โลกหลงใหลของนักสะสม - National Geographic Thailand

โลกหลงใหลของนักสะสม

เรื่อง ยศธร ไตรยศ
ภาพถ่ายชลิต สภาภักดิ์

หลงใหลความสุข        

ผมและเพื่อนช่างภาพมีนัดกันที่คาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งย่านเกษตร-วังหิน ครั้งแรกที่เดินเข้าไปในร้านผมบอกกับเพื่อนช่างภาพว่า “ที่นี่น่าถ่ายรูปจริงๆ” เพราะมีตุ๊กตาหมีมากมายจัดวางตกแต่งอย่างลงตัวจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นแทรกเข้าไป แทบจะเรียกได้ว่าที่นี่คืออาณาจักรตุ๊กตาหมี

ธนาภรณ์ ประดับพลอย เจ้าของร้าน Retro Bear Cafe เล่าให้เราฟังถึงที่มาของร้านว่า “เริ่มจากการเป็นคนที่ชอบตุ๊กตาหมีมาก ก็เลยเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีบ้านก็กลายเป็นที่อยู่ของหมีไปแล้ว”  แววตาของเธอฉายแววความรัก “จนถึงจุดหนึ่งเราคิดว่าน่าจะลองเอามาทำอะไรสักอย่างดู เพราะตอนที่อยู่ที่บ้าน เพื่อนๆ ญาติๆ ที่มาเห็นก็จะพูดเหมือนๆ กันว่า‘เยอะจนออกทีวีได้เลยนะ’ แล้วเราเองก็สนใจอยากมีร้านเล็กๆ ของตัวเองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเอาตุ๊กตาที่เก็บมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาเป็นของตกแต่ง”

กระนั้นความสุขอีกอย่างหนึ่งซึ่งเธอคาดไม่ถึง คือที่นี่ค่อยๆกลายเป็นแหล่งรวมของคนที่มีใจรักตุ๊กตาหมีเช่นเดียวกับเธอ “เป็นความสุขอย่างหนึ่ง เมื่อที่นี่เป็นเหมือนสถานที่สำหรับพบปะพูดคุยของคนคอเดียวกัน คือคนรักตุ๊กตาหมี”

 

หลงใหลธรรมชาติ

สมชาย ปาทาน เป็นนักสะสมหัวกะโหลกและเขาควาย เขาเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมที่ทำโรงฆ่าสัตว์ ตั้งแต่เด็กจนโตสมชายเห็นหัววัวและควายมานับแสนหัว เพราะต้องไปตลาดค้าวัวควายกับพ่อ เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มเก็บสะสมหัววัวและควายที่พ่อมอบให้ จนทุกวันนี้หัวกระโหลกวัวและควายกว่า 800 หัวตั้งเรียงรายในโกดังจนเต็ม“อยู่กับมันมาตลอด จนกลายเป็นความชอบ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครับ”เขาบอกนอกจากสะสมแล้ว สมชายยังจำหน่ายหัวกระโหลกเหล่านี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปประดับบ้านอีกด้วย

แนวคิดในการสะสมของสมชายเน้นที่ลักษณะเขาที่ต้องแปลก เช่นความยาวหรือความคด เขามองว่าความแปลกนั้นเกิดจากธรรมชาติและเป็นเสน่ห์ของเขาสัตว์ด้วยเหตุนี้เขาจึงตระเวนไปทั่วประเทศเพื่อเสาะหาเขาสัตว์ กระนั้นเขายืนยันว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับของที่ผิดกฎหมายเด็ดขาด“ผมไม่สะสมหัวกระทิง เก้ง กวางหรือสัตว์ป่าอื่นๆ เพราะมันไม่ใช่สัตว์ที่คนกินเนื้อเป็นอาหารตามปกติ ถ้าเราอยากได้ ต้องสั่งฆ่า แต่วัวควายพวกนี้ถูกเลี้ยงมาเป็นอาหาร หัวของพวกมันถ้าผมไม่เอามาก็จะถูกนำไปบดทำผงชูรส ผมเอามันมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการเพิ่มมูลค่าครับ”

