ข้อมูลสัตว์โลกน่ารู้ - National Geographic Thailand

ครบรอบ 3 ปี การพบเจอและลาจากของ ” มาเรียม ” ลูกพะยูนกำพร้าขวัญใจคนไทย

ครบรอบ 3 ปี การพบเจอและลาจากของ ” มาเรียม ” ลูกพะยูนกำพร้าขวัญใจคนไทย – และอีกหลายเรื่องที่ “ยังไม่เปลี่ยนแปลง” อาคารไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและพื้นที่เริ่มผุพังจากความหิวของกองทัพปลวกส่งเสียงกรีดร้องเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบเมื่อผมได้ก้าวเหยียบไปที่ระเบียงเพื่อมองทิวทัศน์ที่คุ้นเคย ป้ายให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนสีซีดจางเนื่องจากกาลเวลาใต้แดดฝนนานนับปีเข้ามาทักทายผมจากดงไม้เขียวชอุ่ม ชื่อที่คุ้นเคยบนนั้นทำให้นึกถึงหน้าตาของผู้คนที่เคยได้ร่วมงานกันที่นี่ ก่อนจะแยกย้ายกันไป ตัวอักษรที่เลือนราง “ร่าเริง ว่ายน้ำและดำน้ำได้ดี” ถูกเขียนอยู่ในช่องว่างเพื่อรายงานสุขภาพประจำวัน ทุกสิ่งเหมือนถูกหยุดแช่แข็งไว้ในกาลเวลาจากวันสุดท้าย ก่อนที่ ‘ มาเรียม ’ จะล้มป่วยลงและตายไปกลางค่ำคืนของวันที่ 17 สิงหาคม 2562 เมื่อผมได้มายืนอยู่ที่อ่าวดุหยงของเกาะลิบงแห่งนี่อีกครั้งหลังจากผ่านมากว่าสามปี นอกจากร่องรอยความผุพังของกาลเวลาและความว่างเปล่าที่มาแทนที่เสียงพูดคุยและรอยยิ้มของเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ผมคุ้นเคย หรือผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนเจ้าพะยูนน้อยแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากมองด้วยสายตา เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมโดยรวมของเกาะลิบง ยกเว้นลวดลายพะยูนที่เพิ่มมาให้เลือกบนเสื้อผ้าที่เขวนในร้านขายของชำที่ปราศจากผู้คน หรืองานศิลปะสตรีทอาร์ตรูปพะยูนและสัตว์ทะเลสีสดใสที่มาประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ บนเกาะ เวลาสามปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้นหลังจากความตายของ มาเรียม พวกเราคงได้เห็นกระแสคลื่นของความตระหนักรู้ของสังคมที่ถาโถมให้แก่สัตว์สงวนของไทยด้วยความน่ารักของเจ้าพะยูนกำพร้า พวกเราคงรู้สึกเสียใจหรือบ้างก็เสียน้ำตามาเช่นกันจากความตายของมัน พวกเราคงได้ยินถึงเรื่องของความตั้งใจในการบริหารจัดการอนุรักษ์ประชากรของเหล่าพะยูนตัวอื่นๆ ที่มีอยู่ราว 265 ตัวในน่านน้ำไทย แต่เศษขยะพลาสติกที่ลอยผ่านสายตาไปบนผิวน้ำ หรือ ดงหญ้าทะเลที่เคยงอกงามได้เสียหายไปเป็นพื้นที่กว้างเหลือเพียงต้นสั้นๆ ก็ต้องทำให้ต้องหยุดคิดนึกถามว่าความเปลี่ยนแปลงที่เราหวังได้คืบหน้าไปเพียงใด ความตั้งใจในการห้ามพลาสติกใช้แล้วทิ้งในไทยที่ต้องถูกชะลอไปอย่างมากด้วยเหตุจากโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปรอบโลก หรือความเสียหายต่อแนวหญ้าทะเลของจังหวัดตรังที่เป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของไทยซึ่งคาดว่ามาจากตะกอนดินที่มากับการขุดลอกร่องน้ำบนชายฝั่ง ก็ยังคงตรอกย้ำกับพวกเราว่าความสำเร็จของการอนุรักษ์พะยูนยังคงไปไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งใจ *************** แสงของดวงจันทร์ในยามขึ้น […]

หมีขั้วโลก ในสายลมร้อน แห่งขั้วโลกอาร์กติก

ระหว่างฤดูร้อนที่กินเวลาสั้นๆ ในภูมิภาคอาร์กติกของแคนาดา หมีขั้วโลก ใช้ชีวิตบนผืนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส การใช้เวลาหนึ่งเดือนกับหมีขั้วโลกในฤดูร้อน เผยให้เห็นด้านอ่อนโยนของสัตว์บกนักล่าขนาดใหญ่ที่สุด “เรามักพบเห็นหมีขั้วโลกบนนํ้าแข็งและหิมะ” ช่างภาพ มาร์ติน เกรกัส จูเนียร์ บอก “แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่มีชีวิตใน ฤดูร้อน” ด้วยความตั้งใจที่จะเผยแง่มุมซึ่งไม่ค่อยมีใครพบเห็นนี้ของหมีขั้วโลก เขาจึงใช้เวลา 33 วันทางเหนือของเมืองเชอร์ชิล รัฐแมนิโทบา แคนาดา ในช่วงฤดูร้อนของ ปี 2020 และ 2021 ยิ่งเกรกัสศึกษาหมีขั้วโลกมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเรียนรู้บุคลิกลักษณะของพวกมัน ลูกหมีจอมตื๊อตัวหนึ่งที่เขาตั้งชื่อว่า เฮอร์คิวลิส สูญเสียขาข้างหนึ่ง แต่ก็เอาตัวรอดผ่านสองฤดูร้อนแรกในชีวิตมาได้ ส่วนหมีเพศเมียตัวใหญ่ชื่อ แวนดา ดูเหมือนจะเป็นที่ยำเกรงของหมีตัวอื่นๆ แต่มันใช้เวลาวันๆไปกับการยืดเส้นยืดสายในทุ่งไฟร์วีด หมีเพศเมียอีกตัวที่ชื่อ วิลมา ดูสบายๆ กับเกรกัส ถึงขนาดที่มันเลี้ยงดูลูกน้อยสองตัว ได้แก่ เพบเบิลส์ และแบม-แบม อยู่ใกล้ๆ จนเขาได้ยินเสียงครางของพวกมัน เกรกัส ยังสังเกตพฤติกรรมที่เขาแทบไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น หมีและเล็มต้นไม้ใบหญ้าและล่าลูกนกนางนวล พฤติกรรมเหล่านี้ อาจช่วยกลุ่มประชากรหมีขั้วโลกที่นี่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่พวกมันในที่อื่นๆ กำลังอดอยาก “ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นหมีขั้วโลกตัวอ้วนพีและขี้เล่น” เกรกัสบอก […]

