ข้อมูลสัตว์โลกน่ารู้ - National Geographic Thailand

World Update: กัญชาแมว ต่างจากกัญชาคนอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่

กัญชาแมว นอกจากช่วยไล่ยุงและแมลงได้แล้ว มันปลอดภัยกับแมวจริงหรือไม่? และแตกต่างอย่างไรกับกัญชาคน งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยอิวาเตะ (Iwate University) ประเทศญี่ปุ่นระบุพืชที่มีชื่อเล่นว่า ‘ กัญชาแมว ’ หรือ Catnip นอกจากจะทำให้แมวพึงพอใจแล้ว สารเคมีในใบของมันยังช่วยขับไล่ยุงและแมลงตามธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้แมวหลีกเลี่ยงโรคที่มากับพาหะเหล่านี้ได้  ทีมวิจัยได้ทดสอบกับแมว 16 ตัว โดยตอนแรกได้วางใบของพืชชนิดนี้ที่ยังไม่เสียหายบนจานแล้วปล่อยให้แมวมีปฏิสัมพันธ์ตามสบาย พวกเขาพบว่าแมวหลายตัวมีพฤติกรรมกัดและฉีก รวมทั้งเคี้ยวใบเหล่านั้น ซึ่งเมื่อตรวจปริมาณสาร ‘เนเพตาแลคโตน (nepetalactone)’ แล้วพบว่ามันมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับใบที่ยังไม่ถูกฉีก “เราพบว่าการเสียหายทางกายภาพ (ใบถูกฉีกขาด) ที่กระทำโดยแมวได้ช่วยปลดปล่อยสารเคมีทั้งหมดทันที ซึ่งสูงกว่าใบที่ไม่ได้รับความเสียหายถึง 10 เท่า” มาซาโอะ มิยาซากิ (Masao Miyazaki) หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวพร้อมเสริมว่า “หมายความว่าการเลียและการเคี้ยวเป็นพฤติกรรมจากสัญชาตญาณ” ขณะที่ นาเดีย เมโล (Nadia Melo) นักนิเวศวิทยาเคมีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษานี้เสริมว่า “แมวอาจพัฒนาพฤติกรรมนี้โดยธรรมชาติเพื่อป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อที่มียุงและแมลงเป็นพาหะ” โดยสารนี้สามารถไล่ยุงได้และยังเป็นสารไล่แมลงในธรรมชาติ และแสดงให้เห็นว่าที่แมวมีพฤติกรรม ‘ดูเหมือนรุนแรง’ เมื่อสัมผัสกับกัญชาแมวนั้นมีสาเหตุคือเพื่อเพิ่มสารไล่ยุงและแมลงบนตัวของมันเอง  แล้วมันมีความปลอดภัยจริงหรือไม่? จากงานวิจัยหลายชิ้นที่ผ่านมาไม่พบความเสียหายใด ๆ ต่อสุขภาพร่างกายรวมทั้งระบบประสาทของแมว […]

สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่า?

สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่ากัน? ในที่สุดคำถามที่ค้างคาใจมานานก็ได้รับคำตอบ และสุนัขเป็นผู้ชนะ ด้วยจำนวนของเซลล์ประสาทภายในเปลือกสมองที่มีมากกว่าแมวถึง 2 เท่า นั่นทำให้เกิดสมมุติฐานตามมาว่า สติปัญญาของมันก็น่าจะมีมากกว่าแมวเป็น 2 เท่าด้วยเช่นกัน ผลการวิจัยนี้เพิ่งจะได้รับการยอมรับ และจะถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Frontiers in Neuroanatomy ด้วยความร่วมมือของนักวิจัยจาก 6 มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา, บราซิล, เดนมาร์ก และแอฟริกาใต้ หนึ่งในผู้ร่วมการวิจัย ได้แก่ Suzana Herculano-Houzel นักประสาทวิทยาผู้คร่ำหวอดในวงการมานานหลายสิบปี และขณะนี้กำลังศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของสมองในมนุษย์และสัตว์ เพื่อให้ผลการวิจัยนี้แม่นยำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอเลือกใช้วิธีการนับจำนวนเซลล์ประสาท ซึ่งเป็นเซลล์พิเศษที่พบในสมอง และถูกใช้เป็นเครื่องมือรับส่งคำสั่งจากสมองไปสู่ร่างกาย ทำไมต้องเป็นเซลล์ประสาท? “เซลล์ประสาทเป็นหน่วยประมวลข้อมูลขั้นพื้นฐานที่สุด” Herculano-Houzel กล่าว “ยิ่งคุณพบจำนวนเซลล์ในสมองมากเท่าไหร่ กระบวนการเรียนรู้ในสัตว์นั้นๆ ก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น” ในการวิจัย ทีมนักวิจัยเลือกใช้เปลือกสมอง บริเวณดังกล่าวคือชั้นนอกสุดของสมองที่มีบทบาทสำคัญในระบบความจำความคิด และการรับรู้ พวกเขาเลือกใช้สมองสามสมองด้วยกันคือ สมองจากแมว, สมองจากสุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ และสมองจากสุนัขพันธู์ผสมขนาดเล็ก ที่ต้องใช้สมองของสุนัข 2 สมองก็เพื่อศึกษาว่าขนาดที่แตกต่างนั้นจะมีผลหรือไม่ ผลการศึกษาสมองของสุนัขทั้งสองอัน แม้ว่าจะมีขนาดที่ต่างกัน แต่ก็มีเซลล์ประสาทในจำนวนพอๆ กันคือ 500 […]

World Update: เต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสที่คิดว่าสูญพันธุ์ไป 100 ปี ถูกพบอีกครั้ง