สมชายทิ้งท้ายว่าแม้ของสะสมกับสิ่งที่เขาขายเพื่อนำรายได้มาใช้ยังชีพจะเป็นสิ่งเดียวกัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณนักสะสมในตัวเขาแตกต่างจากของนักสะสมคนอื่นๆ สมชายยืนยันว่าเขาวัวควายหลายชิ้นในร้านไม่ได้มีไว้สำหรับขายบางชิ้นเขานำมาตั้งแสดงเพื่อให้คนที่แวะมาเยี่ยมชมได้เห็นถึงความสวยงามแปลกตาที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ซึ่งเขาไม่มีทางขายออกไปอย่างเด็ดขาด  ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สามารถหาชิ้นใหม่มาทดแทนได้

หลงใหลรส

เราลงความเห็นกันว่าการไปพบธวัชชัย วิบูลจันทร์ ที่บ้านย่านพุทธมณฑลควรใช้บริการรถสาธารณะ และไม่ควรขับรถมาธวัชชัยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ(Biotechnology)มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นนักสะสมเบียร์ตัวยงของประเทศไทย ทุกวันนี้ เขารับผิดชอบสอนวิชาเกี่ยวกับการหมักเบียร์ให้กับภาควิชา และเป็นเจ้าของเพจTrust me, I’m a “Beerotechnologist”ที่สรรหาสารพัดเบียร์จากทุกมุมโลกมาอวดทุกวัน ภายในห้องนอนของเขา ราวกับโลกส่วนตัวที่ถูกยึดครองด้วยตู้กระจกและสารพัดขวดเบียร์ (ยังมีน้ำเบียร์) ที่เรียงรายจนเต็ม

“ทั้งหมดเริ่มจากตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษาปีสาม มีโอกาสได้ลองดื่มเบียร์สัญชาติเยอรมันยี่ห้อหนึ่ง จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าโคตรอร่อย อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยดื่มมา” ธวัชชัยหรืออาจารย์ต้นเล่าอย่างตื่นเต้นราวกับเรื่องราวต่างๆเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งสนใจและศึกษาเรื่องราวของเครื่องดื่มที่มีผู้ดื่มมากที่สุดอันดับสามของโลก (รองจากน้ำเปล่าและชา) อย่างจริงจัง

อาจารย์ต้นยืนยันว่าเขาเป็นเพียงนักชิมไม่ใช่นักดื่ม “ชิมเพื่อให้รู้ถึงกลิ่นและรสชาติของมัน และทั้งหมดนั่นก็อธิบายไปถึงกระบวนการผลิตได้ว่าซับซ้อนและยุ่งยากเพียงใด” แน่นอน เขามักจะได้รับโอกาสในการทดลองชิมเบียร์ยี่ห้อใหม่ก่อนใครเสมอ ด้วยเหตุผลที่ทางผู้นำเข้าอยากทราบความคิดเห็นของเขา “ผมเป็นนักชิมแต่ผมไม่ใช่นักรีวิว ผมไม่พรรณนาถึงรสชาติใดๆลงในโซเชียลมีเดีย ผมไม่อยากถูกมองว่าทำโฆษณา หากอยากรู้คุยกันได้เป็นการส่วนตัว”

หลงใหลความวิจิตร

เป็นที่รู้กันในหมู่นักสะสมของเก่าว่า พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นนักสะสมของเก่าที่มีคอลเลคชั่นงานฝีมือระดับวิจิตรจำนวนนับไม่ถ้วน มูลค่ามหาศาลและหลายชิ้นมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นในโลก เขาเข้าสู่โลกการสะสมโดยการรับมรดกของเก่าจากพลตำรวจเอก กระเษียร ศรุตานนท์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจผู้เป็นลุงตั้งแต่เขายังอายุ 25 ปี นับแต่นั้นนายตำรวจหนุ่มจึงตัดสินใจดำเนินรอยตามพร้อมกับต่อยอดคอลเลคชั่นของสะสมจนเพิ่มขึ้นอย่างมากมายกระทั่งปัจจุบัน

