ข้อมูลสัตว์โลกน่ารู้ - National Geographic Thailand

มนุษย์ค้นพบความหวังในภารกิจช่วย ชิมแปนซี

ณ ศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าแห่งหนึ่งในแอฟริกากลาง ชิมแปนซี ที่จิตใจบอบช้ำเป็นแบบอย่างของการฟื้นตัวให้ผู้ช่วยชีวิตพวกมัน อิตซาโซ เวเลซ เดล เบอร์โก อุ้มลูก ชิมแปนซี ไว้ในอ้อมแขน เอปเพศเมียตัวอ่อนปวกเปียกและไม่ได้สติตัวนี้มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่ามือมนุษย์ ร่างกายเล็กจิ๋วและฟันที่ยังไม่ขึ้นชี้ว่า มันน่าจะอายุแค่เพียงราวหนึ่งเดือนเท่านั้น และกำลังต่อสู้กับภาวะ ตัวเย็นเกินและการขาดน้ำ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างโดยเร่งด่วน หัวใจของมันจะหยุดเต้น “มันเป็นชิมแปนซีอายุน้อยที่สุดที่เราเคยรับมาดูแลค่ะ” เวเลซ เดล เบอร์โก ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของศูนย์ฟื้นฟูไพรเมตลวีโร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กล่าว วันนั้นเป็นวันที่ 16 มิถุนายน ปี 2017 เวเลซ เดล เบอร์โกช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้การเดินทางอันทรหด ที่ใช้เวลาห้าวันโดยมอเตอร์ไซค์ เรือเร็ว และรถยนต์ เพื่อนำลูกชิมแปนซีมายังหมู่บ้านลวีโรอย่างปลอดภัย สายข่าวจากกลุ่มต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์พบลูกชิมแปนซีตัวนี้อยู่กับพรานสองสามคนในป่าทึบใกล้เมืองพินกา ที่อยู่ห่างไกลออกไป 300 กิโลเมตร หลังจากส่งมอบลูกลิง พรานเหล่านั้นเผยว่า น้องสาวฝาแฝดของมันตายลง ไม่นานหลังจากพวกเขายิงแม่ลิง ที่ศูนย์ฟื้นฟูไพรเมต การต่อสู้เพื่อกู้ชีวิตชิมแปนซีตัวนี้เพิ่งเริ่มต้น เวเลซ เดล เบอร์โกรีบคลุมร่างอันโรยแรงของมันด้วยผ้าห่มอุ่นๆ และให้น้ำเกลือ ในที่สุด ลูกลิงก็ขยับตัวและลืมตา “ฉันให้มันนอนแนบอกจะได้อบอุ่นค่ะ” ซาวาดี […]

เสือชีตาห์ คือสินค้าในโซมาลีแลนด์

เสือชีตาห์ ที่สง่างามชนิดนี้เป็นที่ปรารถนาของผู้ลอบค้าที่ขายสัตว์ป่าให้ลูกค้าร่ำรวย เรื่องราวต่อไปนี้ตีแผ่กระบวนการที่เครือข่ายอาชญากรรมรายหนึ่งใช้ลักลอบขนส่งลูกเสือออกจากแอฟริกา และยุทธวิธีตอบโต้ของโซมาลีแลนด์ จากการประเมินล่าสุดหลายครั้ง เสือชีตาห์ โตเต็มวัยเหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยกว่า 7,000 ตัว ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาใต้และตะวันออก การค้าเสือชีตาห์เชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศถูกแบนมาตั้งแต่ปี 1975 กระนั้น จากปี 2010 ถึงปี 2019 ยังมีการนำเสือชีตาห์เป็นๆ มาประกาศขาย หรือขายโดยผิดกฎหมายมากกว่า 3,600 ตัวทั่วโลก โดยมีเพียงร้อยละสิบที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสกัดกั้นไว้ได้ พาทริเชีย ตริโคราจ นักวิจัยสังกัดมหาวิทยาลัย รัฐโคโลราโด ซึ่งติดตามการค้าเสือชีตาห์มา 15 ปีแล้ว กล่าว ทั้งนี้ การจับเสือชีตาห์จากธรรมชาติเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ในโซมาลีแลนด์มาตั้งแต่ปี 1969 การสูญเสียถิ่นอาศัย และการฆ่าเพื่อตอบโต้โดยคนเลี้ยงสัตว์ เมื่อเสือชีตาห์ล่าปศุสัตว์ของพวกเขา เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุดต่อการอยู่รอดของเสือชีตาห์ ซ้ำเติมด้วยการค้าลูกเสืออย่างผิดกฎหมาย ลูกเสือวัยอ่อนซึ่งมักยังกินนมและต้องพึ่งพาแม่อยู่ ถูกฉกมาจากป่าระหว่างที่แม่ของพวกมันออกไปล่าเหยื่อ หรือเมื่อแม่ที่อยู่ในช่วงให้นม ถูกแกะรอยย้อนกลับไปที่รังของมัน ผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าจะเคลื่อนย้ายลูกเสือชีตาห์ โดยใช้ทั้งเส้นทางเดินเท้า โดยสารอูฐ รถยนต์ และเรือ ผ่านภูมิภาคจะงอยแอฟริกา แล้วข้ามอ่าวเอเดนแคบๆ ไปยังฝั่งประเทศเยเมน รวมระยะทาง 350 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น […]

เฝ้าระวังชีวิตสัตว์โลก: ญี่ปุ่นเริ่มต้นเทศกาล ล่าโลมา (อันโหดร้าย) ประจำปีอีกครั้ง