เต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสที่เคยคิดว่าสูญพันธุ์ไปเป็น 100 ปี ถูกพบตัวเป็น ๆ อีกครั้ง หลังจากมีการพบครั้งแรกและครั้งเดียวโดยนักสำรวจ โรลโล เบค (Rollo Beck) เมื่อปี 1906 เต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอส สายพันธุ์ Chelonoidis phantasticus ก็ไม่ถูกพบที่ไหนอีกเลยจนนักวิทยาศาสตร์คิดว่าพวกมันสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับพบตัวเป็นๆ อีกครั้งหนึ่งหลังจากผ่านไปกว่า 100 ปี สตีเฟน กัวฮราน (Stephen Gaughran) นักวิจัยด้านนิเวศวิทยาและชีววิทยาวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันได้เผยแพร่รายงานการค้นพบนี้ พร้อมตั้งชื่อมันว่าเฟอร์นันดา (Fernanda) ตามชื่อเกาะเฟอร์นันดินา (Fernandina) เกาะภูเขาซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการสำรวจ ทางตะวันตกของหมู่เกาะกาลาปากอส “ทุกสิ่งที่เราพบเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้บอกเราว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้ว” เขากล่าว “ดังนั้นจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับการค้นพบสปีชีส์ที่คิดว่าหายไปแล้วเป็นเวลาร้อยปีอีกครั้งหนึ่ง” มีการเฟอร์นันดาพบเมื่อปี 2019 ขณะกำลังเดินอยู่ท่ามกลางกอพืชที่ถูกทำให้แข็งตัวจากกองลาวา ในตอนแรกพวกเขาคิดว่ามันเป็นสายพันธุ์ phantasticus พื้นเมืองที่ยังคงมีอยู่ (แต่ใกล้สูญพันธุ์อย่างมาก) เต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสทั้งหมดนั้นอยู่ในบัญชีแดงของ IUCN ที่ระบุว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่สุด ซึ่งมีสายพันธุ์หนึ่งที่ถูกจัดให้สูญพันธุ์ไปแล้ว นั่นคือสายพันธุ์ของเฟอร์นันดา แต่ด้วยการศึกษาพันธุกรรมแล้วพบว่ามันคือสายพันธุ์เดียวกันกับตัวอย่างที่พบในปี 1906 สร้างความหวังว่าอาจมีพวกมันอยู่ตรงไหนสักแห่งของเกาะ “ความหวังของเราคือยังมีเต่าอีกสองสามตัวบนเกาะนี้ แต่น่าจะมีไม่มากนัก” กัวฮรานกล่าว “หากมีเพียงเฟอร์นันดาโดยที่ไม่มีเต่าอีกตัวเพื่อผสมพันธุ์ด้วย […]

World Update: ความตายที่ยังไม่ได้รับคำตอบของช้าง 400 เชือกในบอตสวานา

ความตายที่ยังไม่ได้รับคำตอบของช้าง 400 เชือกในบอตสวานา เดือนมีนาคมปี 2020 มีช้างในบอตสวานาตายอย่างลึกลับ 44 ตัว หลังจากนั้น กลางเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน นักอนุรักษ์ตรวจนับซากศพที่กระจัดกระจายในพื้นที่ 7,770 ตารางกิโลเมตรได้มากกว่า 350 ซาก และเดือนมกราคม จำนวนช้างที่ตายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 450 ตัว กระนั้น เราก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการตายจนตอนนี้ การสูญเสียของช้างแอฟริกาเป็นเรื่องที่น่าตระหนก เนื่องจากจำนวนที่เคยมีอยู่กว่าหนึ่งล้านตัวเหลือเพียง 415,000 ตัวจากการลักลอบฆ่าเพื่อเอางาช้าง และตอนนี้พวกมันยังต้องเผชิญภัยคุกคามทั้งจากมนุษย์ ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม รวมทั้งสาเหตุการตายลึกลับนี้ ซึ่งในบอตสวานามีช้างทั้งหมดเพียง 130,000 ตัว การตายจำนวนหลายร้อยนี้จึงน่าตกใจไปทั่วโลก ด้วยแรงกดดันจากนานาชาติ ทางการบอตสวานาระบุว่าผู้ร้ายคือ ‘ไซยาโนแบคทีเรียนิวโรทรอกซิน(cyanobacteria neurotoxins)’ สารพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่บานในน้ำนิ่งและอุดมด้วยสารอาหาร มันจะโจมตีระบบประสาทหากสิ่งมีชีวิตกลืนเข้าไป แต่การทบทวนเอกสารและการสัมภาษณ์รวบรวมข้อมูลกว่า 14 เดือนของเนชั่นเนลจีโอกราฟิกพบว่าคำตอบที่ได้นั้นไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร “การวินิจฉัยสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ไม่ควรถูกกำหนดโดยนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการเพียงคนเดียวที่ใช้การวิจัยเพียงชุดเดียว” มมาดี รูเบน (Mmadi Reuben) สัตวแพทย์ของแผนกสัตว์ป่ากล่าว เขาเสริมว่าผู้สืบสวนของรัฐบาลไม่ได้ใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อจากช้างและน้ำตัวอย่างจากแหล่ง แต่กลับใช้ข้อมูลจากการตรวจสอบของห้องปฏิบัติการ อาการ การวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และอื่น ๆ จนสรุปเป็นคำตอบว่าช้างถูกโจมตีทางระบบประสาท […]

การถูกคุกคามของสายพันธุ์

การถูกคุกคามของสายพันธุ์ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชากรสิ่งมีชีวิตทั่วโลกกำลังลดจำนวนลง ยกเว้นสายพันธุ์มนุษย์ ผลจากการลดลงของจำนวนประชากรสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ย่อมนำมาซึ่งความไม่สมดุลในระบบนิเวศ การถูกคุกคามของสายพันธุ์ (Species Endangerment) คือ ภาวะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด (Species) ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นชนิดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ทั้งที่อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น ในแหล่งน้ำหรือในพื้นที่รกร้างต่าง ๆ นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตหลายพันล้านชนิดกว่าร้อยละ 99 ที่เกิดขึ้นบนโลกได้สูญพันธุ์ไปแล้วจากเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ทั้ง 5 ครั้งในอดีต (Mass Extinction) โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งช่วงเวลาที่พืชทะเล และปลาดึกดำบรรพ์ครองโลก หรือในยุคที่ไดโนเสาร์อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ในอดีต การสูญพันธุ์แต่ละครั้งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งภูเขาไฟระเบิด และการพุ่งชนโลกของอุกกาบาตขนาดใหญ่ หรือดาวเคราะห์น้อย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับมีอัตราเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นหลายพันหลายหมื่นเท่าจากผลของกิจกรรมมนุษย์     สาเหตุของภาวะความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย (Habitat Loss) : จากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและผลจากกิจกรรมและการกระทำของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตัดไม้ทำลายป่า การขยายตัวเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม การทำเกษตรกรรม และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการตัดถนนผ่านพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติ การสร้างสะพานข้ามแหล่งน้ำขนาดใหญ่หรือการสร้างท่าเรือน้ำลึกต่าง […]

