พิทักษ์ราชสีห์แห่งกีร์

พิทักษ์ราชสีห์แห่งกีร์

“สิงโตตัวนั้นบาดเจ็บสาหัส”

ทั้งตัวมีแต่รอยแผลเก่า รอยแผลใหม่ ขนข้างตาซ้ายแหว่งไป ใกล้สันหลังมีแผลเปิด มันถูกลำเลียงขึ้นรถพยาบาลและเร่งส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสิงโตจากอุทยานแห่งชาติกีร์ ประเทศอินเดีย ที่ซึ่งมันต่อสู้กับสิงโตเพศผู้เจ้าถิ่น อาจเป็นการแย่งชิงอาณาเขตกัน มันโกรธจัด พุ่งเข้าใส่กรงและคำรามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ทีมสัตวแพทย์รีบย้ายมันไปไว้ใน “กรงบังคับ” โดยหมุนกลไกให้ด้านข้างเลื่อนเข้าหากันเพื่อตรึงมันไว้ มันก้มหัวลง เสียงคำรามเบาลง ปเรศ วาเธร์ หัวหน้าสัตวแพทย์ สวมชุดผ่าตัดและรีบเสียบสายน้ำเกลือเข้าที่หางของสิงโต ฉีดยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ ทีมของเขาดูแลบาดแผลที่เอื้อมถึงโดยไม่ถูกแว้งกัด จากนั้นเข็นมันไปยังกรงที่เงียบสงบกว่า ห่างจากสิงโตและเสือดาวตัวอื่นๆ ที่เข้ามารับการรักษา

ป่าผลัดใบที่ทอดยาวผ่านอุทยานแห่งชาติกีร์เป็นแหล่งหลบภัยสำคัญยิ่งของสิงโตเอเชีย พวกมันเคยเดินท่องตั้งแต่ป่าชายฝั่งทางตอนเหนือของแอฟริกาไปจนถึงกรีซ เปอร์เซีย และมาถึงอินเดียเมื่อประมาณ 15,000 ปีก่อน

วาเธร์ถอดถุงมือออกและแจ้งความคืบหน้าให้เราทราบ สิงโตตัวนั้นจะอยู่สังเกตอาการที่โรงพยาบาลต่อไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นหวังว่ามันจะได้รับการปล่อยกลับคืนสู่อุทยาน ที่นั่นมันจะได้กลับไปอยู่กับสิงโตเอเชีย  กลุ่มสุดท้ายของโลก ซึ่งอาศัยอยู่เฉพาะที่นี่ในรัฐคุชราตทางตะวันตกของอินเดียริมทะเลอาหรับ

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเศร้าอีกเรื่องหนึ่งของการสูญเสียสัตว์ที่สง่างามชนิดหนึ่ง ย้อนหลังไปหนึ่งศตวรรษก่อน มีสิงโตเอเชียเหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียว แต่ความพยายามอันน่าทึ่งในการอนุรักษ์ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณก้อนโตจากรัฐบาลอินเดีย ช่วยให้พวกมันพ้นจากปากเหวแห่งการสูญพันธุ์ จากการสำรวจประชากรเมื่อปี 2025 พบว่า มีสิงโตเอเชียเหลืออยู่ 891 ตัว ถึงกระนั้น อนาคตของพวกมันก็ยังจัดว่าไม่มั่นคง

การอนุรักษ์สัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่อย่างสิงโตเอเชียในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1.5 พัน ล้านคนนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนอย่างยิ่ง เมื่อจำนวนสิงโตเพิ่มขึ้น ความท้าทายอีกระดับก็ส่อเค้า สิงโตประมาณร้อยละ 44 อาศัยอยู่นอกพื้นที่คุ้มครอง โดยบางส่วนท่องไปตามหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ล่าปศุสัตว์และนานๆครั้งก็ทำร้ายคน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าบางคนเชื่อว่า ภัยพิบัติใหญ่เพียงครั้งเดียว เช่น ไซโคลน น้ำท่วม ไฟป่าหรือไวรัส อาจทำให้การฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์ของสิงโตต้องหยุดชะงักลง “เรามีไข่ทั้งหมดอยู่ในตะกร้าใบเดียวครับ” ยาทเวนทรเทพ ฌาลา อดีตคณบดีสถาบันสัตว์ป่าแห่งอินเดีย ผู้ใช้เวลา 30 ปีศึกษาสิงโตเอเชีย เปรียบเปรย

