ข้อมูลสัตว์โลกน่ารู้ - National Geographic Thailand

ชีวิตสัตว์สุดแปลก แม่ที่กินลูกตัวเอง

รู้หรือไม่ แม่ปลาหมอสีแอฟริกาเลี้ยงลูกในปาก แล้วก็เผลอเคี้ยวลูกตัวเองเล่นด้วย! ปลาหมอสีแอฟริกากลางสายพันธุ์ Astatotilapia burtoni หรือเรียกสั้น ๆ ว่า A. burtoni เป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมกกไข่และเลี้ยงตัวอ่อนภายในปาก แต่หลายครั้งแม่ปลาหมอเหล่านี้กลับกินลูกตัวเอง (mouthbrooding) หลังจากปลาหมอสีเพศผู้และเพศเมียปฏิสนธิ แม่ปลาหมอจะใช้เวลาสองสัปดาห์เก็บไข่ไว้ในปาก เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์นักล่าเข้ามากิน เมื่อลูกปลาฟักออกมาจากไข่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวอ่อนจะออกมาว่ายน้ำเล่นนอกปากของแม่และมีพฤติกรรมกลับเข้าไปอาศัยในปากใหม่เมื่อเจออันตราย นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับความปลอดภัยของลูกปลา แต่สำหรับแม่ปลาแล้วคงเป็นเรื่องน่าเหนื่อยใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะแม่ปลาไม่สามารถกินอาหารแบบปกติ หรือแม้แต่หายใจสะดวกได้ แม่ปลาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการกิน! โดยการบริโภคลูกตัวเองเป็นอาหาร (filial cannibalism) เป็นพฤติกรรมที่แพร่หลายในหมู่ปลาด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มปลาหมอสี ฟังดูขัดกับสัญชาตญาณความเป็นแม่ ถ้าเป็นในเรื่องวิวัฒนาการก็ยิ่งแล้วใหญ่  แต่เจค ซาเวคกี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกนกล่าวว่า พฤติกรรมกินลูกเชื่อมโยงกับสุขภาพของแม่ปลาได้ และยืนยันว่า “การกินลูกหลานตัวเองไม่ได้ทำให้พวกมันสูญพันธุ์แต่อย่างใด” นอกจากนี้ในวิจัยยังระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่แม่ปลาได้จากการให้อาหารลูก มีแนวโน้มจะช่วยให้แม่ปลากลับมาวางไข่ได้ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา   เหตุเกิดจากความเครียด งานวิจัยของซาเวคกีและไดก์สตราได้ทดลองเลี้ยงปลาหมอสีเพศผู้และเพศเมียรวมกันเป็นกลุ่มหลายกลุ่มในห้องแล็ปหนึ่งของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลมิชิแกน ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าปลาหมอสีเพศเมียประมาณ 80 ตัวจะออกไข่ เมื่อปลาหมอสีเพศเมียออกไข่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ค่อย ๆ นำไข่ทั้งหมดออกจากปากแม่ปลา แล้วใช้หลอดปิเปตพลาสติกช่วยนำไข่จำนวน 25 ฟอง กลับเข้าไปในปากปลาเพศเมียแต่ละตัวอีกครั้ง  ส่วนปลาที่นักวิทยาศาตร์ไม่ได้นำไข่กลับไปวางถูกจัดอยู่ในกลุ่มควบคุมและมีแนวโน้มว่าจะทำการทดลองแบบเดียวกัน […]

รู้ไหม สัตว์ก็ฝันตอนนอนเหมือนกับคน แสดงถึงลักษณะสมองที่คล้ายมนุษย์

ไม่ว่าจะเป็นหนูที่ฝึกวิ่งผ่านเขาวงกต หรือ แมวที่นึกภาพการล่าในหัว เมื่อคุณมองเห็นสัตว์นอนหลับ เคยสงสัยไหมว่าพวกมันกำลังฝันอยู่ไหม?  นักวิทยาศาตร์กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับการฝันของสัตว์มากกว่าที่เคย แม้แต่กับมนุษย์เองยังไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมเราถึงฝัน หรือบอกได้ว่าทำไมความฝันถึงสำคัญ แต่การเรียนรู้เรื่องความฝันของสัตว์ดูจะยากยิ่งกว่า การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่าสัตว์อาจมีการนอนหลับระยะ REM (เป็นระยะที่มนุษย์เกิดความฝัน) และอาจฝันในเรื่องที่มันมองเห็น . “ผมคิดว่าการฝันช่วยให้เรามีวิธีอธิบายความสามารถด้านสติปัญญาจำนวนมากให้กับสัตว์ ซึ่งรวมถึงอารมณ์ ความทรงจำ และแม้แต่จินตนาการ” เดวิด เอ็ม. เปนญา-กุซมาน (David M. Peña-Guzman) ผู้ศึกษาเกี่ยวกับปรัชญาวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานฟรานซิสโก และผู้เขียนเรื่อง ‘When Animals Dream : The Hidden World of Animal Consciousness’ กล่าว  แมวบ้านเป็นสัตว์ตัวแรกๆ ที่ได้รับการวิจัยเกี่ยวกับความฝัน เกิดขึ้นในปี 1960 โดย มิเชล โจวเวต (Michel Jouvet) เขาเรียนรู้ว่าส่วนหนึ่งที่เรียกว่า พอนส์ (Pons) ในก้านสมอง ดูเหมือนจะเป็นตัวควบคุมการนอนหลับระยะ REM เขาจึงเอาบางส่วนของมันออก […]

