การประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐกอทูเล” จุดกระแสความสนใจให้กับสังคมไทยแต่เบื้องหลังรัฐเกิดใหม่ที่ยังไร้รูปร่างนี้ กลับเต็มไปด้วยคำถามด้านอำนาจ อัตลักษณ์ และความเสี่ยงที่ไทยไม่อาจมองข้าม
- สาธารณรัฐกอทูเล: การประกาศเชิงสัญลักษณ์มากกว่าความเป็นรัฐจริง
การสถาปนา “สาธารณรัฐกอทูเล” โดยกลุ่ม KTLA ยังขาดองค์ประกอบรัฐที่ชัดเจน ทั้งดินแดน การบริหาร และการยอมรับ ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก KNU และถูกมองว่าเป็นการช่วงชิงพื้นที่ข่าวมากกว่าการตั้งรัฐที่เป็นรูปธรรม - ความเสี่ยงด้านความมั่นคงชายแดนไทย–เมียนมา
พื้นที่ของ KTLA อยู่ใกล้ชายแดนไทย มีความเสี่ยงเกิดความขัดแย้งกับกองกำลังอื่น ส่งผลต่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การอพยพข้ามแดน และภาระด้านความมั่นคงที่ไทยอาจต้องรับเพิ่ม -
บริบทการเมืองชาติพันธุ์และผลกระทบระดับภูมิภาค
การประกาศเอกราชอาจก่อ “โดมิโนเอฟเฟกต์” ต่อกลุ่มชาติพันธุ์อื่น และกระทบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ–พลังงาน โดยเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงจีนและท่อก๊าซธรรมชาติ ทำให้สถานการณ์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
หลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับข่าวความขัดแย้งทางชายแดนมาโดยตลอด พลันเมื่อมีการประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐกอทูเล” (Republic of Kawthoolei-KTLA) ให้กลายเป็นเพื่อนบ้านใหม่ สังคมไทยจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งที่เอาเข้าจริงสาธารณรัฐกอทูเล ที่มี พล.อ.เนอดา โบ เมียะ ลูกชาย นายพลโบเมียะ อดีตผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ยังไม่ได้มีขอบเขตประเทศและอำนาจการบริหารรัฐที่ชัดเจนด้วยซ้ำ
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวชายขอบ สื่อไทยที่ติดตามประเด็นสังคมกลุ่มคนชายขอบทั้งในท้องถิ่นและข้ามพรมแดน รวมถึงสื่อมวลชนไทยหลายสำนัก รายงานตรงกันว่า พะโด่ซอตอนี โฆษกสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) องค์กรซึ่งต่อสู้เรียกร้องกับรัฐบาลทหารเมียนมามาอย่างยาวนาน ยืนยัน พล.อ.เนอดา โบ เมียะ ไม่ได้เป็นตัวแทนใดๆ ของ KNU และการประกาศสถาปนารัฐใหม่เป็นเพียงคำกล่าวของกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งที่แยกตัวออกไป ขณะที่เพจ Karen Information Center ซึ่งเป็นสื่อหลักของชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1.4 ล้านคน ก็ไม่ได้รายงานความเคลื่อนไหวนี้ ราวกับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเป็นเอกราชของ สาธารณรัฐกอทูเล ทั้งที่การแยกเป็นประเทศคือความฝันสูงสุดของชนชาติกะเหรี่ยงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
“เป็นเพียงการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ และชิงพื้นที่สื่อ โดยเฉพาะกับสื่อในประเทศไทย ซึ่งอยู่ติดกับทั้งเมียนมาและพื้นที่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ความเป็นจริง KTLA ไม่ได้มีศักยภาพขนาดนั้น ไม่ได้มีระบบการบริหาร การศึกษา สาธารณสุข” กฤษณะ โชติสุทธิ์ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ติดตามชนกลุ่มน้อยในเมียนมาให้สัมภาษณ์กับ เนชั่นแนลจีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทย



“กอทูเล” อยู่ตรงไหน และเกี่ยวข้องกับไทยอย่างไร?
เมียนมามีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน และเดิมทีชาวกะเหรี่ยงอาจไม่ได้มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนสู่สาธารณะมากเท่าเมียนมา แต่ชาวกะเหรี่ยงและชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มเริ่มมีความแข็งแกร่งของอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์มากขึ้นในช่วงที่เมียนมาตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ช่วงปี ค.ศ. 1824–1948 ซึ่งการปกครองในช่วงนั้นอังกฤษใช้ระบบการบริหารแบบแบ่งแยก
หลังจากเมียนมาได้รับเอกราชจากอังกฤษ พื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินและพื้นที่ใกล้เคียงที่ชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ได้รับการกำหนดให้เป็น “รัฐกะเหรี่ยง” (Karen State) โดยพื้นที่ควบคุมของ KNU แบ่งพื้นที่เป็น 7 พื้นที่ในรัฐกะเหรี่ยง และ มี 7 กองพลควบคุม เช่น ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก และกาญจนบุรี ภูมิภาคตะนาวศรี (ติดต่อกับจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง)
กฤษณะ โชติสุทธิ์ บอกว่า กลุ่ม KTLA ในปัจจุบันมีพื้นที่หลักตรงข้าม อ.อุ้มผาง จ.ตาก มีพื้นที่น้อยมากหากเทียบกับพื้นที่ KNU ซึ่งจากนี้ไป เมื่อมีการสถาปนารัฐใหม่ขึ้น หาก KTLA มีความแย้งกับกลุ่มกองกำลังอื่นๆ ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะมีการปะทะกันได้ การเพิ่มความขัดแย้งในช่วงเวลานี้ ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ยังคงพึ่งพาจากฝั่งไทย และบริเวณดังกล่าวจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ไทยต้องแบกรับภาระผู้หนีภัยจากการสู้รบ ที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล
“การประกาศตัวของกอทูเล แม้ในวันนี้ประเมินกันว่าขนาดกองทัพยังเล็กมากเมื่อเทียบกับ KNU แต่เมื่อมีสมาชิกใหม่ติดกับชายแดน รัฐบาลไทยจะจัดการอย่างไรกับประตูชายแดนช่องต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับชุมชนในฝั่งเมียนมาที่พึ่งพาจากฝั่งไทย ซึ่งในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังอึมครึมเช่นนี้ ที่น่าห่วงคือความต้องการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศมหาอำนาจ ทุกวันนี้จีนเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเมียนมา แต่หากมีกลุ่มกองกำลังที่ประกาศตัวใหม่ก็มองได้ว่าพวกเขาเชื้อเชิญกลุ่มฝั่งตรงข้ามให้มาสนับสนุน”

การจัดตั้ง ‘รัฐ’ ทำได้อย่างไร ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
การจัดตั้งประเทศหรือรัฐใหม่ทำได้อย่างไร? คือคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งในทางมานุษยวิทยา รัฐ (State) ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ประชาชน พรมแดน และรูปแบบการปกครอง โดยองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนคือปัจจัยที่จะบ่งชี้ความเป็นรัฐ โดยที่รัฐเองก็ต้องมีกฎระเบียบที่ประชาชนในพื้นที่นั้นต้องเคารพและปฏิบัติ
ในอดีตแนวความคิดเรื่องเขตแดนหรือพรมแดนนั้น แบบ รัฐจารีต หรือ Traditional State มักจะเป็นการปกครองที่พบในอาณาจักรยุคโบราณซึ่งไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน แต่เป็นการขยายขอบเขตอำนาจขึ้นอยู่กับบริเวณไกลที่สุดที่รัฐสามารถใช้อำนาจปกครองไปถึง และพร้อมที่จะใช้กำลังป้องกันเมื่อมีศัตรูรุกราน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจากรัฐจารีตสู่รัฐสมัยใหม่ (Modern State) มีความจำเป็นและความต้องการใช้ประโยชน์จากดินแดนเพิ่มมากขึ้น จึงมีแนวโน้มที่จะกำหนดเขตแดนระหว่างกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้นตามไปด้วย
กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ อธิบายเรื่อง ‘ข้อมูลเขตแดน’ ว่า ความเป็นรัฐสมัยใหม่ในแง่การเมืองการปกครองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่มีผลในปัจจุบัน ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ข้อ คือ 1. มีประชากร 2. มีดินแดนที่ชัดเจน 3. มีรัฐบาลที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4. มีความสามารถในการทำข้อตกลงหรือเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวพันทางกฎหมาย หรือที่เราเรียกกันว่ามี ‘นิติสัมพันธ์’
บทความ การรับรองรัฐ (State Recognition) เขียนโดย รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อดีตอาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันเผยแพร่เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2560 อธิบายเพิ่มเติมว่า ในมาตราที่ 3 ของ Montevideo Convention on Rights and Duties of the states ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการรับรองรัฐระบุว่า การดำรงอยู่ทางการเมือง รัฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยอมรับของรัฐอื่นๆ ซึ่งหากรัฐใดที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้ง 4 ประการ คือ มีดินแดนที่แน่นอน มีประชากร มีรัฐบาล และมีอำนาจอธิปไตยที่จะติดต่อกับรัฐอื่นได้โดยตนเองก็ถือว่าเป็นรัฐโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะมีรัฐอื่นๆ รับรองหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศที่ต้องการติดต่อด้วย
