ชีวิตไร้หน้ากากอนามัยของผู้ได้รับ วัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา

ชีวิตไร้หน้ากากของผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ

แนวปฏิบัติใหม่ในสหรัฐฯ ตั้งเป้าสร้างความมั่นใจกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไวรัสจากการฉีด วัคซีนโควิด-19 ในเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่กังวลว่าอาจสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึง

ตลอดช่วงปีที่แล้ว สาธารณชนต่างมองว่าพื้นที่กลางแจ้งเป็นพื้นที่แห่งความหวังในช่วงเวลาแห่งการเว้นระยะห่างทางสังคม พื้นที่กลางแจ้งกลายเป็นสถานที่เดียวในช่วงเวลาแห่งการปิดเมืองที่ผู้คนมาออกกำลังกาย ผ่อนคลาย หรือรวมตัวภายใต้การเว้นระยะห่างของที่นั่ง และในช่วงที่มีหลักฐานชัดเจนว่าขณะนี้การรวมตัวกลางแจ้งที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในระดับต่ำแล้ว เนื่องจากการได้รับ วัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง หลายคนก็รู้สึกผ่อนคลายที่จะถอดหน้ากากอนามัยและลดการป้องกันตัวเองลง

อย่างไรก็ตาม การตีความของผู้คนว่ากิจกรรมใดที่สามารถทำได้ปลอดภัยโดยไม่ต้องสวมหน้ากากยังคงไม่ชัดเจน ในบางพื้นที่อาจเชื่อว่าการออกไปบาร์ข้างนอกสามารถทำได้ ในขณะที่บางคนยังคงสวมหน้ากากในตอนที่พาสุนัขไปเดินเล่น

ในปัจจุบัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ได้ประกาศแนวปฏิบัติใหม่ที่หวังจะประกาศให้ชัดเจนว่ากิจกรรมใดปลอดภัยในบรรยากาศที่บริสุทธิ์ และมีคำตัดสินว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วสามารถถอดหน้ากากในกิจกรรมการรวมตัวขนาดเล็กในพื้นที่กลางแจ้ง หรือสามารถทานอาหารกลางแจ้งกับคนที่ได้รับวัคซีนแล้วและไม่ได้รับวัคซีนได้

วัคซีนโควิด-19, ฉีควัคซีน, อเมริกา, พยาบาล
พยาบาลคนหนึ่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่แขนผู้หญิงคนหนึ่งในโรงยิมของโรงเรียนมัธยมปลายโคโรนาในเขตแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ในเมืองโคโรนา เมื่อเดือนมกราคม 2021 ภาพถ่ายโดย FREDERIC J. BROWN, AFP VIA GETTY IMAGESA

“โดยปกติ สำหรับคนที่ได้รับวัคซีน สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว” โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวในทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำให้มีการสวมหน้ากากอนามัยในช่วงที่มีการรวมตัวกลางแจ้งของคนหมู่มากในสถานที่เช่นสนามกีฬาที่มีคนจำนวนมาก และคอนเสิร์ตที่ไม่สามารถทำระยะห่างทางสังคมได้โดยง่าย อันเป็นสถานที่ซึ่งอาจมีผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนปรากฎตัวอยู่”

แนวปฏิบัติใหม่

คำแนะนำวิถีชีวิตกลางแจ้งของสหรัฐฯ แบบใหม่ล่าสุดกำหนดขึ้นเพื่อขยายเสรีภาพของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมา CDC ประกาศว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโดยสมบูรณ์สามารถรวมตัวกันกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องใส่หน้ากาก จากข้อมูลตัวเลขของการฉีดวัคซีนล่าสุดพบว่า ชาวสหรัฐฯ ร้อยละ 29 ยังไม่ได้รับวัคซีนอย่างสมบูรณ์ ส่วนร้อยละ 43 ได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยเพียง 1 โดส

