกนิรภัยที่ผูกอยู่กับสายรัดสะโพกขึ้นมาคล้องเชือกเส้นหนาที่มีหมุดตอกตรึงกับผนังหินด้านบน เชือกเส้นนี้ทอดลงไปเหนือทะเลสาบและหายไปในความมืดมิด  ทำหน้าที่คล้ายสลิงให้นักสำรวจถ้ำโหนตัวข้ามทะเลสาบเย็นยะเยือก เธอโรยตัวลงไป ทิ้งให้ผมอยู่กับความกลัวตามลำพัง

ผมอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ เพราะสมัครเข้าร่วมทีมสำรวจถ้ำที่มีสมาชิก 31 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซียที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ เพื่อสำรวจระบบถ้ำหินปูนขนาดมหึมาใต้ภูเขาแห่งนี้ในซอกมุมห่างไกลของอุซเบกิสถาน ชาวรัสเซียกลุ่มหนึ่งสังเกตเห็นปากถ้ำเมื่อปี 1984 แต่ทีมนักไต่ถ้ำจากอังกฤษเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาและเริ่มสำรวจระบบถ้ำแห่งนี้เมื่อปี 1990 พวกเขาตั้งชื่อถ้ำตามภาพยนตร์วิทยาศาสตร์แนวเสียดสีของอเมริกันจากทศวรรษ 1970 ตลอดหลายสิบปีต่อมา ถ้ำดาร์กสตาร์กับถ้ำเฟสตีวัลนายาที่อยู่ใกล้กัน (สักวันอาจพบว่าระบบถ้ำทั้งสองเชื่อมถึงกันก็เป็นได้) ก็ดึงดูดนักไต่ถ้ำมือฉมังจากทั่วโลก

ซินนอตต์ซึ่งยืนเกาะอยู่บนหินลื่นๆ รู้ดีว่า การตกน้ำที่เย็นยะเยือกไม่ใช่ทางเลือก ในถ้ำที่ชุดเปียกน้ำไม่มีวันแห้งเช่นนี้ ภาวะตัวเย็นเกิน ข้อเท้าหัก หรือการหลงทาง เป็นตัวอย่างเพียงน้อยนิดของความเสี่ยงในดาร์กสตาร์

ความเย้ายวนของระบบถ้ำขนาดยักษ์แห่งนี้ไม่ต่างจากมนตราที่ภูเขาลูกใหญ่ร่ายเรียกนักปีนเขา แต่มีความแตกต่าง ข้อหนึ่งคือ เรารู้ว่าเมานต์ เอเวอเรสต์ คือยอดเขาสูงสุดของโลก แต่โอกาสใหม่ๆที่จะพิชิตความลึกล้ำใต้ดินอันไพศาลนั้น แทบไม่มีขีดจำกัด ถ้ำครูเบราในสาธารณรัฐจอร์เจียคือถ้ำลึกที่สุดที่เรารู้จักในปัจจุบัน โดยลึกถึง 2,197 เมตร แต่ดาร์กสตาร์ซึ่งยังมีพื้นที่ต้องสำรวจอีกมาก คือคู่แข่งสำคัญที่จ่อคิวชิงตำแหน่งดังกล่าว

จนถึงวันนี้ การสำรวจแปดครั้งพบเส้นทางในถ้ำดาร์กสตาร์รวมแล้วเกือบ 17.4 กิโลเมตร จุดลึกที่สุดอยู่ราวๆ 900 เมตรใต้ผิวดิน แต่เรายังทำแผนที่ระบบถ้ำได้ไม่ครบถ้วน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ตั้งอันห่างไกลในภูมิภาคที่มีความไม่สงบทางการเมือง อีกส่วนหนึ่งมาจากความกว้างใหญ่ไพศาลของถ้ำซึ่งต้องอาศัยความสามารถเชิงเทคนิคขั้นสูงและอุปกรณ์จำนวนมาก