สิงโตหนุ่มนอนบนหญ้าแห้งในวันที่อากาศร้อนจัดช่วงฤดูร้อน ลูกสิงโตเพศผู้จะอยู่กับครอบครัวจนกระทั่งอายุสองถึงสามปี จากนั้นจึงออกไปใช้ชีวิตตามลำพัง

โมหัน ราม ซึ่งขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของกรมป่าไม้รัฐคุชราต ผู้ทำงานในอุทยานแห่งชาติกีร์ตั้งแต่ปี 2018 บอกว่า การฟื้นตัวของสิงโตถือเป็น “เรื่องราวความสำเร็จด้านการอนุรักษ์ที่ยิ่งใหญ่” แต่ความสำเร็จนั้นมาพร้อมกับคำถามสำคัญข้อหนึ่งด้วย นั่นคือ ทำอย่างไรจึงจะรับประกันความอยู่รอดในระยะยาวของสิงโต

สิงโต “สมัยใหม่” แยกสายตระกูลออกจากกันเมื่อประมาณ 70,000 ปีก่อน แพนเทรา เลโอ เมลาโนไชตา (Panthera leo melanochaita) อาศัยอยู่ทางตะวันออกและทางใต้ของแอฟริกา และ แพนเทรา เลโอ เลโอ (Panthera leo leo) พบทางตอนกลางและตะวันตกของแอฟริกา และมีประชากรกลุ่มย่อยที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างกันในอินเดีย นั่นก็คือสิงโตเอเชีย

แพนเทรา เลโอ เลโอ เคยท่องไปทั่วตั้งแต่ผืนป่าชายฝั่งทางตอนเหนือของแอฟริกา ผ่านทางเหนือของกรีซ ข้ามดินแดนเมโสโปเตเมียและเปอร์เซีย ไปจนถึงอินเดียเมื่อ 15,000 ปีก่อนเป็นอย่างน้อย และไม่ว่าสิงโตเหล่านี้จะไปที่ใด พวกมันก็เป็นที่ยำเกรง หวาดกลัว และถูกเข่นฆ่า

ราชาแห่งสัตว์ป่าตราตรึงอยู่ในจินตนาการของมนุษย์มาตลอดประวัติศาสตร์ โดยเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง พลังอำนาจ ความกล้าหาญ และความสง่างาม นั่นช่วยอธิบายว่า เพราะเหตุใดการล่าสิงโตจึงเป็นกิจกรรมหย่อนใจอันหรูหราของบรรดากษัตริย์และสมาชิกราชวงศ์มานานนับพันปี ย้อนกลับไปถึงยุคสุเมอร์ ต่อเนื่อง    มาจนถึงยุคสมัยใหม่กับบรรดาราชันผู้ปกครองแว่นแคว้นของอินเดียและบริติชราช

ในฤดูมรสุม ป่าจะเขียวชอุ่มและน้ำจะเต็มแม่น้ำในรัฐคุชราต แต่พอถึงเดือนเมษายน น้ำจะแห้งเหือด ทำให้สิงโตเพศเมียตัวนี้และลูกต้องออกไปหาแหล่งน้ำหนึ่งในไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ในกีร์

ชาวฮินดูบูชาสิงโตมานานหลายพันปีแล้ว ในคัมภีร์พระเวทภาษาสันสกฤตโบราณ สัตว์ครึ่งคนครึ่งสิงโตคล้ายเซนทอร์ที่ชื่อ นรสิงห์ ถือเป็นอวตารปางหนึ่งของพระวิษณุ และพาหนะหนึ่งของพระแม่ทุรคา เทวีนักรบในศาสนาฮินดู คือสิงโต ล่วงถึงปี 1947 สิงโตกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของสาธารณรัฐอินเดียที่เพิ่งสถาปนาขึ้นหลังได้รับเอกราช

จนถึงทุกวันนี้ การพบเห็นสิงโตถือเป็นมงคล เป็นการมาเยือนของทวยเทพ และความเชื่อนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรสิงโตฟื้นตัวขึ้น “สิงโตในกีร์เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ และมนุษย์ก็เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสิงโตครับ” ฌาลากล่าว

ความพยายามอันน่าทึ่งและนวัตกรรมต่างๆตลอดหลายปีที่ผ่านมาช่วยดึงสิงโตให้พ้นจากปากเหวแห่งการสูญพันธุ์ รัฐบาลอินเดียจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากีร์ขึ้นเมื่อปี 1965 และพื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1975 กรมป่าไม้จัดกำลังพลเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวนมากเพื่อปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา กรมป่าไม้นำระบบเฝ้าระวังไฮเทคมาใช้ สร้างโรงพยาบาลสัตว์ป่ามากขึ้น และเพิ่มโครงการที่ชุมชนมีส่วนร่วม