ภาพ ไคทิน สารสร้างโครงสร้างแข็งภายนอกของแมลง แบบคมชัด หาชมยาก

อาร์โทพอดรวมถึงแมลงใช้ ไคทิน ในการสร้างโครงร่างแข็งภายนอก ปีก กรงเล็บ และเกล็ด อาร์โทพอดหรือสัตว์ขาปล้องเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีความหลากหลายที่สุดในอาณาจักรสัตว์ โดยเฉพาะแมลงซึ่งสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ในระบบนิเวศแตกต่างกันมากมายทั้งในน้ำและบนบก ความเก่งกาจรอบตัวของอาร์โทพอดส่วนใหญ่ได้มาจาก ไคทิน (chitin) สารที่ใช้สร้างเกราะหุ้มร่างกาย รวมถึงปีก และอวัยวะที่มีความยืดหยุ่นอื่นๆ เช่นเดียวกับเซลลูโลสที่พืชใช้สร้างผนังหุ้มเซลล์ ไคทินสร้างจากโมเลกุลของกลูโคส แต่ยังประกอบไปด้วยไนโตรเจน ทำให้เกิดโครงสร้างที่แข็งแรง ไคทิน เป็นองค์ประกอบหลักของโครงร่างแข็งภายนอกของอาร์โทพอด ซึ่งวิวัฒน์ขึ้นเป็นครั้งแรกในสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ อาร์โทพอดสร้างไคทินขึ้นตั้งแต่ราว 550 ล้านปีก่อน ไคทินซึ่งหลั่งออกมาจากหนังกำพร้าจะรวมตัวกับสารประกอบอื่นๆ เพื่อสร้างผิวชั้นนอกสุดที่มีความมันวาวและกันน้ำได้เรียกว่า คิวติเคิล (cuticle) ไคทินซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งอย่างน่าทึ่ง แต่ยืดหยุ่น ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ขากรรไกรของแมลง สามารถตัดผ่านได้กระทั่งหินและโลหะ อีกทั้งให้ความยืดหยุ่นระหว่างส่วนต่างๆ ของร่างกายที่มีความแข็ง จึงช่วย ในเรื่องความเร็วและความคล่องแคล่ว เกล็ดเล็กๆ บอบบางที่ปกคลุมตัวแมลงอย่างผีเสื้อก็มีไคทินเช่นกัน ไคทินยังเป็น องค์ประกอบสำคัญของท่อหรือหลอดลมบางๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบหายใจ และขนที่ดักจับละอองเรณู ดูเหมือนว่าไคทินทำได้เกือบทุกอย่าง เว้นก็แต่ไม่สามารถทำให้โครงร่างแข็งภายนอกขยายตัว ดังนั้น เพื่อที่จะเจริญเติบโต อาร์โทพอดจึงต้องลอกคราบ พวกมันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องยอมสลัดเกราะไคทินป้องกันตัว เพื่อแลกกับการเจริญเติบโตแม้เพียงน้อยนิด เรื่อง โซเฟีย มักลอดสกี ภาพถ่าย นิโกลา […]

ตามดู นกหายาก ที่สุลาเวสี ปีกแห่งอินโดนีเซีย กับช่างภาพรุ่นเยาว์

ตามช่างภาพรุ่นเยาว์วัย 12 ปี ไปถ่ายภาพ นกหายาก ที่สุลาเวสี (Sulawesi) ซึ่งได้ชื่อว่า ปีกแห่งอินโดนีเซีย ทริปนี้เริ่มต้นจากที่คุณแม่ของผมอยากพาไปเที่ยวต่างประเทศในที่ที่มันไม่ธรรมดา เราจึงติดต่อไกด์คนหนึ่ง ชื่อ ‘ไกด์ฮ้ง’ ถามว่าถ้าไปต่างประเทศดู นกหายาก ที่ไหนดี เขาก็เลยแนะนำราชาอัมพัต  (Raja Ampat) และสุลาเวสี (Sulawesi) ซึ่งตอนแรกคุณแม่คิดว่าจะไม่ไป เพราะว่าเดินทางไปยาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเพราะว่ามีการดำน้ำดูปลา (snorkeling) ซึ่งคุณแม่ชอบมาก ผมต้องขอบคุณคุณแม่มากเลยครับที่ลงทุนพาผมไปเที่ยวดูนกในทริปนี้ ‘สุลาเวสี’ คืออะไร และเดินทางไปอย่างไร จุดหมายแรกของพวกเราคือไปดูนกกระเต็น ทาร์เซียร์ และนกเงือกที่จังหวัดสุลาเวสีเหนือ สุลาเวสีคือเกาะที่ประกอบไปด้วย 6 จังหวัดและเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 11 ของโลก สุลาเวสีมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าเกาะเซเลเบส คนส่วนใหญ่ที่สุลาเวสีนับถือศาสนาคริสต์ หรือไม่ก็อิสลาม เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์ และจากสิงคโปร์ต่อไปอีก 4 ชั่วโมง ซึ่งเราไปลงที่สนามบิน Sam Ratulangi เมืองมานาโด เวลาที่สุลาเวสีเร็วกว่าที่ไทย 1 ชั่วโมงเหมือนที่สิงคโปร์ ที่ที่เราไปดูนกคือบริเวณพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติทังโก้โก้ ซึ่งต้องใช้เวลานั่งรถไปอีก […]

หยั่งรู้ จิตใจสัตว์ : พวกมันคิดอะไร คิดเหมือนมนุษย์ไหม คำตอบคือ ‘ได้’

จิตใจสัตว์ :จากหนูที่รู้จักเห็นอกเห็นใจไปถึงลิงขี้บ่น สัตว์บางชนิดมีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนไม่ต่างไปจากมนุษย์ ผมเลี้ยงชาร์ลี สุนัขพันธุ์บลัดฮาวนด์ที่ดมกลิ่นได้แย่อย่างน่าขายหน้า มาแปดปีแล้ว มันทักทายผมอย่างลิงโลดทุกครั้งที่ผมกลับเข้าบ้าน แม้กระทั่งหลังจากออกไปซื้อของชำประเดี๋ยวเดียว ผมจะได้ยินเสียงมันสะบัดหางกระทบพื้นดังตุ้บๆๆอยู่ในห้องข้างๆเวลาที่ผมหัวเราะ มันร่วมยินดีกับผม แม้ตอนที่มองไม่เห็นผม ถึงจะผูกพันกันเช่นนี้ ผมก็มักนั่งข้างๆมันบนโซฟา กอดมัน และถามภรรยาว่า “คุณว่ามันรักผมไหม” “รักสิคะ!” เธอตอบอย่างออกจะรำคาญอยู่บ้าง ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะผมถามเธอบ่อยเหลือเกิน กิจวัตรนี้เกือบจะเป็นพิธีกรรมประจำบ้านไปแล้ว ผมสงสัยว่าชาร์ลีคิดอะไรเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า เวลาเห็นมันอาบแดดอยู่บนระเบียงหน้าบ้าน ผมมักครุ่นคิดถึงคำถามที่ลึกซึ้งกว่านั้น เช่น สมองของสัตว์มีความละม้ายคล้ายสมองมนุษย์มากน้อยแค่ไหน สัตว์ชนิดอื่นมีความรู้สึกนึกคิดและความทรงจำแบบเดียวกับเราหรือเปล่า ในฐานะมนุษย์ เรายังคงถือว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตสุดพิเศษ แตกต่างจากสัตว์อื่นๆโดยพื้นฐาน แต่ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์รวบรวมหลักฐานแสดงความฉลาดของสิ่งมีชีวิตอื่นๆจำนวนมาก กานิวแคลิโดเนียใช้กิ่งไม้เล็กๆเกี่ยวตัวอ่อนแมลงจากรังในต้นไม้ หมึกสายหลายชนิดแก้ปริศนาได้และอำพรางโพรงที่มันอยู่ด้วยการวางหินบังปากโพรง เราไม่มีข้อสงสัยแล้วว่า สัตว์หลายชนิดมีความสามารถในการรู้คิดที่น่าทึ่ง แต่ความสามารถเหล่านั้นเป็นเพียงปฏิกิริยาอัตโนมัติอันซับซ้อน เป็นไปเพื่อการเอาชีวิตรอดและการสืบพันธุ์ล้วนๆ หรือมีอะไรมากกว่านั้น การศึกษาด้านพฤติกรรมศาสตร์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเรื่องราวที่ได้จากการเฝ้าสังเกตในธรรมชาติ เช่น วาฬเพชฌฆาตที่ลากซากลูกวาฬไปมาหลายสัปดาห์ เผยให้เห็นว่าสัตว์หลายชนิดมีอะไรหลายอย่างเหมือนมนุษย์ยิ่งกว่าที่เคยคิดกันไว้มาก ช้างเศร้าเป็น โลมารู้จักเล่นเพื่อความสนุก หมึกกระดองมีบุคลิกโดดเด่นเฉพาะตัว นกราเวนดูจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อภาวะอารมณ์ของนกราเวนตัวอื่นๆ ไพรเมตหลายชนิดมีมิตรภาพแน่นแฟ้น ในสัตว์บางชนิด เช่น ช้างและวาฬเพชฌฆาต ตัวสูงวัยจะถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ให้พวกที่อายุน้อยกว่า สัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิด รวมถึงหนู […]

