เปิดแล้ว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ -

เปิดแล้ว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โอลิมปัส จับมือ บิ๊ก คาเมร่า เปิดตัว

โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โอลิมปัส แบรนด์กล้องดิจิทัลชั้นนำ เดินหน้าลุยตลาดเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้บริโภคในเมืองไทย ชูกลยุทธ์ “คอนซูเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” โดยจับมือ บิ๊ก คาเมร่า ผู้จัดจำหน่ายกล้องดิจิทัลรายใหญ่ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว “โอลิมปัส สโตร์ บาย บิ๊ก คาเมร่า” (OLYMUS Store by BIG CAMERA) ซึ่งถือเป็นแฟล็กชิปสโตร์แบรนด์โอลิมปัสแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายภาพ และยังเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจคนเล่นกล้องในยุคปัจจุบัน

นอกจากโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของโอลิมปัสให้เลือกซื้อหาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่สะท้อนผ่านไลน์ผลิตภัณฑ์ของกล้องโอลิมปัส เช่น การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และไลฟ์สไตล์แบบทันสมัยมีสไตล์ ตลอดจนส่วนจัดแสดงประวัติของกล้องโอลิมปัส และพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับแสดงผลงานภาพถ่าย (gallery) ของช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น

งานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.มาร์ค ราแดท ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ บริษัท โอลิมปัส เอเชียแปซิฟิก มร.มิซึฮิโร ทานากะ กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด  คุณธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ภาพเล่าเรื่อง… เล่าเรื่องด้วยภาพ” โดยช่างภาพชั้นนำของไทย ได้แก่ หาว-ต่อวงศ์ ซาลวาลา ช่างภาพระดับท็อปคลาส, โฟล์ค-กำพลศักดิ์ สัสดี  ช่างภาพและนักสำรวจผู้ร่วมในภารกิจ “ถ้ำหลวง” และใหญ่-กฤดา เสพมงคลเลิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้องดิจิทัลและอุปกรณ์ถ่ายภาพ

เรื่องแนะนำ

เรียนรู้ไปกับ Melbourneเมืองแบบไหนที่เราเรียกว่า Knowledge City?

เมือง Melbourne ได้รับการพูดถึงมากขึ้นในฐานะเมืองอันเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ดึงดูดผู้คนระดับหัวกะทิจากทั่วทุกมุมโลกให้ไปอยู่อาศัย ไปศึกษาต่อ และไปประกอบอาชีพ นั่นไม่เพียงเป็นการยกระดับชีวิตของผู้คนเหล่านั้น แต่ยังทำให้ Melbourne กลายเป็นเมืองที่ “ฉลาด” และเปี่ยมศักยภาพ พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดแบบไม่น้อยหน้าเมืองใดๆ ในโอกาสที่ OKMD (Office of Knowledge Management and Development) จัดเวทีเสวนา ในหัวข้อ “เมือง คิด ใหม่” ไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ทางเจ้าภาพจึงไม่พลาดที่จะเชิญ Dr. Jackie Watts สมาชิกสภาผู้แทนของเมือง Melbourne มาร่วมแชร์ถึงวิธีการที่รัฐสร้างให้ Melbourne กลายเป็นเมืองเพื่อการศึกษาในแบบทุกวันนี้ Dr. Jackie Watts จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกในสาขาการศึกษาศาสตร์ (RMIT), ระดับปริญญาโทด้านTeaching and Librarianship (University of Melbourne)และระดับปริญญาตรี Bachelor of Arts (La Trobe […]

Empowering Partnership for Sustainability Virtual Forum

ศูนย์ ซี อาเซียน (C asean) ร่วมกับ Centre for Asian Philanthropy and Society (CAPS) ประเทศฮ่องกง มีกำหนดจัดงาน Empowering Partnership for Sustainability Virtual Forum ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00 – 11.50 น. โดยได้รับการสนับสนุนงานจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเสนอแนวทางให้กับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทั่วทั้งเอเชีย ในการสร้างความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม พบกับ รายงานล่าสุดของ CAPS เรื่อง Public-Private Partnership for Social Good การเสวนาโดยผู้บริหารจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด […]

30 ปี มูลนิธิชัยพัฒนา ก้าวสู่ชัยชนะแห่งการพัฒนา

มูลนิธิชัยพัฒนา จัดงาน “30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา” เพื่อน้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้ง มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย เนื่องจากพระองค์ทรงหวังพระราชหฤทัยให้เป็นเครื่องมือในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้วยความรวดเร็วการว่าการพัฒนา หรือการช่วยเหลือผ่านระบบราชการ มูลนิธิชัยพัฒนาก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 ดำเนินงานทั้งในด้านการพัฒนา และการช่วยเหลือราษฎร ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ก่อให้เกิดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อนำผลงานของมูลนิธิฯ เผยแพร่และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปได้รู้จักมูลนิธิฯ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานในวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งผู้ร่วมงานมีโอกาสได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นการจัดแสดงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ เหล่าศิลปินรุ่นใหม่หลายท่านได้รับเชิญให้สร้างผลงานศิลปะและนำมาจัดงานในครั้งนี้ด้วย ศิลปินแต่ละท่านได้รับโจทย์ที่แตกต่างกัน โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา […]

ชีวิตติดชลธาร

แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับตามระลอกคลื่น เรือหางยาวลอยอยู่ใกล้ๆ ดงต้นจาก ชีวิตสองฝั่งริมแม่น้ำบางปะกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา ภาพถ่าย นันทิยา บุษบงค์ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยอาศัยและใช้ประโยชน์จากสายน้ำมายาวนาน จนถึงปัจจุบันนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ไม่สามารถขาดปัจจัยเรื่องน้ำไปได้ ดังนั้น การบริหารทรัพยากรน้ำจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้นำต้องพิจารณาเพื่อรองรับการพัฒนา เมื่อความเจริญของเมืองเติบโตมากยิ่งขึ้น การดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนแปลงตาม เมื่อครั้งอดีต การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นการทำเกษตรในครัวเรือน คือทำนาปลูกข้าวเพื่อบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็แบ่งขายกันต่อไป ต่างจากปัจจุบันที่เน้นการทำเกษตรเพื่อส่งขายตลาด ปริมาณของผลผลิตจึงเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการทำเกษตรเพื่อการจำหน่าย เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาด นั่นหมายถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่ที่หลายหน่วยงานเข้ามาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรที่อยู่โดยรอบ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2550 ระบุว่า ผลจากการรุกตัวของน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่ชลประทานบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง จากปัญหาดังกล่าว หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งผู้แทนชุมชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดคุณภาพน้ำเพื่อวัดค่าความเค็มตามจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำบางปะกง และกำหนดค่าความเค็มที่สามารถสูบน้ำได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมแต่ละประเภท ที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำเพื่อทำการเกษตรกำหนดค่าความเค็มที่ 2 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 1 และ 0.5 กรัมต่อลิตร […]