เป็นเวลามากกว่าทศวรรษหลังจากที่ภาพยนตร์สารคดี The Cove เปิดเผยความโหดร้ายเบื้องหลังการปฏิบัติของชาวประมงเมืองไทจิ ที่ยังคง ล่าโลมา เพื่อส่งสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำและสวนน้ำต่างๆ เมืองไทจิ ในญี่ปุ่นมีการ ล่าโลมา ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงจนถึงตอนนี้มาเป็นเวลา 9 วันแล้ว และชาวประมงได้จับโลมาปากขวด (Bottlenose dolphin) อย่างน้อยเจ็ดตัวในช่วงฤดูการล่าซึ่งคาดว่าจะยาวนานไปถึงเดือนมีนาคม 2022 การล่าซึ่งดำเนินการโดยสมาคมชาวประมงอิซานะได้รับโควตาล่าโลมา 1,849 ตัวจาก 9 ชนิดพันธุ์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้ฆ่าหรือจับในฤดูกาลนี้ ซึ่งรวมไปถึงโลมาปากขวด, โลมาแถบ (Striped dolphin), วาฬหัวแตงโม (melon-headed whales), และโลมาริสโซ (Risso’s dolphin) โลมาบางตัวถูกจับและขายให้กับสวนน้ำและสถานที่แสดงโลมา โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและจีน และมีหลายร้อยตัวที่ถูกชำแหละเอาเนื้อ ตามข้อมูลจากโครงการโลมา (Dolphin Project) กลุ่มผู้ทำงานสนับสนุนเรื่องโลมาระดับโลก (และช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านที่ผู้ล่าจับโลมาเกินโควตาที่กำหนดเกือบ 2-3 ร้อยตัว) เร็น ยาบูกิ นักรณรงค์จากองค์กรดูแลสวัสดิภาพสัตว์ Life Investigation Agency ในญี่ปุ่น อยู่ที่อ่าวไทจิทุกวันเพื่อถ่ายภาพและรายงานจำนวนโลมาที่ถูกจับได้ในสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นงานที่ร่วมมือกับโครงการโลมา โดยยาบูกิทำหน้าที่นี้ในทุกฤดูกาลล่ามาเป็นเวลา 6 ปีแล้ว […]

สารคดี Playing with Sharks : ดำน้ำเล่นกับฉลาม สัตว์(ร้าย)ที่น่าสงสารที่สุดในโลก

Playing with Sharks สารคดีเรื่องของ วาเลรี เทย์เลอร์ นักดำน้ำ ช่างภาพและนักอนุรักษ์ฉลามจะเปลี่ยนมุมมองฉลามจากเครื่องจักรสังหารแห่งท้องทะเล กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่น่าสงสาร เพราะมนุษย์นั้นร้ายกับพวกมันเสียยิ่งกว่า หากค้นลึกไปในจิตใต้สำนึกความกลัวของมนุษย์ คงไม่มีใครมองฉลามเป็นสัตว์ที่น่ารัก น่าเอ็นดู หรือเป็นเพื่อนที่แสนดีของมนุษย์ แต่ วาเลรี เทย์เลอร์ นักทำสารคดีและช่างภาพใต้น้ำหญิง วัย 85 ปี ที่อุทิศทั้งชีวิตของเธอเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของฉลามกลับยืนยันว่า ฉลามคือเพื่อนที่แสนดีของเธอ ผ่านเรื่องราวของสารคดี Playing with Sharks ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่ให้บริการในประเทศไทยผ่านเว็บสตรีมมิ่ง Disney+ Hotstar ในขณะนี้ “ฉลามไม่ต่างจากสุนัข หากคุณเข้าใจมัน ทัศนคติก็จะเปลี่ยนไป” เธอกล่าวไว้ในช่วงต้น ก่อนที่สารคดีเรื่องนี้จะนำพาผู้ชมไปพบกับชีวิตสุดอัศจรรย์ของวาเลรี และโลกใต้น้ำที่มีฉลามเป็นตัวเอก และไม่ใช่ในรูปแบบของตัวร้ายตามที่เราคุ้นชิน นี่คือเรื่องราวของสารคดีที่เผยให้เห็นถึงการอุทิศชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้กับฉลาม ที่เบื้องหน้าของคนทั่วไปคือสัตว์ตัวอันตราย สาวผมบลอนด์สุดเซ็กซี่ และฉลาม ภาพสารคดีเปิดขึ้นด้วยชายหาดและท้องทะเลของออสเตรเลียในช่วงปี 1950 ที่วาเลรีเติบโตขึ้นมา ในห้วงที่ทะเลยังคงอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยปลานานาชนิด นอกจากกลุ่มคนที่ออกมาพักผ่อนหย่อนใจตามชายหาด ยังมีภาพที่แสดงถึงงานอดิเรกยอดนิยมของเหล่าชายหนุ่มคือการออกเรือไปล่าปลา ภาพฟุตเทจเก่าในสารคดีจากยุคนั้นเผยให้เห็นถึงเหล่าปลาเล็กใหญ่ที่แหวกว่ายในท้องทะเลซึ่งโดนทั้งฉมวก เหล็กแหลม หรืออุปกรณ์ล่าปลาต่างๆ จากเหล่าชายหนุ่มกำยำที่ลากจับมันขึ้นมาบนท้องทะเล ยิ่งได้ปลามากเท่าไหร่ […]

