โลกหลงใหลของนักสะสม - National Geographic Thailand

โลกหลงใหลของนักสะสม

เรื่อง ยศธร ไตรยศ
ภาพถ่ายชลิต สภาภักดิ์

หลงใหลความสุข        

ผมและเพื่อนช่างภาพมีนัดกันที่คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านเกษตร-วังหิน ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในร้านผมบอกกับเพื่อนช่างภาพว่า “ที่นี่น่าถ่ายรูปจริงๆ” เพราะมีตุ๊กตาหมีมากมายจัดวางตกแต่งอย่างลงตัวจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นแทรกเข้าไป แทบจะเรียกได้ว่าที่นี่คืออาณาจักรตุ๊กตาหมี

ธนาภรณ์ ประดับพลอย เจ้าของร้าน Retro Bear Cafe เล่าให้เราฟังถึงที่มาของร้านว่า “เริ่มจากการเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาหมีมาก ก็เลยเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีบ้านก็กลายเป็นที่อยู่ของหมีไปแล้ว”  แววตาของเธอฉายแววความรัก “จนถึงจุดหนึ่งเราคิดว่าน่าจะลองเอามาทำอะไรสักอย่างดู เพราะตอนที่อยู่ที่บ้าน เพื่อนๆ ญาติๆ ที่มาเห็นก็จะพูดเหมือนๆ กันว่า‘เยอะจนออกทีวีได้เลยนะ’ แล้วเราเองก็สนใจอยากมีร้านเล็กๆ ของตัวเองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเอาตุ๊กตาที่เก็บมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาเป็นของตกแต่ง”

กระนั้นความสุขอีกอย่างหนึ่งซึ่งเธอคาดไม่ถึง คือที่นี่ค่อยๆกลายเป็นแหล่งรวมของคนที่มีใจรักตุ๊กตาหมีเช่นเดียวกับเธอ “เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เมื่อที่นี่เป็นเหมือนสถานที่สำหรับพบปะพูดคุยของคนคอเดียวกัน คือคนรักตุ๊กตาหมี”

 

หลงใหลธรรมชาติ

สมชาย ปาทาน เป็นนักสะสมหัวกะโหลกและเขาควาย เขาเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่ทำโรงฆ่าสัตว์ ตั้งแต่เด็กจนโตสมชายเห็นหัววัวและควายมานับแสนหัว เพราะต้องไปตลาดค้าวัวควายกับพ่อ เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มเก็บสะสมหัววัวและควายที่พ่อมอบให้ จนทุกวันนี้หัวกระโหลกวัวและควายกว่า 800 หัวตั้งเรียงรายในโกดังจนเต็ม“อยู่กับมันมาตลอด จนกลายเป็นความชอบ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ”เขาบอกนอกจากสะสมแล้ว สมชายยังจำหน่ายหัวกระโหลกเหล่านี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปประดับบ้านอีกด้วย

แนวคิดในการสะสมของสมชายเน้นที่ลักษณะเขาที่ต้องแปลก เช่นความยาวหรือความคด เขามองว่าความแปลกนั้นเกิดจากธรรมชาติและเป็นเสน่ห์ของเขาสัตว์ด้วยเหตุนี้เขาจึงตระเวนไปทั่วประเทศเพื่อเสาะหาเขาสัตว์ กระนั้นเขายืนยันว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับของที่ผิดกฎหมายเด็ดขาด“ผมไม่สะสมหัวกระทิง เก้ง กวางหรือสัตว์ป่าอื่นๆ เพราะมันไม่ใช่สัตว์ที่คนกินเนื้อเป็นอาหารตามปกติ ถ้าเราอยากได้ ต้องสั่งฆ่า แต่วัวควายพวกนี้ถูกเลี้ยงมาเป็นอาหาร หัวของพวกมันถ้าผมไม่เอามาก็จะถูกนำไปบดทำผงชูรส ผมเอามันมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการเพิ่มมูลค่าครับ”