ดนตรีและเหล้ายาไหลรินระหว่างที่ทีมสำรวจผ่อนคลายอยู่บนภาคพื้นดิน นักสำรวจถ้ำพูดต่างภาษากัน ทั้งรัสเซีย อิตาลี ฮีบรู และเยอรมัน แต่ในถ้ำดาร์กสตาร์ซึ่งพวกเขานอนร่วมถุงนอนกันเพื่อความอบอุ่นนั้น ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เราศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้มากมายจากโลกใต้ดิน โดยข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในหินถ้ำ (speleothem) หรือตะกอนแร่ที่เรียกกันว่าหินงอกและหินย้อย ซึ่งผุดขึ้นจากพื้นถ้ำและห้อยลงมาจากเพดานถ้ำ การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของหินงอกหินย้อยที่เกิดจากน้ำหยดเป็นเวลานานหลายพันปีเหล่านี้ บอกเงื่อนงำของภูมิอากาศโลกในหลายยุคที่ผ่านมาได้

ในแต่ละปีทีมสำรวจจะเก็บตัวอย่างจากส่วนต่างๆของระบบถ้ำ เพื่อมุ่งทำความเข้าใจไม่เฉพาะประวัติของภูมิอากาศในเอเชียกลาง แต่รวมถึงระบบระบายอากาศและสถาปัตยกรรมของถ้ำ ซึ่งเป็นความรู้ที่ช่วยให้นักสำรวจถ้ำในอนาคตตัดสินใจได้ว่าเส้นทางใหม่ๆที่มีศักยภาพในการสำรวจอยู่ที่ไหน

เรื่อง มาร์ก ซินนอตต์

ภาพถ่าย ร็อบบี โชน

 

อ่านเพิ่มเติม

พบภาพวาดผนังถ้ำเก่าแก่ที่สุด ผลงานของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล

เรื่องแนะนำ

ทำความเข้าใจการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ

หากสัตว์ชนิดนั้นไม่สามารถอยู่รอดในธรรมชาติได้แล้ว เราควรพยายามปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติหรือไม่? เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

มนุษย์ปริศนาหน้าใหม่ (First Human)

เรื่อง  เจมี ชรีฟ ภาพถ่าย โรเบิร์ต คลาร์ก ขุมทรัพย์ฟอสซิลที่พบลึกเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งของแอฟริกาใต้ ก่อให้เกิดคำถามที่ว่า สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ ตอนนั้นเป็นวันที่ 13 กันยายน ปี 2013 สตีฟ ทักเกอร์ และริก ฮันเตอร์ นักสำรวจถ้ำสมัครเล่นสองคนเดินเข้าสู่ถ้ำหินโดโลไมต์ชื่อ  “ไรซิงสตาร์” (Rising Star)  ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโจฮันเนสเบิร์กไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 50 กิโลเมตร   ถ้ำแห่งนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักสำรวจถ้ำมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เครือข่ายทางเดินและคูหาน้อยใหญ่อันซับซ้อนของมันล้วนได้รับการสำรวจและทำแผนที่ไว้อย่างดี  ทักเกอร์และฮันเตอร์หวังจะพบเส้นทางที่ยังไม่ค่อยมีใครใช้กันนัก แต่พวกเขามีภารกิจอื่นในใจ  ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ  มีการค้นพบฟอสซิลบรรพบุรุษมนุษย์  ยุคแรกๆในภูมิภาคแถบนี้มากเสียจนได้รับการขนานนามว่า  “ต้นกำเนิดแห่งมนุษยชาติ”  แม้ยุคทองแห่งการล่าฟอสซิลของที่นี่จะผ่านมานานแล้ว  แต่นักสำรวจถ้ำทั้งสองต่างรู้ดีว่า  นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยวิตวอเตอส์แรนด์ในโจฮันเนสเบิร์กกำลังมองหากระดูกอยู่ ลึกเข้าไปในถ้ำ  ทักเกอร์และฮันเตอร์ใช้เส้นทางแคบๆชื่อ “ซูเปอร์แมนส์ครอว์ล” ที่ได้ชื่อนี้เพราะคนส่วนใหญ่จะผ่านไปได้ก็ต่อเมื่อแนบแขนข้างหนึ่งไว้กับลำตัวและชูแขนอีกข้างขึ้นเหนือศีรษะเหมือนท่าบินของซูเปอร์แมน  พวกเขาผ่านคูหาใหญ่แห่งหนึ่ง  แล้วปีนผนังหินขรุขระขึ้นไปจนสุด  ด้านบนเป็นโพรงเล็กๆสวยงามมีหินย้อยประดับ ทักเกอร์ค่อยๆลดตัวลงในรอยแยกที่พื้นถ้ำ  เท้าของเขาสัมผัสแง่งหินเล็กๆแง่งหนึ่ง  ก่อนจะเจออีกแง่งใต้แง่งนั้น และจากนั้นก็พบแต่ความว่างเปล่า เขาหย่อนตัวลงไปและพบว่าตัวเองอยู่ในปล่องถ้ำแคบๆแนวดิ่งที่บางช่วงกว้างเพียง 20 เซนติเมตร  เขาตะโกนเรียกฮันเตอร์ให้ตามลงมา  ทั้งคู่จัดว่ามีรูปร่างผอมบางเป็นพิเศษ  พูดง่ายๆคือมีแต่กล้ามเนื้อกับกระดูก  ถ้าตัวใหญ่กว่านี้อีกหน่อย […]