“แมวส้ม” สิ่งพิเศษสำหรับวิทยาศาสตร์ พวกมันทั้ง ‘ก้าวร้าว’ และ ‘เซ็กซี่’ กว่าแมวสีอื่น ๆ

“ แมวส้ม ” คือสิ่งพิเศษสำหรับวิทยาศาสตร์ พวกมันทั้ง ‘ก้าวร้าว’ และ ‘เซ็กซี่’ กว่าแมวสีอื่น ๆ และอาจมีสถานะสังคม (แมว) สูงกว่าแมวสีอื่น จากบทความของ Psychology Today โดย คาเรน วู (Karen Wu) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ระบุเอาไว้ว่า แมวที่มีขนสีส้มมักมีพฤติกรรม ‘เสี่ยงตาย’ และมีความ ‘เซ็กซี่’ ต่อแมวด้วยกันเองมากกว่าแมวประเภทอื่น จึงทำให้เจ้าขนปุยสีส้มอาจมีสถานะทางสังคม (ของแมว) สูงกว่า และประสบความสำเร็จในการสืบพันธุ์ในพื้นที่ชนบท บทความได้อ้างอิงถึงงานวิจัยของปอนเทียร์และคณะที่เผยแพร่เมื่อปี 1995 (Pontier et al.(1995)) ที่ได้ทำการสำรวจและศึกษาแบบสุ่มกับกลุ่มตัวอย่างประชากรแมว 59 ถึง 491 ตัวในฝรั่งเศสระหว่างปี 1982 ถึง 1992 ซึ่งได้ทำการตรวจสอบความถี่และความแปรปรวนของยีนที่ทำให้เกิดขนสีส้มในแมว พวกเขาได้พบกับแนวโน้มที่น่าสนใจสามประการของแมวส้ม ดังนี้ 1. แมวสีส้มนั้นพบได้ทั่วไปในชนบทมากกว่าพบในเมืองที่มีจำนวนประชากรแมวต่อพื้นที่แออัดกว่า การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า แมวส้มอาจประสบความสำเร็จในการสืบพันธุ์มากขึ้นในสภาพสังคมที่มีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่นอกเมือง  นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในสภาพที่ประชากรแมวมีความแออัดน้อยกว่า แมวมักจะผสมพันธุ์จับคู่กันเพียงตัวเดียว […]

พบซากเต่ากาลาปากอสที่ใกล้สูญพันธุ์ เจ้าหน้าที่คาด กำลังถูกล่าและกินโดยมนุษย์

พบซากเต่ากาลาปากอสที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กังวลอาจกำลังถูกล่าและกินโดยมนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุดของเอกวาดอร์ได้เปิดการสืบสวนสอบสวนการตายของเต่ายักษ์ 4 ตัวในหมู่เกาะกาลาปากอสหลังพบซากของพวกมันบนเกาะนี้ สร้างความกังวลว่าสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้อาจถูกล่าและกินโดยมนุษย์ เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว ปัจจุบันเต่ายักษ์ในหมู่เกาะกาลาปากอสนั้นมี 15 สายพันธุ์ และทั้งหมดนั้นถูกจัดอยู่ในรายชื่อบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์หรือ International Union for Conservation of Nature (IUCN) ว่ามีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ที่สุด จากที่เคยมีอยู่กว่า 200,000 ตัวในปี 1800 กลับมีจำนวนลดลงเหลืออยู่เพียง 15,000 ตัวจากการถูกมนุษย์ล่าและพื้นที่หาอาหารที่ลดลง แม้เอกวาดอร์จะประกาศว่าการล่าเต่ายักษ์เหล่านี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย และอยู่ในหมู่เกาะกาลาปากอสที่ได้รับการคุ้มครองในฐานะอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี 1933 แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์อันน่าสลดอยู่  โดยล่าสุดเกิดเมื่อเดือนกันยายน ปี 2021 เมื่อเจ้าหน้าที่พบซากเต่ายักษ์จำนวน 15 ตัว หลักฐานที่รวบรวมได้ในเวลานั้นชี้ว่าเต่าผู้โชคร้ายเหล่านี้ถูกล่าโดยมนุษย์เพื่อเอาเนื้อของมัน นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม ปี 2021 เจ้าหน้าที่ยังพบลูกต่ากว่า 185 ตัวในกระเป๋าเดินทางที่สนามบินเตรียมที่จะถูกลักลอบออกนอกประเทศอีกด้วย “นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว เราพบซากเต่ายักษ์ 15 ตัวในสายพันธุ์ย่อยที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ‘chelonoidis guntheri’ ในเกาะอิซาเบลา จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าสัตว์ดังกล่าวถูกล่าเพื่อการบริเโภค” แถลงการณ์ระบุและเสริมว่าองค์กร “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการล่าและกินเต่ายักษ์เหล่านี้เป็นอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม”  การค้นพบซากเต่ายักษ์อีก […]

วิจัยเผย สุนัขเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครึ่งปี

วิจัยเผย สุนัขเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครึ่งปี – สุนัขมีโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุหลายอย่างเช่นเดียวกับมนุษย์ ซาราห์ ยาร์โบโรห์ (Sarah Yarborough) นักระบาดวิทยาจากแผนกเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และเพื่อนร่วมงานได้ศึกษาข้อมูลสุนัขกว่า 15,000 ตัว เพื่อศึกษาว่าสุนัขนั้นมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมหรือไม่เมื่อพวกมันแก่ตัวลง ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงนั้นเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครึ่งปีในชีวิตของสุนัข “สุนัขมีโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุหลายอย่างเช่นเดียวกับเรา” ยาร์โบโรห์กล่าว การสูญเสียความทรงจำและการลดลงของความรู้ความเข้าใจนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้สำหรับสุนัขสูงอายุเช่นเดียวกับมนุษย์ กระนั้นก็อาจเกิดกรณีร้ายแรงได้เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์เรียกกรณีเหล่านั้นว่า “Canine Cognitive Dysfunction” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า CCD ซึ่งหมายถึงรูปแบบการนอนที่ไม่เป็นเวลา การสูญเสียการรับรู้เชิงพื้นที่ และรูปแบบใหม่ของพฤติกรรมทางสังคมที่ไม่ปกติ ข้อมูลจากสุนัขกว่า 15,000 ตัวที่รวบรวมตัวแปรมากมายไม่ว่าจะเป็นอายุ สายพันธุ์ ขนาด รูปร่าง ลักษณะนิสัย หรือระดับกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์อยู่ ตั้งแต่ชิวาวาตัวเล็กไปจนถึงเกรทเดนตัวใหญ่ พวกเขาระบุว่าโอกาสของการเกิดกรณี CCD เพิ่มขึ้นทุกครึ่งปีในแต่ละปีของชีวิตสุนัข และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์น้อยกับเจ้าของหรือแทบไม่มีเลยนั้นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 6.5 เท่า อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยระบุว่าการเชื่อมโยงระหว่างความสัมพันธ์และการเกิดโรคนั้นต้องมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม “เมื่อสุนัขสองตัวมีสถานะการทำหมัน ปัญหาสุขภาพ ประเภทสายพันธุ์ และระดับกิจกรรมเหมือนกัน […]

แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียหวนคืนธรรมชาติ ชัยชนะแห่งการอนุรักษ์สัตว์ตระกูลแมว

ในเวลาเพียง 20 ปี แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียเปลี่ยนสถานะจากสัตว์ตระกูลแมวที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก ไปสู่ชัยชนะ อันยิ่งใหญ่ที่สุดในการอนุรักษ์สัตว์ตระกูลแมว ย้อนหลังไปเมื่อปี 2002 สัตว์ผู้ล่าตาสีทองหางสั้นชนิดนี้จำนวนไม่ถึง 100 ตัวย่องผ่านป่าไม้พุ่มแบบ เมดิเตอร์เรเนียนบนคาบสมุทรไอบีเรีย นับตั้งแต่นั้นมา ประชากรของพวกมันเพิ่มขึ้นสิบเท่า โดยกระจายอยู่ทั่วสเปนและโปรตุเกสอย่างน้อย 1,100 ตัว การพลิกฟื้นกลับมาอย่างน่าทึ่งนี้เป็นผลจากความพยายามเต็มกำลังเพื่อขยายพันธุ์แมวป่าชนิดนี้ใน สถานเพาะเลี้ยง สถานะของแมวป่าลิงซ์ในฐานะสมบัติทางธรรมชาติ และความเป็นนักสู้ของมันเอง สร้างความประหลาดใจให้แม้กระทั่งนักอนุรักษ์ เมื่อโครงการไลฟ์ (Life Program) ของคณะกรรมาธิการยุโรปนำองค์กรพันธมิตรมากกว่า 20 องค์กร มาร่วมกันช่วยเหลือแมวป่าลิงซ์เป็นครั้งแรกในปี 2002 แมวป่าชนิดนี้หายไปเกือบหมดแล้ว การล่าอย่างแพร่หลาย และไวรัสคร่าชีวิตกระต่ายพันธุ์ยุโรปซึ่งเป็นเหยื่อหลักของแมวป่าลิงซ์จนหมดไปจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของคาบสมุทร อย่างไรก็ตาม แมวป่าลิงซ์ขยายพันธุ์ได้ง่ายในสถานเพาะเลี้ยง และแมวป่าส่วนใหญ่ซึ่งในท้ายที่สุดได้รับ การปล่อยคืนสู่ถิ่นอาศัยที่ได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบทั่วสเปนและโปรตุเกส ล้วนขยายพันธุ์ได้ดี ใกล้จุดปล่อยหลักแห่งหนึ่งบริเวณอุทยานแห่งชาติเซียร์ราเดอันดูฆาร์ทางตอนใต้ของสเปน แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียถึงกับเรียนรู้ที่จะอาศัย อยู่ในละแวกบ้านเรือนของคน ในสวนมะกอกเพื่อการค้า และพื้นที่รอบๆทางหลวง โดยส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการเจอคน ความสามารถในการปรับตัวเช่นนี้ส่งเสริมให้แมวป่าลิงซ์เพิ่มจำนวนขึ้น และพอถึงปี 2015 องค์การ ระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ก็เปลี่ยนสถานะของแมวป่าลิงซ์จากใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งเป็น ใกล้สูญพันธุ์ “แมวป่าลิงซ์เป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติในไอบีเรีย และการอนุรักษ์พวกมันไว้เป็นความรับผิดชอบของเรา ทุกคน […]

รีวิวสารคดี Netflix “Inside the Mind of a Cat” วิธีเข้าใจและได้ใจแมวในแบบมนุษย์

รีวิว Inside the Mind of a Cat คิดแบบแมว ๆ สารคดีชวน “มะนุด” มาเข้าใจ “น้องแมว” ในหน้าประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ มีการค้นพบหลักฐานการอาศัยอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับเจ้าสัตว์สี่ขา ขนปุยตัวเล็ก เจ้าของภาพจำความเอาแต่ใจและความคาดเดาไม่ได้ที่เราเรียกกันว่า “แมว” มากมาย ทั้งในรูปแบบการเคารพบูชา, เป็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก และอื่นๆ จวบจนบัดนี้เป็นเวลากว่าพันปีแล้วที่มนุษยชาติต้องตกเป็นทาสของสิ่งมีชีวิตสุดแสนจะเข้าใจยากนี้ ถึงกระนั้น “ทาสแมว” อย่างเรา ๆ นั้นกลับแทบจะไม่เข้าใจ “แมว” เลย ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับแมวเรื่องนี้เป็นสารคดีขนาดสั้น ความยาวทั้งหมด 1 ชั่วโมง 7 นาที กำกับโดยแอนดี้ มิทเชลล์ซึ่งจะพาเราไปพบกับความจริงแสนอัศจรรย์ของแมวผ่านการนำเสนอจากผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นนักสรีรศาสตร์แมว นักจิตวิทยาแมว นักแสดงโชว์แมวและอีกหลาย ๆ คน แม้จะฟังดูเป็นวิชาการแต่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้นั้นกลับเล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างไม่มีเบื่อผ่านตัวดำเนินเรื่องหลักก็คือน้องเหมียวที่มัดใจคนดูเอาไว้ได้อยู่หมัด (ชมวิดีโอภาพยนตร์ตัวอย่าง Inside the Mind of a Cat ได้ที่นี่) […]