การพรางตัวของสัตว์ กลยุทธ์เพื่อหลอกล่อผู้ล่า

การพรางตัวของสัตว์ ซับซ้อนกว่าที่เราคิด มันมาในหลากหลายรูปแบบ และสัตว์บางชนิดใช้การพรางตัวมากกว่าหนึ่งแบบเพื่อหลอกล่อผู้ล่า การพรางตัวของสัตว์ หรือการย้อมสีพรางตัว (Cryptic Coloration) ไม่ได้มีไว้สำหรับทหารในกองทัพเท่านั้น สิ่งเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปในสัตว์ต่างๆ สำหรับทำตัวให้กลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อม ไม่ให้ผู้จ้องโจมตีมองเห็นได้ การพรางตัวตามธรรมชาติเช่นนี้ เป็นหนึ่งในการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต (Adaptation) ซึ่งเป็นกลไกทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่ทำการปรับเปลี่ยนลักษณะโครงสร้างทางกายภาพ สรีรวิทยา รวมถึงพฤติกรรมบางประการ ให้เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในระบบนิเวศ ทั้งเพื่อป้องกันตนเองจากภัยคุกคามหรือผู้ล่า การเลือกแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร รวมถึงปัจจัยในด้านต่าง ๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต   กลวิธีการพรางตัวของสัตว์ การพรางตัวมีหลายประเภท และสัตว์บางชนิดใช้มากกว่าหนึ่งแบบในการพรางตัว กลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุดคือ การทำตัวให้กลมกลืนกับพื้นหลัง ซึ่งอาจจะเรียบง่ายเหมือนขนสีขาวของสุนัขจิ้งจองที่จับพอดีกับสีของทุนดราอาร์กติก หรือซับซ้อนเหมือนแมลงใบไม้ที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของใบไม้จริง   กลวิธีอีกอย่างคือ การพรางตัวแบบใช้สีให้สับสน เมื่อสัตว์ปลอมตัวตนไปตามตำแหน่งที่อยู่ด้วยการใช้แพทเทิร์นสี เช่น ผีเสื้อนกฮูกมีปีกเหมือนตานกฮูก ทำให้ผู้ล่าหลงคิดว่ากำลังจ้องมองไปที่ใบหน้าของนกฮูกอยู่ แทนที่จะเป็นด้านหลังของปีกผีเสื้อ แทนที่จะปกปิดตัวตนของตัวเอง สิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น ผีเสื้อจักรพรรดิใช้สีสำหรับการเตือนภัย หรือกลไกที่เรียกว่า Aposematic ซึ่งเป็นวิธีการที่ส่งสัญญาณให้ผู้ล่ารู้ว่าพวกมันมีพิษ และไม่คุ้มที่จะเสี่ยงต่อการโจมตี การเลียนแบบ (Mimicry) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มีประโยชน์ เช่น งูคิงสีแดง (Scarlet King […]

World Update: พบกระเบนยักษ์แม่น้ำโขงประเทศกัมพูชา

พบกระเบนยักษ์แม่น้ำโขงประเทศกัมพูชา ยาวกว่า 4 เมตร ชาวบ้านเรียกนักอนุรักษ์จัดการปล่อยคืนธรรมชาติ แม่น้ำโขง หนึ่งในแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ไหลผ่านหลายประเทศที่ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ คาดกันว่ามีปลามากกว่า 2 แสนล้านตัว แต่ปลาเหล่านี้กำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจนหลายสปีชีส์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และหนึ่งในนั้นคือกระเบนขนาดใหญ่ยักษ์ที่ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงจากประเทศกัมพูชาจับได้ มันมีความยาวกว่า 3.93 เมตรและหนักราว 180 กิโลกรัม นักวิจัยคาดว่าแอ่งน้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระแสน้ำจะเป็นแหล่งหลบภัยให้กับสัตว์มากมายรวมไปถึงปลาขนาดใหญ่ด้วยเช่นกัน กระเบนตัวนี้ถูกจับโดยบังเอิญหลังจากที่มันกลืนเหยื่อจากเบ็ดของชาวบ้าน แต่พวกเขาไม่ต้องการจบชีวิตมัน จึงเรียกทีมนักกู้ภัยและนักวิจัยเพื่อจัดการแทน “ในตอนแรก พวกเขากลัวว่าจะถูกจับหรือติดคุกหากพวกเขารายงานว่าจับสัตว์ยักษ์ได้” เจีย ไซลา (Chea Seila) จากโครงวิจัย Wonders of the Mekong กล่าว “แต่พวกเราชื่นชมที่พวกเขาทำเช่นนี้ และมองว่านี่เป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ปลาที่ใกล้สูญพันธุ์” เมื่อนักวิจัยตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อย ปลากระเบนขนาดใหญ่ตัวนี้ก็ถูกปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ แม้ปลากระเบนน้ำจืดขนาดยักษ์ (Urogymnus polylepis) จะได้รับการจัดให้อยู่ในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของบัญชีแดงไอยูซีเอ็น (IUCN Red List of Threatened Species) แต่การจับพวกมันในกัมพูชานั้นไม่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านริมแม่น้ำที่ทำประมงจำนวนมากกล่าวว่ามันควรเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง “นี่คือปลากระเบนยักษ์” ลอง ธา (Long […]