ศิลปะนามธรรม เผยความงามบนร่างอสูร

เรื่องและภาพถ่าย ไมเคิล ดี. เคิร์น คนส่วนใหญ่เกลียดกลัวสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์จำพวกแมง (สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวกสัตว์ขาปล้อง) ต่างๆ  เป็นความกลัวเก่าแก่แทบจะเรียกได้ว่าดึกดำบรรพ์ มนุษย์วิวัฒน์ขึ้นโดยเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงสัตว์เหล่านี้ซึ่ง ในหลายกรณีก็นับว่ามีเหตุผลดี แต่นั่นย่อมหมายความว่า พวกเราส่วนใหญ่มักขาดประสบการณ์ในการเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดและชื่นชมความงามของพวกมันด้วย สัตว์เหล่านี้บางชนิดต้องการความช่วยเหลือจากเรา สิ่งที่ผมพยายามทำคือ ช่วยให้ผู้คนมองเห็นความงามในร่างอสูรด้วยการนำศิลปะนามธรรมมาลอกความกลัวและอคติจากจิตใจ ผมเริ่มจากการถ่ายภาพเหมือนของพวกมัน จากนั้นจึงรื้อและลดทอนรายละเอียดต่างๆให้เหลือเพียงองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่สีสัน เส้นสาย ลวดลาย และพื้นผิว องค์ประกอบเอกเทศเหล่านี้คือพื้นฐานของภาพใหม่ที่ผมปรับแต่งขึ้นด้วยเทคนิคต่างๆ ในโปรแกรมโฟโต้ชอป ผลงานที่ได้คือภาพเหมือนจริงเป็นคู่ๆ โดยด้านหนึ่งเป็นภาพจริง ส่วนอีกด้านเป็นภาพ แนวนามธรรม ผมเริ่มทำภาพชุดนี้เกือบจะเรียกได้ว่าอย่างไม่ตั้งใจ ผมแค่ต้องการออกแบบโลโก้หัวจดหมายเพื่อใช้สำหรับธุรกิจถ่ายภาพของตัวเอง แต่ความที่ผมรักสัตว์เลื้อยคลาน ผมเลยถ่ายภาพกิ้งก่าอีกัวนา ผมคิดว่าดวงตาข้างหนึ่งของมันน่าจะสวยสะดุดตาพอที่จะใช้เป็นภาพเดี่ยวๆสำหรับหัวจดหมายได้  แต่ปรากฎว่าขนาดกลับไม่พอดีกับหัวจดหมาย  ผมจึงทำภาพสะท้อนขึ้นอีกภาพที่ด้านบน  ภาพที่ได้ทั้งสวยงามและเหนือจริง  ไม่เหมือนสิ่งใดในธรรมชาติ  ทั้งๆที่ภาพนี้มีที่มาจากของจริงในธรรมชาติแท้ๆ ภาพแต่ละภาพที่ผมสร้างขึ้นล้วนแตกต่างกัน เพราะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว บางภาพใช้เพียงการคร็อปหรือตัดทอนภาพบางส่วนออกแล้วทำภาพสะท้อนขึ้น  ขณะที่บางภาพใช้เทคนิคหลายอย่างประกอบกัน  และบางภาพก็ออกมาไม่สวยเอาเสียเลย แต่สำหรับผม  การเดินทางนั้นมีคุณค่าพอๆกับจุดหมายปลายทาง  ผมมีความสุขที่เห็นภาพเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละน้อยจากการทำซ้ำแต่ละครั้ง  ผมจึงเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้สังเกตการณ์กระบวนการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้ในเวลาเดียวกัน ในงานแสดงภาพ  ผมชอบที่จะแสดงภาพเชิงนามธรรมก่อน เมื่อผู้ชมมองภาพครั้งแรก ผมคิดว่าพวกเขามีความรู้สึกขัดแย้งลึกๆระหว่างความงามของภาพกับความกลัวที่มีต่อสัตว์ซึ่งเป็นที่มาของภาพ แต่เมื่อพวกเขาตระหนักว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพ พวกเขาจะเริ่มขยับเข้ามาใกล้ และศึกษารายละเอียดต่างๆ […]