เมื่อปี 2024 อุทยานแห่งชาติกีร์มีนักท่องเที่ยวเกือบ 900,000 คนหลั่งไหลมาชมสิงโตเอเชียอย่างใกล้ชิด การหาวิธีบริหารจัดการสิงโตเหล่านี้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับชุมชนมนุษย์ยังคงเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับเจ้าหน้าที่

สิงโตยังได้อานิสงส์จากการอาศัยอยู่ในรัฐคุชราต รัฐบ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีนเรนทร โมที สิงโตเป็นความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่นและเป็นแหล่งรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว ในช่วงปี 2021 ถึง 2024 รัฐจัดสรรงบประมาณกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อคุ้มครองสิงโต ผลกระทบโดยรวมคือ หลังจากมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์  อย่างยิ่งมานานกว่าสองทศวรรษ สิงโตเอเชียได้รับการปรับลดสถานภาพเป็นใกล้สูญพันธุ์ในปี 2008 จากนั้น การศึกษาพันธุกรรมครั้งใหม่จัดประเภทพวกมันใหม่เป็นชนิดย่อย แพนเทรา เลโอ เลโอ และจากการประเมินครั้งล่าสุดในปี 2025 สิงโตเหล่านี้ยังคงมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าบางคนอย่างฌาลา รู้สึกว่าน่าจะเป็นเรื่องยากที่สิงโตจะปลอดภัยอย่างแท้จริง ตราบใดที่พวกมันยังอาศัยอยู่ในภูมิภาคเดียว สัญญาณเตือนเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อโรคไข้หัดสุนัขที่ติดต่อได้ง่ายมากซึ่งคาดว่าระบาดจากสุนัขจรจัด คร่าชีวิตสิงโตไปอย่างน้อย 23 ตัว มันเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่คร่าชีวิตสิงโตประมาณหนึ่งพันตัวในระบบนิเวศเซเรงเกติของแอฟริกาเมื่อปี 1994

ความหวาดกลัวต่อโรคกระตุ้นให้มีการสร้างโรงพยาบาลสำหรับรักษาสิงโตเอเชียเป็นการเฉพาะ เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ วาเธร์ หัวหน้าทีมสัตวแพทย์ จะรักษาสัตว์ป่าเจ็บป่วยในป่าเลย แต่สัตว์ที่ป่วยหนักจะถูกเร่งนำส่งไปยังโรงพยาบาลหนึ่งใน 11 แห่งซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ด้วย

นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งในอุทยานแห่งชาติกีร์ได้เห็นภาพที่หาดูได้ยาก นั่นคือสิงโตเอเชียเพศผู้และเพศเมียตัวเต็มวัย ยืนอยู่ด้วยกันใต้ร่มไม้ สิงโตทั้งสองเพศแทบจะไม่เคยมาพบกันเลย ยกเว้นตอนแบ่งปันเหยื่อหรือผสมพันธุ์

สิงโตต้องการอาณาเขตกว้างใหญ่ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสี่แห่งและอุทยานแห่งชาติกีร์กำลังจะเต็มอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันคาดว่าสิงโตในอุทยานแห่งชาติกีร์ประมาณร้อยละ 44 อาศัยอยู่นอกพื้นที่คุ้มครองในบริเวณที่มนุษย์ครอบครอง ได้แก่ พื้นที่เกษตรกรรม ถนน ทางรถไฟ และเมืองน้อยใหญ่ การบริหารจัดการสิงโตจึงจำเป็นต้องใช้กระบวนทัศน์การอนุรักษ์ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด

กลยุทธ์การเฝ้าระวังสัตว์ป่าในกีร์รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ทำแผนที่ดิจิทัลแบบพกพาให้เจ้าหน้าที่อุทยานซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถติดตามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และแบ่งปันสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเขตอนุรักษ์ได้แบบเรียลไทม์

สิงโตเพศเมียสองตัวให้ลูกสิงโตอายุประมาณห้าเดือนอยู่ตรงกลาง ขณะข้ามลำธารที่แห้งเหือดในอุทยานแห่งชาติกีร์ เมื่อเทียบกับสิงโตในแอฟริกาแล้ว สิงโตเอเชียมีขนาดเล็กกว่าและมีรอยพับยาวที่ท้อง

