การพบกันระหว่างผู้ก่อตั้ง Mission Blue และ Coral Gardners สู่ความหวังใหม่ของการปกป้องมหาสมุทร
[BRANDED CONTENT FOR ROLEX]
ปลายปีที่แล้วฉันได้มีโอกาสเดินทางไปเกาะหมาก ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พยายามสมดุลการท่องเที่ยวและการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยวิถีแบบโลว์คาร์บอน กระนั้นก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมได้ ฉันเดินทางไปพร้อมข่าวที่น่ายินดีมาก เพราะได้ไปเป็นประจักษ์พยานของการร่วมมือเพื่อฟื้นฟูปะการังในเกาะเล็ก ๆ ของทะเลอ่าวไทย ซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่มีพันธมิตรระดับโลกช่วยกันผลักดัน

อ่าวไทยเป็นแหล่งอาศัยของปะการังกว่า 300 ชนิด แต่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ของประเทศเราประสบวิกฤติปะการังฟอกขาวที่สาหัสที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากไม่มีแนวปะการังที่มีชีวิตให้เป็นบ้านแก่ฝูงปลาและสัตว์ทะเล ห่วงโซ่ชีวิตใต้ทะเลก็จะขาดตอน ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเล แต่ท่ามกลางข่าวร้าย ก็ยังมีข่าวดีที่เป็นความหวังให้เราเสมอ เพราะมีกลุ่มคนที่ทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจังไม่น้อยเคลื่อนไหวอยู่ทั่วโลก
เช่น Coral Gardeners กลุ่มนักรณรงค์เพื่อมหาสมุทรรุ่นใหม่จากเฟรนช์พอลินีเซีย พวกเขาเดินทางมายังจังหวัดตราด เพื่อตั้ง 2 สาขาใหม่ที่เกาะหมาก โดยทำงานคู่ขนานกันไปกับสาขาที่เฟรนช์พอลินีเซีย และฟิจิ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2023

ติตอน เบอนิคอต (Titouan Bernicot) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Coral Gardeners ชายหนุ่มวัยปลาย 20 ผู้เริ่มทำงานอนุรักษ์มาตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี เขามาพร้อมกับทีมงานจากแดนไกล และได้สร้างทีมงานใหม่ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นของเกาะหมากให้มาเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูปะการังบนเกาะบ้านเกิดของพวกเขาเอง
การทำงานขององค์กรรุ่นใหม่อย่าง Coral Gardeners ได้รับการสนับสนุนจาก Rolex Perpetual Planet Initiative ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมบุคคลและองค์กรซึ่งมุ่งมั่นการปกป้องโลกธรรมชาติและระบบนิเวศซึ่งค้ำจุนชีวิต โดยใช้วิทยาศาสตร์มาเป็นนำทางการขับเคลื่อน
หนึ่งในองค์กรที่ Rolex Perpetual Planet Initiative สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องก็คือ Mission Blue ซึ่งมีพันธกิจในการปกป้องท้องทะเล ก่อตั้งโดย ดร.ซิลเวีย เอิร์ล (Dr.Sylvia Earle) นักสมุทรศาสตร์วัย 90 ผู้อุทิศชีวิตให้กับงานนี้มากว่า 60 ปี เอิร์ลเดินทางไปทั่วโลก พร้อมกับองค์กร Mission Blue ของเธอซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่าย Hope Spots พื้นที่ที่เป็นความหวังในการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลระดับโลก พร้อมกันนั้นก็ยังเฟ้นหายกย่องเชิดชูผู้คนที่นับว่าเป็นฮีโร่ของมหาสมุทร