กบแก้ว ตัวใสแห่งอเมริกากลาง

กบแก้ว สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโปร่งแสงตัวจิ๋วแห่งทวีปอเมริกากลางและใต้มีแต่เรื่องให้ประหลาดใจ คืนไร้แสงจันทร์ในฤดูร้อนคืนหนึ่งบริเวณเชิงเทือกเขาแอนดีสในเอกวาดอร์ กบแก้ว หนุ่มโสดเกาะบนใบไม้ที่ห้อย อยู่เหนือลำธารสายหนึ่ง มันเลือกทำเลดีที่สุดเพื่อพยายามทำให้กบสาวประทับใจ พลางร้องเสียงสูงป่าวประกาศตำแหน่งของมัน ปัญหาคือ ทำเลดีอย่างเดียวยังไม่พอ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกสีเขียวออกเหลืองตัวนี้เคยจับตามองสิ่งที่กบเพศผู้ที่ผ่านการผสมพันธุ์มาก่อนแล้วทำ ดังนั้นเมื่อมันพบกลุ่มไข่ที่ถูกทอดทิ้ง มันจึงอยู่ใกล้ๆกลุ่มไข่นั้นนานหลายชั่วโมง ทำทีว่ากำลังปกป้องไข่ จากนั้นสิ่งน่าทึ่งก็เกิดขึ้น กบเพศเมียที่แอบมองอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถูกหลอกให้คิดว่า กบหนุ่มเป็นพ่อกบที่มีประสบการณ์ เริ่มสนใจมัน “นี่เป็นครั้งแรกที่เรารายงานพฤติกรรมนี้ในกบและคางคกค่ะ” อันเยเลต วาเลนเซีย-อากีลาร์ นักนิเวศวิทยา เชิงพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าว เธอบันทึกพฤติกรรมที่ดูเหมือนเป็นการหลอกลวงของเพศผู้ในกบแก้วชนิดหนึ่งในบราซิล และเชื่อว่ากบแก้วอย่างน้อยสองชนิดในเอกวาดอร์ก็อาจมีพฤติกรรมเดียวกัน งานวิจัยของวาเลนเซีย-อากีลาร์เป็นหนึ่งในการค้นพบใหม่หลายประการเกี่ยวกับชีววิทยาของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกสวยงามซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามผิวหนังโปร่งแสง ทั่วเขตนีโอทรอปิกส์มีกบแก้วที่ทราบชนิดแล้ว 156 ชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขา แอนดีสและทวีปอเมริกากลาง ความก้าวหน้าเมื่อไม่นานมานี้ในด้านทัศนศาสตร์ พันธุศาสตร์ และชีววิทยาโมเลกุล ช่วยให้นักวิจัยศึกษาชีวิตสัตว์ตัวจิ๋วที่อาศัยบนต้นไม้เหล่านี้ ซึ่งบางชนิดมีขนาดเล็กกว่าลวดหนีบกระดาษเสียอีก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฆวน มานูเอล กัวยาซามิน นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยซานฟรันซิสโกเดกีโต ประเทศเอกวาดอร์ บรรยายลักษณะชนิดสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 56 ชนิด รวมถึงกบแก้ว 14 ชนิด “เป็นงานสำคัญที่ไม่รู้จบครับ” เขาบอกและเสริมว่า “สิ่งมหัศจรรย์ขนาดจิ๋วเหล่านี้ทำให้เราประหลาดใจอยู่เรื่อยๆ” ตัวอย่างเช่น […]

ความร้อนระอุของทะเลทราย คาลาฮารี ที่ผลักสิ่งมีชีวิตให้อยู่บนขอบเหวการอยู่รอด

ความร้อนที่สูงขึ้นและภัยแล้งรุนแรงอาจคุกคามสมดุลชีวิตอันเปราะบางในทะเลทราย คาลาฮารี เงาดำของนักวิจัยสองคนนิ่งสนิทในยามค่ำคืน เบื้องบนมีดวงจันทร์บอกให้รู้ว่าเป็นท้องฟ้า ส่วนเบื้องล่าง โลกแลเห็นเป็นเงาสลัวรอบวงแสงไฟ ตั้งแต่ตอนพระอาทิตย์ตก อุปกรณ์ติดตามสัญญาณวิทยุนำพาพวกเธอมายังจุดนี้ทางตอนใต้ของคาลาฮารี ซึ่งคนเรียกติดปากมานานว่าทะเลทราย แต่มีลักษณะหลายประการของระบบนิเวศแบบทุ่งหญ้าสะวันนาแห้งแล้ง ที่ไหนสักแห่งใต้เนินทรายที่พวกเธอนั่ง คือโพรงของลิ่นทุ่งหญ้าเพศเมียที่พวกเธอเฝ้าติดตามศึกษามาสองเดือน มันออกมาช้ากว่าปกติ ตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความร้อนแผดเผาของวันนี้ก็เป็นได้ เพื่อความสะดวกในการบันทึกข้อมูล พวกเธอเรียกลิ่นตัวนั้นว่า โฮปเวลล์ 3 ตามจุดที่นักแกะรอยท้องถิ่นพบมันครั้งแรก และสองนักวิจัยระดับปริญญาเอก เวนดี พาเนโน วัย 28 ปี กับแวเลอรี พาควาโก วัย 30 ปี ติดตามศึกษาจากรอยเท้าบนพื้นทราย ตอนนี้พวกเธอตามรอยมันโดยอาศัยการอ่านคลื่นวิทยุจากอุปกรณ์ที่ติดไว้บนเกล็ดบริเวณสะโพกของมัน คืนนี้ สองนักวิจัยมีภารกิจเก็บมูลลิ่นที่พวกเธอเรียกว่า “ทองคำแห่งคาลาฮารี” นี่คือขุมทรัพย์ข้อมูลที่บ่งบอกว่า ชีวิตของสัตว์ขี้อายที่กินมดปลวกเป็นอาหารนี้เกี่ยวพันกับหญ้าและแมลงเล็กๆที่เก็บเกี่ยวเมล็ดและกินหญ้าเหล่านั้นอย่างไร มันยังเป็นด้ายสำคัญอีกเส้นที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจความเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตต่างๆในทุ่งหญ้าสะวันนาแห้งแล้งของแอฟริกา ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากฝนฤดูร้อนที่ปกติอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม งานวิจัยที่พวกเธอทำผ่านห้องปฏิบัติการสรีรวิทยาการอนุรักษ์สัตว์ป่า มหาวิทยาลัยวิตวอเตอส์แรนด์ใน โจฮันเนสเบิร์ก เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาขนาดใหญ่ชื่อ โครงการระบบนิเวศใกล้สูญพันธุ์ของคาลาฮารี หรือคีป (Kalahari Endangered Ecosystem Project: KEEP) ซึ่งมุ่งทำความเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อสายใยชีวิตอันเปราะบางของที่นี่อย่างไร พื้นที่ส่วนนี้ของคาลาฮารีติดธงแดงในฐานะจุดร้อนด้านสภาพภูมิอากาศแล้ว แบบจำลองของนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเคปทาวน์ชี้ว่า […]