ในบรรดาของสะสมนับพันนับหมื่นชิ้นนั้น “หอยสังข์” นับเป็นหนึ่งในสุดยอดของสะสมที่นักสะสมของเก่าลงความเห็นว่ามีมูลค่าและความหายากในระดับท็อป ซึ่งพลตำรวจเอกสันต์ น่าจะเป็นผู้ครอบครองมากที่สุดในประเทศไทย (และแน่นอนมูลค่าสูงมหาศาล)หอยทะเลกาบเดี่ยวเหล่านี้ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและในราชสำนักหลายประเทศ ซึ่งผ่านการตกแต่งจากช่างฝีมือจนสวยงาม มีการประดับทองและอัญมณีจนวิจิตรและหามูลค่าไม่ได้ หอยสังข์ที่ใช้ในพิธีกรรมแบ่งเป็นสองประเภท คือสังข์เป่าและสังข์รดน้ำ

ผมพยายามถามพลตำรวจเอกสันต์ถึงที่มาและมูลค่าของสังข์เหล่านั้น แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าอยากสงวนความเป็นส่วนตัวให้เจ้าของเก่า เขาเปิดเผยเพียงคร่าวๆว่าบางชิ้นใช้กันในราชสำนักของบางประเทศ ส่วนมูลค่ามีความหลากหลายและไม่แน่นอน บางชิ้นราคาไม่สูงนัก บางชิ้นราคาหลายล้านบาท ขึ้นอยู่กับความหายาก ยกตัวอย่างเช่น สังข์รดน้ำเวียนขวา (ปกติสังข์จะเวียนซ้ายตามเข็มนาฬิกาหรือที่เรียกว่า “อุตราวรรต” แต่สังข์ที่เวียนขวาเรียกว่า “ทักษิณาวรรต” ถือว่าเป็นของมงคลและหายากมาก) ที่มีร่องรอยคล้ายกับการถือจับของมือมนุษย์ ในหมู่นักสะสมสังข์เรียกว่า “หัตถ์พระนารายณ์” ซึ่งหายากเป็นอย่างยิ่งตามธรรมชาติ “ขั้นต่ำอยู่ราวๆล้านห้าครับ”เขาอธิบาย

พลตำรวจเอกสันต์ ยืนยันว่า แม้เขาจะมีของสะสมอยู่นับพันนับหมื่นชิ้น แต่นั่นอยู่ในจุดที่ไม่ทำให้เขาลำบาก “ผมอยู่ในจุดที่ผมทำได้ ทำแล้วไม่ลำบาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่วางแผนไม่ใช่ว่าทุ่มสุดตัว ผมใช้เงินร้อยละ 20 ที่ผมมีอยู่ไปกับการสะสม ซึ่งช่วยสร้างความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้” เขาบอกว่าในอนาคตอาจมอบของสะสมหลายชิ้นให้ตกเป็นสมบัติของชาติ“ผมตั้งใจจะยกให้แผ่นดิน ให้เป็นสมบัติของชาติ ตั้งใจว่าจะตั้งกองทุนหรือมูลนิธิขึ้นมาดูแลเพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระของรัฐเนื่องจากของเหล่านี้มีต้นทุนการดูแลที่สูง ผมจะมอบเงินส่วนหนึ่งสำหรับบริหารจัดการตรงส่วนนี้แยกต่างหาก”

คำกล่าวของพลตำรวจเอกสันต์ ทำให้ผมหวนคิดถึงของสะสมหลายชิ้นที่เคยพบเห็นตลอดการทำสารคดีชิ้นนี้ บางชิ้นเป็นการรำลึกอดีต บางชิ้นเป็นพาหนะล่าความฝัน บางชิ้นมีมูลค่าเอนกอนันต์ กระนั้นวันใดวันหนึ่งผู้ครอบครองเหล่านั้นต้องจากโลกไป และเมื่อนั้นของสะสมอาจกลายเป็นมรดกสมบัติที่มีค่ามหาศาลหรือข้าวของที่ไร้ค่าขึ้นอยู่กับว่า “นักสะสม” คนใหม่จะโคจรมาพบมันเมื่อใด