สมชายทิ้งท้ายว่าแม้ของสะสมกับสิ่งที่เขาขายเพื่อนำรายได้มาใช้ยังชีพจะเป็นสิ่งเดียวกัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณนักสะสมในตัวเขาแตกต่างจากของนักสะสมคนอื่นๆ สมชายยืนยันว่าเขาวัวควายหลายชิ้นในร้านไม่ได้มีไว้สำหรับขายบางชิ้นเขานำมาตั้งแสดงเพื่อให้คนที่แวะมาเยี่ยมชมได้เห็นถึงความสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ซึ่งเขาไม่มีทางขายออกไปอย่างเด็ดขาด  ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สามารถหาชิ้นใหม่มาทดแทนได้

หลงใหลรส

เราลงความเห็นกันว่าการไปพบธวัชชัย วิบูลจันทร์ ที่บ้านย่านพุทธมณฑลควรใช้บริการรถสาธารณะ และไม่ควรขับรถมาธวัชชัยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ(Biotechnology)มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นนักสะสมเบียร์ตัวยงของประเทศไทย ทุกวันนี้ เขารับผิดชอบสอนวิชาเกี่ยวกับการหมักเบียร์ให้กับภาควิชา และเป็นเจ้าของเพจTrust me, I’m a “Beerotechnologist”ที่สรรหาสารพัดเบียร์จากทุกมุมโลกมาอวดทุกวัน ภายในห้องนอนของเขา ราวกับโลกส่วนตัวที่ถูกยึดครองด้วยตู้กระจกและสารพัดขวดเบียร์ (ยังมีน้ำเบียร์) ที่เรียงรายจนเต็ม

“ทั้งหมดเริ่มจากตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษาปีสาม มีโอกาสได้ลองดื่มเบียร์สัญชาติเยอรมันยี่ห้อหนึ่ง จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าโคตรอร่อย อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยดื่มมา” ธวัชชัยหรืออาจารย์ต้นเล่าอย่างตื่นเต้นราวกับเรื่องราวต่างๆเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งสนใจและศึกษาเรื่องราวของเครื่องดื่มที่มีผู้ดื่มมากที่สุดอันดับสามของโลก (รองจากน้ำเปล่าและชา) อย่างจริงจัง

อาจารย์ต้นยืนยันว่าเขาเป็นเพียงนักชิมไม่ใช่นักดื่ม “ชิมเพื่อให้รู้ถึงกลิ่นและรสชาติของมัน และทั้งหมดนั่นก็อธิบายไปถึงกระบวนการผลิตได้ว่าซับซ้อนและยุ่งยากเพียงใด” แน่นอน เขามักจะได้รับโอกาสในการทดลองชิมเบียร์ยี่ห้อใหม่ก่อนใครเสมอ ด้วยเหตุผลที่ทางผู้นำเข้าอยากทราบความคิดเห็นของเขา “ผมเป็นนักชิมแต่ผมไม่ใช่นักรีวิว ผมไม่พรรณนาถึงรสชาติใดๆลงในโซเชียลมีเดีย ผมไม่อยากถูกมองว่าทำโฆษณา หากอยากรู้คุยกันได้เป็นการส่วนตัว”

หลงใหลความวิจิตร

เป็นที่รู้กันในหมู่นักสะสมของเก่าว่า พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นนักสะสมของเก่าที่มีคอลเลคชั่นงานฝีมือระดับวิจิตรจำนวนนับไม่ถ้วน มูลค่ามหาศาลและหลายชิ้นมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นในโลก เขาเข้าสู่โลกการสะสมโดยการรับมรดกของเก่าจากพลตำรวจเอก กระเษียร ศรุตานนท์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจผู้เป็นลุงตั้งแต่เขายังอายุ 25 ปี นับแต่นั้นนายตำรวจหนุ่มจึงตัดสินใจดำเนินรอยตามพร้อมกับต่อยอดคอลเลคชั่นของสะสมจนเพิ่มขึ้นอย่างมากมายกระทั่งปัจจุบัน