หมึกสายวงฟ้า หนึ่งในหมึกมีพิษร้ายแรงที่สุด

ตั้งแต่กบลูกดอกสีเขียวนีออนไปจนถึงผีเสื้อจักรพรรดิ สิ่งมีชีวิตสีสันฉูดฉาดที่สุดในธรรมชาติบางชนิด วิวัฒนาการสีสันขึ้นมาเพื่อเป็นคำเตือนกับผู้ล่าว่า “อย่ายุ่งกับฉันนะ” เช่นเดียวกับ หมึกสายวงฟ้า หรือหมึกบลูริง ซึ่งมีสีสันสดใส และพบได้บ่อยที่นอกชายฝั่งเคียมา รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ หมึกสายวงฟ้า ถูกคุกคามจากผู้ล่า วงแหวนสีน้ำเงินจะกะพริบวาววามไปทั่วร่างกายของพวกมัน เพื่อเป็นคำเตือนที่แสดงออกตามวิวัฒนาการ สำหรับผู้ล่าที่อาจจะกำลังคิดว่า หมึกบลูริงจะเป็นมื้ออาหารมื้อถัดไป หรือในกรณีของมนุษย์ สีน้ำเงินโดดเด่นฉูดฉาดดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของเราได้เสมอ ตั้งแต่ทะเลญี่ปุ่นจนถึงออสเตรเลีย มีหมึกสายวงฟ้ากระจายพันธุ์อยู่อย่างน้อย 10 ชนิดพันธุ์ บางชนิดพบได้ตามชายฝั่งน้ำตื้น ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับมนุษย์มักลงไปใช้ประโยชน์จากบริเวณนั้น ในประเทศไทย สามารถพบหมึกสายวงฟ้าได้ทั่วทะเลไทย ส่วนใหญ่อยู่ตามพื้นท้องทะเล หรือบางครั้งพวกมันติดมากับเรืออวนลาก สำหรับหมึกสายวงฟ้าที่พบในแนวปะการัง เป็นชนิดที่ไม่พบหรือมีน้อยมากในเมืองไทย https://pmdvod.nationalgeographic.com/NG_Video/331/259/00000159-651a-d262-a5d9-659fda590000-161222-specials-tos-blue-ring-octopus-841742__971967.mp4 แม้จะมีรูปร่างขนาดเล็กและลำตัวนุ่มนิ่ม แต่หมึกสายวงฟ้า (Hapalochlaena fasciata) เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในมหาสมุทร มันสามารถฆ่ามนุษย์ได้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว ในน้ำลายของหมึกชนิดนี้มีส่วนผสมของพิษ เทโตรโดท็อกซิน (tetrodotoxin) เช่นเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว จาก รายงานที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสามรายในออสเตรเลียเนื่องจากปลาหมึกบลูริง แต่ในประเทศไทยยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากหมึกสายวงฟ้า (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ https://video.nationalgeographic.com/video/news/00000161-e2c1-dcda-a37f-f3d792a70000) อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า มนุษย์ควรกลัวพวกมัน “เช่นเดียวกับสัตว์ส่วนใหญ่ […]

ฉลาม นักล่าแห่งท้องทะเลไทย ที่กำลังสิ้นลายเพราะมนุษย์

ฉลาม – เมื่อนักล่าสิ้นลาย [ เผชิญหน้า ] สัมผัสจากนํ้าเย็นเยียบบนใบหน้าในเวลาเช้ามืด ปลุกผมให้หายง่วงงุนเป็นปลิดทิ้ง ผมว่ายนํ้าออกไปจากชายฝั่งอ่าวเทียนออก ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านแนวซากปะการังผุพังจนมาถึงกลางอ่าว และเริ่มเฝ้ารออยู่กลางท้องนํ้าเยียบเย็น อ่าวแห่งนี้เคยอุดมไปด้วยแนวปะการังเขากวางที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์นํ้าหลากหลายชนิด ทว่าเมื่อปี พ.ศ. 2541 เกิดเหตุปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้างจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังแทบไม่เหลือหลอ ผมลอยตัวนิ่งอยู่พักใหญ่ท่ามกลางแสงสลัวที่ส่องลอดผ่านผิวนํ้าและแนวปะการังที่แทบจะร้างสิ่งมีชีวิต ทันใดนั้น ผมเห็นเงาดำลิบ ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ไม่กี่อึดใจ “ฉลามหูดำ” (Carcharhinus melanopterus) มากถึงสี่ตัวก็เผยโฉมออกมาจากเวิ้งนํ้าขณะฟ้าเริ่มสางราวกับนักแสดงบนเวทีละครเปิดตัวจากฉากม่านกล พวกมันว่ายวนเวียนทิ้งระยะเพื่อสังเกตแขกผู้แปลกหน้าก่อนจะว่ายจากไปหาอาหารเช้าอย่างที่เคยเป็นมาทุกวัน ฉลามหูดำเป็นฉลามขนาดเล็กที่โตเต็มวัยยาวราว 1.8 เมตร ฉลามชนิดนี้ถือว่าพบเห็นได้ง่าย เมื่อเทียบกับฉลามชนิดอื่น ๆ มากกว่า 60 ชนิดที่พบในน่านนํ้าทะเลไทยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่บริเวณแนวปะการังนํ้าตื้นใกล้ชายฝั่ง แม้ท่วงทีของพวกมันจะดูผ่อนคลาย แต่การถ่ายภาพฉลามกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยเหตุที่พวกมันเรียนรู้ว่าในบริเวณที่มีกิจกรรมประมงหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างกลางอ่าวไทยนี้ พวกมันไม่ควรไว้วางใจสถานการณ์ใด ๆ ที่ผิดปกติวิสัย หรืออย่างน้อยก็ควรอยู่ให้ห่างจากแขกแปลกหน้าอย่างผม นับตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ฉลาม “เปิดตัว” สู่สายตาชาวโลกด้วยบทบาท “นักฆ่าผู้กระหายเลือด” ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดชื่อดังที่สร้างต่อเนื่องกันหลายภาคอย่าง […]