เอิร์ลและเบอนิคอต ได้มาพบกันที่เมืองไทย เพื่อทำงานร่วมกันในการอนุรักษ์มหาสมุทร และสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพของแนวปะการัง สัตว์ทะเล และชุมชนชายฝั่งที่ต้องพึ่งพามหาสมุทรเพื่อความอยู่รอด นักอนุรักษ์มหาสมุทรสองรุ่นได้สำรวจแนวปะการังร่วมกัน ทำงานและแบ่งปันความรู้กับคนพื้นที่ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความงามและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลของเกาะเหล่านี้
เป้าหมายสู่ Hope Spot แห่งใหม่
Mission Blue เน้นย้ำความสำคัญของการปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญทั่วโลก ผ่านการกำหนด “Hope Spots” หรือพื้นที่แห่งความหวัง พื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยาซึ่งจำเป็นต่อการรักษาเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต หรือสถานที่ที่ชุมชนต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์เพื่อความอยู่รอด

ด้วยการสนับสนุนจาก Rolex ตั้งแต่ปี 2014 จำนวนของ Hope Spots ได้เพิ่มขึ้นจาก 50 แห่ง เป็นมากกว่า 160 แห่ง ในปี 2026 Hope Spots หลายแห่งประสบความสำเร็จ หรือมีความก้าวหน้าในการขยายเขตคุ้มครอง เช่น นูซาเปอนีดา อินโดนีเซีย, เขตสงวนชูมาช นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย, อ่าวเอ็กซ์เมาธ์ในออสเตรเลียตะวันตก และหมู่เกาะอะโซเรส พื้นที่ Hope Spot ทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทร 55,000,000 ตารางกิโลเมตร และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายระดับโลกที่มุ่งสู่การปกป้องพื้นที่ทางทะเลของโลกให้ได้ 30% ภายในปี 2030
“ไม่มีใครสามารถทำทุกอย่างได้ แต่ทุกคนสามารถทำบางอย่างได้ และเมื่อเราร่วมมือกัน เราก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง” เอิร์ล ผู้ก่อตั้ง Mission Blue กล่าว
หลายปีก่อน มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งผู้ไม่อาจเพิกเฉยกับปัญหานี้ เขาอยากทำอะไรเพื่อทะเลที่เขารักอย่างจริงจัง หากว่าตามวิถีทั่วไปที่ต้องเรียนจนจบปริญญาตรี สะสมประสบการณ์ก่อนทำงานอนุรักษ์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปีเลยก็ได้ เขาเลือกทางตรงกันข้าม โดยลงมือทำทันที

ติตอน เบอนิคอต คือเด็กหนุ่มคนนั้น เขาเกิดและเติบโตในเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหมู่เกาะเฟรนช์โปลีนีเซีย ทะเลคือบ้าน คือสนามเด็กเล่น คือชีวิตของเขา เมื่อวันหนึ่งที่เขาพบว่าปะการังในบ้านเกิดของเขาที่เคยมีสีสันสวยงามกลับฟอกขาว นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาหาวิธีปลูกและฟื้นฟูปะการัง เริ่มจากการทดลองทำกับเพื่อน ขยายวงไปสู่คนในชุมชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 เบอนิคอตซึ่งเป็น Rolex Testimonee และทีมงาน ได้ร่วมกันสร้างแนวทางการอนุรักษ์รูปแบบใหม่ โดยนำวิธีใหม่ ๆ มาให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจไปสู่กลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่ให้เห็นว่า เราทุกคนสามารถสร้างความแตกต่างได้ผ่านการฟื้นฟูแนวปะการัง ซึ่งจะส่งผลต่อไปยังสิ่งแวดล้อมที่กว้างขึ้น