เรื่องแนะนำ

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับการช่วยเหลือสังคม Buddy Home Care – คุณเจนวิทย์ วิโสจสงคราม Buddy Home Care เป็นกิจการเพื่อสังคมที่แก้ปัญหา 2 ด้านไปพร้อมกัน คือด้านเด็กและเยาวชนเผ่า (ชาติพันธุ์) และด้านสังคมผู้สูงอายุ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านโดยกลุ่มเด็กชาติพันธุ์ที่ผ่านการอบรมการดูแลผู้สูงอายุจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แบบเก็บค่าบริการรายวัน หรือรายเดือน เพื่อให้โอกาสแก่เด็กชาติพันธุ์ในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสร้างรายได้เพื่อศึกษาต่อ เพิ่มโอกาสทางชีวิต จากการดำเนินงานมาระยะหนึ่ง คุณเจนวิทย์เห็นถึงความต้องการเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานดูแลผู้สูงอายุให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินและวางแผนการดูแล การลงมือปฏิบัติดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงการเก็บฐานข้อมูลต่างๆ ทำให้เกิดเป็นระบบการดูแลผู้สูงอายุ อันประกอบไปด้วยส่วน Dashboard เพื่อวางแผนและจัดการแผนการดูแล เจ้าหน้าที่ […]

พลังงานของประชาชน

เรื่อง ไมเคิล เอดิสัน เฮย์เดน ภาพถ่าย รูเบน ซัลกาโด เอสกูเดโร ประศานต์ มัณฑ์ล กดปุ่มเปิดโคมไฟแอลอีดีขนาดเท่าห่อขนมในกระท่อมที่เขาอยู่กับภรรยาและลูกสี่คน ทันใดนั้นแสงเรื่อเรืองสีเหลืองสดและสีฟ้าน้ำทะเลที่สะท้อนออกมาจากแผ่นผ้าใบมุงหลังคาและฝาผนังของครอบครัวก็อาบพื้นที่แคบๆที่พวกเขาใช้ซุกหัวนอน  มัณฑ์ลวัย 42 ปีชี้นิ้วไปตามสมบัติซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นภายในบ้าน  เขาปิดชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง  ถอดปลั๊กออกทีละชิ้น  และหอบไปยังเต็นท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 18 เมตร ที่นั่นเขาเป็นคนขายชา หรือไจวัลลาห์ ให้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนอันเงียบเหงาของเมืองมโธตันทะ  เมืองที่แวดล้อมไปด้วย ผืนป่าใกล้พรมแดนด้านเหนือของอินเดีย “ชีวิตผมมันเศร้าครับ แต่ผมตั้งใจจะอยู่รอดให้ได้” มัณฑ์ลบอก “และแสงจากพลังงานแสงอาทิตย์นี่แหละที่ช่วยให้ผมเปิดร้านตอนกลางคืนได้” มัณฑ์ลผู้สร้างบ้านอย่างผิดกฎหมายบนที่ดินสาธารณะ เป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  เป็นเครื่องจักรที่มีหลายร้อยบริษัททำงานเชิงรุกเต็มที่ในการขายเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กให้ลูกค้าที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศกำลังพัฒนา ประมาณการว่ามีผู้คนราว 1,100 ล้านคนในโลกที่อยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกือบหนึ่งในสี่อยู่ในประเทศอินเดียที่ซึ่งคนอย่างมัณฑ์ลถูกบีบให้ต้องพึ่งพาน้ำมันก๊าดและแบตเตอรี่ลูกใหญ่เทอะทะที่มีน้ำกรดรั่วซึมออกมา ชุดผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของมัณฑ์ลที่ให้พลังงานแก่โคมไฟแอลอีดีสองดวงและพัดลมหนึ่งเครื่องนี้ได้พลังงานจากแผงเซลล์สุริยะขนาด 40 วัตต์  การทำงานเริ่มจากดวงอาทิตย์สาดแสงลงมายังแผง และชาร์จพลังงานเข้าเครื่องชาร์จประจุขนาดเล็กสีส้มครั้งละราวสิบชั่วโมง  มัณฑ์ลเช่าชุดผลิตไฟฟ้านี้จากซิมปาเน็ตเวิร์กส์ (Simpa Networks) ซึ่งเสนอขายแผนสมาชิกที่ออกแบบให้เหมาะกับงบของลูกค้าผู้มีรายได้น้อย ถึงกระนั้น เงินราวๆ 35 เซ็นต์ต่อวันก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตสำหรับมัณฑ์ลผู้หาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินไม่ถึงสองดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แต่ถึงอย่างนั้น มัณฑ์ลกลับบอกว่า การจ่ายเงินร้อยละ 20 ของรายได้เพื่อแลกกับบริการของซิมปาก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางความมืด  เขาบอกว่า “ผมใช้เงินมากขนาดนี้ในการชาร์จไฟแบตเตอรี่มาก่อนหน้านี้แล้วครับ […]