World Update: งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้

งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับแมวมากมายที่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่ดูเอาแต่ใจตัวเองและทำท่าทางไม่สนใจอะไรรอบตัวนี้ กลับมีความผูกพันลึกซึ้งต่อมนุษย์และอยากที่จะสื่อสารกับเราเช่นกัน เช่นเดียวกับในงานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าเหมียวนั้นจำชื่อแมวตัวอื่นๆ ในบ้านได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน “สิ่งที่เราค้นพบนั้นน่าอัศจรรย์” ซาโฮ ทาคางิ (Saho Takagi) นักวิจัยด้านสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอาซาบุ (Azabu University) ประเทศญี่ปุ่นกล่าวและเสริมว่า “ผมอยากให้ทุกคนรู้ความจริงว่า แม้แมวจะดูเหมือนไม่สนใจและไม่ฟังการสนทนาของผู้คน แต่จริง ๆ แล้วพวกมันรู้” ต่างจากสุนัขที่เราทราบดีแล้วว่าพวกมันจำชื่อได้และแทบจะสนใจทุกอย่างที่มนุษย์ทำ ในการทดลอง ทาคางิและเพื่อนนักวิจัยได้ศึกษาแมวบ้านที่อาศัยอยู่กับแมวหลายตัวเปรียบเทียบกับแมวที่อาศัยอยู่ใน ‘คาเฟแมว’ แล้วนำเสนอใบหน้าแมวตัวอื่นๆ (ที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน) ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกชื่อที่เป็นทั้งของแมวตัวนั้นและชื่อที่เป็นของแมวตัวอื่น สิ่งที่พวกเขาพบคือ แมวบ้านใช้เวลาในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานขึ้นเมื่อชื่อที่เรียกนั้นไม่ตรงกับใบหน้าแมวที่ปรากฎ ทีมวิจัยเชื่อว่าแมวมีอาการสับสนหรืองุนงงเนื่องจากชื่อและใบหน้าแมวตัวอื่นไม่ตรงกัน ในขณะที่แมวจาก ‘คาเฟแมว’ ไม่ได้แสดงความล่าช้าแบบเดียวกัน พวกเขาคาดว่าเป็นเพราะแมวอาศัยอยู่ในที่ที่มีแมวอื่น ๆ มากมายและไม่ได้สนิทคุ้นเคยกับทุกตัว จึงไม่ได้สนใจชื่อของแมวตัวอื่น สิ่งนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกับการฉายใบหน้าของมนุษย์พร้อมกับเรียกชื่อของคนนั้น แมวที่อยู่ในบ้านได้แสดงอาการงุนงงเช่นเดิม ในขณะที่แมวใน ‘คาเฟแมว’ ก็ไม่มีอาการล่าช้าแบบเดิม “เฉพาะแมวในบ้านเท่านั้นที่ถูกกระตุ้นและคาดว่าจะมีใบหน้าแมวที่เฉพาะเจาะจงเมื่อได้ยินชื่อแมวที่จะบ่งบอกว่าชื่อและหน้าตรงกัน” ทาคางิกล่าว “เป็นหลักฐานแรกที่แสดงให้เห็นว่าแมวบ้านเชื่อมโยงคำพูดของมนุษย์และการอ้างอิงทางสังคมของพวกมันผ่านประสบการณ์ทุกวัน” และยิ่งแมวบ้านที่อยู่กับครอบครัวนานเท่าไหร่ การเชื่อมโยงนี้ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ทีมงานยอมรับว่าการวิจัยนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างเล็ก นั่นคือแมว […]

World Update: ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล

ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล หวั่น ยังมีสัตว์ใต้ทะเลสูญพันธุ์อีกไปแต่เรายังไม่รู้ ปลาสมูทแฮนด์ฟิช (Smooth Handfish) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sympterichthys unipennis ได้รับการประกาศว่าสูญพันธุ์แล้วโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ IUCN แล้ว เป็นปลาที่มีชีวิตในยุคปัจจุบันชนิดแรกที่ถูกยืนยันว่าหายไปตลอดกาล มันเป็นปลาที่มีลักษณะโดดเด่นที่ใช้ครีบที่คล้ายมือคลานไปบนพื้นทะเล และมีหน้าตาเหมือนผู้สูงอายุที่ไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากพิจารณาจากจำนวนครั้งที่พบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ มันอาจไม่พอใจอยู่จริงๆ ก็เป็นไปได้เมื่อกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่ยุคการล่าอาณานิคมทำให้ประชากรของพวกมันลดลงอย่างน่าใจหาย และปัจจุบันก็ไม่พบเห็นมานานกว่า 20 ปี ศาสตราจารย์เกรแฮม เอ็ดการ์ (Prof Graham Edgar) นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า “ประมาณร้อยละ 40 ของสายพันธุ์แนวปะการังน้ำตื้นในแทสเมเนียตอนใต้มีประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ระบบทางทะเลทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา” เขาคาดเว่าสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจากการขุดลอกหาหอยเชลล์และหอยนางรม ตะกอนที่ไหลมาจากอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้จำนวนสัตว์ลดลง ปลาสมูทแฮนด์ฟิชเคยได้รับการบันทึกว่ามีอยู่มากมายในน่านน้ำออสเตรเลีย ซึ่งพบครั้งแรกโดยนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส François Péron เมื่อปี 1802 ลักษณะพิเศษของมันคือไม่มีระยะตัวอ่อนหรือ Larval phase อีกทั้งไม่เคลื่อนไหวมากนัก นั่นหมายความว่ามันไม่มีการอพยพไปที่อื่น “เนื่องจากพวกมันไม่มีระยะตัวอ่อน พวกมันจึงไม่สามารถกระจายไปยังที่ใหม่ได้ และด้วยเหตุนี้ ประชากรปลาจึงเสี่ยงต่อภัยคุกคาม” […]

ดำน้ำสู่ดงฉลามดุในดินแดนทะเลเดือดแห่ง เฟรนช์โปลินีเซีย

เยือนช่องแคบอันห่างไกลใน เฟรนช์โปลินีเซีย เพื่อชมการจับคู่ผสมพันธุ์ที่หาดูได้ยากของปลากะรังและฉลามที่ไล่ล่าพวกมัน ทางใต้สุดของอะทอลล์ฟาการาวาหรือเกาะปะการังวงแหวนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 60 กิโลเมตรในแถบเฟรนช์โปลินีเซีย ช่องแคบหนึ่งตัดผ่านแนวปะการังแห่งนี้  ทุกปีในเดือนมิถุนายน  ปลากะรัง (Epinephelus polyphekadion) หลายพันตัวจะมารวมตัวกันในช่องแคบดังกล่าว  ซึ่งมีพื้นที่พอๆกับสนามฟุตบอลสองสนามต่อกัน เพื่อให้กำเนิดปลารุ่นต่อไป  กระแสนํ้าเชี่ยวกรากไหลหลากเข้ามาทุกๆ หกชั่วโมง เติมเต็มและพานํ้าออกจากแอ่งแคบๆ นั้น ปลากะรังตัวอ้วนพีขนาดราว 50 เซนติเมตรไม่ได้เป็นปลาพวกเดียวที่มาที่นี่  เพราะยังมีฉลามสีเทาอีกหลายร้อยตัวที่มาเยือนเพื่อสะกดรอยพวกมัน ปลากะรังเพศเมียส่วนใหญ่จะอยู่ที่นี่เพียงสองถึงสามวันเพื่อวางไข่  เหมือนกับปลาที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังชนิดอื่นๆ  แต่ปลากะรังเพศผู้ที่มักใช้ชีวิตตามลำพังเกือบทั้งปี  จะมาแออัดกันในน่านนํ้าอันตรายแห่งนี้นานหลายสัปดาห์ จนกว่าทั้งหมดจะได้ผสมพันธุ์พร้อมกันในที่สุด  โดยปล่อยกลุ่มไข่และสเปิร์มออกมาในนํ้า คนท้องถิ่นบอกเราว่า  ฤกษ์ดีของพวกมันคือช่วงคืนจันทร์เพ็ญ ทีมงานของผมใช้เวลาสี่ปีที่ผ่านมาบันทึกและทำความเข้าใจพฤติกรรมอันน่าทึ่งและแสนพิศวงนี้  เราดำนํ้ากันทั้งวันทั้งคืนตลอดระยะเวลา 21 สัปดาห์  นับรวมได้ทั้งหมด 3,000 ชั่วโมงของการดำนํ้าในช่องแคบลึก 35 เมตรแห่งนี้ ในช่วงปีแรกหรือปี2014  โยฮาน  มูริเยร์  และอองโตแนง กิลแบร์  นับจำนวนปลาที่ถูกต้องได้เป็นครั้งแรก  นั่นคือช่องแคบแห่งนี้มีปลากะรังทั้งหมด 17,000 ตัว  และฉลามสีเทา 700 ตัว  (ปลาเหล่านี้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์ชีวมณฑล) ในปีนั้น  ผมดำนํ้าต่อเนื่องได้ยาวนาน 24 […]

World Update: ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่แมวชอบนั่งบนคอมพิวเตอร์

ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่แมวชอบนั่งบนคอมพิวเตอร์พร้อมวิธีการจัดการ เจ้าของแมวส่วนใหญ่คงเคยประสบปัญหาที่แมวของเราเองมักชอบมานั่งบนคอมพิวเตอร์พกพาหรือโน้ตบุ๊กอยู่บ่อย ๆ ในเวลาที่เราต้องการใช้งาน น่าเสียดายที่ยังไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่เพื่อหาคำตอบที่แท้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้เผยถึงเหตุผลที่แท้จริงของพฤติกรรมนี้ว่าเป็นไปได้ที่แมวจะเรียกร้องความสนใจ หาที่อบอุ่น หรือแม้กระทั่งแสดงความเป็นเจ้าของมนุษย์ผู้เลี้ยงเอง “แมวหลายตัวชอบได้รับความสนใจและอยู่ใกล้ผู้คนมาก ดังนั้นในบางกรณีแล้ว การที่แมวแสดงพฤติกรรมนี้อาจเพราะต้องการความสนใจจากคุณ” มาริลิน ไคย์กอร์ (Marilyn Krieger) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมแมวกล่าว เธอกล่าวว่าเหตุผลทางชีววิทยาอาจเป็นหนึ่งในคำตอบ “ช่วงอุณหภูมิที่แมวชอบ หรือกล่าวอีกอย่างว่าช่วงอุณหภูมิที่แมวไม่ต้องสร้างความร้อนเองเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นนั้นอยู่ที่ราว 30 ถึง 37 องศาเซลเซียส” ไคย์เกอร์กล่าว ในขณะที่ มาร์ซี คอสกี (Marci Koski) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมแมวอีกท่านกล่าวเสริมว่า “แมวนั้นชอบสิ่งที่อุ่นกว่ามนุษย์ และเพื่อให้ได้รับความอบอุ่นเป็นพิเศษ เหล่าเจ้าเหมียวจึงมักจะนั่งบนสิ่งต่าง ๆ เช่น ช่องระบายความร้อน พรมที่อุ่นด้วยแสงแดด และคอมพิวเตอร์พกพา” อย่างไรก็ตาม ดร.เดวิด แซนด์ส (Dr. David Sands) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสัตว์จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลไม่เห็นด้วยทั้งหมด เขาเห็นด้วยที่ว่าแมวนั้นชอบที่อุ่นๆ “ใช่ คอมพิวเตอร์พกพาปล่อยความร้อนและพื้นที่ร้อนนั้นเป็นที่สนใจของแมว แต่คุณต้องตามว่าทำไมเจ้าแมวของคุณถึงไม่นั่งที่อื่นๆ ที่อุ่นเหมือนกัน” ดร.แซนด์สกล่าว เขาเชื่อว่าการที่แมวทำพฤติกรรมนี้เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของมนุษย์ที่เลี้ยงมันอยู่ “มีความเป็นไปได้มากกว่าที่แมวของคุณต้องการฝากกลิ่นของตัวเองแทนที่ที่ของคุณ เช่นคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์ โดยทั้งหมดนี้คือแมวกำลังบอกว่า […]

เซลล์ประสาทและพื้นผิวทำงานอย่างไร เมื่อ ‘หมึกสาย’ ต้องพรางตัวอย่างแนบเนียน

ไขมายากลพรางกายของหมึกสายที่ซับซ้อน และคำถามที่ว่าหมึกสายฉลาดไหม? “ในบรรดาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง หมึกสายเป็นสัตว์ที่ดูจะคล้ายเรามากที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีที่มันสบตากับคุณ ราวกับมันกำลังพินิจพิเคราะห์คุณ (การสบตาทำให้มันแตกต่างจากสัตว์มีกระดูกสันหลังจำนวนมากด้วย เช่น ปลาส่วนใหญ่จะไม่จ้องมองคุณ)…” โอลิเวีย จัดสัน เขียนในสารคดี “นักมายากลแปดหนวด” ใน National Geographic ถึงหมึกสายหรือหมึกยักษ์ ที่เปลี่ยนรูปร่างและสีสันได้ตามต้องการ พ่นหมึก แทรกตัวหายไปในรอยแยกเล็กๆ และลิ้มรสด้วยปุ่มดูด แล้วเหตุใดมันจึงชวนให้เรานึกถึงตัวเราเอง ความคล่องแคล่วทางกายภาพ หนวดทั้งแปดเส้นของหมึกสายมีปุ่มดูดนับร้อยปุ่มเรียงเป็นแถว ซึ่งช่วยให้มันจัดการวัตถุต่าง ๆ  ได ความคล่องแคล่วนี้ทำให้มันแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างโลมา ซึ่งแม้จะฉลาดมาก แต่ก็ถูกจำกัดด้วยลักษณะทางกายวิภาค องค์ประกอบหลัก 3 ประการของการพรางตัว 1. สี หมึกสายสร้างสีด้วยระบบเซลล์สร้างสี และเซลล์สะท้อนแสง สารสีบรรจุอยู่ในถุงเล็กๆ นับพันถุงในผิวหนังชั้นบนสุด เมื่อถุงปิด พวกมันจะดูเหมือนจุดด่างเล็กๆ และเมื่อจะแสดงสี หมึกสายจะหดกล้ามเนื้อรอบถุง เป็นการดึงให้ถุงเปิดและเผยสีออกมา มันสามารถสร้างลวดลาย เช่น ลายแถบ ลายทาง หรือลายจุดได้ทันที ขึ้นอยู่กับว่าเปิดหรือปิดถุงชุดไหน 2. พื้นผิวของผิวหนัง ของการพรางตัวคือ  หมึกสายสามารถเปลี่ยนผิวหนังจากเรียบเป็นขรุขระ โดยการหดกล้ามเนื้อพิเศษ ผลที่ได้อาจสุดโต่ง อย่างหมึกสายสาหร่าย […]

ตามติดชีวิตนกอพยพกับการใส่ห่วงขา ที่อาจบอกได้ถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตามดูการทำงานของนักปักษีวิทยา เมื่อติดห่วงขานกแล้ว วิทยาศาสตร์เล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับนกบ้าง เมื่อนักปักษีวิทยาติดอุปกรณ์ติดตามเข้าที่ตัวนก ซึ่งอาจจะเป็นเพียงห่วงขาที่ระบุหมายเลขประจำตัว หรือเครื่องติดตามด้วยดาวเทียม (satellite telemetry) ซึ่งสามารถติดในนกที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้ พวกเขาจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับนกตัวนั้นโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปี สถานที่พบ ความยาวปีกและหาง ขนาดของปากและขา สุขภาพและความสมบูรณ์ของนก รวมทั้งระยะการผลัดขน เพศ อายุ และถ้าหากนกตัวนั้นถูกจับได้อีกครั้ง การเปรียบเทียบรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันก็จะช่วยให้บรรดานักวิจัยสามารถวาดภาพวงจรชีวิตของนกตัวนั้นได้ดีขึ้น รายละเอียดและระยะเวลาของสถานที่พบยังมีความสำคัญเป็นพิเศษในชนิดนกที่อพยพ การศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีช่วยให้นักปักษีวิทยาทั่วโลกวาดภาพเส้นทางบินอพยพ หรือ flyways ที่บรรดานกหลายหลากชนิดใช้อพยพหนีหนาวและกลับไปทำรังวางไข่เป็นประจำทุกปี นกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือ (Arctic tern, Sterna paradisaea) เจ้าของขนาดตัวเพียง 28-41 เซนติเมตร ที่เดินทางมากกว่า 70,000 กิโลเมตรระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ในแต่ละปี ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, Svalbard นกบางชนิดมีระยะทางการอพยพที่ไกลอย่างน่าทึ่ง เช่น นกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือ (Arctic tern, Sterna paradisaea) ที่อพยพไปกลับระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ หรือเป็นระยะทางมากถึง 70,000 กิโลเมตรในแต่ละปี แม้มันเองจะมีขนาดตัวเพียง 28-41 เซนติเมตรเท่านั้น […]

ความอัศจรรย์พันลึกของ ม้าน้ำ และภัยที่คุกคาม

พวกมันหน้าตาเหมือนสัตว์อื่นหลายชนิดผสมกัน และเพศผู้เป็นฝ่ายออกลูก แต่ตอนนี้ ม้าน้ำ ปลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้กำลังเผชิญภัยคุกคาม มิเกล กอร์เรีย ชี้ไปที่พื้นทะเล ฉันมองตาม แล้วส่ายหัว เขาจิ้มนิ้วสวมถุงมือรัวๆ ที่จุดเดิม ฉันว่ายเข้าไป ใกล้ขึ้น เพ่งมองหาจริงจังกว่าเดิม นั่นไง ซุกอยู่ในกอสาหร่ายตรงที่ฉันมองหามาแต่แรกนั่นเอง ม้าน้ำ จมูกยาวชนิด Hippocampus guttulatus สูง 76 มิลลิเมตร สีเหลืองอมน้ำตาล มีจุดกระสีเข้มประปราย และก้านผิวหนังตั้งเรียง เป็นแผงคอ ต่อมาในการดำไดฟ์เดียวกัน ฉันยังเห็นญาติจมูกสั้นของเจ้าตัวแรก (เพราะมีคนชี้ให้ดูเช่นกัน) นั่นคือHippocampus hippocampus ม้าน้ำพื้นถิ่นอีกชนิดในทะเลสาบน้ำเค็มชื่อ รีอาฟอร์โมซา บนชายฝั่งของโปรตุเกส ในน่านน้ำชายฝั่งของทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา เราพบปลาที่เป็นตำนานเล่าขานชนิดนี้หลากหลายชนิด นักวิทยาศาสตร์ระบุชนิดพันธุ์ม้าน้ำได้ 46 ชนิดทั่วโลก และจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ลำพังในช่วงสิบปี ที่ผ่านมา ก็มีการระบุชนิดพันธุ์ใหม่ๆ ได้อีกสี่ชนิดแล้ว ไม่นานมานี้เอง รีอาฟอร์โมซาซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคอัลการ์ฟของโปรตุเกส เป็นบ้านของม้าน้ำจำนวนมากถึง สองล้านตัว กอร์เรีย นักชีววิทยาที่มหาวิทยาลัยศูนย์สมุทรศาสตร์อัลการ์ฟ กล่าว เขากับเพื่อนร่วมงานเพาะพันธุ์และศึกษาสัตว์ชนิดนี้ในอาคารริมน้ำหลังเล็ก […]

