คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว - National Geographic Thailand

คลื่นนักท่องเที่ยวมาแล้ว

เรื่อง ซินเทีย กอร์นีย์
ภาพถ่าย เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์

เช้าตรู่วันจันทร์ พระอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้า คิวบาปรากฏแก่สายตาเราเป็นครั้งแรก ตัวเกาะมีความยาวจากปลายด้านหนึ่งจรดปลายอีกด้านหนึ่งเกือบ 1,300 กิโลเมตร ขอบฟ้าเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกลายเป็นแนวสันเขาตัดกับท้องฟ้าสีชมพู และปิดท้ายด้วยหลังคาบ้านเรือน

ดาดฟ้าเรือชั้นบนสุดคลาคล่ำไปด้วยทีมงานโทรทัศน์ พวกเราที่เหลือยืนเบียดเสียดกันพิงราวบนดาดฟ้าชั้นถัดลงมา บางคนแจกจ่ายธงชาติคิวบาและธงชาติสหรัฐฯผืนเล็กๆ ตอนนี้เราเห็นมาเลกอง (Malecón) หรือแนวกำแพง กันคลื่นและทางเดินที่เป็นเหมือนเฉลียงหน้าบ้านสาธารณะให้ใครก็ได้มาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์หรือผ่อนคลายจากครัวเรือนที่แออัด ช่วงเย็นๆที่อากาศอบอุ่น ชาวคิวบามักมาเที่ยวเล่นกันที่มาเลกอง แต่ครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ใหม่ เพราะเพียงเก้าโมงเช้า แต่ดูเหมือนผู้คนมารวมตัวกัน พร้อมกับโบกธงของตนเอง บ้างโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงเชียร์ด้วยความยินดี

ขณะเราออกจากไมแอมีเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ไม่มีใครรู้ว่าจะพบเจออะไรบ้าง  มีคนคาดว่า  เรือสำราญของสหรัฐฯซึ่งจะเข้าเทียบท่าที่คิวบาเป็นลำแรกในรอบเกือบสี่สิบปีอาจก่อให้เกิดกระแสต่อต้านคัสโตร [ทั้งฟิเดล คัสโตร อดีตประธานาธิบดีผู้พี่ และราอุล คัสโตร ผู้น้อง ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบัน]  หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีบารักโอบามาประกาศเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2014 ว่าจะมีการฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต  และแม้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบาของสหรัฐฯ ยังบังคับใช้อยู่ก็ตาม

ขณะนี้ เมื่อเราเข้าสู่สถานีผู้โดยสารในท่าเรือของกรุงฮาวานา การเฉลิมฉลองก็จัดอย่างครึกครื้นมากเสียจนพนักงานประจำบูทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับฉันต้องตะโกนคุยกันด้วยภาษาสเปนผ่านกระจกหน้าต่าง

ฉัน: “ในนี้เสียงดังอย่างนี้เสมอหรือคะ” พนักงานแลกเปลี่ยนเงิน: “อะไรนะคะ” ฉัน: “กลอง ดนตรี นักเต้นรำ พวกเขาต้อนรับเรืออย่างนี้เสมอหรือคะ” พนักงานแลกเปลี่ยนเงิน: “อะไรนะคะ” เธอยื่นปากกาให้ แล้วฉันก็เขียนลงบนด้านหลังใบเสร็จรับเงินว่า “นี่จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อชาวอเมริกันหรือเปล่า” เธอพยักหน้า ยิ้มแหยๆ พลางกลอกตาชุดนักเต้นรำหญิงประกอบด้วยรองเท้าส้นสูง ชุดว่ายน้ำลายธงชาติคิวบา และมีดาวสีเงินดวงใหญ่ประดับผม เราเห็นนักเต้นรำสองคนยิ้มกว้างและโพสท่าอิงแอบกับผู้โดยสารชายสวมกางเกงขาสั้นที่เพิ่งขึ้นจากเรือ พนักงานแลกเปลี่ยนเงิน ทำหน้าบอกไม่ถูกแวบหนึ่ง ฉันคิดว่าเป็นความรู้สึกรังเกียจ แล้วเธอก็ก้มหน้านับเงินเปโซต่อไป