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง  เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่น แสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ งานวิจัยใหม่จากญี่ปุ่นเผยว่าสุนัขมีอาการหลั่งน้ำตาเมื่อพวกมันพบกับมนุษย์คนโปรดหรือเจ้าของที่พวกเขาชื่นชอบอีกครั้งหลังไม่ได้พบกันทั้งวัน เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ อีกทั้งยังพัฒนาพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มนุษย์สนใจและดูแลพวกเขาดียิ่งขึ้นกว่าเดิม “ไม่เหมือนสัตว์อื่น ๆ สุนัขมีวิวัฒนาการหรือได้รับการเลี้ยงดูผ่านการสื่อสารกับมนุษย์ จึงมีความสามารถในการใช้การสบตาเพื่อใช้สื่อสารกับมนุษย์ในระดับสูงขึ้น” งานวิจัยระบุ “ด้วยกระบวนการนี้ น้ำตาของพวกมันอาจมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมปกป้องหรืออุปถัมภ์เลี้ยงดูจากมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันและกัน นำไปสู่ความผูกพันธ์ระหว่างสองสายพันธ์”  ศาสตราจารย์ทาเคฟุมิ คิคุซุย (Takefumi Kikusui) ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาซาบุและมหาวิทยาลัยการแพทย์จิชิ ได้ศึกษาสุนัขจำนวน 22 ตัวด้วยการตรวจวัดปริมาณน้ำตาในดวงตาโดยวางแถบกระดาษพิเศษในเปลือกตาด้านล่างและวัดความชื้นที่เกิดขึ้นว่ากระจายไปมากเท่าไหร่ในกระดาษแถบนั้น ซึ่งวัด 2 ครั้งคือเมื่อเจ้าของอยู่บ้านและวัดอีกครั้งเมื่อเจ้าของกลับมาบ้านโดยมีระยะเวลาห่างกัน 5-7 ชั่วโมง พวกเขาพบว่าปริมาณน้ำตาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเจ้าของกลับมา และการ ‘ร้องไห้’ นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองซึ่งตรวจสอบด้วยการให้ ‘อ็อกซิโทซิน (Oxytocin)’ กับดวงตาซึ่งเกิดการหลั่งน้ำตา เมื่ออ้างอิงกับการศึกษาก่อนหน้าที่ระบุว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัขทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักนี้ออกมา พวกเขาจึงสรุปว่าการหลั่งน้ำตาของสนุัขในงานวิจัยนี้เกิดจากอารมณ์เชิงบวก “เราพบว่าสุนัขหลั่งน้ำตานี้เกี่ยวข้องกับอารมณ์เชิงบวก” ศาสตราจารย์คิคุซุยกล่าว “นี่เป็นรายงานฉบับแรกที่แสดงให้เห็นว่าอารมณ์เชิงบวกกระตุ้นการหลั่งน้ำตาในสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์และอ็อกซิโทซินทำหน้าที่ในการหลั่งน้ำตา เราไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสัตว์เหล่านี้หลั่งน้ำตาในสถาการณ์ที่น่ายินดีเช่น การได้กลับมาพบกับเจ้าของของพวกเขา” อย่างไรก็ตามสุนัขในการทดลองไม่มีอาการ ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับมนุษย์ที่คุ้นเคยอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ นอกจากนี้พวกเขายังทำการศึกษาต่อว่าการหลั่งน้ำตานี้มีผลต่อมนุษย์อย่างไรด้วยการแสดงภาพถ่ายใบหน้าของสุนัขที่มีน้ำตาและไม่มีน้ำตาให้กับอาสาสมัคร 74 คน และขอให้คะแนนว่าพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงหรือเลี้ยงดูสุนัขตัวดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นระบุว่ามนุษย์มีความต้องการดูแลสุนัขที่มีน้ำตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ซึ่งบ่งชี้ว่าพฤติกรรมนี้กระตุ้นอารมณ์ที่อ่อนไหวและเพิ่มความปราถนาที่จะปกป้องสุนัขมากขึ้น “สุนัขได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ […]

นักวิทย์ฯ พยายามนำเสือแทสเมเนียที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับมาอีกครั้ง

นักวิทย์ฯ พยายามนำเสือแทสเมเนียที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับมาอีกครั้ง แต่ควรทำหรือไม่ ยังเป็นที่ถกเถียง นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จอร์จ เชิร์ช (George Chruch) ผู้ก่อตั้งบริษัทชีววิทยาศาสตร์คอลอสซัส (Colossal) ร่วมมือกับกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประกาศความพยายามในการนำเสือแทสเมเนียที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ‘ไทลาซีน (Thylacine)’ กลับมาจากการสูญพันธุ์ โดยเชื่อว่าจะเป็นการคืนสมดุลทางนิเวศวิทยาให้กับเกาะแทสเมเนียอีกครั้ง แต่การกลับมาครั้งนี้ควรหรือไม่นั้นถูกถกเถียงกันอย่างดุเดือด ไทลาซีน คือสัตว์นักล่าที่มีกระเป๋าหน้าทองเหมือนจิงโจ้ เคยมีชีวิตอยู่เป็นเวลาหลายล้านปีก่อนในพื้นที่ออสเตรเลียและนิวกินีเป็นส่วนใหญ่ มันเป็นออกล่าเหยื่อขนาดเล็กถึงกลางในตอนกลางคืน แม้จะเป็นผู้ล่าสูงสุดในห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศนี้ มันก็เริ่มมีจำนวนลดลงจนสูญพันธุ์เนื่องจากมนุษย์  ไทลาซีนตัวสุดท้ายที่รู้จักนั้นมีชื่อว่า ‘เบนจามิน’ ซึ่งตายลงในเดือนกันยายน ปี 1936 ที่สวนสัตว์บัวมาริส (Beaumaris Zoo) ประเทศออสเตรเลีย และได้รับการประกาศในสูญพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี 1982 ทุกวันนี้ระบบนิเวศที่มันเคยอาศัยอยู่ได้ทำให้เหยื่อของมันเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้พืชพันธุ์ท้องถิ่นได้รับการจัดการไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากไม่มีนักล่ามาคอยควบคุมจำนวนสัตว์เหล่านี้ จนเกิดความไม่มั่นคงทางนิเวศวิทยา  ในทางทฤษฎีแล้ว การนำเสือแทสเมเนียกลับมาสามารถช่วยให้ระบบนิเวศกลับคืนสู่สมดลได้ แน่นอนว่าการทำให้ได้จริงนั้นเป็นความท้าทายอีกเรื่องนึง นักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะใช้พันธุกรรมจากญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของมันนั่นคือ ‘นัมแบต (Numbat)’ หรือตัวนิ่มลายแถบ สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่กินแมลงเป็นอาหาร และมีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อราว 40 ล้าน ถึง 35 ล้านปีก่อน “เราสังเคราะห์ชิ้นส่วนดีเอ็นเอขนาดใหญ่ได้เก่งมาก ดังนั้นเราจึงสร้างพันธุกรรมในเซลล์นัมแบตที่มีชีวิตตอนนี้แล้วเปลี่ยนให้เป็นจีโนมของไทลาซีน จากนั้นก็เปลี่ยนเซลล์นั้นให้เป็นสัตว์ที่มีชีวิต” […]