วิจัยใหม่เผย ปรสิตจาก ’แมว’ ทำให้มนุษย์มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน

ปรสิตจาก ’แมว’ ทำให้มนุษย์มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน การศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Evolution Pschology ชี้ให้เห็นว่าการติดเชื้อจากปรสิตที่มีชื่อว่า “ท็อกโซพลาสมา กอนดิไอ” (Toxoplasma gondii) ซึ่งเป็นหนึ่งในปรสิตที่พบมากที่สุดในโลกผ่านทางอาหาร น้ำที่ปนเปื้อน และโดยเฉพาะในกระบะทรายของ ‘แมว’ อาจกระตุ้นให้มนุษย์มีความเชื่อและค่านิยมทางการเมืองเปลี่ยนไป ทีมศึกษาคาดว่ามีประชากรโลกกว่า 1 ใน 3 ที่มีปรสิตตัวนี้อยู่  “ ‘ท็อกโซพลาสมา’ เป็นปรสิตที่แพร่หลายมาก ดังนั้นความแพร่หลายของมัน (ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ) สามารถมีอิทธิพลไม่ใช่แค่กับบรรยากาศทางการเมืองของประเทศต่าง ๆ และชนชั้นทางสังคมที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเมืองในโลกและประวัติศาสตร์แห่งความเป็นจริงอีกด้วย” เฟล์เกอร์ ยาโรสลาฟ (Flegr Jaroslav) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชาลส์ในปราก (Prague) ประเทศสาธารณรัฐเช็คและหนึ่งในผู้เขียนรายงานกล่าว ทีมวิจัยได้ทำการศึกษาโดยการเผยแพร่แบบสอบถามออนไลน์ให้กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชาวเช็กจำนวน 2,315 คน โดยแบ่งเป็นผู้หญิง 1,848 คนและผู้ชาย 467 คน ซึ่งให้ผู้เข้าร่วมตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความถี่ในการพบแพทย์ ความถี่ของอาการซึมเศร้า หรือการได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางจิตเวชหรือไม่ รวมทั้งประเมินความเชื่อและค่านิยมทางการเมือง  พวกเขาพบว่าผู้เข้าร่วมมีการรายงานการติดเชื้อ เป็นผู้ชาย 90 คน […]

ครบรอบ 3 ปี การพบเจอและลาจากของ ” มาเรียม ” ลูกพะยูนกำพร้าขวัญใจคนไทย

ครบรอบ 3 ปี การพบเจอและลาจากของ ” มาเรียม ” ลูกพะยูนกำพร้าขวัญใจคนไทย – และอีกหลายเรื่องที่ “ยังไม่เปลี่ยนแปลง” อาคารไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและพื้นที่เริ่มผุพังจากความหิวของกองทัพปลวกส่งเสียงกรีดร้องเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบเมื่อผมได้ก้าวเหยียบไปที่ระเบียงเพื่อมองทิวทัศน์ที่คุ้นเคย ป้ายให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนสีซีดจางเนื่องจากกาลเวลาใต้แดดฝนนานนับปีเข้ามาทักทายผมจากดงไม้เขียวชอุ่ม ชื่อที่คุ้นเคยบนนั้นทำให้นึกถึงหน้าตาของผู้คนที่เคยได้ร่วมงานกันที่นี่ ก่อนจะแยกย้ายกันไป ตัวอักษรที่เลือนราง “ร่าเริง ว่ายน้ำและดำน้ำได้ดี” ถูกเขียนอยู่ในช่องว่างเพื่อรายงานสุขภาพประจำวัน ทุกสิ่งเหมือนถูกหยุดแช่แข็งไว้ในกาลเวลาจากวันสุดท้าย ก่อนที่ ‘ มาเรียม ’ จะล้มป่วยลงและตายไปกลางค่ำคืนของวันที่ 17 สิงหาคม 2562 เมื่อผมได้มายืนอยู่ที่อ่าวดุหยงของเกาะลิบงแห่งนี่อีกครั้งหลังจากผ่านมากว่าสามปี นอกจากร่องรอยความผุพังของกาลเวลาและความว่างเปล่าที่มาแทนที่เสียงพูดคุยและรอยยิ้มของเหล่าเจ้าหน้าที่ที่ผมคุ้นเคย หรือผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนเจ้าพะยูนน้อยแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากมองด้วยสายตา เช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมโดยรวมของเกาะลิบง ยกเว้นลวดลายพะยูนที่เพิ่มมาให้เลือกบนเสื้อผ้าที่เขวนในร้านขายของชำที่ปราศจากผู้คน หรืองานศิลปะสตรีทอาร์ตรูปพะยูนและสัตว์ทะเลสีสดใสที่มาประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ บนเกาะ เวลาสามปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้นหลังจากความตายของ มาเรียม พวกเราคงได้เห็นกระแสคลื่นของความตระหนักรู้ของสังคมที่ถาโถมให้แก่สัตว์สงวนของไทยด้วยความน่ารักของเจ้าพะยูนกำพร้า พวกเราคงรู้สึกเสียใจหรือบ้างก็เสียน้ำตามาเช่นกันจากความตายของมัน พวกเราคงได้ยินถึงเรื่องของความตั้งใจในการบริหารจัดการอนุรักษ์ประชากรของเหล่าพะยูนตัวอื่นๆ ที่มีอยู่ราว 265 ตัวในน่านน้ำไทย แต่เศษขยะพลาสติกที่ลอยผ่านสายตาไปบนผิวน้ำ หรือ ดงหญ้าทะเลที่เคยงอกงามได้เสียหายไปเป็นพื้นที่กว้างเหลือเพียงต้นสั้นๆ ก็ต้องทำให้ต้องหยุดคิดนึกถามว่าความเปลี่ยนแปลงที่เราหวังได้คืบหน้าไปเพียงใด ความตั้งใจในการห้ามพลาสติกใช้แล้วทิ้งในไทยที่ต้องถูกชะลอไปอย่างมากด้วยเหตุจากโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนไปรอบโลก หรือความเสียหายต่อแนวหญ้าทะเลของจังหวัดตรังที่เป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของไทยซึ่งคาดว่ามาจากตะกอนดินที่มากับการขุดลอกร่องน้ำบนชายฝั่ง ก็ยังคงตรอกย้ำกับพวกเราว่าความสำเร็จของการอนุรักษ์พะยูนยังคงไปไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งใจ *************** แสงของดวงจันทร์ในยามขึ้น […]