ก้าวย่างจากเงื้อมเงา

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์ ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์ เรากำลังนั่งรอเสือดาวอยู่ในความมืดข้างเส้นทางเดินป่าตามแนวตะเข็บอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในประเทศอินเดีย อันเป็นพื้นที่ป่าขนาด 104 ตารางกิโลเมตรใจกลางมหานครมุมไบ อพาร์ตเมนต์สูงหลายชั้นปลูกเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยานนี่เอง ขณะนี้เป็นเวลา 22.00 น. เสียงล้างจานและเสียงกล่อมเด็กเข้านอนดังลอดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่น เสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเสียงผู้คน 21 ล้านคนจ้อกแจ้กจอแจราวกับเครื่องจักรขนาดมโหฬารณ ที่ใดที่หนึ่งในป่ารอบตัวเรา เสือดาวกำลังเงี่ยหูฟังอยู่เช่นกัน ภายในอุทยานและบริเวณโดยรอบมีเสือดาวอาศัยอยู่ประมาณ 35 ตัว โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตัวมีอาณาเขตราวสี่ตารางกิโลเมตร ทั้งๆที่เสือดาวสามารถออกหากินเป็นระยะทางวันละ 15 กิโลเมตร เสือดาวที่นี่ยังถูกล้อมรอบด้วยชุมชนเมืองที่แออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีประชากรหนาแน่นถึงราว 30,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กระนั้นเสือดาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข  อาหารส่วนหนึ่งของพวกมันคือกวางดาวและสัตว์ป่าอื่นๆภายในเขตอุทยานแต่เสือดาวหลายตัวยังหากินไปตามแนวชายขอบที่ไม่ได้ล้อมรั้วแยกธรรมชาติจากอารยธรรม  ขณะที่เมืองกำลังหลับใหล พวกมันก็แอบย่องไปตามตรอกซอกซอยด้านล่าง เที่ยวลักกินสุนัข แมว หมู หนู ไก่ และแพะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามอารยธรรมของมนุษย์ เสือดาวกินคนด้วย แต่ก็เกิดขึ้นนานๆครั้ง ช่วงสายๆของวันเสาร์วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ในแถบชนบทของเมืองชุนนาร์ ห่างจากมุมไบไปทางทิศตะวันออก 150 กิโลเมตร รถยนต์สังกัดหน่วยงานรัฐบาลแล่นเข้ามาจอดที่บ้านไร่หลังเล็กแต่ดูมีฐานะ บรรยากาศคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทุกคนยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้ […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.