ภาษาภาพ : ประจำเดือนกันยายน - National Geographic Thailand

ภาษาภาพ : ประจำเดือนกันยายน

บราซิล

ใกล้พรมแดนบราซิล-อาร์เจนตินา  กองทัพผีเสื้อบินกรูลงยึดหัวหาดริมฝั่งแม่น้ำอีกวาซู  แอ่งน้ำอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อแม่น้ำลดระดับลง  และดึงดูดพวกผีเสื้อให้มาดูดกินสารอาหาร

ภาพโดย ดานิเอล  ปิญเญย์รู

เรื่องแนะนำ

หนึ่งศตวรรษแห่งการอนุรักษ์

เรื่อง เดวิด ควาเมน ภาพถ่าย สตีเฟน วิลก์ส ในช่วงต้นปี 1916 สหรัฐฯมีแนวคิดอันบรรเจิดและเปี่ยมวิสัยทัศน์ แม้จะยังมีความสับสนและไม่เป็นรูปเป็นร่างนักก็ตาม นั่นคือการก่อตั้งอุทยานแห่งชาติ (National Park) ซึ่งจะเป็นอุทยานสำหรับชาวอเมริกันทุกคน เป็นอุทยานที่ใช้ร่วมกัน แม้กระทั่งกับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก เวลานั้นมีอุทยานแห่งชาติเกิดขึ้นแล้ว 14 แห่งทั่วสหรัฐฯ อุทยานเก่าแก่ที่สุดคือเยลโลว์สโตน ซึ่งได้รับการสงวนไว้ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางเมื่อปี 1872 ให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลก ส่วนอุทยานแห่งอื่นๆของสหรัฐฯซึ่งเป็นตัวอย่างอันหลากหลายของภูมิทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ ล้วนตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี เช่น โยเซมิทีในรัฐแคลิฟอร์เนีย วินด์เคฟในรัฐเซาท์ดาโคตา เกลเชียร์ในรัฐมอนแทนา และร็อกกีเมาน์เทนในรัฐโคโลราโด  นอกจากนี้ยังมีอนุสรณ์สถานแห่งชาติ (National Monument) อีก 21 แห่ง ซึ่งเป็นรูปแบบการคุ้มครองที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า เพราะสามารถกำหนดโดยกฤษฎีกาที่ประธานาธิบดีเป็นผู้ลงนามภายใต้รัฐบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางโบราณคดี (กฎหมายฉบับนี้ผ่านรัฐสภาเมื่อปี 1906) ซึ่งประธานาธิบดีทีโอดอร์ โรสเวลต์ นำมาใช้อย่างแข็งขันในช่วงสามปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง รายชื่ออนุสรณ์สถานแห่งชาติรุ่นแรก ได้แก่ เดวิลส์ทาวเวอร์ ชาโกแคนยอน มิวเออร์วูดส์ และแกรนด์แคนยอน สิ่งที่ประเทศนี้ยังไม่มีเมื่อปี 1916 แต่ตระหนักดีว่าเป็นสิ่งจำเป็นในเวลานั้นก็คือ นิยามที่เห็นพ้องต้องกันของคำว่าอุทยานแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานเพียงหนึ่งเดียว ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน […]

“ ก่อนหมดสิ้น .. สับขาลาย ”

“         หากไม่เปิดเปลือยจะไม่รู้ว่ามีความงามใดซ่อนอยู่   .. หากไม่สังเกต อาจหลงเข้าใจว่าบุรุษนุ่งเตี่ยว ยืนกลางลำธารใสเย็น .. ” ผมเดินทางมาที่ “อมก๋อย” อำเภอริมสุดด้านใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วย “ความเชื่อ”  จากพื้นราบ สู่เส้นทางคดโค้ง หลายสิบยอดดอย หลายสิบหย่อมชุมชน ของชาวกะเหรี่ยง 2 กลุ่มใหญ่ ที่ตั้งถิ่นฐานมายาวนาน หวังทำความเข้าใจ ใน “คติความเชื่อ” ใน “ราก” ทางความคิด ใน “ศิลปะเฉพาะ” ที่กำลังจะสาบสูญในอีกไม่กี่สิบปี .. ในอดีตทุกชุมชนในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง “บุรุษ” เมื่อย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ทุกคนล้วนอยากเป็นส่วนหนึ่ง ในการสืบทอดลวดลายโบราณที่มีแบบแผนคล้ายคลึงจากรุ่นสู่รุ่น หากต้องอดทนต่อความเจ็บปวด ที่อาจต้องแลกด้วยชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในทุกสิบคนจะมีคนเสียชีวิตสองถึงสามคนเสมอ แต่คนส่วนใหญ่ถือว่าคุ้มค่า เป็นความภาคภูมิใจที่จะปรากฏอยู่บนเรือนร่าง และคงอยู่ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต สิ่งนี้คือความงามรูปแบบเฉพาะ ถือเป็นตัวแทนของศิลปะบนเรือนร่างของชายชาวกะเหรี่ยง เราเรียกสิ่งนี้ว่า “หมึกขาลาย” หรือ “การสับขาลาย” คือ การสักจากใต้หัวเข่าขึ้นมาจนถึงบริเวณเอวเหนือสะดือ ขาทั้งสองข้างมีกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบวงกลมเว้นช่องว่างให้เห็นเนื้อหนังบางส่วน ภายในเป็นภาพสัตว์ต่างๆ หมึกดำทึบที่ใช้ มีส่วนผสมจากดีของสัตว์หลายชนิดผสมร่วมกับว่าน ปัจจุบันความภาคภูมิใจเหล่านี้กลายเป็นเพียงสิ่งตกค้างจากวันเวลา […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนมีนาคม

ญี่ปุ่น แสงอาทิตย์อัสดงอาบไล้เมะโอะโตะอิวะ (“ศิลาสมรส”) อันศักดิ์สิทธิ์เป็นสีนวลตา เกาะหินโด่งสองเกาะนอกชายฝั่งเมืองฟุตะมิซึ่งผูกร้อยกันไว้ด้วยเชือกฟางเส้นหนานี้ เป็นสัญลักษณ์ของอิซะนะงิ (ซ้าย) และอิซะนะมิ เทพเจ้าในศาสนาชินโตที่กล่าวกันว่าเป็นผู้สร้างประเทศญี่ปุ่น ภาพโดย ดาวีเด เลนา จีน ความหนาวเย็นพบกับความแบ่งบานที่สวนแห่งหนึ่งในเมืองฮามี่ ซึ่งต้นไม้ที่กำลังออกดอกและได้น้ำเมื่อคืนก่อนมีน้ำแข็งห้อยย้อยลงมาในช่วงที่อากาศหนาวเย็นฉับพลันอยู่นานสองวันเมื่อเดือนเมษายน ต้นไม้ที่ทนต่ออากาศหนาวชนิดนี้จะอยู่รอดเพื่อผลิบานในปีถัดไป แต่อุณหภูมิที่ลดลงอย่างกะทันหันทำลายพืชผลจำนวนมากในพื้นที่แถบนี้ ภาพโดย STR/AFP/GETTY IMAGES เกาหลีเหนือ เด็กนักเรียนวัยเยาว์ในเมืองเซนวีจูเต้นรำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนชมเป็นประจำ เมืองชายแดนซึ่งมีแม่น้ำยาลู่คั่นจากเมืองต้านตงของจีนนี้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านมานานแล้ว และเริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกบางส่วนเมื่อปี 2013 ภาพโดย หวังจ้าว, AFP/GETTY IMAGES

ราชาพรางกาย

เรื่อง  แพทริเชีย เอดมอนส์ ภาพถ่าย คริสเตียน ซีกเลอร์ โลกคงมีสัตว์อีกเพียงไม่กี่ชนิดที่เทียบรัศมีกิ้งก่าคาเมเลียนได้ในแง่ของความสามารถทางสรีระอันน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ลิ้นที่ยาวกว่าลำตัวพุ่งออกไปตวัดจับแมลงได้ในชั่วเสี้ยววินาที  สายตาที่มองเห็นได้ชัดแจ๋วราวกับกล้องส่องทางไกลหมุนได้รอบทิศทาง  เท้าที่มีนิ้วเท้าแยกออกเป็นสองชุดทำหน้าที่ยึดจับได้แน่นหนาราวปากคีบ เขาที่ยื่นออกมาจากคิ้วและจมูก ไปจนถึงแผงคอที่สวยงามราวกับผ้าลูกไม้ จากคุณลักษณะพิสดารทั้งหลายแหล่ของกิ้งก่าคาเมเลียน สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่โบร่ำโบราณคือ ผิวหนังที่เปลี่ยนสีสันได้  ดังความเชื่อที่ว่า กิ้งก่าคาเมเลียนสามารถเปลี่ยนสีผิวหนังไปตามสิ่งที่มันจับต้องหรือสัมผัส แม้การเปลี่ยนสีในบางครั้งจะช่วยให้พวกมันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมก็จริง แต่สีผิวหนังที่เปลี่ยนไปแท้จริงแล้วเป็นปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาเพื่อการสื่อสารเสียส่วนใหญ่ กิ้งก่าคาเมเลียนเป็นสัตว์ เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าชนิดเดียวที่ใช้สีสันแทนภาษาและการแสดงออกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่กระทบมัน ทั้งการเกี้ยวพาราสี การแข่งขัน และความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม อย่างน้อยนี่คือความเชื่อในปัจจุบัน คริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สัน นักชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งก่าคาเมเลียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ บอกว่า “แม้กิ้งก่าคาเมเลียนจะเป็นที่สนใจมานานหลายร้อยปี แต่ปัจจุบันยังคงมีปริศนามากมายเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ เรายังคงพยายามทำความเข้าใจกลไกการทำงานของมันอยู่ครับ” ตั้งแต่การแลบลิ้นออกไปอย่างรวดเร็วไปจนถึงฟิสิกส์ของการเปลี่ยนสีผิวหนัง เมื่อสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์หรือไอยูซีเอ็น เผยแพร่บัญชีแดง (Red List) ฉบับใหม่เกี่ยวกับสถานะเชิงอนุรักษ์ของกิ้งก่าคาเมเลียนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจัดว่าถูกคุกคามหรือใกล้ถูกคุกคาม แอนเดอร์สันเป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องกิ้งก่าคาเมเลียนของไอยูซีเอ็น เช่นเดียวกับคริสตัล ทอลลี นักชีววิทยาผู้ได้รับทุนเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก  ทอลลีเดินทางไปค้นคว้าวิจัยทางตอนใต้ของแอฟริกาและบันทึกการค้นพบกิ้งก่าคาเมเลียนชนิดใหม่ๆ รวมถึงแหล่งอาศัยที่กำลังหดหายไป ในจำนวนชนิดพันธุ์กิ้งก่าคาเมเลียนที่รู้จักกันกว่า 200 ชนิด  ราวร้อยละ 40 พบบนเกาะมาดากัสการ์ นอกนั้นส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา  และมากกว่าร้อยละ 20 […]