เพื่อให้เห็นกับตา สตีฟ วินเทอร์ ช่างภาพและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และฉันจึงใช้เวลาหนึ่งวันอยู่กับหน่วยเฝ้าระวังไฮเทคของกีร์ ภายในศูนย์ติดเครื่องปรับอากาศที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดไดรฟ์ และจอภาพขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ ละหาร ฌาลา สาธิตให้เราดูวิธีที่พวกเขาติดตามสิงโตหกตัวที่ติดปลอกคอจีพีเอส ตลอด 24 ชั่วโมง เขาคลิกแผนที่จีไอเอส หรือระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ซึ่งซ้อนทับด้วยเส้นหยักหลากสี แสดงให้เห็นว่าสิงโตไปที่ไหน อยู่ที่ไหน และเส้นทางหรือฉนวนที่พวกมันใช้เดินทาง ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และการลาดตระเวน

นอกจากนี้ สมาชิกทีมเทคนิคยังกำลังรวบรวมข้อมูล “เฟซบุ๊ก” ของสิงโตในกีร์ โดยใช้เครื่องมือเอไอระบุอัตลักษณ์ของแต่ละตัวจากภาพถ่ายด้วยการวิเคราะห์รูปแบบขนหนวดที่เป็นเอกลักษณ์ (จุดขนหนวดบนจมูก) และรอยแผลเป็นบนใบหน้าหรือตำหนิอื่น ณ เดือนธันวาคม ปี 2025 พวกเขาจัดทำบัญชีรายชื่อสิงโตไปแล้ว 354 ตัว หรือคิดเป็นประมาณสองในห้าของประชากรทั้งหมดที่ทราบ

เพื่อเพิ่มประชากรเหยื่อตามธรรมชาติของสิงโต เช่น กวางดาว และกวางป่า คนงานมักกำจัดพืชรุกราน เช่น อบเชยและผกากรอง แล้วปลูกหญ้าพื้นเมืองที่มีคุณค่าทางโภชนาการทดแทน
สิงโตฝูงใหญ่ประกอบด้วยเพศเมียสามตัวและลูกอีก 10 ตัว เดินอยู่ในอุทยานแห่งชาติกีร์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการผสมผสานเทคนิคการเฝ้าระวังและการจัดการที่ทันสมัยช่วยปกป้องสิงโตเอเชียเกือบ 900 ตัวในภูมิภาคนี้

กรมป่าไม้ยังต้องคอยเฝ้าระวังทางหลวงช่วงสำคัญใกล้กับอุทยานด้วย เมื่อกล้องถ่ายภาพธรรมดาหรือกล้องถ่ายภาพความร้อนตรวจพบสัตว์อยู่ใกล้ๆ จอแอลอีดีจะเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว เซนเซอร์จะติดตามความเร็วของยานพาหนะแต่ละคัน และแสดงความเร็วพร้อมกับหมายเลขทะเบียนรถบนหน้าจอข้างทาง โทรทัศน์วงจรปิดที่ถ่ายทอดสดจะคอยตรวจสอบจุดเข้าและออกของอุทยาน ระบบจีพีเอสติดตามยานพาหนะท่องเที่ยวทุกคันในอุทยาน และในหมู่บ้าน 300 แห่งมีผู้แจ้งเบาะแสที่ได้รับค่าจ้างทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในกีร์จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่กำลังจัดตั้งเขต “พื้นที่อ่อนไหวทางนิเวศวิทยา” อย่างเป็นทางการรอบอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสามแห่ง ซึ่งเปรียบเหมือนมาตรการรองรับแรงกระแทกที่ขัดขวางการทำเหมือง โรงงาน และมลพิษขณะที่ยอมให้สัตว์เคลื่อนที่ไปมาได้

เหตุลักลอบล่าสัตว์ร้ายแรงครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 2007 เมื่อสิงโตแปดตัวถูกฆ่าเพื่อเอากรงเล็บ กระดูก และฟันเขี้ยว ซึ่งเป็นของมีราคาในตลาดมืดของเอเชีย โศกนาฏกรรมครั้งนั้นกระตุ้นให้เกิดการคุ้มครองที่เข้มงวดมากขึ้น ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่มากกว่า 600 นายลาดตระเวนในภูมิภาคนี้

รามกล่าวว่า ที่นี่เป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ไม่มีการลักลอบล่าสัตว์เลย รายงานจากไอยูซีเอ็นพบว่า สิงโตในอินเดียปลอดภัยกว่าสิงโตในแอฟริกาถึง 20.5 เท่า

เรื่อง ชารอน กายนัป

ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์

แปล ปณต ไกรโรจนานันท์


อ่านเพิ่มเติม : แกะรอยช้างล่องหนแห่งแองโกลา

Recommend