การกลับมาของ เสือแพนเทอร์ ฟลอริดา

เสือแพนเทอร์ ฟลอริดาประชากรแมวใหญ่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้กำลังฟื้นตัวขึ้น แต่ความเฟื่องฟูด้านการพัฒนาส่อเค้าคุกคามความอยู่รอดของพวกมัน ‘ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรของ เสือแพนเทอร์ ’ ไบรอัน เคลลี กล่าวทักทาย ตอนผมพบเจอที่ทางแยกจอแจในอีสต์เนเปิลส์ รัฐฟลอริดา เคลลี นักชีววิทยาเสือแพนเทอร์ของรัฐ ชี้ไปทางทิศตะวันออกสู่ย่านที่พักอาศัยแผ่กว้างที่เขาพำนักอยู่ เสือแพนเทอร์ตัวหนึ่งถูกกล้องดักถ่ายจับภาพไว้ได้ห่างออกไปแค่ครึ่งกิโลเมตร เขาบอก และมีอีกตัวที่ข้ามถนนหกเลนที่เรากำลังยืนอยู่ข้างๆ ไปได้อย่างปลอดภัย แต่มีเสือแพนเทอร์อีกตัว เป็นเพศเมียอายุแปดปี ชื่อ เอฟพี224 (FP224) อาศัยอยู่แถวนี้ มันโดนรถชนมาแล้วสองครั้ง ขาหักข้างหนึ่งทั้งสองรอบ มันได้รับการรักษาโดยสัตวแพทย์ และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติหลังอุบัติเหตุทั้งสองครั้ง เพื่อตามหาร่องรอยของเสือตัวนี้ เราขับรถไปที่บ้านของเคลลีซึ่งอยู่ติดกับป่าผืนหนึ่ง ที่เมื่อไม่นานมานี้มันใช้เป็นรัง ให้กำเนิดลูกเสืออย่างน้อยสามตัว ตอนนี้เป็นหน้าฝน ปกติรอยเท้าเสือแพนเทอร์จะถูกฝนชะหายไป แต่พวกเราโชคดี “นี่ไง รอยเท้าของนาง” เคลลีบอก พลางชี้ไปที่รอยอุ้งเท้าขนาดใหญ่ราวกำปั้นผม บนพื้นทรายอ่อนนุ่ม เราเดินตามรอยเท้าเข้าไปในดงสนต้นสูงกับปาล์มซาบาลที่มีไม้รากอากาศเกาะเต็มไปหมด พอตรวจดูจากกล้อง ดักถ่ายภาพอัตโนมัติที่เคลลีนำมาติดตั้งไว้ก็พบว่า เอฟพี224 เพิ่งเดินผ่านจุดนี้ก่อนสามทุ่มเล็กน้อยเมื่อสองคืนก่อน การเห็นรอยเท้าของมันช่างน่ายินดี เพราะเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่า ฟลอริดายังมีผืนป่าและสัตว์ พวกแมวใหญ่ ซึ่งบางส่วนมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะใช้ชีวิตโดยไม่มีใครพบเห็นได้ ตามชายขอบของเขตชานเมือง ที่กำลังขยายตัว ชาวฟลอริดาส่วนใหญ่จะไม่มีวันได้เห็นร่องรอยของสัตว์นักล่าเหล่านี้ ซึ่งมีน้ำหนักตั้งแต่ 30 […]

วาฬสีเทา สร้างสถิติใหม่ด้วยการว่ายน้ำครึ่งโลก

วาฬสีเทา ตัวผู้ขนาด 12.19 เมตร เดินทางจากมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือไปยังนามิเบีย การปรากฏตัวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พบเห็นวาฬชนิดนี้ในซีกโลกใต้ วาฬสีเทา ว่ายน้ำเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้สำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังในทะเล โดยมีระยะทางมากกว่า 26,875.98 กิโลเมตร ซึ่งเกินระยะทางครึ่งหนึ่งของการเดินทางรอบโลก วาฬเพศผู้ที่ถูกสำรวจพบนอกชายฝั่งนามิเบียในปี 2013 เป็นวาฬสีเทาตัวแรกที่ได้รับรายงานการปรากฏตัวในซีกโลกใต้ แต่กระบวนการสืบหาแหล่งกำเนิดของวาฬต้องใช้เวลาหลายปีไปกับการวิจัยทางพันธุกรรม เพื่อยืนยันว่าวาฬมีต้นกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสาร Biology Letter เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2021 วาฬสีเทาที่เรารู้จักมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ วาฬสีเทาตะวันออก ซึ่งมีจำนวนคงที่ประมาณ 20,500 ตัว และวาฬสีเทาตะวันตกที่ใกล้สูญพันธุ์ มีประชากรเหลือเพียงประมาณ 200 ตัวในธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกิดจากการล่าวาฬเชิงพาณิชย์มานานหลายทศวรรษ วาฬสีเทาสายพันธุ์ตะวันออกอพยพจากทะเลรอบอแลสกาและรัสเซีย ไปยังแหล่งเพาะพันธุ์ในบาฮากาลีฟอร์เนีย  ในขณะที่วาฬสีเทาสายพันธุ์ตะวันตกยังไม่มีข้อมูลเรื่องแหลงผสมพันธุ์ที่ชัดเจน แต่ได้รับการบันทึกว่ามักจะหาอาหารบริเวณรัสเซียตะวันออก  เมื่อหนึ่งในคณะวิจัย ไซมอน เอลเวน นักสัตววิทยา มหาวิทยาลัยสเตลเลนบอช ประเทศแอฟริกาใต้ ได้ยินเกี่ยวกับการพบเห็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 “ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่” เขากล่าว “มันเหมือนกับมีคนบอกว่า พวกเขาเห็นหมีขั้วโลกในปารีส แม้ในทางเทคนิคแล้วมันสามารถไปถึงที่นั่นได้ แต่ดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่” ภาพถ่ายได้ยืนยันว่า […]

ช่างภาพสัตว์ป่า ใช้พลังของรูปถ่ายช่วยชีวิตสัตว์ป่าสายพันธุ์ถูกคุกคามทั่วโลกได้อย่างไร

The Power of Wildlife Photography พลังของการถ่ายภาพจากช่างภาพสัตว์ป่า ผู้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปทั่วโลก เพื่อใช้พลังของรูปถ่ายช่วยชีวิตสัตว์ป่าสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามในโลก จากการสำรวจของ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature – IUCN) พบว่ามีสิ่งมีชีวิตมากกว่า 37,400 สายพันธุ์ทั้งสัตว์และพืชทั่วโลกกำลังถูกคุกคามจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ช่างภาพชาวอเมริกันของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โจเอล ซาร์ตอร์ (Joel Sartore) ได้ทำโปรเจ็กต์สารคดี “Photo Ark” ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2005 ด้วยแนวคิดที่อยากถ่ายทอดชุดภาพถ่ายที่เปิดโอกาสให้เราได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเหล่าสัตว์โดยตรง และได้เห็นถึงความสวยงาม ความสง่าและความฉลาดที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมโลกกับเราเหล่านี้ นอกจากความต้องการที่อยากให้ผู้คนได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเหล่าสัตว์แล้ว โจเอล ยังอยากให้ Photo Ark เป็นแรงบันดาลใจให้คนตกหลุมรักสัตว์ป่า และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาหันมาใส่ใจสัตว์ในขณะที่ยังมีเวลา โจเอล มีเป้าหมายอยากถ่ายภาพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีแดงของ IUCN ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสวนสัตว์และเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าให้ได้ 15,000 สายพันธุ์ ปัจจุบันเขาถ่ายภาพ portrait ของเหล่าสัตว์ในสตูดิโอไปมากกว่า 10,000 สายพันธุ์ โดยใช้พื้นหลังสีขาวและดำ และถ่ายทอดภาพที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและสร้างความเห็นอกเห็นใจแก่ผู้พบเห็นได้อย่างแท้จริง Photo […]

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก?

จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? กิจกรรมเวิร์คช็อปถ่ายภาพสัตว์ป่าภายใต้ชื่อ Untamed นี้ได้ทดลองวางกระจกบานใหญ่เอาไว้ ด้วยความคาดหวังที่จะเข้าใจในสติปัญญาของบรรดาแมวใหญ่ที่อาศัยอยู่ภายในผืนป่าอเมซอนให้ดียิ่งขึ้น ผลการทดลองทั้งแมวใหญ่และสัตว์อื่นๆ มีปฏิกิริยาต่อเงาสะท้อนของตนเองที่หลากหลายต่างกันไป บางตัวหวาดกลัว บางตัวเกิดความสงสัย เป็นเรื่องยากที่จะให้สัตว์แยกแยะ หรือจดจำภาพของตนเองในกระจก ในโลกนี้มีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดที่ทำได้ ส่วนในมนุษย์ก็ต้องรอให้ทารกนั้นๆ มีอายุราว 18 ถึง 24 เดือน ถึงจะสามารถเข้าใจได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นในกระจกคืออะไร สำหรับในโลกของสัตว์ โลมา ช้าง และลิงบางสายพันธุ์สามารถรู้ได้ว่าพวกมันกำลังมองตัวเองอยู่ ส่วนสัตว์บางชนิดทำได้แค่ยืนงุนงงอยู่หน้ากระจกเท่านั้น (ชมวิดีโอ จะเป็นอย่างไรเมื่อสัตว์ป่าเห็นตัวเองในกระจก? ได้ที่นี่)   อ่านเพิ่มเติม ทำไมอัณฑะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดอยู่ในร่างกาย?

พบ กระรอกบิน 2 สองชนิดใหม่ ในเทือกเขาหิมาลัย

 กระรอกบิน ชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 4876.8 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หางที่เต็มไปด้วยขนฟูเป็นพวง ทำหน้าที่เหมือนหางเสือของเรือ คอยควบคุมทิศทางระหว่างมันร่อนไปในอากาศ ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการใช้ชีวิตบนผาหินที่มีลมโกรกแรงบนเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก นอกจากก้อนหินขนาดใหญ่และถ้ำแล้ว ก็ยังมีต้นไม้เพียงไม่กี่ต้นเท่านั้นที่สามารถป้องกันนักล่าและลมกระโชกแรงได้ หนึ่งในสัตว์ที่เป็นผู้อาศัยในภูมิประเทศอันสุดขั้วนี้ได้คือ กระรอกบินขน (Eupetaurus Cinereus) หนึ่งในกระรอกที่ใหญ่ที่สุดมีความยาว 0.91เมตร หนัก 2.27 กิโลกรัม และยังเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มนุษย์รู้จักน้อยที่สุดในโลก โดยค้นพบครั้งแรกเมื่อ 130 ปีที่แล้ว สัตว์ฟันแทะขนาดเท่าแมวบ้านนี้ เชื่อกันว่าสูญพันธุ์ไป จนกระทั่งมี “การค้นพบใหม่” ในปี 1990 คริสโตเฟอร์ เฮลเกน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลียน มักให้ความสนใจกับสัตว์ที่ยังเป็นปริศนาทางวิทยาศาสตร์   เขารู้สึกทึ่งกับการพบเจอกระรอกในเทือกเขาหิมาลัยครั้งล่าสุด เฮลเกนยังเป็นนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ศึกษากระรอกบินขนพร้อมกับเพื่อนร่วมงานของเขา และตัดสินใจศึกษาข้อมูลเชิงลึกของสายพันธุ์อันเร้นลับ โดยตรวจสอบตัวอย่างที่เก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑ์ และรวบรวมข้อมูลจากการสังเกต เช่น ภาพจากกล้องดักถ่าย ผลการศึกษาของพวกเขาเผยให้เห็นถึงสิ่งที่พลิกความคาดหมาย พวกเขาพบว่า จริงๆ แล้ว กระรอกบินขนเป็นสัตว์สองชนิดพันธุ์ที่แยกจากกัน ซึ่งอาศัยอยู่ห่างกันหลายพันกิโลเมตรบนหลังคาโลก นั่นคือกระรอกบินขนทิเบต (Eupetaurus Tibetensis) และกระรอกบินขนยูนนาน (Eupetaurus Nivamons)  […]

พฤติกรรมหาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า

พฤติกรรมที่หาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า ทีมนักวิจัยได้พบกับเหตุการณ์อันน่าสยดสยองในปี 2013 ณ สาธารณรัฐเซเนกัล การศึกษาชิมแปนซีในแต่ละฝูงใช้เวลาศึกษานานกว่าทศวรรษ พวกเขาพบว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นชนวนไปสู่ความตาย แต่การเข่นฆ่ากันเองในฝูงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก… ทีมนักวิจัยได้เผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสาร International Journal of Primatology และพวกเขายังสามารถบันทึกวีดีโอพฤติกรรมความรุนแรงของฝูงชิมแปนซีที่กระทำต่อหัวหน้าเก่าของพวกมัน “มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากเลยค่ะ” จิลล์ พรีทซ์ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยไอโอวาเสตท กล่าว และเธอยังได้รับทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในการศึกษาครั้งนี้ด้วย “ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่หลายวันทีเดียว ลองคิดดู ถ้าคุณต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเพื่อนตัวเอง” ย้อนกลับไปในปี 2007 ฟูดูโกเป็นจ่าฝูงของชิมแปนซี (Pan troglodytes verus) มีสมาชิกใต้อาณัติกว่าสามร้อยตัวพวกมันอาศัยอยู่ในเขตฟองโกลี เขตทุ่งสะวันนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซเนกัล แต่ทว่า การก่อกบฏเพื่อขับไล่จ่าฝูงออกจากพื้นที่ได้เริ่มขึ้น เหตุการณ์นี้กินเวลาห้าปี จนในที่สุด จ่าฝูงถูกสังหารด้วยน้ำมือของสมาชิกอันดับต่ำกว่า แรงจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการแย่งคู่ผสมพันธุ์ “การทำร้ายศัตรูนั้น เป็นเรื่องที่เขาใจได้ แต่การฆ่าเพื่อนร่วมฝูงช่างเป็นปริศนา…มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากระหว่างความร่วมมือและความขัดแย้ง” ไมเคิล วิลสัน นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา กล่าว เขากำลังศึกษาเรื่องพฤติกรรมความก้าวร้าวในชิมแปนซี “มันทำให้ผมนึกถึงภาพยนต์เรื่อง โซปราโน” (ภาพยนต์แนวฆาตกรรม) การเมืองในหมู่ไพรเมท […]

ทำไม แมลงสาบ ถึงไม่สูญพันธุ์

เพราะเหตุใด แมลงสาบ ถึงไม่สูญพันธุ์ หลักฐานซากดึกดำบรรพ์ของแมลงชนิดหนึ่ง เป็นข้อพิสูจน์ที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าแมลงสาบนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงราวๆ 300 ล้านปีก่อน เนื่องจากมันดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน เจ้า แมลงสาบ หลากหลายสายพันธุ์จึงถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ที่สูญพันธุ์ยากเป็นอันดับต้นๆ หากพูดถึงแมลงสาบคงมีแต่คนส่ายหน้าและแสดงอาการไม่ชอบใจ เพราะแมลงเหล่านี้มักสร้างประสบการณ์อันน่าตื่นตระหนกให้กับใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พวกมันบิน หรือคืบคลานเข้ามาหาตัวเรา ไม่เพียงแค่นี้พวกมันยังสร้างผลกระทบอื่นๆ ต่อสุขภาพของมนุษย์อีกด้วย และปัญหาที่ว่านั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราพบเจอกันในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ปัญหาแรกที่พบ คือ พวกมันมักก่อเชื้อโรคเจือปนในอาหาร เพียงแค่พวกมันวิ่งผ่านจานข้าว หรือแม้แต่สัมผัสของใช้ภายในครัว แบคทีเรียที่อยู่ในตัวของแมลงสาบก็สามารถส่งผ่านมายังภาชนะได้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด และโรคท้องร่วง ปัญหาข้อต่อมา คือ โรคภูมิแพ้จากแมลงสาบ หากมนุษย์คนใดที่พบเจอกับอุจจาระ หรือซากการลอกคาบของแมลงสาบ อาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น มีผดผื่นขึ้นที่ผิวหนัง น้ำตาไหลไม่รู้ตัว จามติดต่อกันหลายครั้ง และอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคหอบหืด ปัญหาข้อสุดท้ายที่สาหัสไม่แพ้กัน คือ แมลงสาบเป็นพาหะนำโรค เชื้อโรคที่มาพร้อมกับแมลงสาบนั้นอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพได้ หากได้รับการสะสมแบคทีเรียติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น โรคอุจจาระร่วงจากเชื้ออีโคไล (Escherichia coli) หรือโรคสเตรปโทคอกโคสิส (Streptococcus) เป็นต้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคสเตรปโทคอกโคสิสได้ที่นี่)  ไดโนเสาร์ยังสูญพันธุ์ แล้วเหตุใดแมลงสาบถึงยังคงมีชีวิตอยู่? หลายๆ คนคงเคยสงสัย และต่างนึกถึงเหตุผลว่าทำไมแมลงสาบถึงยังไม่สาบสูญไปจากโลกเสียที เพราะเจ้าแมลงเหล่านี้มีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลให้พวกมันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และเหตุผลเหล่านี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกมันดำรงชีพมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยล้านปี พวกมันมีความสามารถในการปรับตัวอย่างยอดเยี่ยม คงเป็นเรื่องยากสำหรับแมลงชนิดอื่นที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาล […]

ความลับของเหล่า วาฬ: พวกมันเหมือนมนุษย์มากกว่าที่คิด

เราเรียนรู้ว่า วาฬ และโลมาบางกลุ่มมีภาษาพูดพื้นถิ่น อาหาร และกิจวัตรเป็นของตัวเอง อันเป็นความแตกต่าง ทางวัฒนธรรมที่เคยคิดกันว่ามีแต่ในหมู่มนุษย์เท่านั้น จอห์น ฟอร์ด อยากมองโลกด้วยสายตา วาฬ วันหนึ่งในฤดูร้อนปี 1978 ขณะที่นักชีววิทยาหนุ่มสวมชุดดำน้ำ กับอุปกรณ์สนอร์เกิลรอท่าอยู่ วาฬเพชฌฆาตฝูงหนึ่งว่ายปรี่มุ่งหน้าสู่ชายหาดกรวดบนเกาะแวนคูเวอร์ในรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ฟอร์ดทิ้งตัวลงในน้ำที่ลึกไม่ถึงสามเมตร ยักษ์ใหญ่เหล่านี้พากันชะลอความเร็วและตะแคงตัว ร่างบางส่วนโผล่พ้นน้ำ ครีบหางที่แผ่เป็นรูปพัดตรงปลายกำลังโบกไปมา พวกวาฬเริ่มบิดและส่ายตัว พวกมันไถสีข้างและหน้าท้องกับหินใต้น้ำทีละตัว ทำนองเดียวกับที่หมีกริซลีถูลำตัวกับต้นสน จากวันนั้นถึงวันนี้ ฟอร์ด ชายวัย 66 ศึกษาวาฬเพชฌฆาตหรือโลมาขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับซีเตเชีย (Cetacean) ที่รู้จักกันในชื่อวาฬมีฟัน (toothed whale) มากว่า 40 ปีแล้ว เขาเห็นปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า ถูหาด (beach rubbing) นี้นับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่รู้แน่ว่าพวกมันทำแบบนั้นทำไม และสงสัยว่านี่เป็นการผูกสัมพันธ์ทางสังคมรูปแบบหนึ่ง แต่คำถามสำคัญกว่าที่กวนใจเขามาเกือบตลอดชีวิตการทำงานก็คือ ทำไมวาฬเพชฌฆาตหรือออร์กา ฝูงนั้นจึงทำพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่เพื่อนบ้านทางใต้ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้วกลับไม่ทำ การถูหาดเป็นกิจวัตรของประชากรวาฬกลุ่มนี้ที่เรียกกันว่า ชาวถิ่นเหนือ เพราะในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง พวกมันจะเข้ามาหากินแถบทะเลในแผ่นดินระหว่างภาคพื้นทวีปของแคนาดากับเกาะแวนคูเวอร์ ผิดกับวาฬเพื่อนบ้านทางใต้ ไม่เคยมีบันทึกเลยว่าออร์กาแถบริมชายฝั่งรัฐวอชิงตันที่ผมอาศัยอยู่มีพิธีกรรมแบบนี้ แต่วาฬเพชฌฆาตในรัฐวอชิงตันที่เรียกว่าชาวถิ่นใต้ ก็มีขนบของตัวเอง นั่นคือพิธี […]

My Octopus Teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์

My Octopus Teacher: บทเรียนจากหมึกยักษ์ สารคดีที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ และหลงรักในธรรมชาติอีกครั้ง ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ปี 2021 ภาพยนตร์สารคดีที่คว้ารางวัลในสาขานี้ไป ได้แก่ My octopus teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์ ในกลุ่มนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในสารคดีธรรมชาติที่ควรรับชม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ เครก ฟอสเตอร์ ผู้ที่ใช้เวลาร่วมปีกับการดำน้ำในบริเวณเดิมเพื่อตามหา ‘เธอ’ หมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดงสาหร่ายเคลป์ ซึ่งเป็นเขตน้ำเย็นของแนวชายฝั่งประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากความตระการตาของโลกใต้น้ำ สารคดีเรื่องนี้ยังถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และแง่มุมต่างๆ ของการศึกษาธรรมชาติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม อบอุ่นหัวใจไปกับความผูกพันระหว่างคนและหมึกยักษ์ เครก ฟอสเตอร์ ผู้กำลังดิ้นรนเพื่อหาจุดมุ่งหมายในชีวิต ตัดสินใจเดินตามแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ด้วยการดำน้ำโดยปราศจากถังออกซิเจน หรือ free diving ลงไปในน้ำทะเลเย็นเฉียบ ใกล้เมืองเคปทาวน์ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเขา ในช่วงแรก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มนุษย์คนหนึ่งจะดำดิ่งลงไปสำรวจโลกใต้ทะเลโดยปราศจากถังออกซิเจน เขาต้องเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรง และอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด แต่โลกใต้น้ำที่เขาได้พบเจอช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าหลงใหล ราวกับเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เครกกล่าวว่า “การมีถังออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะ เขาต้องการเป็นเหมือนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” […]

ชาวอเมริกันเรียนรู้ว่าไก่ให้เรามากกว่าแค่ไข่

กระแสการ เช่าไก่ ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ช่วงโรคโควิด-19 แพร่ระบาด เมืองคิลลิงเวิร์ธ รัฐคอนเนตทิคัต – “ว่าไง สาวๆ” จอห์น ฟาร์รูเกีย กล่าวขณะเปิดประตูไปยังพื้นที่ที่มีรั้วล้อมรอบ และไก่ประมาณ 50 ตัวเดินเพ่นพ่านส่งเสียงดัง  เขาเอื้อมมือไปหยิบไก่ขนฟูตัวหนึ่งมาอุ้ม “นี่เป็นพันธุ์เร้ดครอส” เขากล่าวพลางชี้ไปที่หงอนสีแดงของไก่ “น่ารักสุดๆ” เช่าไก่ อีกไม่นาน ไก่เหล่านี้จะได้ไปอยู่บ้านใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจปล่อยเช่าไก่ชื่อ CT Rent a Hen ของฟาร์รูเกีย ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกับมาริสา ฟาบริซี ในขณะที่ชาวอเมริกันหลายคนรับเลี้ยงสุนัขและแมว เพื่อเป็นเพื่อนในช่วงล็อกดาวน์ ในนั้นมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกรับเลี้ยงไก่แทนการเลี้ยงสุนัขหรือแมว การเลี้ยงไก่ในครัวเรือนให้ความรู้สึกพึ่งพาตัวเองได้ และได้ความรู้สึกเป็นบ้านจริงๆ ซึ่งการเลี้ยงไก่ก็สร้างความสนิทสนมกับสัตว์เลี้ยงได้ไม่แพ้กับการเลี้ยงสุนัขหรือแมวเลย แถมยังได้ไข่สดทุกวันด้วย ผู้เลี้ยงกล่าว วิธีการเช่าไก่เลี้ยงมีหลายรูปแบบ บริษัทส่วนมากจะปล่อยเช่าไก่ไข่ 2 ถึง 4 ตัวเป็นระยะเวลาตั้งแต่สี่สัปดาห์ถึงหกเดือน (ไก่ตัวผู้ส่วนมาก มีพฤติกรรมก้าวร้าวเกินไปสำหรับเช่าเลี้ยง) ไก่ที่เช่าจะมาพร้อมกับเล้าไก่เพื่อป้องกันสัตว์ผู้ล่าอื่นๆ เช่น สุนัขและแมว และมาพร้อมกับอาหาร ที่นอน และคู่มือสำหรับการเลี้ยงไก่ ผู้เช่าจะต้องยืนยันว่ามีพื้นที่นอกบ้านเพียงพอสำหรับให้ไก่ได้ลงเดิน ไก่ทั้งหมดถูกปล่อยเช่าหมดเมื่อเดือนมีนาคม […]