ด้วยการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเกี่ยวกับวิธีการฟื้นฟูแนวปะการัง Coral Gardeners ได้รวบรวมชิ้นส่วนของปะการังที่ทนทานมาเพาะเลี้ยงในแปลงอนุบาลเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะนำไป “ปลูก” คืนกลับไปยังแนวปะการังใกล้เคียงและเฝ้าติดตามผลกระทบทางนิเวศวิทยา
ทีมงานได้ปลูกปะการังไปแล้วกว่า 200,000 ต้นทั้งในแปลงอนุบาลและในแนวปะการังธรรมชาติ และได้ขยายสาขาต่างประเทศขึ้น 2 แห่ง เพิ่มจากสาขาหลักในเฟรนช์พอลินีเซีย นวัตกรรมของพวกเขา ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปรับปรุงการอนุรักษ์แนวปะการัง และการระดมแรงสนับสนุนผ่านโซเชียลมีเดียในวงกว้าง กำลังส่งผลกระทบที่ยั่งยืนต่อการอนุรักษ์แนวปะการัง
เช่นเดียวกับผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่ในแถบชายฝั่งทั่วโลก ผู้คนบนเกาะหมาก จังหวัดตราด ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม Coral Gardeners ได้นำองค์ความรู้ของพวกเขามาช่วยเยียวยาปัญหานี้ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการสร้างความเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อรักษาแนวปะการัง

เมื่อเอิร์ลได้มาเยือนเกาะหมากและได้เห็นความสมบูรณ์ท้องทะเลที่นี่ด้วยตัวเอง ทีม Coral Gardeners จึงมีความหวังว่าพวกเขาจะสามารถเพิ่มชื่อเกาะหมากและเกาะกูดเข้าไปในรายชื่อ Hope Spots ของ Mission Blue ทีมงานได้เริ่มกระบวนการสมัครหลังจากได้รับการสนับสนุนจากเอิร์ล และหากได้รับการอนุมัติ พื้นที่แห่งนี้จะเป็น Hope Spots แห่งแรกในอ่าวไทย

การได้เป็น Hope Spots จะช่วยยกระดับชื่อเสียงของพื้นที่ และเพิ่มโอกาสที่น่านน้ำแห่งนี้จะได้รับการคุ้มครองมากขึ้น ด้วยความร่วมมือของทั้งสององค์กร เราอาจได้เห็นแนวปะการังกลับคืนสู่ระบบนิเวศมหาสมุทรที่สดใสเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต
หัวใจสีน้ำเงินและความหวังของมหาสมุทร
ในฐานะที่ทำงานที่เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ชื่อของซิลเวีย เอิร์ล คือหนึ่งในตำนานแห่งนักอนุรักษ์ท้องทะเลที่น่ายกย่องมากที่สุดคนหนึ่งที่โลกเราเคยมีมา หากใครจะบอกว่าวันหนึ่งฉันจะได้ไปดำน้ำกับเอิร์ล ฉันคงยากที่จะเชื่อ
การเดินทางครั้งนี้ฉันได้พบกับเหล่าช่างภาพ นักวิทยาศาสตร์ นักสำรวจ นักทำสารคดี และนักดำน้ำชาวไทยที่มาเป็นหน่วยสนับสนุน เหล่าผู้คนที่ทำงานบอกเล่าเรื่องราวที่มีความหมายต่อโลกใบนี้ พวกเขาเดินทางมาจากนานาประเทศ มาเรียนรู้และบันทึกเรื่องราวการทำงานของ Coral Gardeners ที่ได้รับการสนับสนุนจากภารกิจ Mission Blue และ Rolex Perpetual Planet Initiative

ปะการังในน่านน้ำไทยมีความหลากหลายสูงกว่าที่เฟรนช์พอลินีเซีย เพื่อรองรับความหลากหลายของชนิดพันธุ์ Coral Gardeners จึงได้สร้างศูนย์เพาะเลี้ยงปะการังบนบก (Land-based nursery) แห่งแรกของพวกเขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การสนับสนุนจากโครงการ Rolex Perpetual Planet Initiative ศูนย์แห่งนี้มีแทงค์เพาะเลี้ยง 40 แทงค์ และสามารถเพาะปะการังหลากหลายชนิดพันธุ์ได้มากถึง 50,000 ต้น
นอกจากนี้ยังมีแปลงเพาะเลี้ยงใต้ทะเลที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ฟื้นฟูรวมถึงพื้นที่วิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ปะการังเติบโตได้มากกว่า 10,000 ต้นต่อปี ปัจจุบันทีมงานประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงปะการังรุ่นแรกจนเติบโตเต็มที่และนำไปปลูกในทะเลแล้ว
หลังจากได้ไปเยี่ยมชมศูนย์เพาะเลี้ยงปะการังบนบก ที่ที่ฉันได้เห็นปะการังหลากชนิดสีสันสดใสชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งถูกเพาะเลี้ยงและเพิ่มจำนวนด้วยสองมืออันชำนาญของเหล่า “พี่เลี้ยงปะการัง” แล้วฉันก็ได้ดำน้ำลงไปชมแปลงเพาะเลี้ยงปะการังใต้ทะเล