ชาวคิวบาซึ่งเบียดเสียดอยู่รอบท่าเรือ ขณะเรือ อาโดเนีย เข้าเทียบท่าในฮาวานา ส่งเสียงเชียร์ด้วยความยินดีราวกับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเป็นนักร้องเพลงร็อกชื่อดัง

ในแง่หนึ่ง สิ่งสำคัญทุกสิ่งเกี่ยวกับเรือสำราญเที่ยวแรกจากไมแอมีมายังคิวบาซึ่งทุกสิ่งล้วนเป็น ประวัติศาสตร์ นี้ พอจะเข้าใจได้จากภาพที่เห็นและความคาดหวังถึงสิ่งที่จะตามมา เรือสำราญไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ในคิวบา โรงแรมลอยน้ำขนาดมหึมาภายใต้ธงชาติอื่นมาเยี่ยมเยือนคิวบาหลายทศวรรษแล้ว และอันที่จริง การท่องเที่ยวก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคิวบา หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง คณะรัฐมนตรีคิวบาได้อนุมัติโครงการสร้างรีสอร์ตใหม่ๆริมชายหาดซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาและชาวยุโรป

ความย้อนแย้งของการท่องเที่ยวชัดเจนและน่าพิศวงอย่างยิ่งในคิวบาปัจจุบัน หากพักเรื่องข้อโต้แย้งทางการเมืองที่ว่า เราควรจะโทษมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯหรือพรรคคอมมิวนิสต์คิวบากันแน่ไว้สักครู่ คำโฆษณาเชิญชวนที่แพร่หลายประการหนึ่งในแผ่นพับการท่องเที่ยวที่พุ่งเป้าไปยังชาวอเมริกันมีอยู่ว่า ทั่วทั้งเกาะปราศจากสิ่งของสมัยใหม่ การค้าขายแบบที่คุ้นเคย และความเป็นอเมริกัน มีเกล โกยูลา สถาปนิกในกรุงฮาวานา บอกฉันว่า “ชาวอเมริกันที่วางแผนมาเที่ยวคิวบาร้อยละ 99 พูดเหมือนกันว่า ‘อยากเห็นฮาวานาอย่างที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน’ ”

“การท่องเที่ยวเป็นดาบสองคมครับ” มีเกล โกยูลา สถาปนิกชาวคิวบา บอก เขาคิดว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ช่วยกลั่นกรองธุรกิจท่องเที่ยวทั่วไปออกไปจากคิวบา “ผู้มาเที่ยวที่นี่ตอนนี้ต้องการเรียนรู้” เขาเสริม “แต่ผมรู้ว่านั่นกำลังเปลี่ยนไป เมื่อใครๆก็มากันได้ ผมกลัวอย่างนั้นครับ”

โกยูลาไม่ได้ต่อต้านการท่องเที่ยว สำหรับเขาดูเหมือนว่าการต้อนรับชาวอเมริกันเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างชัดเจนของเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลแคริบเบียนแห่งนี้ อันตรายจากการเป็นที่ชื่นชอบและหลงใหลของนักท่องเที่ยวนั้นชัดแจ้งสำหรับเขา และอันที่จริง ขณะเรือ อาโดเนีย แล่นไปรอบๆคิวบา นักวิชาการและเจ้าหน้าที่หลายสิบคนกำลังเข้าร่วมการประชุม ในบรรดาเรื่องที่นำเสนอมีคลิปวิดีโอจากสารคดีเรื่อง ลาก่อนบาร์เซโลนา (Bye Bye Barcelona) ซึ่งยกกรณีนักท่องเที่ยวยกโขยงไปตามถนนสายต่างๆ ทำให้เมืองนี้ของสเปนแทบอยู่อาศัยไม่ได้สำหรับชาวเมือง คนท้องถิ่นผู้โกรธเกรี้ยวคนหนึ่งถึงกับบ่นว่า “อย่างกับสวนสนุก”

สำหรับเกาะขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยชายหาด ห่างจากสหรัฐฯ 145 กิโลเมตร นี่ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่เกินจริง เรือบางลำซึ่งปัจจุบันล่องอยู่ในทะเลแคริบเบียนสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่าเรือ อาโดเนีย หกเท่า บริษัทคาร์นิวัลคอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นเจ้าของเรือลำนี้มีแผนงานอื่นๆในคิวบา เช่นเดียวกับบริษัทท่องเที่ยวของสหรัฐฯทุกบริษัทที่สนใจแถบทะเลแคริบเบียน

ในที่สุดจะมีนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันอย่างน้อยปีละสามล้านคนมาเยือนคิวบา นั่นคือจำนวนที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์  คิวบามีประชากร 11 ล้านคน และจำนวนไม่น้อยยังคง แก้ปัญหา ชีวิตเพื่อให้มีนมผงเพียงพอสำหรับเลี้ยงลูกมีห้องน้ำที่ใช้งานได้ มีระเบียงบ้านที่ไม่พังทลายลงมา ทำอย่างไรจึงจะนำชาวอเมริกันทั้งหมดนั้นมาช่วยทำให้ชีวิตของชาวคิวบาดีขึ้นได้จริง

เรื่องแนะนำ

พระแม่มารีย์ สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

พระแม่มารีย์ สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เวลาแห่งการประจักษ์ 17.40 น. ณ โบถส์น้อยแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งหนึ่งที่ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  อีวาน ดราจีเซวิก  คุกเข่าลงหน้าแท่นบูชา   น้อมศีรษะลงครู่หนึ่ง รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า  เขาเงยหน้าขึ้นมองสรวงสวรรค์ เริ่มกระซิบกระซาบ  ฟังอย่างตั้งใจ  แล้วกระซิบอีกครั้ง  บทสนทนาประจำวันของเขากับแม่พระผู้นิรมลเริ่มขึ้นแล้ว ดราจีเซวิกเป็นเด็กเลี้ยงแกะยากจนคนแรกในหกคนที่ให้ปากคำว่า เห็นภาพนิมิตของแม่พระผู้นิรมลเมื่อปี 1981พระแม่ทรงปรากฏพระองค์ต่อเด็กสาวสี่คนและเด็กหนุ่มสองคนในฐานะ “ราชินีแห่งสันติภาพ” และส่งข้อความแรกในหลายพันข้อความ  ชี้แนะให้ผู้มีศรัทธาหมั่นสวดภาวนาและขอให้คนบาปสำนึกผิด  ตอนนั้นดราจีเซวิกอายุ 16 ปี  และเมดจูกอเรเป็นหมู่บ้านในยูโกสลาเวียที่ปกครองโดยคอมมิวนิสต์ ยังไม่ใช่ศูนย์กลางปาฏิหาริย์แห่งการรักษาและการกลับใจที่ดึงดูดผู้จาริกแสวงบุญ 30 ล้านคนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ฉันอยู่ที่เมดจูกอเรกับชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่ง  ส่วนใหญ่เป็นคุณพ่อจากบอสตันกับชายสองหญิงสองที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย  เรามีอาร์เทอร์ บอยล์ คุณพ่อลูก 13 วัย 59 ปีเป็นผู้นำ บอยล์มาที่นี่ครั้งแรกเมื่อปี 2000  พร้อมกับมะเร็งที่กระจายไปทั่วร่างและเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เดือน  เขารู้สึกหดหู่สิ้นหวังและคงไม่มาถ้าเพื่อนสองคนไม่เคี่ยวเข็ญ แต่คืนแรกที่มาถึง หลังจากแวะไปสารภาพบาป เขาก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจในทันที “ความกังวลและความเศร้าหมองหายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” เขาเท้าความหลัง “เหมือนยกภูเขาออกจากอกยังไงยังงั้นเลยครับ เหลือแต่ความโล่งเบาสบาย” เช้าวันรุ่งขึ้น  เขากับเพื่อนสองคน […]