World Update: ผู้เชี่ยวชาญระบุ 3 เหตุผลที่ แมวกวน ให้คุณตื่นตั้งแต่เช้ามืด

ผู้เชี่ยวชาญระบุ 3 เหตุผลที่ แมวกวน ให้คุณตื่นตั้งแต่เช้ามืด พร้อมแนะวิธีอยู่กับพวกมันอย่างสันติ ผู้เลี้ยงแมวส่วนใหญ่คงเคยพบกับพฤติกรรม แมวกวน คุณในเวลาเช้ามืดตอนตี 4 เกือบทุกวัน ทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาเพื่อจัดการมันและเสียเวลาพักผ่อนอันมีค่าของคุณไป  บทความล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรรมสัตว์ได้ระบุถึง 3 สาเหตุที่เจ้าเหมียวของคุณทำพฤติกรรมที่น่ากวนใจนี้ แมวของคุณหิว เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุหลักที่แมวมาปลุกคุณ  ตามคำกล่าวของดร. มาร์ซี คอสกี จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดและผู้ก่อตั้ง Feline Behavior Solutions กล่าวไว้ว่า “แมวมีการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม” เธออธิบายว่า เจ้าเหมียวเรียนรู้ที่จะได้รับความสนใจจากคุณและเมื่อคุณทำสิ่งที่พวกแมวต้องการให้คุณทำแล้ว (โดยเฉพาะการให้อาหาร) แมวของคุณก็จะแบบ “YESSS!”  “กวนมนุษย์ตอนเช้า = กินอาหาร” นั่นหมายความว่าแมวของคุณได้เชื่อมโยงสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันแล้ว ทำให้พวกมันมีแนวโน้มทำซ้ำอยู่บ่อย ๆ “เจ้าแมวไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะคิดต่างไปจากเดิม” บทความระบุ “ตอนแรกพวกมันอาจจะเบื่อและอยากเล่นกับคุณ แต่เมื่อพวกเขาพบว่าทำแล้วได้รางวัล พวกมันก็พบวิธีที่จะได้กินอาหารเพิ่มขึ้นแล้ว” บทความอธิบายเสริม แล้วมนุษย์จะทำอย่างไรได้บ้าง?  “ถ้าคุณต้องการให้พฤติกรรมแมวเปลี่ยนไป คุณต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น” ดร. คอสกีระบุ “คุณไม่สามารถปิดประตูห้องและคาดหวังว่าเจ้าแมวจะทำอะไรไม่ได้ คุณต้องให้แมวของคุณมีกิจกรรมอื่นๆ ที่พวกมันชอบ” ดร. คอสกีกล่าวว่า การใช้เครื่องป้อนอาหารอัตโนมัติเป็นทางออกที่ดี  ตั้งเวลาเพื่อให้อาหารเร็วกว่าเวลาที่แมวมักปลุกคุณเล็กน้อยในปริมาณที่ไม่มาก […]

ภารกิจไต่หน้าผาเยือนโลกสาบสูญที่กายอานา ค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ เหนือแอมะซอน

ภูเขายอดราบสูงตระหง่านเหนือป่าฝนแอมะซอน ประเทศกายอานา เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้พบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ และไขความลับของวิวัฒนาการ ความท้าทายข้อใหญ่ที่สุดอยู่ที่การไปถึงที่นั่นให้ได้ กายอานาแตกต่างจากประเทศอื่นในอเมริกาใต้ตรงที่เป็นชาติเดียวที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจาก การเป็นอาณานิคมอันยาวนานเพียงแห่งเดียวของอังกฤษในทวีปนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศปกคลุมด้วยป่าฝนไร้ถนน แต่ ณ ซอกมุมทางตะวันตกเฉียงเหนือสุด เทือกเขาปากาไรมาทอดขนานพรมแดนที่ติดกับบราซิลและเวเนซุเอลา ที่นี่มีภูเขายอดราบจำนวนมากพุ่งสูงเสียดฟ้าเหนือเรือนยอดไม้สีเขียวเข้มในลุ่มน้ำไปควา ชนพื้นเมืองเปมอนที่อาศัยอยู่ใต้ เงื้อมเงาขุนเขาเหล่านี้มาหลายร้อยปีเรียกยอดเขาแปลกตาเหล่านี้ว่า เตปูอี (Tepuis) ซึ่งแปลว่า “หินโผล่” หรือบางครั้งเรียกว่า “วิมานแห่งทวยเทพ” ผิดกับเทือกเขาทั่วไปที่มักเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ เตปูอีกลับมีแนวโน้มตั้งอยู่โดดเดี่ยว โผล่ขึ้นมาจากป่าฝน เหมือนเกาะที่ผุดขึ้นกลางทะเลหมอก เตปูอีบางลูกอาจมีเส้นทางเดินป่าไปถึงยอด แต่ส่วนใหญ่ล้อมรอบด้วยหน้าผาชัน ซึ่งบางแห่งสูงถึง 900 เมตร และมักประดับด้วยน้ำตกงดงามตระการตา นักธรณีวิทยาบอกว่า เตปูอีเหล่านี้เป็นเศษซากหลงเหลือของที่ราบสูงโบราณชื่อหินฐานทวีปกีอานา ซึ่งเคยเป็น ใจกลางมหาทวีปกอนด์วานา เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน พื้นที่ส่วนนี้ของทวีปอเมริกาใต้อยู่ติดกับทวีปแอฟริกา มหาทวีปกอนด์วานาแยกจากกันนานมากแล้ว ทว่าพื้นที่ส่วนนี้ของอเมริกาใต้ยังคงมีเงื่อนงำมากมายของอดีตที่เคย มีร่วมกับแอฟริกา ทุกวันนี้ ชนิดพันธุ์ประจำถิ่นจำนวนหนึ่งบนเตปูอีมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับพืชและสัตว์ในแอฟริกาตะวันตก และชนิดของเพชรในเหมืองต่างๆ ของเซียร์ราลีโอนและกินีก็เหมือนกับเพชรที่กร่อนจากหน้าผาของเตปูอี แล้วไหลไปตามแม่น้ำไปควาและแม่น้ำอื่นๆ ค่ำคืนมืดสนิทคืนหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ บรูซ มีนส์ ยืนอยู่ตามลำพัง ลึกเข้าไปในเทือกเขาปากาไรมาทางตะวันตกเฉียงเหนือของกายอานา เขากวาดตาผ่านป่าเมฆคลุมด้วยแสงไฟฉายคาดศีรษะ จ้องผ่านแว่นพร่ามัวไปยังท้องทะเลแห่ง หมู่ไม้โบราณที่คล้ายห่มคลุมด้วยผืนมอสส์สีเขียวสด อากาศชื้นอวลกลิ่นพืชพรรณและไม้ที่เน่าเปื่อยผุพัง […]

การ จับแมลง เกินขนาดในยูกันดา และภาวะคุกคามจากโลกร้อน

เหล่านักวางกับดัก จับแมลง จอมกระโดดนำแหล่งโปรตีนสำคัญมาสู่ท้องตลาดในยูกันดา แต่การจับเกินขนาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นภัยคุกคามอาหารแห่งอนาคตนี้ ค่ำคืนหนึ่งที่อากาศเย็นยะเยือก และลมพัดแรงบนยอดเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดา กระแสลมเขย่าแผ่นสังกะสีขนาดหนึ่งคูณสองเมตรที่ตั้งเรียงกันเป็นผนังลาดเอียงของกับดักยักษ์สำหรับ จับแมลง เครื่องปั่นไฟน้ำมันดีเซลส่งเสียงดังกระหึ่มห่างออกไปไม่กี่เมตร ป้อนไฟฟ้าให้หลอดไฟขนาด 400 วัตต์ที่อยู่ตรงกลาง แสงไฟสว่างมากจนมนุษย์ตาพร่า แต่ดึงดูด รัสโปเลีย ดิฟเฟอเรนส์ (Ruspolia differens) ในยูกันดา มักเรียกแมลงชนิดนี้ว่า “ตั๊กแตน” หรือ เอ็นเซเนเน แต่ที่จริงพวกมันคือ จิ้งหรีดพุ่มไม้หัวแหลม ตรงปลายด้านล่างของแผ่นสังกะสีเหล่านั้นมีถังน้ำมันหลายสิบใบรองอยู่ กิกกันดู อิสลาม นายกสมาคมนักจับจิ้งหรีดพุ่มไม้ในท้องถิ่น คาดหวังว่าอีกไม่นานถังจะเต็มไปด้วยแมลงตัวยาวเกือบแปดเซนติเมตรชนิดนี้นับล้านๆตัว “ผู้มาเยือน” ซึ่งเป็นชื่อที่คนท้องถิ่นเรียก มารวมตัวกันเพื่อผสมพันธุ์และหากินเป็นฝูงขนาดมหึมา หลังฤดูฝนของแต่ละปีในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ เมื่อผู้คนหลายร้อยจากทั่วประเทศผละงานประจำของตัวเอง ออกมาจับพวกมัน จิ้งหรีดทอดโรยเกลือเป็นของดีราคาแพงในยูกันดา ขายถุงละสองดอลลาร์สหรัฐตามตลาดนัด ลานจอดรถโดยสารสาธารณะ และริมถนน ตอนนั้นเป็นเดือนพฤศจิกายนปี 2020 และควรอยู่กลางช่วงจับแมลงในฤดูใบไม้ร่วงในฮารุก็องโก ตามตำนานเล่าขานกันว่า แมลงชนิดนี้มาจากดวงจันทร์ ซึ่งคืนนี้เต็มดวง แต่ “เราจับไม่ได้เลยครับ” อิสลามกล่าว “พวกมันอยู่ที่ไหนกันหมด” จิ้งหรีดพุ่มไม้และแมลงกินได้อื่นๆ อุดมด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก สังกะสี รวมทั้งแร่ธาตุจำเป็นอื่น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือเอฟเอโอ […]

เยือนถิ่น แมวใหญ่ อินเดีย สถานที่อนุรักษ์เสือที่ออกดอกผล

ในเขตอนุรักษ์เสือโคร่งนคราโหเล เสือโคร่งและเสือดาวเพิ่มจำนวนขึ้นมาก  หลังความพยายามในการอนุรักษ์ของอินเดียเริ่มให้ดอกผล ภูมิทัศน์ผืนป่าเขียวขจี ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกของเขตอนุรักษ์เสือโคร่งนคราโหเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของ รัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย ดูมีมนตร์เสน่ห์ชวนหลงใหล ช้างป่าตัวหนึ่งเดินอุ้ยอ้ายอยู่ในดงไม้ ใบหูใหญ่ยักษ์โบกสะบัดไปมาเป็นจังหวะ บนทางดิน เบื้องหน้านั้น กระทิงรูปร่างคล้ายวัวไบซันเล็มหญ้าอยู่ในทุ่ง ไม่แม้กระทั่งชายตามองมาทางเรา เราขับรถต่อไปโดยมีช่างภาพ ชาซ จัง ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักกลางป่าผืนนี้มาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เป็นคนนำทาง แล้วแวะจอดข้างฝูงกวางดาว นกกระเต็นสีน้ำเงินเหลือบโผบินผ่านหมู่ไม้ไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านม่านหมอกลงมา ความเงียบสงบถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องของกวางที่ดังอยู่ไกลๆ มันเป็นเสียง ร้องเตือนภัยว่า มีสัตว์ผู้ล่าซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ๆ เสียงร้องเช่นนี้ดังขึ้นบ่อยครั้งที่นี่ นคราโหเลมีเสือโคร่งเบงกอลและเสือดาวอินเดียอยู่ชุกชุม นักท่องเที่ยวแห่มายังเขตอนุรักษ์นี้เพื่อยลชมโฉมแมวใหญ่เหล่านี้ รวมถึงเสือดำจอมห้าวเป็นพิเศษตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเสือดาวที่เกิดการกลายพันธุ์ทำให้มีสีเข้ม เสือดำที่พบเห็นได้บ่อยๆ ตัวนั้นกลายเป็นดาวเด่น “ตามปกติแล้วตอนไปเที่ยวซาฟารี เราชอบถามกันว่าเห็นเสือบ้างไหม” กริถิ การันถ์ นักวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์ศึกษาสัตว์ป่าในเบงกาลูรู (เดิมคือบังกาลอร์) กล่าว “ตอนนี้กลับเป็นประมาณว่า โอ้โห เจอเสือเหรอ เยี่ยมไปเลย แต่เห็นเสือดำด้วยไหมล่ะ” พื้นที่ไม่ถึงหนึ่งในสิบของอุทยานขนาด 848 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ตรงปลายด้านใต้ของเขตท่องเที่ยวดังกล่าวคือแม่น้ำกาบินี ซึ่งสองฝั่งเป็นไม้พุ่มและพงหญ้าสูง ไกลออกไปเป็น ทุ่งหญ้า […]