ตัวอย่างรัฐปาเลสไตน์ (State of Palestine) ซึ่งได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อ ค.ศ. 1988 โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐอธิปไตยโดย 151 จาก 193 รัฐสมาชิกสหประชาชาติ โดยที่ยังมีบางประเทศยังไม่รับรองด้วยเหตุผลว่ายังไม่มีข้อตกลงที่เจรจากับอิสราเอลได้สำเร็จ
ขณะที่สาธารณรัฐกอทูเล ในวันนี้เป็นเพียงการถูกสถาปนาขึ้นจากกองกำลังทหารภายใต้การนำของ พล.อ.เนอดา โบ เมียะ ลูกชายอดีตผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงผู้มากอิทธิพลเพียงเท่านั้น
จาก ติมอร์-เลสเต ถึง สาธารณรัฐกอทูเล
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา ให้ข้อมูลว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต คือประเทศล่าสุด ที่แยกตัวเป็นอิสระ และได้รับเอกราชอย่างเต็มตัวเมื่อ ค.ศ. 2002 ถึงเช่นนั้นกรณีของติมอร์-เลสเต ก็แตกต่างจากสาธารณรัฐกอทูเล มาก ในเรื่องของความพร้อม เพราะในเชิงกายภาพ กลุ่ม KTLA มีเพียงกองกำลังทหาร แต่ใช้กลยุทธ์สร้างพื้นที่ข่าวแบบ ‘อนุรัฐภายใต้จินตภาพแบบมหารัฐ’ (Sub-State under Greater State Imagination) ที่ประกาศใหญ่กว่าความเป็นจริง เพราะพื้นที่ที่ประกาศเอกราชมีขนาดเล็ก แต่ผู้นำกอทูเลพยายามประกาศอัตลักษณ์รัฐชาติที่มีขอบเขตกว้างใหญ่ คือ การเป็น ‘มหารัฐกอทูเล’
“การประกาศเอกราชไม่น่ามีผลกระทบในประเด็นทางทหาร เพราะกองกำลังกอทูเลมีขนาดเล็ก แต่ที่ต้องระวังอย่างมาก คือผลกระทบแบบโดมินิโน (Domino Effect) ที่กระตุ้นให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีศักยภาพกว่า มีท่าทีอย่างไรต่อการประกาศเอกราชครั้งนี้


รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้มองฉากทัศน์ ได้ 3 อย่างคือ 1.รัฐบาลเมียนมาจับตา และปล่อยให้เรื่องเงียบไปเอง เพราะในกระแสสื่อต่างประเทศ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก 2.เนื่องจากสิ่งที่ KTLA เรียกร้องคือการประกาศเอกราช ซึ่งแตกต่างจาก KNU ซึ่งมีเป้าหมายคือการปกครองในระบอบ ‘สหพันธรัฐ’ (Federal Union) ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า รัฐบาลทหารเมียนมาจะส่งกองกำลังมาจัดการกับ KTLA ตั้งแต่ตอนนี้เพื่อบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มต้น 3.เกิดการต่อสู้ระหว่าง KNU กับ KTLA เพื่อแย่งชิงการนำ โดยมีรัฐบาลเมียนมาจับตาดู
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า แม้จะมีพื้นที่ปกครองขนาดเล็ก แต่พื้นที่การปกครองของสาธารณรัฐกอทูเล อยู่ในพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เชื่อมต่อกับเส้นทางท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเทศไทยและเป็นโปรเจคที่จีนให้การสนับสนุนโดยตรง นั่นหมายความว่าหากการสถาปนาสาธารณรัฐกอทูเล ทำให้ผลประโยชน์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ย่อมส่งผลถึงความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งขึ้น
สำหรับประเทศไทย ถึงตรงนี้ยังมองไม่เห็นโอกาสใหม่ๆจากการมีเพื่อนบ้านชื่อใหม่ มีเพียงความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนจากการสถาปนารัฐใหม่โดยกลุ่มกองกำลังทหาร โดยเฉพาะปัญหาการอพยพข้ามชายแดนหากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น
ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ความเป็นไปของรัฐใหม่ซึ่งปรากฏเป็นข่าวในสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่าง “สาธารณรัฐกอทูเล” ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง
กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย. ข้อมูลเขตแดน
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. คำศัพท์ทางมานุษยวิทยา State
การรับรองรัฐ (State Recognition) โดยโกวิท วงศ์สุรวัฒน์
พม่าภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ในวิกิพีเดีย สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2569
เรื่อง : กองบรรณาธิการ เนชั่นแนลจีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทย
หมายเหตุ : ภาพปกประกอบเรื่อง หญิงชาวกะเหรี่ยงแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง มอบพวงหรีดให้แก่ทหารในงานฉลองปีใหม่ ณ ค่าย KNDO (องค์กรป้องกันประเทศกะเหรี่ยง) ชายแดนเมียนมาร์ ตรงข้ามท่าสองยาง จังหวัดตาก ประเทศไทย
อ่านเพิ่มเติม : เสียงกลองและศรัทธา มองพลังวัฒนธรรมเคิร์ดผ่านพิธีกรรมอายุพันปี