แมงดาทะเล : ใต้กระดองดึกดำบรรพ์ 450 ล้านปี

แมงดาทะเล ดำรงเผ่าพันธุ์มายาวนานถึง 450 ล้านปี ตอนนี้ พวกมันมีคุณูปการสำคัญต่อวงการแพทย์  แต่นั่นมาพร้อมกับราคาค่างวดที่ต้องจ่าย แมงดาทะเล วิวัฒน์ขึ้นเพื่ออยู่ยืนยง ด้วยหางที่มีหนาม กระดองรูปร่างเหมือนหมวกเหล็กในสนามรบ และก้ามแหลมคมที่ปลายขาแปดข้างจากทั้งหมด 10 ข้าง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังดึกดำบรรพ์เหล่านี้แหวกว่ายและคืบคลาน ไปตามก้นสมุทรโดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเลยตลอด 450 ล้านปี พวกมันเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ แต่การรอดพ้นจาก เงื้อมมือมนุษย์อาจยากยิ่งกว่า เช่นเดียวกับสัตว์ทะเลมากมาย แมงดาทะเลถูกจับมากเกินขนาดเพื่อนำไปปรุงอาหาร และการพัฒนาตามแนวชายฝั่งก็ทำลายแหล่งวางไข่ พวกมันยังถูกจับคราวละมากๆ เพื่อสกัดเอาเลือดสีน้ำเงิน ที่มีสารประกอบช่วยในการแข็งตัวของเลือดอันจำเป็นต่อการพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัย เลือดของแมงดาทะเลอาจช่วยชีวิตมนุษย์ก็จริง แต่การได้มามักต้องแลกด้วยชีวิตของผู้ให้ โดยเฉพาะในแถบเอเชียที่มักสกัดเอาเลือดทั้งหมด ของแมงดาทะเล แทนที่จะเป็นเพียงบางส่วน แมงดาญี่ปุ่นหรือแมงดาจีน (Tachypleus tridentatus) สูญเสียประชากรไปกว่าครึ่งหนึ่งในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่ในน่านน้ำรอบเกาะเล็กๆ ชื่อปังกาตาลันของฟิลิปปินส์ ชนิดพันธุ์นี้คือสัญลักษณ์ของความสามารถในการฟื้นตัว ตลอดหลายปี เกาะเนื้อที่ 28 ไร่แห่งนี้ถูกใช้ประโยชน์จนเสื่อมโทรม ขณะที่แนวปะการังถูกคุกคามจากการทำประมงทำลายล้างด้วยระเบิดและไซยาไนด์ พอถึงปี 2011 แมงดาทะเลเหล่านี้ซึ่งมีขนาดยาวราว 38 เซนติเมตร เป็นหนึ่ง ในสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดที่หลงเหลือ เกาะปังกาตาลันซึ่งขณะนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ความพยายามในการฟื้นฟู […]

นอร์เวย์สร้าง “โรงแรมสำหรับนกคิตติเวก” ที่ถูกคุกคามจากสภาพอากาศและมนุษย์

นอร์เวย์สร้าง “โรงแรมสำหรับนกคิตติเวก” ที่ถูกคุกคามจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและมนุษย์ หวังเป็นการประณีประณอมระหว่างนกและมนุษย์ เมืองทรุมเซอ (Tromsø) ประเทศนอร์เวย์ มีนักท่องเที่ยวกว่า 2.3 คนต่อปีที่มาเพื่อไล่ตามแสงเหนือและธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ก่อนที่จะหลายไป แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่มนุษย์ที่มาเยี่ยมชมเมืองแห่งนี้ นกคิตติเวกขาดำ (Black-legged Kittiwake) หนึ่งในสมาชิกตระกูลนกนางนวลที่เดินทางมากที่สุดเป็นผู้ที่กำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของสปีชีส์ “มีบางอย่างเกิดขึ้นที่หน้าผานก ทำให้พวกมันเลี้ยงลูกอย่างยากลำบาก” โทน คริสติน เรเอร์ทเซน (Tone Kristin Reiertsen) นักนิเวศวิทยานกทะเลของสถาบันวิจัยนอร์เวย์เพื่อธรรมชาติ (Norwegain Institute for Nature Research) กล่าว เขาอธิบายว่าปกติแล้วนกชนิดนี้จะทำรังอยู่ในหน้าผาเหนือมหาสมุทรและไม่ค่อยเข้ามาในแผ่นดิน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นกคิตติเวกได้สร้างรังตามบ้านเรือนต่าง ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบด้านเสียงและความวุ่นวายให้แก่ชาวเมือง  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การตกปลาที่มากเกินไป การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย มหาสมุทรที่ร้อนขึ้น พายุที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบอื่น ๆ ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมของนกทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบอาร์กติก ทำให้นกทะเลที่เคยมีอยู่หลายแสนตัวตั้งแต่ทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักร หมู่เกาะแฟโร กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ ลดลงกว่าร้อยละ 70 ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา “มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับนกคิตติเวกในยุโรป” มาร์ค […]

งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่แมวไม่ต้องการ

งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่ไม่ต้องการให้กับแมวของพวกเขา การศึกษาใหม่จาก ดร.ลอเรน ฟินกา (Lauren Finka) นักวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (Nottingham Trent) ในสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยว่าคนที่คิดว่าตนเองเป็นพ่อแม่แมวที่มีความรู้และประสบการณ์โชกโชนจริง ๆ แล้วอาจให้ความรักกับแมวมากเกินไปหรืออย่างน้อยก็ไม่ได้แสดงความรักต่อแมวอย่างดีที่สุด  พวกเขาทำการศึกษาโดยมีอาสาสมัครประมาณ 120 คน ซึ่งแต่ละคนจะได้กรอกแบบสำรวจเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขากับแมวและประเมินบุคลิกภาพของตนเองโดยแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ ความยินยอมเห็นใจ (Agreeeableness) ความพิถีพิถัน (Consientiousness) ความสนใจต่อสิ่งภายนอก(Extraversion) ความไม่เสถียรทางอารมณ์ (Neuroticism) และความเปิดรับประสบการณ์(Openness) จากนั้นจะได้รับแมว 3 ตัวที่พวกเขาไม่เคยพบหรือรู้จักมาก่อนเพื่อสังเกตปฏิสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เกิดขึ้น  ทีมวิจัยพบกว่าคนที่ให้คะแนนตนเองว่ามีประสบการณ์และเข้าใจแมวมากกว่าผู้อื่นนั้นมักจะสัมผัสแมวที่โคนหาง ขา หลัง และท้อง ซึ่งเป็นบริเวณที่แมวมักไมชอบจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาพบกว่าอาสาสมัครที่ระบุว่าตนเองมีเลี้ยงแมวจำนวนมากที่บ้านเป็นเวลานานนั้น แม้จะไม่ค่อยควบคุมแมวแต่พวกเขาก็มักให้อิสระกับแมวในการทดลองน้อยเช่นกัน และเมื่อพูดถึงประเภทบุคลิกภาพของอาสาสมัคร ทีมวิจัยพบว่าผู้ที่มีบุคลิกประเภทความไม่เสถียรทางอารมณ์ หรือ Neuroticism นั้นมีแนวโน้มที่จะจับและควบคุมแมวมากขึ้น “ผลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าเราอาจสันนิษฐานได้ว่าลักษณะบางอย่างนั้นทำให้บางคนมีปฏิสัมพันธ์กับแมวได้ดี ความรู้ที่พวกเขาพูด ประสบการณ์การเลี้ยงแมวที่พวกเขาระบุ ไม่ควรถือเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ถึงความเหมาะสมในการรับเลี้ยงแมวบางตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความต้องการด้านการจัดการหรือพฤติกรรมเฉพาะ” ดร.ฟินกากล่าว พร้อมเสริมว่า “แน่นอนว่าแมวทุกตัวเป็นปักเจกแตกต่างกันไป และหลาย ๆ ตัวจะมีความชอบเฉพาะเจาะจงสำหรับวิธีที่พวกมันชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย อย่างไรก็ตาม […]