หมีขั้วโลก ในสายลมร้อน แห่งขั้วโลกอาร์กติก

ระหว่างฤดูร้อนที่กินเวลาสั้นๆ ในภูมิภาคอาร์กติกของแคนาดา หมีขั้วโลก ใช้ชีวิตบนผืนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส การใช้เวลาหนึ่งเดือนกับหมีขั้วโลกในฤดูร้อน เผยให้เห็นด้านอ่อนโยนของสัตว์บกนักล่าขนาดใหญ่ที่สุด “เรามักพบเห็นหมีขั้วโลกบนนํ้าแข็งและหิมะ” ช่างภาพ มาร์ติน เกรกัส จูเนียร์ บอก “แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่มีชีวิตใน ฤดูร้อน” ด้วยความตั้งใจที่จะเผยแง่มุมซึ่งไม่ค่อยมีใครพบเห็นนี้ของหมีขั้วโลก เขาจึงใช้เวลา 33 วันทางเหนือของเมืองเชอร์ชิล รัฐแมนิโทบา แคนาดา ในช่วงฤดูร้อนของ ปี 2020 และ 2021 ยิ่งเกรกัสศึกษาหมีขั้วโลกมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเรียนรู้บุคลิกลักษณะของพวกมัน ลูกหมีจอมตื๊อตัวหนึ่งที่เขาตั้งชื่อว่า เฮอร์คิวลิส สูญเสียขาข้างหนึ่ง แต่ก็เอาตัวรอดผ่านสองฤดูร้อนแรกในชีวิตมาได้ ส่วนหมีเพศเมียตัวใหญ่ชื่อ แวนดา ดูเหมือนจะเป็นที่ยำเกรงของหมีตัวอื่นๆ แต่มันใช้เวลาวันๆไปกับการยืดเส้นยืดสายในทุ่งไฟร์วีด หมีเพศเมียอีกตัวที่ชื่อ วิลมา ดูสบายๆ กับเกรกัส ถึงขนาดที่มันเลี้ยงดูลูกน้อยสองตัว ได้แก่ เพบเบิลส์ และแบม-แบม อยู่ใกล้ๆ จนเขาได้ยินเสียงครางของพวกมัน เกรกัส ยังสังเกตพฤติกรรมที่เขาแทบไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น หมีและเล็มต้นไม้ใบหญ้าและล่าลูกนกนางนวล พฤติกรรมเหล่านี้ อาจช่วยกลุ่มประชากรหมีขั้วโลกที่นี่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่พวกมันในที่อื่นๆ กำลังอดอยาก “ภาพถ่ายเหล่านี้แสดงให้เห็นหมีขั้วโลกตัวอ้วนพีและขี้เล่น” เกรกัสบอก […]

“แมวส้ม” สิ่งพิเศษสำหรับวิทยาศาสตร์ พวกมันทั้ง ‘ก้าวร้าว’ และ ‘เซ็กซี่’ กว่าแมวสีอื่น ๆ

“ แมวส้ม ” คือสิ่งพิเศษสำหรับวิทยาศาสตร์ พวกมันทั้ง ‘ก้าวร้าว’ และ ‘เซ็กซี่’ กว่าแมวสีอื่น ๆ และอาจมีสถานะสังคม (แมว) สูงกว่าแมวสีอื่น จากบทความของ Psychology Today โดย คาเรน วู (Karen Wu) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ระบุเอาไว้ว่า แมวที่มีขนสีส้มมักมีพฤติกรรม ‘เสี่ยงตาย’ และมีความ ‘เซ็กซี่’ ต่อแมวด้วยกันเองมากกว่าแมวประเภทอื่น จึงทำให้เจ้าขนปุยสีส้มอาจมีสถานะทางสังคม (ของแมว) สูงกว่า และประสบความสำเร็จในการสืบพันธุ์ในพื้นที่ชนบท บทความได้อ้างอิงถึงงานวิจัยของปอนเทียร์และคณะที่เผยแพร่เมื่อปี 1995 (Pontier et al.(1995)) ที่ได้ทำการสำรวจและศึกษาแบบสุ่มกับกลุ่มตัวอย่างประชากรแมว 59 ถึง 491 ตัวในฝรั่งเศสระหว่างปี 1982 ถึง 1992 ซึ่งได้ทำการตรวจสอบความถี่และความแปรปรวนของยีนที่ทำให้เกิดขนสีส้มในแมว พวกเขาได้พบกับแนวโน้มที่น่าสนใจสามประการของแมวส้ม ดังนี้ 1. แมวสีส้มนั้นพบได้ทั่วไปในชนบทมากกว่าพบในเมืองที่มีจำนวนประชากรแมวต่อพื้นที่แออัดกว่า การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า แมวส้มอาจประสบความสำเร็จในการสืบพันธุ์มากขึ้นในสภาพสังคมที่มีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่นอกเมือง  นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในสภาพที่ประชากรแมวมีความแออัดน้อยกว่า แมวมักจะผสมพันธุ์จับคู่กันเพียงตัวเดียว […]

พบซากเต่ากาลาปากอสที่ใกล้สูญพันธุ์ เจ้าหน้าที่คาด กำลังถูกล่าและกินโดยมนุษย์

พบซากเต่ากาลาปากอสที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กังวลอาจกำลังถูกล่าและกินโดยมนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุดของเอกวาดอร์ได้เปิดการสืบสวนสอบสวนการตายของเต่ายักษ์ 4 ตัวในหมู่เกาะกาลาปากอสหลังพบซากของพวกมันบนเกาะนี้ สร้างความกังวลว่าสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้อาจถูกล่าและกินโดยมนุษย์ เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว ปัจจุบันเต่ายักษ์ในหมู่เกาะกาลาปากอสนั้นมี 15 สายพันธุ์ และทั้งหมดนั้นถูกจัดอยู่ในรายชื่อบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์หรือ International Union for Conservation of Nature (IUCN) ว่ามีความเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ที่สุด จากที่เคยมีอยู่กว่า 200,000 ตัวในปี 1800 กลับมีจำนวนลดลงเหลืออยู่เพียง 15,000 ตัวจากการถูกมนุษย์ล่าและพื้นที่หาอาหารที่ลดลง แม้เอกวาดอร์จะประกาศว่าการล่าเต่ายักษ์เหล่านี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย และอยู่ในหมู่เกาะกาลาปากอสที่ได้รับการคุ้มครองในฐานะอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี 1933 แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์อันน่าสลดอยู่  โดยล่าสุดเกิดเมื่อเดือนกันยายน ปี 2021 เมื่อเจ้าหน้าที่พบซากเต่ายักษ์จำนวน 15 ตัว หลักฐานที่รวบรวมได้ในเวลานั้นชี้ว่าเต่าผู้โชคร้ายเหล่านี้ถูกล่าโดยมนุษย์เพื่อเอาเนื้อของมัน นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม ปี 2021 เจ้าหน้าที่ยังพบลูกต่ากว่า 185 ตัวในกระเป๋าเดินทางที่สนามบินเตรียมที่จะถูกลักลอบออกนอกประเทศอีกด้วย “นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว เราพบซากเต่ายักษ์ 15 ตัวในสายพันธุ์ย่อยที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ‘chelonoidis guntheri’ ในเกาะอิซาเบลา จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าสัตว์ดังกล่าวถูกล่าเพื่อการบริเโภค” แถลงการณ์ระบุและเสริมว่าองค์กร “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการล่าและกินเต่ายักษ์เหล่านี้เป็นอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม”  การค้นพบซากเต่ายักษ์อีก […]

วิจัยเผย สุนัขเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครึ่งปี

วิจัยเผย สุนัขเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครึ่งปี – สุนัขมีโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุหลายอย่างเช่นเดียวกับมนุษย์ ซาราห์ ยาร์โบโรห์ (Sarah Yarborough) นักระบาดวิทยาจากแผนกเวชศาสตร์ครอบครัวแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และเพื่อนร่วมงานได้ศึกษาข้อมูลสุนัขกว่า 15,000 ตัว เพื่อศึกษาว่าสุนัขนั้นมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมหรือไม่เมื่อพวกมันแก่ตัวลง ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงนั้นเพิ่มขึ้นทุก ๆ ครึ่งปีในชีวิตของสุนัข “สุนัขมีโรคที่เกี่ยวข้องกับอายุหลายอย่างเช่นเดียวกับเรา” ยาร์โบโรห์กล่าว การสูญเสียความทรงจำและการลดลงของความรู้ความเข้าใจนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้สำหรับสุนัขสูงอายุเช่นเดียวกับมนุษย์ กระนั้นก็อาจเกิดกรณีร้ายแรงได้เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์เรียกกรณีเหล่านั้นว่า “Canine Cognitive Dysfunction” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า CCD ซึ่งหมายถึงรูปแบบการนอนที่ไม่เป็นเวลา การสูญเสียการรับรู้เชิงพื้นที่ และรูปแบบใหม่ของพฤติกรรมทางสังคมที่ไม่ปกติ ข้อมูลจากสุนัขกว่า 15,000 ตัวที่รวบรวมตัวแปรมากมายไม่ว่าจะเป็นอายุ สายพันธุ์ ขนาด รูปร่าง ลักษณะนิสัย หรือระดับกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์อยู่ ตั้งแต่ชิวาวาตัวเล็กไปจนถึงเกรทเดนตัวใหญ่ พวกเขาระบุว่าโอกาสของการเกิดกรณี CCD เพิ่มขึ้นทุกครึ่งปีในแต่ละปีของชีวิตสุนัข และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์น้อยกับเจ้าของหรือแทบไม่มีเลยนั้นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 6.5 เท่า อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยระบุว่าการเชื่อมโยงระหว่างความสัมพันธ์และการเกิดโรคนั้นต้องมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม “เมื่อสุนัขสองตัวมีสถานะการทำหมัน ปัญหาสุขภาพ ประเภทสายพันธุ์ และระดับกิจกรรมเหมือนกัน […]

แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียหวนคืนธรรมชาติ ชัยชนะแห่งการอนุรักษ์สัตว์ตระกูลแมว

ในเวลาเพียง 20 ปี แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียเปลี่ยนสถานะจากสัตว์ตระกูลแมวที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดในโลก ไปสู่ชัยชนะ อันยิ่งใหญ่ที่สุดในการอนุรักษ์สัตว์ตระกูลแมว ย้อนหลังไปเมื่อปี 2002 สัตว์ผู้ล่าตาสีทองหางสั้นชนิดนี้จำนวนไม่ถึง 100 ตัวย่องผ่านป่าไม้พุ่มแบบ เมดิเตอร์เรเนียนบนคาบสมุทรไอบีเรีย นับตั้งแต่นั้นมา ประชากรของพวกมันเพิ่มขึ้นสิบเท่า โดยกระจายอยู่ทั่วสเปนและโปรตุเกสอย่างน้อย 1,100 ตัว การพลิกฟื้นกลับมาอย่างน่าทึ่งนี้เป็นผลจากความพยายามเต็มกำลังเพื่อขยายพันธุ์แมวป่าชนิดนี้ใน สถานเพาะเลี้ยง สถานะของแมวป่าลิงซ์ในฐานะสมบัติทางธรรมชาติ และความเป็นนักสู้ของมันเอง สร้างความประหลาดใจให้แม้กระทั่งนักอนุรักษ์ เมื่อโครงการไลฟ์ (Life Program) ของคณะกรรมาธิการยุโรปนำองค์กรพันธมิตรมากกว่า 20 องค์กร มาร่วมกันช่วยเหลือแมวป่าลิงซ์เป็นครั้งแรกในปี 2002 แมวป่าชนิดนี้หายไปเกือบหมดแล้ว การล่าอย่างแพร่หลาย และไวรัสคร่าชีวิตกระต่ายพันธุ์ยุโรปซึ่งเป็นเหยื่อหลักของแมวป่าลิงซ์จนหมดไปจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของคาบสมุทร อย่างไรก็ตาม แมวป่าลิงซ์ขยายพันธุ์ได้ง่ายในสถานเพาะเลี้ยง และแมวป่าส่วนใหญ่ซึ่งในท้ายที่สุดได้รับ การปล่อยคืนสู่ถิ่นอาศัยที่ได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบทั่วสเปนและโปรตุเกส ล้วนขยายพันธุ์ได้ดี ใกล้จุดปล่อยหลักแห่งหนึ่งบริเวณอุทยานแห่งชาติเซียร์ราเดอันดูฆาร์ทางตอนใต้ของสเปน แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียถึงกับเรียนรู้ที่จะอาศัย อยู่ในละแวกบ้านเรือนของคน ในสวนมะกอกเพื่อการค้า และพื้นที่รอบๆทางหลวง โดยส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการเจอคน ความสามารถในการปรับตัวเช่นนี้ส่งเสริมให้แมวป่าลิงซ์เพิ่มจำนวนขึ้น และพอถึงปี 2015 องค์การ ระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ก็เปลี่ยนสถานะของแมวป่าลิงซ์จากใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งเป็น ใกล้สูญพันธุ์ “แมวป่าลิงซ์เป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติในไอบีเรีย และการอนุรักษ์พวกมันไว้เป็นความรับผิดชอบของเรา ทุกคน […]

รีวิวสารคดี Netflix “Inside the Mind of a Cat” วิธีเข้าใจและได้ใจแมวในแบบมนุษย์

รีวิว Inside the Mind of a Cat คิดแบบแมว ๆ สารคดีชวน “มะนุด” มาเข้าใจ “น้องแมว” ในหน้าประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ มีการค้นพบหลักฐานการอาศัยอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับเจ้าสัตว์สี่ขา ขนปุยตัวเล็ก เจ้าของภาพจำความเอาแต่ใจและความคาดเดาไม่ได้ที่เราเรียกกันว่า “แมว” มากมาย ทั้งในรูปแบบการเคารพบูชา, เป็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก และอื่นๆ จวบจนบัดนี้เป็นเวลากว่าพันปีแล้วที่มนุษยชาติต้องตกเป็นทาสของสิ่งมีชีวิตสุดแสนจะเข้าใจยากนี้ ถึงกระนั้น “ทาสแมว” อย่างเรา ๆ นั้นกลับแทบจะไม่เข้าใจ “แมว” เลย ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับแมวเรื่องนี้เป็นสารคดีขนาดสั้น ความยาวทั้งหมด 1 ชั่วโมง 7 นาที กำกับโดยแอนดี้ มิทเชลล์ซึ่งจะพาเราไปพบกับความจริงแสนอัศจรรย์ของแมวผ่านการนำเสนอจากผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นนักสรีรศาสตร์แมว นักจิตวิทยาแมว นักแสดงโชว์แมวและอีกหลาย ๆ คน แม้จะฟังดูเป็นวิชาการแต่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้นั้นกลับเล่าเรื่องราวออกมาได้อย่างไม่มีเบื่อผ่านตัวดำเนินเรื่องหลักก็คือน้องเหมียวที่มัดใจคนดูเอาไว้ได้อยู่หมัด (ชมวิดีโอภาพยนตร์ตัวอย่าง Inside the Mind of a Cat ได้ที่นี่) […]

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง

สุนัข ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับเจ้าของคนโปรดอีกครั้ง  เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่น แสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ งานวิจัยใหม่จากญี่ปุ่นเผยว่าสุนัขมีอาการหลั่งน้ำตาเมื่อพวกมันพบกับมนุษย์คนโปรดหรือเจ้าของที่พวกเขาชื่นชอบอีกครั้งหลังไม่ได้พบกันทั้งวัน เป็นพฤติกรรมที่ยังไม่พบในสัตว์อื่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าสุนัขมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับมนุษย์ อีกทั้งยังพัฒนาพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มนุษย์สนใจและดูแลพวกเขาดียิ่งขึ้นกว่าเดิม “ไม่เหมือนสัตว์อื่น ๆ สุนัขมีวิวัฒนาการหรือได้รับการเลี้ยงดูผ่านการสื่อสารกับมนุษย์ จึงมีความสามารถในการใช้การสบตาเพื่อใช้สื่อสารกับมนุษย์ในระดับสูงขึ้น” งานวิจัยระบุ “ด้วยกระบวนการนี้ น้ำตาของพวกมันอาจมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมปกป้องหรืออุปถัมภ์เลี้ยงดูจากมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันและกัน นำไปสู่ความผูกพันธ์ระหว่างสองสายพันธ์”  ศาสตราจารย์ทาเคฟุมิ คิคุซุย (Takefumi Kikusui) ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาซาบุและมหาวิทยาลัยการแพทย์จิชิ ได้ศึกษาสุนัขจำนวน 22 ตัวด้วยการตรวจวัดปริมาณน้ำตาในดวงตาโดยวางแถบกระดาษพิเศษในเปลือกตาด้านล่างและวัดความชื้นที่เกิดขึ้นว่ากระจายไปมากเท่าไหร่ในกระดาษแถบนั้น ซึ่งวัด 2 ครั้งคือเมื่อเจ้าของอยู่บ้านและวัดอีกครั้งเมื่อเจ้าของกลับมาบ้านโดยมีระยะเวลาห่างกัน 5-7 ชั่วโมง พวกเขาพบว่าปริมาณน้ำตาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเจ้าของกลับมา และการ ‘ร้องไห้’ นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองซึ่งตรวจสอบด้วยการให้ ‘อ็อกซิโทซิน (Oxytocin)’ กับดวงตาซึ่งเกิดการหลั่งน้ำตา เมื่ออ้างอิงกับการศึกษาก่อนหน้าที่ระบุว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสุนัขทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักนี้ออกมา พวกเขาจึงสรุปว่าการหลั่งน้ำตาของสนุัขในงานวิจัยนี้เกิดจากอารมณ์เชิงบวก “เราพบว่าสุนัขหลั่งน้ำตานี้เกี่ยวข้องกับอารมณ์เชิงบวก” ศาสตราจารย์คิคุซุยกล่าว “นี่เป็นรายงานฉบับแรกที่แสดงให้เห็นว่าอารมณ์เชิงบวกกระตุ้นการหลั่งน้ำตาในสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์และอ็อกซิโทซินทำหน้าที่ในการหลั่งน้ำตา เราไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสัตว์เหล่านี้หลั่งน้ำตาในสถาการณ์ที่น่ายินดีเช่น การได้กลับมาพบกับเจ้าของของพวกเขา” อย่างไรก็ตามสุนัขในการทดลองไม่มีอาการ ‘ร้องไห้’ เมื่อพบกับมนุษย์ที่คุ้นเคยอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ นอกจากนี้พวกเขายังทำการศึกษาต่อว่าการหลั่งน้ำตานี้มีผลต่อมนุษย์อย่างไรด้วยการแสดงภาพถ่ายใบหน้าของสุนัขที่มีน้ำตาและไม่มีน้ำตาให้กับอาสาสมัคร 74 คน และขอให้คะแนนว่าพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงหรือเลี้ยงดูสุนัขตัวดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นระบุว่ามนุษย์มีความต้องการดูแลสุนัขที่มีน้ำตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ซึ่งบ่งชี้ว่าพฤติกรรมนี้กระตุ้นอารมณ์ที่อ่อนไหวและเพิ่มความปราถนาที่จะปกป้องสุนัขมากขึ้น “สุนัขได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ […]

นักวิทย์ฯ พยายามนำเสือแทสเมเนียที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับมาอีกครั้ง

นักวิทย์ฯ พยายามนำเสือแทสเมเนียที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับมาอีกครั้ง แต่ควรทำหรือไม่ ยังเป็นที่ถกเถียง นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จอร์จ เชิร์ช (George Chruch) ผู้ก่อตั้งบริษัทชีววิทยาศาสตร์คอลอสซัส (Colossal) ร่วมมือกับกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประกาศความพยายามในการนำเสือแทสเมเนียที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ‘ไทลาซีน (Thylacine)’ กลับมาจากการสูญพันธุ์ โดยเชื่อว่าจะเป็นการคืนสมดุลทางนิเวศวิทยาให้กับเกาะแทสเมเนียอีกครั้ง แต่การกลับมาครั้งนี้ควรหรือไม่นั้นถูกถกเถียงกันอย่างดุเดือด ไทลาซีน คือสัตว์นักล่าที่มีกระเป๋าหน้าทองเหมือนจิงโจ้ เคยมีชีวิตอยู่เป็นเวลาหลายล้านปีก่อนในพื้นที่ออสเตรเลียและนิวกินีเป็นส่วนใหญ่ มันเป็นออกล่าเหยื่อขนาดเล็กถึงกลางในตอนกลางคืน แม้จะเป็นผู้ล่าสูงสุดในห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศนี้ มันก็เริ่มมีจำนวนลดลงจนสูญพันธุ์เนื่องจากมนุษย์  ไทลาซีนตัวสุดท้ายที่รู้จักนั้นมีชื่อว่า ‘เบนจามิน’ ซึ่งตายลงในเดือนกันยายน ปี 1936 ที่สวนสัตว์บัวมาริส (Beaumaris Zoo) ประเทศออสเตรเลีย และได้รับการประกาศในสูญพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี 1982 ทุกวันนี้ระบบนิเวศที่มันเคยอาศัยอยู่ได้ทำให้เหยื่อของมันเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้พืชพันธุ์ท้องถิ่นได้รับการจัดการไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากไม่มีนักล่ามาคอยควบคุมจำนวนสัตว์เหล่านี้ จนเกิดความไม่มั่นคงทางนิเวศวิทยา  ในทางทฤษฎีแล้ว การนำเสือแทสเมเนียกลับมาสามารถช่วยให้ระบบนิเวศกลับคืนสู่สมดลได้ แน่นอนว่าการทำให้ได้จริงนั้นเป็นความท้าทายอีกเรื่องนึง นักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะใช้พันธุกรรมจากญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของมันนั่นคือ ‘นัมแบต (Numbat)’ หรือตัวนิ่มลายแถบ สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่กินแมลงเป็นอาหาร และมีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อราว 40 ล้าน ถึง 35 ล้านปีก่อน “เราสังเคราะห์ชิ้นส่วนดีเอ็นเอขนาดใหญ่ได้เก่งมาก ดังนั้นเราจึงสร้างพันธุกรรมในเซลล์นัมแบตที่มีชีวิตตอนนี้แล้วเปลี่ยนให้เป็นจีโนมของไทลาซีน จากนั้นก็เปลี่ยนเซลล์นั้นให้เป็นสัตว์ที่มีชีวิต” […]

แมงดาทะเล : ใต้กระดองดึกดำบรรพ์ 450 ล้านปี

แมงดาทะเล ดำรงเผ่าพันธุ์มายาวนานถึง 450 ล้านปี ตอนนี้ พวกมันมีคุณูปการสำคัญต่อวงการแพทย์  แต่นั่นมาพร้อมกับราคาค่างวดที่ต้องจ่าย แมงดาทะเล วิวัฒน์ขึ้นเพื่ออยู่ยืนยง ด้วยหางที่มีหนาม กระดองรูปร่างเหมือนหมวกเหล็กในสนามรบ และก้ามแหลมคมที่ปลายขาแปดข้างจากทั้งหมด 10 ข้าง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังดึกดำบรรพ์เหล่านี้แหวกว่ายและคืบคลาน ไปตามก้นสมุทรโดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเลยตลอด 450 ล้านปี พวกมันเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ แต่การรอดพ้นจาก เงื้อมมือมนุษย์อาจยากยิ่งกว่า เช่นเดียวกับสัตว์ทะเลมากมาย แมงดาทะเลถูกจับมากเกินขนาดเพื่อนำไปปรุงอาหาร และการพัฒนาตามแนวชายฝั่งก็ทำลายแหล่งวางไข่ พวกมันยังถูกจับคราวละมากๆ เพื่อสกัดเอาเลือดสีน้ำเงิน ที่มีสารประกอบช่วยในการแข็งตัวของเลือดอันจำเป็นต่อการพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัย เลือดของแมงดาทะเลอาจช่วยชีวิตมนุษย์ก็จริง แต่การได้มามักต้องแลกด้วยชีวิตของผู้ให้ โดยเฉพาะในแถบเอเชียที่มักสกัดเอาเลือดทั้งหมด ของแมงดาทะเล แทนที่จะเป็นเพียงบางส่วน แมงดาญี่ปุ่นหรือแมงดาจีน (Tachypleus tridentatus) สูญเสียประชากรไปกว่าครึ่งหนึ่งในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่ในน่านน้ำรอบเกาะเล็กๆ ชื่อปังกาตาลันของฟิลิปปินส์ ชนิดพันธุ์นี้คือสัญลักษณ์ของความสามารถในการฟื้นตัว ตลอดหลายปี เกาะเนื้อที่ 28 ไร่แห่งนี้ถูกใช้ประโยชน์จนเสื่อมโทรม ขณะที่แนวปะการังถูกคุกคามจากการทำประมงทำลายล้างด้วยระเบิดและไซยาไนด์ พอถึงปี 2011 แมงดาทะเลเหล่านี้ซึ่งมีขนาดยาวราว 38 เซนติเมตร เป็นหนึ่ง ในสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดที่หลงเหลือ เกาะปังกาตาลันซึ่งขณะนี้เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเริ่มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ความพยายามในการฟื้นฟู […]

นอร์เวย์สร้าง “โรงแรมสำหรับนกคิตติเวก” ที่ถูกคุกคามจากสภาพอากาศและมนุษย์

นอร์เวย์สร้าง “โรงแรมสำหรับนกคิตติเวก” ที่ถูกคุกคามจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและมนุษย์ หวังเป็นการประณีประณอมระหว่างนกและมนุษย์ เมืองทรุมเซอ (Tromsø) ประเทศนอร์เวย์ มีนักท่องเที่ยวกว่า 2.3 คนต่อปีที่มาเพื่อไล่ตามแสงเหนือและธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ก่อนที่จะหลายไป แต่ปัจจุบันไม่ใช่แค่มนุษย์ที่มาเยี่ยมชมเมืองแห่งนี้ นกคิตติเวกขาดำ (Black-legged Kittiwake) หนึ่งในสมาชิกตระกูลนกนางนวลที่เดินทางมากที่สุดเป็นผู้ที่กำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของสปีชีส์ “มีบางอย่างเกิดขึ้นที่หน้าผานก ทำให้พวกมันเลี้ยงลูกอย่างยากลำบาก” โทน คริสติน เรเอร์ทเซน (Tone Kristin Reiertsen) นักนิเวศวิทยานกทะเลของสถาบันวิจัยนอร์เวย์เพื่อธรรมชาติ (Norwegain Institute for Nature Research) กล่าว เขาอธิบายว่าปกติแล้วนกชนิดนี้จะทำรังอยู่ในหน้าผาเหนือมหาสมุทรและไม่ค่อยเข้ามาในแผ่นดิน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นกคิตติเวกได้สร้างรังตามบ้านเรือนต่าง ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบด้านเสียงและความวุ่นวายให้แก่ชาวเมือง  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การตกปลาที่มากเกินไป การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย มหาสมุทรที่ร้อนขึ้น พายุที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบอื่น ๆ ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมของนกทะเลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบอาร์กติก ทำให้นกทะเลที่เคยมีอยู่หลายแสนตัวตั้งแต่ทางตอนเหนือของสหราชอาณาจักร หมู่เกาะแฟโร กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ ลดลงกว่าร้อยละ 70 ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา “มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับนกคิตติเวกในยุโรป” มาร์ค […]

งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่แมวไม่ต้องการ

งานวิจัยใหม่เผย ‘ทาสแมวตัวจริง’ อาจกำลังมอบความรักที่ไม่ต้องการให้กับแมวของพวกเขา การศึกษาใหม่จาก ดร.ลอเรน ฟินกา (Lauren Finka) นักวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (Nottingham Trent) ในสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยว่าคนที่คิดว่าตนเองเป็นพ่อแม่แมวที่มีความรู้และประสบการณ์โชกโชนจริง ๆ แล้วอาจให้ความรักกับแมวมากเกินไปหรืออย่างน้อยก็ไม่ได้แสดงความรักต่อแมวอย่างดีที่สุด  พวกเขาทำการศึกษาโดยมีอาสาสมัครประมาณ 120 คน ซึ่งแต่ละคนจะได้กรอกแบบสำรวจเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขากับแมวและประเมินบุคลิกภาพของตนเองโดยแบ่งเป็น 5 ประเภทได้แก่ ความยินยอมเห็นใจ (Agreeeableness) ความพิถีพิถัน (Consientiousness) ความสนใจต่อสิ่งภายนอก(Extraversion) ความไม่เสถียรทางอารมณ์ (Neuroticism) และความเปิดรับประสบการณ์(Openness) จากนั้นจะได้รับแมว 3 ตัวที่พวกเขาไม่เคยพบหรือรู้จักมาก่อนเพื่อสังเกตปฏิสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เกิดขึ้น  ทีมวิจัยพบกว่าคนที่ให้คะแนนตนเองว่ามีประสบการณ์และเข้าใจแมวมากกว่าผู้อื่นนั้นมักจะสัมผัสแมวที่โคนหาง ขา หลัง และท้อง ซึ่งเป็นบริเวณที่แมวมักไมชอบจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาพบกว่าอาสาสมัครที่ระบุว่าตนเองมีเลี้ยงแมวจำนวนมากที่บ้านเป็นเวลานานนั้น แม้จะไม่ค่อยควบคุมแมวแต่พวกเขาก็มักให้อิสระกับแมวในการทดลองน้อยเช่นกัน และเมื่อพูดถึงประเภทบุคลิกภาพของอาสาสมัคร ทีมวิจัยพบว่าผู้ที่มีบุคลิกประเภทความไม่เสถียรทางอารมณ์ หรือ Neuroticism นั้นมีแนวโน้มที่จะจับและควบคุมแมวมากขึ้น “ผลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าเราอาจสันนิษฐานได้ว่าลักษณะบางอย่างนั้นทำให้บางคนมีปฏิสัมพันธ์กับแมวได้ดี ความรู้ที่พวกเขาพูด ประสบการณ์การเลี้ยงแมวที่พวกเขาระบุ ไม่ควรถือเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ถึงความเหมาะสมในการรับเลี้ยงแมวบางตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความต้องการด้านการจัดการหรือพฤติกรรมเฉพาะ” ดร.ฟินกากล่าว พร้อมเสริมว่า “แน่นอนว่าแมวทุกตัวเป็นปักเจกแตกต่างกันไป และหลาย ๆ ตัวจะมีความชอบเฉพาะเจาะจงสำหรับวิธีที่พวกมันชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย อย่างไรก็ตาม […]