ในบรรดาของสะสมนับพันนับหมื่นชิ้นนั้น “หอยสังข์” นับเป็นหนึ่งในสุดยอดของสะสมที่นักสะสมของเก่าลงความเห็นว่ามีมูลค่าและความหายากในระดับท็อป ซึ่งพลตำรวจเอกสันต์ น่าจะเป็นผู้ครอบครองมากที่สุดในประเทศไทย (และแน่นอนมูลค่าสูงมหาศาล)หอยทะเลกาบเดี่ยวเหล่านี้ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและในราชสำนักหลายประเทศ ซึ่งผ่านการตกแต่งจากช่างฝีมือจนสวยงาม มีการประดับทองและอัญมณีจนวิจิตรและหามูลค่าไม่ได้ หอยสังข์ที่ใช้ในพิธีกรรมแบ่งเป็นสองประเภท คือสังข์เป่าและสังข์รดน้ำ

ผมพยายามถามพลตำรวจเอกสันต์ถึงที่มาและมูลค่าของสังข์เหล่านั้น แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าอยากสงวนความเป็นส่วนตัวให้เจ้าของเก่า เขาเปิดเผยเพียงคร่าวๆว่าบางชิ้นใช้กันในราชสำนักของบางประเทศ ส่วนมูลค่ามีความหลากหลายและไม่แน่นอน บางชิ้นราคาไม่สูงนัก บางชิ้นราคาหลายล้านบาท ขึ้นอยู่กับความหายาก ยกตัวอย่างเช่น สังข์รดน้ำเวียนขวา (ปกติสังข์จะเวียนซ้ายตามเข็มนาฬิกาหรือที่เรียกว่า “อุตราวรรต” แต่สังข์ที่เวียนขวาเรียกว่า “ทักษิณาวรรต” ถือว่าเป็นของมงคลและหายากมาก) ที่มีร่องรอยคล้ายกับการถือจับของมือมนุษย์ ในหมู่นักสะสมสังข์เรียกว่า “หัตถ์พระนารายณ์” ซึ่งหายากเป็นอย่างยิ่งตามธรรมชาติ “ขั้นต่ำอยู่ราวๆล้านห้าครับ”เขาอธิบาย

พลตำรวจเอกสันต์ ยืนยันว่า แม้เขาจะมีของสะสมอยู่นับพันนับหมื่นชิ้น แต่นั่นอยู่ในจุดที่ไม่ทำให้เขาลำบาก “ผมอยู่ในจุดที่ผมทำได้ ทำแล้วไม่ลำบาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่วางแผนไม่ใช่ว่าทุ่มสุดตัว ผมใช้เงินร้อยละ 20 ที่ผมมีอยู่ไปกับการสะสม ซึ่งช่วยสร้างความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้” เขาบอกว่าในอนาคตอาจมอบของสะสมหลายชิ้นให้ตกเป็นสมบัติของชาติ“ผมตั้งใจจะยกให้แผ่นดิน ให้เป็นสมบัติของชาติ ตั้งใจว่าจะตั้งกองทุนหรือมูลนิธิขึ้นมาดูแลเพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระของรัฐเนื่องจากของเหล่านี้มีต้นทุนการดูแลที่สูง ผมจะมอบเงินส่วนหนึ่งสำหรับบริหารจัดการตรงส่วนนี้แยกต่างหาก”

คำกล่าวของพลตำรวจเอกสันต์ ทำให้ผมหวนคิดถึงของสะสมหลายชิ้นที่เคยพบเห็นตลอดการทำสารคดีชิ้นนี้ บางชิ้นเป็นการรำลึกอดีต บางชิ้นเป็นพาหนะล่าความฝัน บางชิ้นมีมูลค่าเอนกอนันต์ กระนั้นวันใดวันหนึ่งผู้ครอบครองเหล่านั้นต้องจากโลกไป และเมื่อนั้นของสะสมอาจกลายเป็นมรดกสมบัติที่มีค่ามหาศาลหรือข้าวของที่ไร้ค่าขึ้นอยู่กับว่า “นักสะสม” คนใหม่จะโคจรมาพบมันเมื่อใด

เรื่องแนะนำ

ชมภาพถ่ายใต้น้ำที่ชนะการประกวดจากทั่วโลก

เรื่อง ซาราห์ กิบเบนส์ ภาพถ่ายในระยะประชิดของหมึกสายที่กำลังแหวกว่ายผ่านน่านน้ำตื้น ๆ ถูกถ่ายทอดโดย Grabriel Barathieu นักถ่ายภาพผู้คว้ารางวัลช่างภาพใต้น้ำยอดเยี่ยมแห่งปี จากภาพชื่อ “Dancing Octopus” ภาพของเขาบันทึกได้ที่ชายฝั่งแห่งหนึ่งบนเกาะมายอต ในมหาสทุรอินเดีย “วิธีการเคลื่อนที่ของมันดูช่างแตกต่างจากนักล่าชนิดที่หากินบนบกมากเลยครับ” Alex Mustard คณะกรรมการติดสิน กล่าว “นี่มันสามารถเป็นสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นจากดาวอื่นได้เลย” Barathieu ต้องใช้ความอดทนสูงมากในการถ่ายภาพออกมาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา “ผมต้องรอจนถึงช่วงน้ำลงของฤดูใบไม้ผลิ เมื่อระดับน้ำทะเลมีความลึกเพียง 30 เซนติเมตร เพื่อจะให้ตัวของหมึกสายอาบไล้ไปด้วยแสงที่ทะลุผ่านผิวน้ำ ผมเข้าใกล้มันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมเลือกใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อถ่ายภาพชุดนี้ จึงทำให้เจ้าหมึกสายดูมีขนาดใหญ่ขึ้น ในปีนี้ มีภาพส่งเข้าประกวดกว่า 4,500 ภาพ จาก 67 ประเทศทั่วโลก การแข่งขันจัดขึ้นโดย UPY ลอนดอน ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมการผู้มีประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพใต้น้ำในสาขานั้น ๆ โดยในปีนี้คณะกรรมการประกอบด้วย Martin Edge, Alex Mustard, and Peter Rowlands ซึ่งเป็นผู้ที่ถ่ายภาพประกอบสารคดีในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก การประกวดครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้สมาคมช่างภาพใต้น้ำชาวอังกฤษ ดังนั้น […]

มรดกสีครามของโอบามา

มรดกสีครามของ โอบามา ราว 160 กิโลมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวบอสตัน วาฬแกลบครีบดำซึ่งมีสถานะใกล้สูญพันธุ์หกตัวผุดขึ้น  มาเหนือน้ำเป็นระลอก ลำท้องเรียวขาวสะท้อนวาวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ  แต่ละครั้งที่พุ่งเสยขึ้นมาสูงสุด พวกมันจะอ้าปากขนาดมหึมาเพื่อกรองกินโคพีพอดขนาดเล็กจิ๋ว  ถัดจากกราบซ้ายของเรือวิจัยชื่อ แพลนบี ฝูงปลาเฮร์ริงกำลังไล่กิน ครัสเตเชียนชนิดเดียวกันนี้จนผิวน้ำแตกกระจาย  ขณะเดียวกัน บนสันหินใต้ทะเลลึกลงไปเบื้องล่าง 15 เมตร นักวิทยาศาสตร์จากเรือดังกล่าวก็กำลังเฝ้าดูปลาพอลล็อก ปลาค้อด และปลาคันเนอร์ กินอาหารอยู่ท่ามกลางสายริบบิ้นเส้นยาวของสาหร่าย  เคลป์สีทอง แคชเชสเลดจ์ (Cashes Ledge) เป็นภูเขาใต้ทะเลที่สูงที่สุดในอ่าวเมน และเป็นแหล่งอาหารเคลื่อนที่อันน่าทึ่ง คลื่นใต้น้ำที่เคลื่อนปะทะแนวสันเขาแกรนิตและยอดแบนราบจะลากพาคลื่นจากชั้นผิวน้ำอันอบอุ่นที่อุดมด้วยแพลงก์ตอนลงไปยังท้องน้ำลึก  กระแสน้ำที่พัดลงสู่เบื้องล่างนี้เปิดโอกาสให้เหล่าปลาที่หากินตามหน้าดินที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลหากินกันอย่างคึกคักพอๆกับปลาที่หากินอยู่ช่วงน้ำลึกระดับปานกลาง วาฬ ปลาเฮร์ริง และนกที่ผิวน้ำ  กระแสน้ำขึ้นน้ำลงและภูมิประเทศที่นี่ทำงานสอดประสานกันเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งร่องรอยแห่งความอุดมสมบูรณ์  ซึ่งเคยเป็นนิยามของอ่าวเมนจวบกระทั่งการประมงทำให้เหือดหายไป “หากว่ากันตามจริงแล้วแคชเชสเลดจ์คือเครื่องจักรย้อนเวลากลับไปสู่ชายฝั่งนิวอิงแลนด์เมื่อ 400 ปีก่อน” จอน  วิตแมน นักนิเวศวิทยาทางทะเลผู้ศึกษาพื้นที่อุดมด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี   บอก  ขณะที่ซิลเวีย เอิร์ล นักสมุทรศาสตร์ และนักสำรวจประจำของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟิก เรียกแคชเชสเลดจ์ว่า “เยลโลว์สโตนแห่งแอตแลนติกเหนือ” และถือเป็นสมบัติแห่งชาติที่ควรค่าแก่การพิทักษ์ไว้  แม้เราจะไม่สามารถขับรถไปเยี่ยมชมได้ก็ตาม ขณะที่มหาสมุทรได้รับความเสียหายจากการทำประมงเกินขนาด  มลภาวะ […]

นักท่องทะเลแห่งมหาสมุทรอินเดีย

ที่มัลดีฟส์ ยังเป็นเรื่องปกติที่พ่อพาลูกออกทะเลไปด้วยกันเพื่อเรียนรู้การจับปลาตั้งแต่ยังเล็ก  ถึงทุกวันนี้ เด็กชายส่วนใหญ่จับปลาเป็นก็จากการถ่ายทอดของคนรุ่นพ่อ

ใครจะรอด ใครจะไป

เรื่อง เจนนิเฟอร์ เอส. ฮอลแลนด์ ภาพถ่าย โจเอล ซาโทรี สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง นั่นคือความจริงของธรรมชาติ แต่ภูมิอากาศโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง จนกระทั่งอาจพลิกโฉมหน้าของผืนดินและท้องทะเล  และส่งผลกระทบต่อสรรพชีวิต “จะมีสิ่งมีชีวิตส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งเสมอที่อยู่รอดและได้ประโยชน์จากสภาพการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างค่อนข้างฉับพลันครับ” ทอมัส เลิฟจอย นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์ประจำมหาวิทยาลัยจอร์จเมสัน และภาคีสมาชิกของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าวและเสริมว่า “แต่สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะตกที่นั่งลำบาก” ถ้าไม่ถึงกับล้มหายตายจากไป อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากก๊าซเรือนกระจกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการนี้เท่านั้น ก่อนจะตามมาด้วยสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว  (รวมถึงภัยแล้งต่อเนื่องยาวนาน) ฤดูผสมพันธุ์และฤดูอพยพที่เปลี่ยนแปลงไป แหล่งอาหารไม่แน่นอน รูปแบบโรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆ น้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว และระดับทะเลสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่างนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอื่นๆอีกมากมาย และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลดีกับสิ่งมีชีวิตบางจำพวกเป็นต้นว่าฤดูใบไม้ผลิที่ยาวนานกว่าเดิมส่งผลให้มีอาหาร มากขึ้น สภาพแวดล้อมบางอย่างอาจเปลี่ยนไปในทางที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย  และการอพยพย้ายถิ่นอันเหนื่อยยาก อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป แต่ขณะที่การเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไปอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็อาจเผชิญกับขีดจำกัดครั้งใหม่และตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเช่นกัน นี่ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปปรากฏเด่นชัดในปัจจุบัน “ไม่มีทางหวนกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้วครับ” เจมส์ วัตสัน จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโครงกรการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (World Conservation Society) กล่าวและเสริมว่า “ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป” สัตว์ป่าที่เคยใช้ชีวิตอย่างปกติสุขท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างแน่นอนในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมากำลังถูกกดดันและทดสอบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การคาดการณ์ของเราว่า  […]