ทำไมเหล่า แรคคูน ถึงได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดผู้รอดชีวิตแห่งชุมชนเมืองของมนุษย์

แรคคูน หรือที่เรียกกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบตะวันตกว่า “แพนด้าขยะ (Trash Panda)” มักเป็นที่รู้จักในฐานะนักป่วนเมืองที่มีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ที่น่าสนใจคือ ทำไมพวกมันถึงเก่งขนาดนั้น? ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1900 นักวิทยาศาสตร์สาชาจิตวิทยาสัตว์ชาวอเมริกันมีแผนการใหญ่ที่จะนำ แรคคูน ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฉลียวฉลาดและมีจำนวนมากในอเมริกาเหนือเข้าไปในห้องทดลองเพื่อทดสอบสติปัญญาของพวกมัน แต่แล้วพวกเขาก็ต้องยอมแพ้ให้กับความฉลาดเป็นกรดของพวกมันที่สามารถใช้อุ้งเท้าซึ่งมีลักษณะเหมือนสัตว์จำพวกวานรหาวิธีออกจากกรงได้อย่างคล่องแคล่ว เหล่านักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “เราขอยอมแพ้แล้วกลับไปหาพวกหนูกับพิราบเหมือนเดิมดีกว่า” ซาร่าห์ เบนสัน แอมรัม นักนิเวศวิทยาเชิงพฤติกรรมที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียในแวนคูเวอร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดต่อว่า “นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเราถึงรู้เรื่องของพวกแรคคูนแค่เพียงหยิบมือเท่านั้น” เจ้าสัตว์ที่หน้าตาดูเหมือนสวมหน้ากากตลอดเวลานี้เป็นที่รู้จักจนสามารถใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์สินค้าซึ่งเป็นที่แพร่หลายเช่นแบรนด์ “Trash Panda” แต่ถึงอย่างนั้น พวกมันกลับมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับผู้คนในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา เนื่องจากพวกมันชอบรื้อและขุดคุ้ยถังขยะ บ้านเรือน หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ ของมนุษย์ การวิจัยของเบนสัน แอมรัม ชี้ให้เห็นว่าความฉลาดของพวกมันคือปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้เผ่าพันธุ์ของพวกมันขยายตัวเข้ามาถึงเขตชานเมืองและชุมชนทั่วทวีปอเมริกาเหนือ เบนสันและเพื่อนร่วมทีมได้ใช้การทดลองหลายแบบเพื่อท้าทายความสามารถของแรคคูนไม่ว่าจะเป็นแรคคูนป่าหรือแรคคูนเลี้ยง เช่น การมอบภารกิจให้พวกมันเรียนรู้ที่จะดันคันโยกเพื่อรับขนม และในเกือบทุกครั้ง พวกมันแสดงการกระทำที่เหนือความคาดหมายของด้วยการใช้วิธีการแก้ปัญหาที่เหล่านักวิทยาศาสตร์คิดไม่ถึง ดังที่เบนสันกล่าวไว้ “พวกมันช่างน่าหลงใหลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในทุกๆ การศึกษาที่เราทำ ฉันรู้สึกตะลึงกับความอยากรู้อยากเห็นจนถึงความทะเยอทะยานของพวกมันขณะที่กำลังสำรวจสิ่งต่างๆ” ด้วยเหตุนี้เอง เบนสันและเพื่อนร่วมงานจึงร่วมกันเปิดโครงการสัตว์ป่าในเมือง (Urban Wildlife Project) ของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียที่พวกเขาพันปลอกคอจีพีเอส 30 อันไว้กับเหล่าแรคคูน และอีก 10 […]

ชมความน่ารัก ‘ภาระดร’ ลูกโลมาอิรวดีกำพร้าแม่ ฝากเลี้ยงหวังยื้อชีวิต

กลิ่นนมผงผสมกับกลิ่นฝนมรสุมเป็นสิ่งที่เตะจมูกเมื่อผมมาถึงศูนย์วิจัย ฯ อ่าวไทยฝั่งตะวันออกที่จังหวัดระยอง ภายในเต็นท์สีดำใต้เมฆครึ้มผมเห็นเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังง่วนทำงานอยู่ในบ่อพักฟื้นซึ่งเป็นที่อยู่ของ “ภาระดร” ลูกโลมาอิรวดีกำพร้าแม่ที่มาเกยตื้นและถูกช่วยเหลือมาเลี้ยงดูที่ศูนย์วิจัยเมื่อช่วงวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม ผมไม่ได้ถามว่าชื่อของเจ้าโลมานี้มีที่มาจากไหน แต่คงไม่ได้แปลว่า “ภาระ” ที่เจ้าหน้าที่กำลังต้องพบเจอหรอก (มั้ง) ครับ ในช่วงแรกที่นำเจ้าภาระดรเข้ามา มันไม่สามารถทรงตัวหรือว่ายน้ำเองได้เลย และมีบาดแผลบนตัว แต่หลังจากที่ทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์สัตว์น้ำได้ผลัดเวรกันเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาร่วมกว่าอาทิตย์ เจ้าโลมาน้อยก็มีสุขภาพดีขึ้นจนสามารถว่ายน้ำไปมาได้เอง จนแทบจะว่าได้ว่าคึกคักจนเกินไป เพราะว่ายน้ำซนแทบไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูไม่ให้ว่ายน้ำไปชนขอบบ่อจนเป็นแผล อีกทั้งยังเจริญอาหารมากโดยที่จะมาคอยดูดนิ้วพี่เลี้ยงในเวลาที่หิวนมอยู่บ่อยๆ กินเล่นนอนแทบไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยกำลังซน แต่เนื่องจากลูกโลมาที่ยังไม่หย่านมนั้นแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิตได้โดยปราศจากแม่ของมันในธรรมชาติทางเจ้าหน้าที่จึงต้องคอยเลี้ยงดูภาระดรให้เติบโตแข็งแรงต่อไปอีกหลายเดือนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับอนาคตของมัน ในปัจจุบัน โลมาอิรวดีเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและเพิ่งได้รับการเห็นชอบจากการเสนอให้เข้าเป็นสัตว์สงวนโดยคณะกรรมการทะเลแห่งชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ในธรรมชาติของโลมาชนิดนี้ยังน่าเป็นห่วงมากเนื่องจากพวกมันมีแหล่งอาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่มักได้รับผลกระทบจากมนุษย์เช่นน่านน้ำใกล้ชายฝั่ง แหล่งน้ำกร่อย และแม่น้ำบางสายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ภัยคุกคามหลักของพวกมันคือการติดเครื่องมือประมงอย่างเช่นที่เพิ่งคร่าชีวิตโลมาอิรวดีตัวสุดท้ายในแม่น้ำโขงของลาวไปเมื่อต้นปีนี้ หรือที่อาจทำให้ฝูงโลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้ายในทะเลสาบสงขลาหายสาบสูญไปตลอดกาลได้ในอนาคต เมื่อคำนึงถึงภัยอื่นๆ ที่ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันเช่นมลพิษ การสร้างเขื่อนในแม่น้ำ หรือแหล่งน้ำที่แห้งเหือดด้วยสภาวะโลกรวนด้วยแล้ว โลมาชนิดนี้จึงถูกจัดสถานภาพว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ Endangered โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ในค่ำคืนที่ฝนตกเช่นคืนนี้ เหล่าสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลก็ยังคงทำงานกันอย่างหนักอยู่ในบ่อเลี้ยงเพื่อกล่อมภาระดรให้นอนหลับสบาย ซึ่งผมก็หวังอยู่ลึกๆ ว่าสักวันหนึ่งภาระดรจะเติบโตอย่างแข็งแรงและมีโอกาสได้คืนกลับสู่ฝูงธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็อยากเห็นว่าญาติ 14 ตัวของภาระดรในทะเลสาบสงขลาจะยังสามารถอยู่รอดต่อไปได้ด้วยการยกระดับการตรวจตราและจัดการพื้นที่ประกอบกับความร่วมมือจากชุมชน อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตของพวกเรา หากคุณสนใจเรื่องราวของ […]