วัคซีนโควิด-19
คนไข้ในเมืองซีแอตเทิลรับบัตรบันทึกการฉีดวัคซีนจาก CDC ในเดือนมกราคม 2021 หลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 ทั้งบัตรบันทึกและพาสปอร์ตวัคซีนดิจิทัลอาจจะเป็นส่วนสำคัญในการเปิดการเดินทางอีกครั้ง ภาพถ่ายโดย GRANT HINDSLEY, AFP/GETTY IMAGES

“นี่คือการครุ่นคิดอย่างรอบคอบถึงขั้นต่อไปในการปรับมาตรการกิจกรรมกลางแจ้งให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน” เจเวล มัลเลน รองคณบดีด้านความเท่าเทียมทางสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์เดลล์ มหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน (The University of Texas at Austin) กล่าว คำแนะนำจาก CDC ก่อนหน้านี้ได้ให้ไฟเขียวกับกิจกรรมการออกกำลังกายข้างนอก กับข้อแม้ในการโฆษณาไปยังผู้คนว่าให้กลับมาสวมหน้ากากอนามัยหากพวกเขาต้องติดต่อกับบุคคลอื่นในระยะ 2 เมตร

“มีคนหลายคนที่พยายามครุ่นคิดถึงการสวมหน้ากากอนามัยอย่างจริงจัง และมักจะคิดทบทวนเรื่องนี้กับตัวเอง เพื่อหวังว่าจะให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น” มัลเลนกล่าว และเธอกล่าวว่าคำแนะนำใหม่นี้สามารถสร้างความมั่นใจกับผู้คนที่ต้องการทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปกป้องตัวเองและผู้อื่น

อเมริกา
บุคลากรทางการแพทย์รอนักศึกษาที่จะเข้ามาฉีดวัคซีนในพื้นที่มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ตัน รัฐเวสท์เวอร์จิเนีย ภาพถ่ายโดย STEPHEN ZENNER, GETTY IMAGES

การควบคุมโรค โควิด-19 ที่ผ่อนคลายขึ้น เปลี่ยนการรับรู้ความเสี่ยงของโรค

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนที่ศึกษาพฤติกรรมของผู้คนในช่วงการระบาดกล่าวว่าพวกเขากังวลว่าคำแนะนำที่มีเจตนาดีอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบว่าใครได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่ในสถานที่สาธารณะ และคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอาจตีความว่ามาตรการลดการสวมหน้ากากคือการอนุญาตให้พวกเขาใช้ชีวิตแบบปราศจากหน้ากากได้

“การเปลี่ยนแนวปฏิบัติของ CDC เพื่อให้เกิดความเข้มงวดที่น้อยลงกับบรรดาผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว พวกเขาก็จะลดการรับรู้ความเสี่ยงด้านไวรัสต่อทุกคน” Kaileigh Byrne นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเคลมสัน ผู้ที่ศึกษาว่าปัจเจกบุคคลตัดสินใจว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนดในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 อย่างไร กล่าวว่า “ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนที่เป็นผู้มีความเสี่ยงจะไม่แยกแยะว่าใครได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่” เธอกล่าวและเสริมว่า “พวกเขาคิดแค่ว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่โอเคสำหรับพวกเขา ก็เป็นเรื่องที่โอเคสำหรับตัวฉันเช่นกัน”

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ทางสังคม (Social Norming) ซึ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมของมนุษย์มากมาย Tobias Reynolds-Tylus นักวิจัยด้านการสื่อสารที่ศึกษากิจกรรมรณรงค์ทางสุขภาพที่มหาวิทยาลัยแห่งมหาวิทยาลัยเจมส์ เมดิสันในรัฐเวอร์จิเนียกล่าว

วัคซีนโควิด-19, หน้ากากอนามัย
เด็กๆ กำลังเล่นมวยปล้ำใต้ต้นซากุระญี่ปุ่นที่สวนเซ็นทรัลพาร์กท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในนครนิวยอร์ก หลังจากคำสั่งปิดเมืองในหลายๆ สถานที่ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้ได้ผ่อนปรนการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่เสี่ยงติดเชื้อต่ำแล้ว ภาพถ่ายโดย ALEXI ROSENFELD, GETTY IMAGES