ฉลามแห่งตำนานเรืออัปปาง

เรื่อง เกลนน์ ฮอดเจส ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี ครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่า ฉลามครีบด่างเป็นฉลามในทะเลเปิดที่มีจำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก หนังสือที่ได้รับการยอมรับชื่อ ธรรมชาติวิทยาของฉลาม (The Natural History of Sharks) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1969 ยังบรรยายว่า  พวกมัน “อาจเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก  คำว่าขนาดใหญ่หมายถึงมีน้ำหนักมากกว่า 45 กิโลกรัม” ฉลามครีบด่างปัจจุบันแทบสูญพันธุ์ไปเพราะการประมงเชิงพาณิชย์และการค้าหูฉลาม ขณะที่วงการวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจพวกมันน้อยอย่างน่าประหลาด ซ้ำร้ายสาธารณชนยังห่วงใยฉลามชนิดนี้น้อยกว่าเสียอีก “เราทำลายล้างฉลามชนิดนี้ทั่วโลกเลยครับ” เดเมียน แชปแมน หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ไม่กี่คนที่ศึกษาฉลามชนิดนี้ กล่าว “แต่พอผมเอ่ยถึง ‘ฉลามครีบด่าง’ คนจำนวนมากกลับไม่รู้ว่าผมพูดถึงอะไร” ถ้าคุณเคยชมภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส คุณจะรู้จักฉลามครีบด่างอยู่บ้าง มันน่าจะเป็นฉลามชนิดหลักที่โจมตีลูกเรือ ยู.เอส.เอส. อินเดียแนโพลิส หลังจากถูกเรือดำน้ำญี่ปุ่นโจมตีจนอับปางในช่วงท้ายๆของสงครามโลกครั้งที่สอง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างภาพเชิงลบในสายตาคนรุ่นหลังผ่านคำพูดของตัวละครอย่างกัปตันควินต์  ผู้บอกเล่าประสบการณ์การรอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น คำบอกเล่าช่วงท้ายๆสรุปว่า “มีคน 1,100 คนลอยคออยู่ในน้ำ ในจำนวนนี้รอดชีวิตมาได้ 316 คน ที่เหลือตกเป็นเหยื่อฉลาม” อย่างไรก็ดี เรื่องที่ควินต์เล่ามีปัญหาคือ แม้จะมีความถูกต้องตามข้อเท็จจริงอยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ให้ข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกเรือ […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนเมษายน

ไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยววัยบำนาญชาวญี่ปุ่นเล่นสนุกด้วยการนำโคลนซิลิกามาพอกหน้าที่สปาบลูลากูน  กล่าวกันว่าน้ำจากความร้อนใต้พิภพมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอื่นๆ ภาพโดย คอร์เนลู คาซากู สหรัฐอเมริกา โซฟี จิลลอตตี โชว์เคสโทรศัพท์มือถือรูปคิม คาร์แดเชียน  ในการแข่งม้ารายการเคนทักกีดาร์บีครั้งที่ 140 ในเมืองลุยวิลล์ สาวคนดังในรูปไม่ได้มาร่วมงานในปีนี้ แต่ผู้ชม 164,906 คนได้เห็นเจ้าแคลิฟอร์เนียโครมคว้าชัยในสนามเชอร์ชิลล์ดาวน์ส ภาพโดย แลนดอน นอร์ดแมน สหรัฐอเมริกา ในสวนสาธารณะดรูอิดฮิลล์ที่เมืองบอลทิมอร์ สุนัขชื่อฟีบีเผชิญหน้ากับดอกแดนดิไลออน กว่าจะได้ภาพนี้มา ช่างภาพต้องถือดอกไม้เหยียดออกไปสุดแขนและใช้ไฟแฟลชช่วยขับเน้นดอกแดนดิไลออนให้ดูฟุ้งสวย ภาพโดย ไมเคิล นอร์ทรัป