เบื้องหลัง ” คาเฟ่สัตว์ ” ความน่ารักในสายตามนุษย์ ผ่านความทุกข์ของเหล่าสัตว์

วัฒนธรรมการท่องเที่ยวแบบ “ คาเฟ่สัตว์ ” กำลังเป็นที่นิยมในทวีปเอเชียรวมถึงสังคมไทย ผู้คนไม่น้อยโปรดปรานการรับประทานอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มแบบใกล้ชิดกับสัตว์โดยเลือกหาคาเฟ่ที่ตอบสนองตามความชอบของตนเอง คาเฟ่สัตว์นั้นมีหลายแบบ บางที่อาจเกิดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อการช่วยเหลือสัตว์เช่น คาเฟ่แมวจร บ้างก็เป็นคาเฟ่สัตว์เลี้ยงทั่วไปอย่างสุนัขหรือแมวหลากหลายสายพันธุ์จนถึง “ คาเฟ่สัตว์ แปลก” ที่เปิดประสบการณ์ให้ผู้คนได้ใกล้ชิดกับสัตว์ที่เราไม่ได้คุ้นเคยหรือพบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น งู นาก นกฮูก แรคคูน ชินชินลา กบ เม่นแคระ เป็นต้น เราอาจรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกเย้ายวนใจที่จะได้ใกล้ชิดกับสัตว์แปลก (Exotic Animal) หรือ “สัตว์ป่าต่างถิ่น” ที่แปลกตา ห้วงเวลาอันแสนสั้นหลังจากที่เราต่อคิวเพื่อให้ได้ใกล้ชิดพวกมันเพียง 15-30 นาที ไม่ว่าจะเป็นการจ้องมองหน้าตาน่าเอ็นดูของแรคคูน พิจารณาใบหูยาวของจิ้งจอกทะเลทราย สัมผัสเกล็ดงูที่มันวาว หรือจินตนาการว่าเราเป็นพ่อมดแฮรี่พอตเตอร์ที่มีนกฮูกส่งสารเป็นของตัวเองนั้นอาจจุดประกายจินตนาการและเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ใครหลายคน แต่น้อยคนที่รู้สึกสะกิดใจว่าสิ่งนี้คือชนวนใหญ่ของการลักลอบค้าสัตว์จนถึงการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ชนวนและเชื้อเพลิงของการลักลอบค้าสัตว์ เมื่อความต้องการและความนิยมของ คาเฟ่สัตว์ มีมากขึ้น ความต้องการในการนำเข้าหรือค้าขายสัตว์เหล่านี้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ปัญหาคือแหล่งที่มาของพวกมันที่เราไม่อาจทราบได้เลยว่าสัตว์พวกนี้มาจากไหนโดยเฉพาะพวกสัตว์ป่า ถึงแม้ว่าคาเฟ่สัตว์บางที่จะรับรองว่าพวกมันมาจากพ่อหรือแม่พันธุ์ที่ถูกกฎหมาย แต่การจะหาที่มาที่แท้จริงของพวกมันยังไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนนักเนื่องจากกระบวนการดังกล่าวยังอยู่ใต้เงามืดที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างโปร่งใส ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของคาเฟ่ตัวนากที่เป็นที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น แม้ว่านากหลายตัวจะได้รับการรับรองจากคาเฟ่ว่ามีที่มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่จากงานวิจัยและการสืบสวนขององค์กรที่ดูแลการค้าสัตว์โดยเฉพาะ (Wildlife Trade Specialists หรือ TRAFFIC) ก็ยังพบว่านากส่วนใหญ่มาจากการลักลอบค้านากเล็บสั้นซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการของเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่า […]

โปแลนด์จัดแมวเป็น ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ เหตุทำลายความหลากหลายชีวภาพ

โปแลนด์จัดแมวเป็น ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ เหตุทำลายความหลากหลายชีวภาพ – โต้ “มนุษย์เคยถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อสัตว์รุกรานหรือไม่” เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งโปแลนด์ (Polish Academy of Sciences) ได้จัดให้แมวบ้าน (Felis catus) เป็น ‘สายพันธุ์ต่างด้าวรุกราน’ หรือที่รู้จักในคำว่า ‘เอเลี่ยนสปีชีส์ (Alien Spiecies)’ เนื่องจากแมวส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพพื้นเมือง ทางสถาบันเผยว่าสายพันธุ์ดังกล่าว (แมว) ก่อให้เกิด “ความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ต่อสัตว์ป่าในท้องถิ่น” โดยระบุถึงการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าแมวบ้านในโปแลนด์นั้นฆ่าและกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมราว 48.1 และ 583.4 ล้านตัวต่อปี อีกทั้งยังฆ่าและกินนกท้องถิ่นประมาณ 8.9 และ 135.7 ล้านตัวต่อปี ตามคำจำกัดความของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่ลงนามโดยกว่า 150 ประเทศ(The Convention on Biological Diversity) ได้ระบุไว้ว่า ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ คือ พืช สัตว์ เชื้อโรค หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ไม่มีถิ่นกำเนิดในระบบนิเวศซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายทางเศรษฐกิจหรือสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ และที่สำคัญคืออันตรายต่อความหลากหลายทางชีวภาพรวมไปถึงการลดลงและการกำจัดสายพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่ได้มีส่วนทำให้สัตว์สูญพันธุ์เกือบร้อยละ 40 […]