“การเห็นคนใส่หน้ากากน้อยลงอาจส่งผลให้คนที่ไม่ได้รับวัคซีนรู้สึกราวกับว่าตัวพวกเขาเองก็ไม่ต้องสวมหน้ากากอีกต่อไป มาตรการกดดันทางสังคมเรื่องการสวมหน้ากากจะลดลงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย” เขากล่าว

แต่ท่ามกลางความสับสนที่อาจเป็นไปได้ทั้งหมด แน่นอนว่าคำแนะนำใหม่จาก CDC จะยังคงมีความจำเป็นมากขึ้นในแง่ของการรับประกันว่าคนที่ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนตอนที่โรคระบาดเริ่มต้นจะได้รับประโยชน์มหาศาล

“ข้อความ (แนวปฏิบัติใหม่) นี้ถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนที่ได้รับวัคซีนแล้ว” Byrne กล่าวและเสริมว่า “และเป็นโอกาสให้พวกเขารุ้สึกปลอดภัยในการทำสิ่งที่ไม่ได้ทำมาก่อน”

เรื่อง SARAH ELIZABETH RICHARDS


อ่านเพิ่มเติม การระบาดโรคโควิด-19 ระลอกที่สองในอินเดีย กลายการระบาดที่รุนแรงที่สุดในโลก

เรื่องแนะนำ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

ธรรมธุดงค์เพื่อสันติภาพของคนทั้งโลก

ระหว่าง “ยศฐา” กับ “ประชาชน” หากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร – พระสุธรรม ฐิตธัมโม สำหรับ นายสุธรรม นทีทอง อดีตเลขารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในวันนั้นตัดสินใจเลือกเด็กและประชาชน เป็นผลให้ต้องหลุดจากตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ก่อนที่ในที่สุดก็เลือกก้าวสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า “ฐิตธัมโม” จากนั้น หลวงพี่หมี – พระสุธรรม ฐิตธัมโม ก็เดินหน้าเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยธรรมธุดงค์สร้างสันติภาพ ซึ่งหนึ่งในเส้นทางสุดหฤโหดที่ท่านเลือกเดินคือการเดินข้ามทวีปอเมริกา และได้รับความสนใจจากชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางธรรม “ตอนนั้นเมื่อว่างจากการทำงานแล้ว เคยคิดไว้ว่าอยากเป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาสภิกขุ  และพอดีช่วงนั้นทางสวนโมกข์เปิดอุปสมบทหมู่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อาตมาจึงได้บวชเป็นลูกศิษย์ท่านสมใจ ก่อนหน้านั้นได้อ่านหนังสือคู่มือมนุษย์ของท่านแล้วก็เกิดความคิดแน่วแน่ในการบวชครั้งนี้ เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ยิ่งศึกษามากขึ้นเท่าใดก็อยากจะรู้ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น  เราได้เห็นธรรมะของพระพุทธองค์ที่ทรงสอนว่า ‘สุขอื่นใดเหนือความสงบเป็นไม่มี’ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาตมายังคงอยู่รับใช้พระศาสนา”  แล้วการเดินเพื่อสันติภาพเกิดขึ้นได้อย่างไร “ในหลักขั้นต้น พระพุทธเจ้าสอนว่า ‘ทำอย่างไรให้พ้นทุกข์’ ในความคิดของอาตมา ตอนนั้นคิดว่าเราพ้นทุกข์ได้แล้วในหลักการ แต่พอขั้นสูงขึ้น พระพุทธเจ้าทรงสอนอีกว่าเมื่อพ้นทุกข์แล้วเราจะเข้าสู่มรรคผลนิพพานได้อย่างไร เราเริ่มมองเห็นแสงสว่างว่าเรามีทิศทางสู่มรรคผลของเราได้อย่างไร มันเป็นความสุขที่สุขเหนือสิ่งอื่นใด ในการปฏิบัติสู่มรรคผลนิพพานพระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ใน 4 กิริยาหลัก นั่นคือ ยืน เดิน นอน นั่ง […]

ชาวบาจาววิวัฒน์ร่างกายให้มีม้ามใหญ่ ช่วยดำน้ำนานขึ้น

เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่การคัดเลือกทางธรรมชาติช่วยให้ชาวบาจาวซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลมีพันธุกรรมที่แข็งแรง และปรับตัวเข้ากับการดำน้ำ

ตัวตนชีวิตของ เบียร์ สิงห์น้อย ช่างภาพผู้สร้างปรากฏการณ์ให้อาคารยุคโมเดิร์นของไทย

ชายผู้บันทึกประวัติศาสตร์และเรื่องราวของสังคมในแต่ละยุคสมัย ผ่านการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม วันนี้เรานัด เบียร์-วีระพล สิงห์น้อย หรือ Beersingnoi ช่างภาพสถาปัตย์ คุยเรื่องการทำงานถ่ายภาพและชีวิตของเขา เบียร์คือเจ้าของไอจีและเฟซบุ๊คเพจ Foto_momo รวมภาพถ่ายตึกและอาคารเก่ายุคโมเดิร์นที่เขาตั้งใจตระเวนถ่ายทั่วไทย นอกจากความหลงใหลในการถ่ายภาพอาคารยุคโมเดิร์น เราค้นพบว่าเบียร์ก็ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ไม่แพ้กัน เขาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เยอะมาก และรักในประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่สมัยเรียนด้วย ทุกภาพถ่ายของเขาจึงมีเรื่องราวและเรื่องเล่าเบื้องหลัง เขาเคยบอกว่าตึกและอาคารคือหลักฐานของการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย แสดงถึงค่านิยมทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคนั้น ๆ ด้วย และนี่คือบทสนทนากับ เบียร์ สิงห์น้อย ถึงตัวตนชีวิต ในฐานะช่างภาพสถาปัตยกรรมผู้สร้างปรากฏการณ์ให้อาคารยุคโมเดิร์นของเมืองไทย คุณชอบถ่ายตึกยุคโมเดิร์นหรอ ปัจจุบันก็เรียกว่าหลงใหลดีกว่า เมื่อก่อนก็ไม่ได้ชอบ ก็มองผ่านตลอด ไม่ได้มองตึกยุคนี้มาก แต่ว่าพอยิ่งหลงกับมันยิ่งมองไปทางไหนมันก็ยิ่งเจอ ตึกที่ชอบที่สุดที่เคยไปเจอมาคือตึกไหน ตึกฟักทอง เพราะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นจริง ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจงานประเภทนี้ ตอนนั้นมันรู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมตึกมันเท่ขนาดนี้ ตึกมันเท่แต่ทำไมไม่มีใครพูดถึง ซึ่งพบคำตอบว่า เพราะคนส่วนมากยังไม่ได้สนใจ จริง ๆ วันนั้นที่เราไปถ่ายตึกฟักทอง ก็คือการไปทำงานนั่นแหละ ไปถ่ายรูปให้สมาคมสถาปนิกสยามซึ่งเค้าจะมอบรางวัลอาคารอนุรักษ์ ให้ทุกปี เราเองก็มีโอกาสได้ไปถ่ายตึกนี้ ตอนถ่ายตึกฟักทองก็รู้สึกว่าเราเรียนสถาปัตย์มาตั้งสี่ห้าปีทำไมไม่รู้จักตึกนี้เลย (หัวเราะ) เราประทับใจตึกนี้มากก็เลยไปหาว่าคนออกแบบตึกนี้คือใคร แล้วเค้าทำงานที่ไหนสร้างตึกที่ไหนอีกบ้าง ก็เริ่มตะเวนถ่ายผลงานของคุณอมร […]