ชีวิตเริ่มต้นที่วัย 9 ขวบ

เรื่อง อีฟ โคแนนต์ ภาพถ่าย โรบิน แฮมมอนด์ หากต้องการคำตอบตรงไปตรงมาว่า เพศสภาพกำหนดชะตาชีวิตของเราอย่างไร ลองไปถามจากปากเด็กเก้าขวบทั่วโลก เมื่ออายุเก้าขวบ เด็กชายหญิงตั้งแต่จีนถึงแคนาดา  และเคนยาถึงบราซิล บรรยายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอาชีพในอนาคต ขณะที่เด็กผู้ชายไม่เห็นว่าเพศเป็นอุปสรรค แต่เด็กผู้หญิงมากมายกลับไม่คิดเช่นนั้น ณ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กเก้าขวบสามารถประเมินโอกาสของตนเอง และข้อจำกัดที่เพศสภาพมีต่อพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเข้าใจมุมมองของเด็กๆ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตระเวนไปยังบ้าน 80 หลังในสี่ทวีป เราถามเด็กวัยเก้าขวบด้วยคำถามชุดเดียวกัน คำตอบนั้นตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม หลายคนยอมรับทันทีว่า การทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน และบทบาทที่ถูกคาดหวัง อาจเป็นเรื่องยากลำบาก เหนื่อยหน่าย สับสน และอ้างว้าง แต่อีกหลายคนไปได้สวยเมื่อพวกเขาทลายกำแพงทางเพศลงได้ การเป็นเด็กผู้หญิงมีอะไรดีที่สุด เอเวอรี แจ็กสัน ปัดปอยผมทำไฮไลต์สีรุ้งและครุ่นคิดกับคำถาม “การเป็นเด็กผู้หญิงดีหมดทุกอย่างเลยค่ะ!” แล้วอะไรเลวร้ายที่สุดในการเป็นเด็กผู้หญิง “ก็เรื่องที่พวกเด็กผู้ชายชอบพูดว่า ‘นั่นไม่ใช่เรื่องของเด็กผู้หญิง เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายต่างหาก’ ” เอเวอรีใช้เวลาสี่ปีแรกของชีวิตเป็นเด็กผู้ชาย และไม่มีความสุข ความที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงข้ามเพศอย่างเปิดเผย  มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบัน เด็กน้อยชาวแคนซัสซิตีโดยกำเนิดคนนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงอภิปรายที่ขยายวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและสิทธิทางเพศ ซันนี โภเป เด็กชายวัยเก้าขวบที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆใกล้นครมุมไบ […]

ทำความเข้าใจการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ

หากสัตว์ชนิดนั้นไม่สามารถอยู่รอดในธรรมชาติได้แล้ว เราควรพยายามปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติหรือไม่? เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ภาพนี้ต้องขยาย : สูงใหญ่มีชัยไปกว่าครึ่ง

ภาพโดย U.S. FOREST SERVICE/NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE ในภาพถ่ายเมื่อปี 1924 ภาพนี้   นั่งร้านบนยอดไม้ทำให้คนเฝ้าระวังไฟป่าที่ถือธงอยู่มองเห็นภาพมุมกว้างในป่าสงวนแห่งชาติเมานต์แชสตา รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาปีนขึ้นไปสูงขนาดนั้นได้อย่างไร แชริล โอ๊กส์ จากสมาคมประวัติศาสตร์ป่าไม้ ตั้งข้อสังเกต “ต้นไม้ต้นนี้อยู่ใกล้กับสถานีเพาะชำต้นไม้ และอาจมีโลหะให้ใช้ทำบันไดได้” การตรวจพบไฟป่าแต่เนิ่นๆ มากกว่าการดับไฟ กลายเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ  สำหรับกรมป่าไม้สหรัฐฯ หลังจากเพลิงเผาผลาญพื้นที่ราว 10,000 ตารางกิโลเมตรในรัฐไอดาโฮ  มอนแทนา และวอชิงตัน เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1910 ภัยพิบัติครั้งนั้นยังคงเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ — มาร์กาเร็ต จี. แซ็กโควิตซ์  

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.