ที่ความลึกราว 6 เมตร แปลงเพาะเลี้ยงปะการังใต้ทะเลติดตั้งอย่างเป็นระเบียบ แบ่งไปตามชนิดพันธุ์และการเติบโตของพวกมัน เหล่านักสำรวจพากันดำน้ำลงไปเยี่ยมชมและบันทึกภาพความน่าทึ่งของความร่วมมือระหว่างองค์กรรุ่นใหม่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้คนของเกาะหมาก ในการที่จะดูแลและปกป้องปะการัง เพื่อให้ห่วงโซ่ของความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลได้เดินหน้าต่อไป

นักอนุรักษ์มหาสมุทรในตำนานอย่างซิลเวีย เอิร์ล ช่างเปี่ยมไปด้วยพลัง เธอยิ้มแย้มอัธยาศัยดี ให้เกียรติทุกคนเสมอ เธอได้รับสมญานาม “Her Deepness”จากการผ่านภารกิจดำน้ำกว่า 7,500 ชั่วโมง และการทำงานวิจัยกับนวัตกรรมทางทะเลที่ล้ำหน้าระดับตำนานในแต่ละยุค ใต้ท้องทะเลจึงเป็นดั่งเป็นบ้านหลังที่ 2 ของเธอ และเธอยังคงดำน้ำอยู่เสมอในวัย 90
ฉันไม่ได้ดำน้ำรอบเดียวกับเอิร์ล แต่เราได้บังเอิญเจอกันใต้ทะเล ในแวดวงของผู้ที่สนใจเรื่องมหาสมุทร เราต่างอยากอยู่ในวงล้อมของเธอ การได้ดำน้ำกับซิลเวีย เอิร์ล ถือเป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าที่สร้างแรงบันดาลใจมาสู่ฉัน ผู้ทำงานสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ
และสำหรับ Coral Gardeners ก็เช่นกัน การได้ทำงานร่วมกับเอิร์ลก็เป็นการมอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้พวกเขาได้เสริมสร้างและปกป้องพื้นที่แนวปะการังที่มีความหลากหลายสูงและมีความสำคัญในระดับโลก
“การเปิด Hope Spot ที่นี่ซึ่งเป็นแห่งแรกของไทยจะมีความหมายมาก ผมตื่นเต้นมากที่ได้ดำน้ำกับซิลเวีย และพาเธอไปเห็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ และทำให้เธอได้เห็นว่าทำไมแนวปะการังนี้จึงหมายถึงความหวังสำหรับเรา” เบอนิคอต กล่าว

การฟื้นฟูปะการังไม่ใช่งานง่าย แม้จะมีองค์ความรู้ที่สะสมมาแล้ว แต่ด้วยบริบทพื้นที่ซึ่งแตกต่างกัน ทีมงาน Coral Gardeners จึงต้องเรียนรู้ลองผิดลองถูก หาวิธีการที่เหมาะสมกับท้องทะเลอ่าวไทย ด้วยความร่วมมือของหลายฝ่าย และทีมงานที่ทุ่มเททำงานมากกว่า 10 คน ซึ่งพร้อมที่จะเป็นส่วนสำคัญในภารกิจฟื้นฟูแนวปะการัง เราจึงคาดได้ว่าที่นี่จะเป็นพื้นที่แห่งความหวังแห่งใหม่ของการฟื้นฟูทะเลของเรา
เรื่อง อาศิรา พนาราม
ภาพ ©Rolex/ Tim McKenna