สัตว์ป่ารุกคืบสู่เมือง เมื่อยามถิ่นอาศัยตามธรรมชาติหดหาย

เมื่อถิ่นอาศัยในธรรมชาติหดหาย ไคโยตี หมีแรกคูน และสัตว์ชนิดอื่น ๆ กําลังปรับตัวให้เข้ากับชีวิต ในเมืองใหญ่ด้วยวิธีอันชาญฉลาด แวบแรกที่เห็น มันเป็นภาพที่เห็นกันทุกเมื่อเชื่อวันตามเมืองต่างๆ ทั่วอเมริกา  พนักงานไปรษณีย์สวมหมวกปีกสีนํ้าเงินลงจากรถขนส่งไปรษณีย์  แล้วก้าวยาวๆ ข้ามถนน  ในมือถือจดหมายเป็นปึก  นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  แต่บุรษไปรษณีย์คนนี้เหมือนไม่สนใจหมีดำอเมริกาตัวใหญ่ที่นั่งจุ้มปุ๊กห่างไปแค่สองสามเมตร ถัดไปทางซ้ายมือ  ทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 240 ส่งเสียงอื้ออึงหลังรั้วตาข่ายถัก  แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สร้างความรำคาญให้เจ้าหมี  สุดท้ายมันก็วิ่งเหยาะๆ ลงไปตามทางเดินเข้าไปในย่านที่พักอาศัยแห่งนี้ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองแอชวิลล์  รัฐนอร์ทแคโรไลนา  ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ริมทางหลวงสายนี้  ทีมนักวิจัยในโครงการศึกษาหมีในเขตเมืองและชานเมืองของรัฐนอร์ทแคโรไลนา  ยังประทับใจกับการค้นพบอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือโพรงลึกในต้นเมเปิลสีเงินเปลือกตะปุ่มตะปํ่าต้นหนึ่ง  หมีเพศเมียสวมปลอกคอส่งสัญญาณวิทยุหมายเลขเอ็น 209  เป็นหนึ่งในหมีกว่าร้อยตัวที่งานวิจัยนี้ติดตามอยู่  มันจำศีลอยู่ในนั้นตลอดฤดูหนาว  ทั้งๆ ที่มีรถแล่นผ่านไปมาตลอดเวลาห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ปัจจุบัน  โครงการนี้ดำเนินงานมาเป็นปีที่แปดแล้ว  ถึงกระนั้น  “หมีเหล่านี้ยังคงทำให้ฉันประหลาดใจได้อีกค่ะ”  คอลลีน  โอลเฟนบิวต์เติล  นักชีววิทยาหมีดำ  ตะโกนแข่งกับเสียงอื้ออึงของการจราจร  เธอจับบันไดไว้มั่น ขณะเพื่อนร่วมงานมุดเข้าไปวัดขนาดโพรงภายในต้นไม้  โพรงไม้นี้มีขนาดใหญ่ที่สุดที่โอลเฟนบิวต์เติลเคยเห็นมาตลอด 23 ปีที่ศึกษาหมีดำ  “หมีดำปรับตัวได้ดีกว่าที่เราเชื่อว่าพวกมันทำได้มากค่ะ”  เธอว่า อันที่จริง  เป็นเรื่องยากที่จะนึกภาพว่าหมีดำจะปรับตัวให้ใช้ชีวิตในแอชวิลล์ได้ดีเช่นนี้  ในเมืองก้าวหน้าที่ซุกตัวอยู่ในเทือกเขาบลูริดจ์  และมีประชากรประมาณ 95,000 […]

ผีเสื้อจักรพรรดิกลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ส่งผลต่อระบบนิเวศ

ผีเสื้อจักรพรรดิกลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง เหตุถูกทำลายถิ่นอาศัย การใช้ยาฆ่าแมลง ส่งผลต่อระบบนิเวศ สัตว์ที่สวยและสง่างามที่มักมาเยี่ยมชมสวนหลังบ้านของเราในฤดูร้อน อีกทั้งยังเป็นนักเดินทางไกลข้ามทวีปกว่าปีละ 4,023 กิโลเมตร มีจำนวนลดลงกว่าร้อยละ 23 ถึง 72 ในช่วง 10 ปี ทำให้สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผีเสื้อจักรพรรดิ (Monarch butterflies) กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง “เป็นเรื่องยากที่ผู้คนจะจินตนาการว่าบางสิ่งที่ปรากฏขึ้นในสวนหลังบ้านของพวกเขากำลังถูกคุกคาม” แอนนา วอล์คเกอร์ (Anna Walker) หัวหน้าทีมในการประเมินจำนวนผีเสื้อและเจ้าหน้าที่พิเศษของ IUCN กล่าว เธอระบุว่าภัยคุกคามนั้นมาจากหลายปัจจัย แต่ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากบริเวณพื้นที่หลบหนาวและพักอาศัยระหว่างการอพยพถูกทำลาย การตัดไม้ทำลายป่าและสารกำจัดศัตรูพืชที่ใช้ในการเกษตรได้ฆ่าผีเสื้อเหล่านี้รวมทั้งตัวอ่อน ส่งผลให้พวกมันไม่อาจเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นได้ อีกทั้งยังมีปัจจัยจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงตามเส้นทางการอพยพของผีเสื้อ สิ่งมีชีวิตที่บอบบางนี้จึงมิอาจทนทาน ประชากรของผีเสื้อจักรพรรดิลดลงอย่างมากโดยเฉพาะด้านตะวันตกของเทือกเขาร็อกกีซึ่งมีการศึกษาน้อยนั้นลดลงกว่าร้อยละ 99.9 จากเคยที่อยู่ราว 10 ล้านตัวในปี 1980 เหลือเพียง 1,914 ตัวในปี 2021 ขณะที่จำนวนประชากรด้านตะวันออกนั้นก็ลดลงกว่าร้อยละ 84 ในช่วงระหว่างปี 1996 ถึงปี 2014 อย่างไรก็ตาม การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ได้แสดงให้เห็นว่าจำนวนผีเสื้อจักรพรรดิอาจเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ […]