ข้อมูลสัตว์โลกน่ารู้ - National Geographic Thailand

World Update: งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้

งานวิจัยจากญี่ปุ่นระบุ แมวจำชื่อของกันและกันได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับแมวมากมายที่ได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่ดูเอาแต่ใจตัวเองและทำท่าทางไม่สนใจอะไรรอบตัวนี้ กลับมีความผูกพันลึกซึ้งต่อมนุษย์และอยากที่จะสื่อสารกับเราเช่นกัน เช่นเดียวกับในงานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าเหมียวนั้นจำชื่อแมวตัวอื่นๆ ในบ้านได้ รวมถึงมนุษย์คนอื่นๆ ในบ้านด้วยเช่นกัน “สิ่งที่เราค้นพบนั้นน่าอัศจรรย์” ซาโฮ ทาคางิ (Saho Takagi) นักวิจัยด้านสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอาซาบุ (Azabu University) ประเทศญี่ปุ่นกล่าวและเสริมว่า “ผมอยากให้ทุกคนรู้ความจริงว่า แม้แมวจะดูเหมือนไม่สนใจและไม่ฟังการสนทนาของผู้คน แต่จริง ๆ แล้วพวกมันรู้” ต่างจากสุนัขที่เราทราบดีแล้วว่าพวกมันจำชื่อได้และแทบจะสนใจทุกอย่างที่มนุษย์ทำ ในการทดลอง ทาคางิและเพื่อนนักวิจัยได้ศึกษาแมวบ้านที่อาศัยอยู่กับแมวหลายตัวเปรียบเทียบกับแมวที่อาศัยอยู่ใน ‘คาเฟแมว’ แล้วนำเสนอใบหน้าแมวตัวอื่นๆ (ที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน) ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกชื่อที่เป็นทั้งของแมวตัวนั้นและชื่อที่เป็นของแมวตัวอื่น สิ่งที่พวกเขาพบคือ แมวบ้านใช้เวลาในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานขึ้นเมื่อชื่อที่เรียกนั้นไม่ตรงกับใบหน้าแมวที่ปรากฎ ทีมวิจัยเชื่อว่าแมวมีอาการสับสนหรืองุนงงเนื่องจากชื่อและใบหน้าแมวตัวอื่นไม่ตรงกัน ในขณะที่แมวจาก ‘คาเฟแมว’ ไม่ได้แสดงความล่าช้าแบบเดียวกัน พวกเขาคาดว่าเป็นเพราะแมวอาศัยอยู่ในที่ที่มีแมวอื่น ๆ มากมายและไม่ได้สนิทคุ้นเคยกับทุกตัว จึงไม่ได้สนใจชื่อของแมวตัวอื่น สิ่งนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกับการฉายใบหน้าของมนุษย์พร้อมกับเรียกชื่อของคนนั้น แมวที่อยู่ในบ้านได้แสดงอาการงุนงงเช่นเดิม ในขณะที่แมวใน ‘คาเฟแมว’ ก็ไม่มีอาการล่าช้าแบบเดิม “เฉพาะแมวในบ้านเท่านั้นที่ถูกกระตุ้นและคาดว่าจะมีใบหน้าแมวที่เฉพาะเจาะจงเมื่อได้ยินชื่อแมวที่จะบ่งบอกว่าชื่อและหน้าตรงกัน” ทาคางิกล่าว “เป็นหลักฐานแรกที่แสดงให้เห็นว่าแมวบ้านเชื่อมโยงคำพูดของมนุษย์และการอ้างอิงทางสังคมของพวกมันผ่านประสบการณ์ทุกวัน” และยิ่งแมวบ้านที่อยู่กับครอบครัวนานเท่าไหร่ การเชื่อมโยงนี้ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ทีมงานยอมรับว่าการวิจัยนี้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างเล็ก นั่นคือแมว […]

World Update: ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล

ปลาสมูทแฮนด์ฟิช การสูญพันธุ์ที่สั่นสะเทือนโลกใต้ทะเล หวั่น ยังมีสัตว์ใต้ทะเลสูญพันธุ์อีกไปแต่เรายังไม่รู้ ปลาสมูทแฮนด์ฟิช (Smooth Handfish) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sympterichthys unipennis ได้รับการประกาศว่าสูญพันธุ์แล้วโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ IUCN แล้ว เป็นปลาที่มีชีวิตในยุคปัจจุบันชนิดแรกที่ถูกยืนยันว่าหายไปตลอดกาล มันเป็นปลาที่มีลักษณะโดดเด่นที่ใช้ครีบที่คล้ายมือคลานไปบนพื้นทะเล และมีหน้าตาเหมือนผู้สูงอายุที่ไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา และถ้าหากพิจารณาจากจำนวนครั้งที่พบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ มันอาจไม่พอใจอยู่จริงๆ ก็เป็นไปได้เมื่อกิจกรรมของมนุษย์ตั้งแต่ยุคการล่าอาณานิคมทำให้ประชากรของพวกมันลดลงอย่างน่าใจหาย และปัจจุบันก็ไม่พบเห็นมานานกว่า 20 ปี ศาสตราจารย์เกรแฮม เอ็ดการ์ (Prof Graham Edgar) นักชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า “ประมาณร้อยละ 40 ของสายพันธุ์แนวปะการังน้ำตื้นในแทสเมเนียตอนใต้มีประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ระบบทางทะเลทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา” เขาคาดเว่าสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจากการขุดลอกหาหอยเชลล์และหอยนางรม ตะกอนที่ไหลมาจากอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้จำนวนสัตว์ลดลง ปลาสมูทแฮนด์ฟิชเคยได้รับการบันทึกว่ามีอยู่มากมายในน่านน้ำออสเตรเลีย ซึ่งพบครั้งแรกโดยนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส François Péron เมื่อปี 1802 ลักษณะพิเศษของมันคือไม่มีระยะตัวอ่อนหรือ Larval phase อีกทั้งไม่เคลื่อนไหวมากนัก นั่นหมายความว่ามันไม่มีการอพยพไปที่อื่น “เนื่องจากพวกมันไม่มีระยะตัวอ่อน พวกมันจึงไม่สามารถกระจายไปยังที่ใหม่ได้ และด้วยเหตุนี้ ประชากรปลาจึงเสี่ยงต่อภัยคุกคาม” […]

ดำน้ำสู่ดงฉลามดุในดินแดนทะเลเดือดแห่ง เฟรนช์โปลินีเซีย

เยือนช่องแคบอันห่างไกลใน เฟรนช์โปลินีเซีย เพื่อชมการจับคู่ผสมพันธุ์ที่หาดูได้ยากของปลากะรังและฉลามที่ไล่ล่าพวกมัน ทางใต้สุดของอะทอลล์ฟาการาวาหรือเกาะปะการังวงแหวนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 60 กิโลเมตรในแถบเฟรนช์โปลินีเซีย ช่องแคบหนึ่งตัดผ่านแนวปะการังแห่งนี้  ทุกปีในเดือนมิถุนายน  ปลากะรัง (Epinephelus polyphekadion) หลายพันตัวจะมารวมตัวกันในช่องแคบดังกล่าว  ซึ่งมีพื้นที่พอๆกับสนามฟุตบอลสองสนามต่อกัน เพื่อให้กำเนิดปลารุ่นต่อไป  กระแสนํ้าเชี่ยวกรากไหลหลากเข้ามาทุกๆ หกชั่วโมง เติมเต็มและพานํ้าออกจากแอ่งแคบๆ นั้น ปลากะรังตัวอ้วนพีขนาดราว 50 เซนติเมตรไม่ได้เป็นปลาพวกเดียวที่มาที่นี่  เพราะยังมีฉลามสีเทาอีกหลายร้อยตัวที่มาเยือนเพื่อสะกดรอยพวกมัน ปลากะรังเพศเมียส่วนใหญ่จะอยู่ที่นี่เพียงสองถึงสามวันเพื่อวางไข่  เหมือนกับปลาที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการังชนิดอื่นๆ  แต่ปลากะรังเพศผู้ที่มักใช้ชีวิตตามลำพังเกือบทั้งปี  จะมาแออัดกันในน่านนํ้าอันตรายแห่งนี้นานหลายสัปดาห์ จนกว่าทั้งหมดจะได้ผสมพันธุ์พร้อมกันในที่สุด  โดยปล่อยกลุ่มไข่และสเปิร์มออกมาในนํ้า คนท้องถิ่นบอกเราว่า  ฤกษ์ดีของพวกมันคือช่วงคืนจันทร์เพ็ญ ทีมงานของผมใช้เวลาสี่ปีที่ผ่านมาบันทึกและทำความเข้าใจพฤติกรรมอันน่าทึ่งและแสนพิศวงนี้  เราดำนํ้ากันทั้งวันทั้งคืนตลอดระยะเวลา 21 สัปดาห์  นับรวมได้ทั้งหมด 3,000 ชั่วโมงของการดำนํ้าในช่องแคบลึก 35 เมตรแห่งนี้ ในช่วงปีแรกหรือปี2014  โยฮาน  มูริเยร์  และอองโตแนง กิลแบร์  นับจำนวนปลาที่ถูกต้องได้เป็นครั้งแรก  นั่นคือช่องแคบแห่งนี้มีปลากะรังทั้งหมด 17,000 ตัว  และฉลามสีเทา 700 ตัว  (ปลาเหล่านี้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์ชีวมณฑล) ในปีนั้น  ผมดำนํ้าต่อเนื่องได้ยาวนาน 24 […]

World Update: ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่แมวชอบนั่งบนคอมพิวเตอร์

ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่แมวชอบนั่งบนคอมพิวเตอร์พร้อมวิธีการจัดการ เจ้าของแมวส่วนใหญ่คงเคยประสบปัญหาที่แมวของเราเองมักชอบมานั่งบนคอมพิวเตอร์พกพาหรือโน้ตบุ๊กอยู่บ่อย ๆ ในเวลาที่เราต้องการใช้งาน น่าเสียดายที่ยังไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่เพื่อหาคำตอบที่แท้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้เผยถึงเหตุผลที่แท้จริงของพฤติกรรมนี้ว่าเป็นไปได้ที่แมวจะเรียกร้องความสนใจ หาที่อบอุ่น หรือแม้กระทั่งแสดงความเป็นเจ้าของมนุษย์ผู้เลี้ยงเอง “แมวหลายตัวชอบได้รับความสนใจและอยู่ใกล้ผู้คนมาก ดังนั้นในบางกรณีแล้ว การที่แมวแสดงพฤติกรรมนี้อาจเพราะต้องการความสนใจจากคุณ” มาริลิน ไคย์กอร์ (Marilyn Krieger) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมแมวกล่าว เธอกล่าวว่าเหตุผลทางชีววิทยาอาจเป็นหนึ่งในคำตอบ “ช่วงอุณหภูมิที่แมวชอบ หรือกล่าวอีกอย่างว่าช่วงอุณหภูมิที่แมวไม่ต้องสร้างความร้อนเองเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นนั้นอยู่ที่ราว 30 ถึง 37 องศาเซลเซียส” ไคย์เกอร์กล่าว ในขณะที่ มาร์ซี คอสกี (Marci Koski) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมแมวอีกท่านกล่าวเสริมว่า “แมวนั้นชอบสิ่งที่อุ่นกว่ามนุษย์ และเพื่อให้ได้รับความอบอุ่นเป็นพิเศษ เหล่าเจ้าเหมียวจึงมักจะนั่งบนสิ่งต่าง ๆ เช่น ช่องระบายความร้อน พรมที่อุ่นด้วยแสงแดด และคอมพิวเตอร์พกพา” อย่างไรก็ตาม ดร.เดวิด แซนด์ส (Dr. David Sands) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสัตว์จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลไม่เห็นด้วยทั้งหมด เขาเห็นด้วยที่ว่าแมวนั้นชอบที่อุ่นๆ “ใช่ คอมพิวเตอร์พกพาปล่อยความร้อนและพื้นที่ร้อนนั้นเป็นที่สนใจของแมว แต่คุณต้องตามว่าทำไมเจ้าแมวของคุณถึงไม่นั่งที่อื่นๆ ที่อุ่นเหมือนกัน” ดร.แซนด์สกล่าว เขาเชื่อว่าการที่แมวทำพฤติกรรมนี้เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของมนุษย์ที่เลี้ยงมันอยู่ “มีความเป็นไปได้มากกว่าที่แมวของคุณต้องการฝากกลิ่นของตัวเองแทนที่ที่ของคุณ เช่นคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์ โดยทั้งหมดนี้คือแมวกำลังบอกว่า […]

เซลล์ประสาทและพื้นผิวทำงานอย่างไร เมื่อ ‘หมึกสาย’ ต้องพรางตัวอย่างแนบเนียน

ไขมายากลพรางกายของหมึกสายที่ซับซ้อน และคำถามที่ว่าหมึกสายฉลาดไหม? “ในบรรดาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง หมึกสายเป็นสัตว์ที่ดูจะคล้ายเรามากที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีที่มันสบตากับคุณ ราวกับมันกำลังพินิจพิเคราะห์คุณ (การสบตาทำให้มันแตกต่างจากสัตว์มีกระดูกสันหลังจำนวนมากด้วย เช่น ปลาส่วนใหญ่จะไม่จ้องมองคุณ)…” โอลิเวีย จัดสัน เขียนในสารคดี “นักมายากลแปดหนวด” ใน National Geographic ถึงหมึกสายหรือหมึกยักษ์ ที่เปลี่ยนรูปร่างและสีสันได้ตามต้องการ พ่นหมึก แทรกตัวหายไปในรอยแยกเล็กๆ และลิ้มรสด้วยปุ่มดูด แล้วเหตุใดมันจึงชวนให้เรานึกถึงตัวเราเอง ความคล่องแคล่วทางกายภาพ หนวดทั้งแปดเส้นของหมึกสายมีปุ่มดูดนับร้อยปุ่มเรียงเป็นแถว ซึ่งช่วยให้มันจัดการวัตถุต่าง ๆ  ได ความคล่องแคล่วนี้ทำให้มันแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างโลมา ซึ่งแม้จะฉลาดมาก แต่ก็ถูกจำกัดด้วยลักษณะทางกายวิภาค องค์ประกอบหลัก 3 ประการของการพรางตัว 1. สี หมึกสายสร้างสีด้วยระบบเซลล์สร้างสี และเซลล์สะท้อนแสง สารสีบรรจุอยู่ในถุงเล็กๆ นับพันถุงในผิวหนังชั้นบนสุด เมื่อถุงปิด พวกมันจะดูเหมือนจุดด่างเล็กๆ และเมื่อจะแสดงสี หมึกสายจะหดกล้ามเนื้อรอบถุง เป็นการดึงให้ถุงเปิดและเผยสีออกมา มันสามารถสร้างลวดลาย เช่น ลายแถบ ลายทาง หรือลายจุดได้ทันที ขึ้นอยู่กับว่าเปิดหรือปิดถุงชุดไหน 2. พื้นผิวของผิวหนัง ของการพรางตัวคือ  หมึกสายสามารถเปลี่ยนผิวหนังจากเรียบเป็นขรุขระ โดยการหดกล้ามเนื้อพิเศษ ผลที่ได้อาจสุดโต่ง อย่างหมึกสายสาหร่าย […]

ตามติดชีวิตนกอพยพกับการใส่ห่วงขา ที่อาจบอกได้ถึงความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ตามดูการทำงานของนักปักษีวิทยา เมื่อติดห่วงขานกแล้ว วิทยาศาสตร์เล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับนกบ้าง เมื่อนักปักษีวิทยาติดอุปกรณ์ติดตามเข้าที่ตัวนก ซึ่งอาจจะเป็นเพียงห่วงขาที่ระบุหมายเลขประจำตัว หรือเครื่องติดตามด้วยดาวเทียม (satellite telemetry) ซึ่งสามารถติดในนกที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้ พวกเขาจะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับนกตัวนั้นโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปี สถานที่พบ ความยาวปีกและหาง ขนาดของปากและขา สุขภาพและความสมบูรณ์ของนก รวมทั้งระยะการผลัดขน เพศ อายุ และถ้าหากนกตัวนั้นถูกจับได้อีกครั้ง การเปรียบเทียบรายละเอียดต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันก็จะช่วยให้บรรดานักวิจัยสามารถวาดภาพวงจรชีวิตของนกตัวนั้นได้ดีขึ้น รายละเอียดและระยะเวลาของสถานที่พบยังมีความสำคัญเป็นพิเศษในชนิดนกที่อพยพ การศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีช่วยให้นักปักษีวิทยาทั่วโลกวาดภาพเส้นทางบินอพยพ หรือ flyways ที่บรรดานกหลายหลากชนิดใช้อพยพหนีหนาวและกลับไปทำรังวางไข่เป็นประจำทุกปี นกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือ (Arctic tern, Sterna paradisaea) เจ้าของขนาดตัวเพียง 28-41 เซนติเมตร ที่เดินทางมากกว่า 70,000 กิโลเมตรระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ในแต่ละปี ภาพโดย สิริพรรณี สุปรัชญา, Svalbard นกบางชนิดมีระยะทางการอพยพที่ไกลอย่างน่าทึ่ง เช่น นกนางนวลแกลบขั้วโลกเหนือ (Arctic tern, Sterna paradisaea) ที่อพยพไปกลับระหว่างขั้วโลกเหนือและใต้ หรือเป็นระยะทางมากถึง 70,000 กิโลเมตรในแต่ละปี แม้มันเองจะมีขนาดตัวเพียง 28-41 เซนติเมตรเท่านั้น […]

ความอัศจรรย์พันลึกของ ม้าน้ำ และภัยที่คุกคาม

พวกมันหน้าตาเหมือนสัตว์อื่นหลายชนิดผสมกัน และเพศผู้เป็นฝ่ายออกลูก แต่ตอนนี้ ม้าน้ำ ปลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้กำลังเผชิญภัยคุกคาม มิเกล กอร์เรีย ชี้ไปที่พื้นทะเล ฉันมองตาม แล้วส่ายหัว เขาจิ้มนิ้วสวมถุงมือรัวๆ ที่จุดเดิม ฉันว่ายเข้าไป ใกล้ขึ้น เพ่งมองหาจริงจังกว่าเดิม นั่นไง ซุกอยู่ในกอสาหร่ายตรงที่ฉันมองหามาแต่แรกนั่นเอง ม้าน้ำ จมูกยาวชนิด Hippocampus guttulatus สูง 76 มิลลิเมตร สีเหลืองอมน้ำตาล มีจุดกระสีเข้มประปราย และก้านผิวหนังตั้งเรียง เป็นแผงคอ ต่อมาในการดำไดฟ์เดียวกัน ฉันยังเห็นญาติจมูกสั้นของเจ้าตัวแรก (เพราะมีคนชี้ให้ดูเช่นกัน) นั่นคือHippocampus hippocampus ม้าน้ำพื้นถิ่นอีกชนิดในทะเลสาบน้ำเค็มชื่อ รีอาฟอร์โมซา บนชายฝั่งของโปรตุเกส ในน่านน้ำชายฝั่งของทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา เราพบปลาที่เป็นตำนานเล่าขานชนิดนี้หลากหลายชนิด นักวิทยาศาสตร์ระบุชนิดพันธุ์ม้าน้ำได้ 46 ชนิดทั่วโลก และจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ลำพังในช่วงสิบปี ที่ผ่านมา ก็มีการระบุชนิดพันธุ์ใหม่ๆ ได้อีกสี่ชนิดแล้ว ไม่นานมานี้เอง รีอาฟอร์โมซาซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคอัลการ์ฟของโปรตุเกส เป็นบ้านของม้าน้ำจำนวนมากถึง สองล้านตัว กอร์เรีย นักชีววิทยาที่มหาวิทยาลัยศูนย์สมุทรศาสตร์อัลการ์ฟ กล่าว เขากับเพื่อนร่วมงานเพาะพันธุ์และศึกษาสัตว์ชนิดนี้ในอาคารริมน้ำหลังเล็ก […]

World Update: ผู้เชี่ยวชาญระบุ 3 เหตุผลที่ แมวกวน ให้คุณตื่นตั้งแต่เช้ามืด

ผู้เชี่ยวชาญระบุ 3 เหตุผลที่ แมวกวน ให้คุณตื่นตั้งแต่เช้ามืด พร้อมแนะวิธีอยู่กับพวกมันอย่างสันติ ผู้เลี้ยงแมวส่วนใหญ่คงเคยพบกับพฤติกรรม แมวกวน คุณในเวลาเช้ามืดตอนตี 4 เกือบทุกวัน ทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาเพื่อจัดการมันและเสียเวลาพักผ่อนอันมีค่าของคุณไป  บทความล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรรมสัตว์ได้ระบุถึง 3 สาเหตุที่เจ้าเหมียวของคุณทำพฤติกรรมที่น่ากวนใจนี้ แมวของคุณหิว เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสาเหตุหลักที่แมวมาปลุกคุณ  ตามคำกล่าวของดร. มาร์ซี คอสกี จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดและผู้ก่อตั้ง Feline Behavior Solutions กล่าวไว้ว่า “แมวมีการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม” เธออธิบายว่า เจ้าเหมียวเรียนรู้ที่จะได้รับความสนใจจากคุณและเมื่อคุณทำสิ่งที่พวกแมวต้องการให้คุณทำแล้ว (โดยเฉพาะการให้อาหาร) แมวของคุณก็จะแบบ “YESSS!”  “กวนมนุษย์ตอนเช้า = กินอาหาร” นั่นหมายความว่าแมวของคุณได้เชื่อมโยงสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันแล้ว ทำให้พวกมันมีแนวโน้มทำซ้ำอยู่บ่อย ๆ “เจ้าแมวไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะคิดต่างไปจากเดิม” บทความระบุ “ตอนแรกพวกมันอาจจะเบื่อและอยากเล่นกับคุณ แต่เมื่อพวกเขาพบว่าทำแล้วได้รางวัล พวกมันก็พบวิธีที่จะได้กินอาหารเพิ่มขึ้นแล้ว” บทความอธิบายเสริม แล้วมนุษย์จะทำอย่างไรได้บ้าง?  “ถ้าคุณต้องการให้พฤติกรรมแมวเปลี่ยนไป คุณต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น” ดร. คอสกีระบุ “คุณไม่สามารถปิดประตูห้องและคาดหวังว่าเจ้าแมวจะทำอะไรไม่ได้ คุณต้องให้แมวของคุณมีกิจกรรมอื่นๆ ที่พวกมันชอบ” ดร. คอสกีกล่าวว่า การใช้เครื่องป้อนอาหารอัตโนมัติเป็นทางออกที่ดี  ตั้งเวลาเพื่อให้อาหารเร็วกว่าเวลาที่แมวมักปลุกคุณเล็กน้อยในปริมาณที่ไม่มาก […]

ภารกิจไต่หน้าผาเยือนโลกสาบสูญที่กายอานา ค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ เหนือแอมะซอน

ภูเขายอดราบสูงตระหง่านเหนือป่าฝนแอมะซอน ประเทศกายอานา เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้พบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ และไขความลับของวิวัฒนาการ ความท้าทายข้อใหญ่ที่สุดอยู่ที่การไปถึงที่นั่นให้ได้ กายอานาแตกต่างจากประเทศอื่นในอเมริกาใต้ตรงที่เป็นชาติเดียวที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจาก การเป็นอาณานิคมอันยาวนานเพียงแห่งเดียวของอังกฤษในทวีปนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศปกคลุมด้วยป่าฝนไร้ถนน แต่ ณ ซอกมุมทางตะวันตกเฉียงเหนือสุด เทือกเขาปากาไรมาทอดขนานพรมแดนที่ติดกับบราซิลและเวเนซุเอลา ที่นี่มีภูเขายอดราบจำนวนมากพุ่งสูงเสียดฟ้าเหนือเรือนยอดไม้สีเขียวเข้มในลุ่มน้ำไปควา ชนพื้นเมืองเปมอนที่อาศัยอยู่ใต้ เงื้อมเงาขุนเขาเหล่านี้มาหลายร้อยปีเรียกยอดเขาแปลกตาเหล่านี้ว่า เตปูอี (Tepuis) ซึ่งแปลว่า “หินโผล่” หรือบางครั้งเรียกว่า “วิมานแห่งทวยเทพ” ผิดกับเทือกเขาทั่วไปที่มักเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ เตปูอีกลับมีแนวโน้มตั้งอยู่โดดเดี่ยว โผล่ขึ้นมาจากป่าฝน เหมือนเกาะที่ผุดขึ้นกลางทะเลหมอก เตปูอีบางลูกอาจมีเส้นทางเดินป่าไปถึงยอด แต่ส่วนใหญ่ล้อมรอบด้วยหน้าผาชัน ซึ่งบางแห่งสูงถึง 900 เมตร และมักประดับด้วยน้ำตกงดงามตระการตา นักธรณีวิทยาบอกว่า เตปูอีเหล่านี้เป็นเศษซากหลงเหลือของที่ราบสูงโบราณชื่อหินฐานทวีปกีอานา ซึ่งเคยเป็น ใจกลางมหาทวีปกอนด์วานา เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน พื้นที่ส่วนนี้ของทวีปอเมริกาใต้อยู่ติดกับทวีปแอฟริกา มหาทวีปกอนด์วานาแยกจากกันนานมากแล้ว ทว่าพื้นที่ส่วนนี้ของอเมริกาใต้ยังคงมีเงื่อนงำมากมายของอดีตที่เคย มีร่วมกับแอฟริกา ทุกวันนี้ ชนิดพันธุ์ประจำถิ่นจำนวนหนึ่งบนเตปูอีมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับพืชและสัตว์ในแอฟริกาตะวันตก และชนิดของเพชรในเหมืองต่างๆ ของเซียร์ราลีโอนและกินีก็เหมือนกับเพชรที่กร่อนจากหน้าผาของเตปูอี แล้วไหลไปตามแม่น้ำไปควาและแม่น้ำอื่นๆ ค่ำคืนมืดสนิทคืนหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ บรูซ มีนส์ ยืนอยู่ตามลำพัง ลึกเข้าไปในเทือกเขาปากาไรมาทางตะวันตกเฉียงเหนือของกายอานา เขากวาดตาผ่านป่าเมฆคลุมด้วยแสงไฟฉายคาดศีรษะ จ้องผ่านแว่นพร่ามัวไปยังท้องทะเลแห่ง หมู่ไม้โบราณที่คล้ายห่มคลุมด้วยผืนมอสส์สีเขียวสด อากาศชื้นอวลกลิ่นพืชพรรณและไม้ที่เน่าเปื่อยผุพัง […]

การ จับแมลง เกินขนาดในยูกันดา และภาวะคุกคามจากโลกร้อน

เหล่านักวางกับดัก จับแมลง จอมกระโดดนำแหล่งโปรตีนสำคัญมาสู่ท้องตลาดในยูกันดา แต่การจับเกินขนาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นภัยคุกคามอาหารแห่งอนาคตนี้ ค่ำคืนหนึ่งที่อากาศเย็นยะเยือก และลมพัดแรงบนยอดเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดา กระแสลมเขย่าแผ่นสังกะสีขนาดหนึ่งคูณสองเมตรที่ตั้งเรียงกันเป็นผนังลาดเอียงของกับดักยักษ์สำหรับ จับแมลง เครื่องปั่นไฟน้ำมันดีเซลส่งเสียงดังกระหึ่มห่างออกไปไม่กี่เมตร ป้อนไฟฟ้าให้หลอดไฟขนาด 400 วัตต์ที่อยู่ตรงกลาง แสงไฟสว่างมากจนมนุษย์ตาพร่า แต่ดึงดูด รัสโปเลีย ดิฟเฟอเรนส์ (Ruspolia differens) ในยูกันดา มักเรียกแมลงชนิดนี้ว่า “ตั๊กแตน” หรือ เอ็นเซเนเน แต่ที่จริงพวกมันคือ จิ้งหรีดพุ่มไม้หัวแหลม ตรงปลายด้านล่างของแผ่นสังกะสีเหล่านั้นมีถังน้ำมันหลายสิบใบรองอยู่ กิกกันดู อิสลาม นายกสมาคมนักจับจิ้งหรีดพุ่มไม้ในท้องถิ่น คาดหวังว่าอีกไม่นานถังจะเต็มไปด้วยแมลงตัวยาวเกือบแปดเซนติเมตรชนิดนี้นับล้านๆตัว “ผู้มาเยือน” ซึ่งเป็นชื่อที่คนท้องถิ่นเรียก มารวมตัวกันเพื่อผสมพันธุ์และหากินเป็นฝูงขนาดมหึมา หลังฤดูฝนของแต่ละปีในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ เมื่อผู้คนหลายร้อยจากทั่วประเทศผละงานประจำของตัวเอง ออกมาจับพวกมัน จิ้งหรีดทอดโรยเกลือเป็นของดีราคาแพงในยูกันดา ขายถุงละสองดอลลาร์สหรัฐตามตลาดนัด ลานจอดรถโดยสารสาธารณะ และริมถนน ตอนนั้นเป็นเดือนพฤศจิกายนปี 2020 และควรอยู่กลางช่วงจับแมลงในฤดูใบไม้ร่วงในฮารุก็องโก ตามตำนานเล่าขานกันว่า แมลงชนิดนี้มาจากดวงจันทร์ ซึ่งคืนนี้เต็มดวง แต่ “เราจับไม่ได้เลยครับ” อิสลามกล่าว “พวกมันอยู่ที่ไหนกันหมด” จิ้งหรีดพุ่มไม้และแมลงกินได้อื่นๆ อุดมด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก สังกะสี รวมทั้งแร่ธาตุจำเป็นอื่น องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือเอฟเอโอ […]

เยือนถิ่น แมวใหญ่ อินเดีย สถานที่อนุรักษ์เสือที่ออกดอกผล

ในเขตอนุรักษ์เสือโคร่งนคราโหเล เสือโคร่งและเสือดาวเพิ่มจำนวนขึ้นมาก  หลังความพยายามในการอนุรักษ์ของอินเดียเริ่มให้ดอกผล ภูมิทัศน์ผืนป่าเขียวขจี ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกของเขตอนุรักษ์เสือโคร่งนคราโหเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของ รัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย ดูมีมนตร์เสน่ห์ชวนหลงใหล ช้างป่าตัวหนึ่งเดินอุ้ยอ้ายอยู่ในดงไม้ ใบหูใหญ่ยักษ์โบกสะบัดไปมาเป็นจังหวะ บนทางดิน เบื้องหน้านั้น กระทิงรูปร่างคล้ายวัวไบซันเล็มหญ้าอยู่ในทุ่ง ไม่แม้กระทั่งชายตามองมาทางเรา เราขับรถต่อไปโดยมีช่างภาพ ชาซ จัง ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักกลางป่าผืนนี้มาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เป็นคนนำทาง แล้วแวะจอดข้างฝูงกวางดาว นกกระเต็นสีน้ำเงินเหลือบโผบินผ่านหมู่ไม้ไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านม่านหมอกลงมา ความเงียบสงบถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องของกวางที่ดังอยู่ไกลๆ มันเป็นเสียง ร้องเตือนภัยว่า มีสัตว์ผู้ล่าซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ๆ เสียงร้องเช่นนี้ดังขึ้นบ่อยครั้งที่นี่ นคราโหเลมีเสือโคร่งเบงกอลและเสือดาวอินเดียอยู่ชุกชุม นักท่องเที่ยวแห่มายังเขตอนุรักษ์นี้เพื่อยลชมโฉมแมวใหญ่เหล่านี้ รวมถึงเสือดำจอมห้าวเป็นพิเศษตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นเสือดาวที่เกิดการกลายพันธุ์ทำให้มีสีเข้ม เสือดำที่พบเห็นได้บ่อยๆ ตัวนั้นกลายเป็นดาวเด่น “ตามปกติแล้วตอนไปเที่ยวซาฟารี เราชอบถามกันว่าเห็นเสือบ้างไหม” กริถิ การันถ์ นักวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์ศึกษาสัตว์ป่าในเบงกาลูรู (เดิมคือบังกาลอร์) กล่าว “ตอนนี้กลับเป็นประมาณว่า โอ้โห เจอเสือเหรอ เยี่ยมไปเลย แต่เห็นเสือดำด้วยไหมล่ะ” พื้นที่ไม่ถึงหนึ่งในสิบของอุทยานขนาด 848 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ตรงปลายด้านใต้ของเขตท่องเที่ยวดังกล่าวคือแม่น้ำกาบินี ซึ่งสองฝั่งเป็นไม้พุ่มและพงหญ้าสูง ไกลออกไปเป็น ทุ่งหญ้า […]

วาฬเพชฌฆาต ออกล่าวาฬสีน้ำเงินอีกครั้ง ถือเป็นข่าวดีของธรรมชาติได้อย่างไร

วาฬเพชฌฆาต ออกล่าวาฬสีน้ำเงินอีกครั้ง และทำสำเร็จเป็นครั้งแรก การล่าในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวาฬทั้งสองสายพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าว บทความวิจัยเผยแพร่ถึงการบันทึกการล่าและฆ่าวาฬสีน้ำเงินของ วาฬเพชฌฆาต ได้อย่างสำเร็จเป็นครั้งแรก ในวิจัยเล่าถึงเหตุการณ์การไล่ล่าวาฬสีน้ำเงินของวาฬเพชฌฆาตกว่าสิบๆ ตัว ณ นอกชายฝั่งเมืองเบรเมอร์ เบย์ (Bremer Bay) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ความเหนื่อยล้าจากการหนีทำให้วาฬสีน้ำเงินเริ่มชะลอตัวลงและเป็นจังหวะนั้นเองที่เหล่าวาฬเพชฌฆาตเข้าพิชิตเหยื่อของพวกมัน เพียงไม่กี่นาทีเจ้าวาฬสีน้ำเงินถูกคมเขี้ยวกว่าสิบๆ ชุดดึงมันลงใต้ท้องทะเล ไร้วี่แววของการกลับขึ้นมา เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านวิจัยในวารสาร Marine Mammal Science เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา การล่าครั้งนี้ไม่ใช่การล่าเหยื่อแบบธรรมดาแต่เป็น “อภิมหาการล่าเหยื่อ ระหว่างสุดยอดนักล่า (apex predator) ที่ขนาดใหญ่ที่สุดกับเหยื่อที่เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด” คุณ Robert Pitman นักระบบนิเวศวิทยาทางทะเลของศูนย์วิจัยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมหาวิทยาลัยออริกอนสเตต ผู้ร่วมวิจัยกล่าว ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังเป็นการบันทึกครั้งแรกที่ วาฬเพชฌฆาต สามารถฆ่าและกินวาฬสีน้ำเงินโตเต็มวัยได้สำเร็จ ทะเลนอกชายฝั่งเมืองเบรเมอร์ เบย์เป็นพื้นที่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงซึ่ง มีสิ่งมีชีวิตรวมถึงฉลามและวาฬหลากหลายสายพันธุ์ “อะไรก็ตามที่มันผ่านมาแถวนี้อาจถูกวาฬเพชฌฆาตกินได้หมด” คุณ David Donnelly นักวิจัยของศูนย์วิจัยโลมาประเทศออสเตรเลียกล่าว ซึ่งจากการบันทึกทั่วโลกมีการพบเห็นวาฬเพชฌฆาตล่าลูกวาฬสายพันธุ์อื่นๆ อยู่เสมอ การบันทึกหนึ่งเป็นวีดิโอจากโดรนซึ่งบันทึกวาฬเพชฌฆาตเข้าจู่โจมวาฬสีน้ำเงินนอกชายฝั่งเมืองมอนเทเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แต่เหล่าวาฬเพชฌฆาตไม่สามารถฆ่าเหยื่อของพวกมันได้ในครั้งนั้น (ชมวิดีโอ วาฬเพชฌฆาตโจมตีวาฬสีน้ำเงิน โดยเนชั่นแนล […]

เรื่องราวสุดประทับใจของผู้คนที่พยายามช่วยให้สุนัขจรจัดกว่า 3 ล้านตัวมีชีวิตที่ดีขึ้น

เรื่องราวของความพยายามในการดูแลชีวิตของเหล่าสุนัขสายพันธุ์ท้องถิ่น ที่เป็นการช่วยลดการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย เช้าวันหนึ่งในเดือนสิงหาคม คุณ Salima Kadaoui หรือคุณแซลลี่เริ่มต้นวันของเธอตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง ในตอนที่หลายคนยังหลับใหล และเหล่าสุนัขเบลดิยังยึดครองถนนของเมืองแทงเจียร์อยู่ คุณแซลลี่ขับรถตู้ของเธอมาเพียงไม่กี่นาทีก่อนจะพบเห็นเหล่าสุนัขเบลดิ ซึ่งคำว่าเบลดิ (Beldi) มีความหมายว่า “จากชนบท” ในภาษาอาหรับโมร็อกโก เบลดิใช้เป็นคำเรียกรวมๆของสุนัขพันธุ์ผสมพื้นเมืองในประเทศโมร็อกโก หลังจากที่เห็นสุนัข คุณแซลลี่จอดรถแล้วลงมาพร้อมกับถุงอาหารและสายจูงแบบกระตุก เจ้าสุนัขสีน้ำตาล ปากดำ เท้าขาวตัวหนึ่งกระดิกหางให้เธอระหว่างที่เธอลูบหัวและให้อาหารมัน จากนั้นสุนัขอีกห้าตัวที่อยู่ใกล้ๆ ก็เร่ตามเข้ามาด้วยความสนอกสนใจในทั้งตัวแซลลี่และอาหารที่กองอยู่ นี่จึงเป็นโอกาสที่คุณแซลลี่จะคล้องคอสุนัขและพาไปขึ้นรถทีละตัวๆ โดยสุนัขตัวหนึ่งมีขนาดเกือบๆ จะเท่าตัวเธอเอง “เช้านี้คงพามาได้แค่สามตัว” คุณแซลลี่กล่าว คุณแซลลี่เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิบ้านสัตว์ SFT ที่คอยดูแลและช่วยเหลือสุนัขเบลดิ แซลลีพบว่าสุนัขที่พามากำลังตั้งท้องอยู่ทั้งสามตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมูลนิธิที่ต้องเจอระหว่างการ “จับ ทำหมัน แล้วปล่อย” (Trap, neuter, and release หรือ TNR) สุนัขเหล่านี้จะถูกทำหมันและฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนตัวอ่อนในครรภ์จะถูกทำแท้งเพื่อเป็นการคุมประชากรสัตว์ก่อนที่มูลนิธิจะปล่อยเหล่าสุนัขไปเร่ร่อนตามเดิม มีสุนัขเบลดิอีกอย่างน้อย 30,000 ตัวเร่ร่อนอยู่ตามถนนของเมืองแทงเจียร์ และทั่วประเทศอาจมีสุนัขจรจัดอยู่ถึงสามล้านตัว สุนัขหลายตัวมีสภาพอดอยากและป่วยเป็นโรคต่างๆ อย่างโรคเรื้อน หรือแม้กระทั่งโรคพิษสุนัขบ้า มีการประเมินว่าชาวโมร็อกโกเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า 80 รายต่อปี แซลลี่บอกว่าโรคนี้เป็นสาเหตุให้ชาวโมร็อกโกไม่ชอบสุนัขเบลดิ […]

สายใยชีวิตแห่ง เซเรงเกติ ทุ่งหญ้าสัตว์ป่าสุดมหัศจรรย์แห่งแอฟริกา

ในความรู้สึกนึกคิดของคนทั่วไป ระบบนิเวศ เซเรงเกติ คือภูมิทัศน์แอฟริกาอันเก่าแก่โบราณ ประกอบด้วยทุ่งราบสีทองกว้างใหญ่ไพศาลและไม่เปลี่ยนแปลงมาชั่วกัปชั่วกัลป์ ยีราฟตัวสูงตระหง่านเดินอย่างอ่อนช้อยสง่างาม โขลงช้างลุยฝ่าทุ่งหญ้าที่พลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่น สิงโตไล่ล่าแอนทิโลปเขาเกลียวจนเลือดนอง วิลเดอบีสต์และม้าลายเดินเป็นแถวซิกแซ็กยาวไม่ขาดสาย และผู้คนซึ่งอาศัยใน เซเรงเกติ ทั้งชาวมาไซและชนเผ่าอื่นๆ ถ้าพวกเขาเป็นที่ยอมรับ มักถูกมองว่าเป็นกลุ่มชนประหลาด ผู้ยึดมั่นกับประเพณีการเลี้ยงสัตว์อันคร่ำครึ ตัวอย่างที่กล่าวมานี้มีความละม้ายคล้ายคลึงกับสถานที่จริงอยู่บ้าง แต่ไม่อาจบรรยายความซับซ้อนของระบบนิเวศอันกว้างใหญ่ ซึ่งมีอาณาเขตตั้งแต่ตอนเหนือของแทนซาเนียจนถึงทางตะวันตกเฉียงใต้ของเคนยา และเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์นับพันชนิด แม้แต่ชื่อเซเรงเกติ ที่เชื่อว่ามาจากคำภาษามา (Maa) ว่า “ทุ่งราบไร้ที่สิ้นสุด” นั้นก็ชวนให้เข้าใจผิด เซเรงเกติ มีภูมิทัศน์หลากหลาย รวมทั้งทุ่งหญ้าสะวันนา ป่าไม้ และป่าริมน้ำ เซเรงเกติเป็นสถานที่ไม่เหมือนที่อื่นใดในโลก ที่แห่งนี้มีประชากรสัตว์บางชนิดยังคงขยายพันธุ์อยู่ เป็นกลุ่มสุดท้าย และเป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์ใช้ชีวิตอย่างสมดุลกับสัตว์นับตั้งแต่ต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์ของเรา แต่สัตว์ บางชนิดที่เรารู้จักดี และอีกหลายชนิดที่ยังคงเป็นปริศนา เสี่ยงต่อการสูญสิ้นไป เนื่องจากมนุษย์ยึดครองถิ่นอาศัย ของพวกมันมากขึ้นและทำให้สภาพภูมิอากาศร้อนขึ้น สำหรับนักวิทยาศาสตร์อย่างฉัน เซเรงเกติเป็นทั้งแคปซูลเวลาของอดีตกาลนานมาแล้ว และตัวบ่งชี้ถึงอนาคตของเรา การได้เห็นเซเรงเกติผ่านภาพถ่ายหรือโครงเรื่องที่คุ้นเคยอาจทำให้รู้สึกสบายใจ แต่เราจำเป็นต้องเข้าใจว่า นี่คือสายใยชีวิตอันซับซ้อนที่ต้องพึ่งพาภูมิทัศน์นอกเหนือไปจากบรรดาอุทยาน เขตสงวน และเขตอนุรักษ์ต่างๆ ที่เรากันพื้นที่ไว้ เช่นเดียวกับผู้คนส่วนใหญ่ในแอฟริกันตะวันออก ตอนเด็กฉันไม่เคยไปเยือนเซเรงเกติเลย เซเรงเกติมีไว้สำหรับนักท่องเที่ยว เป็นสถานที่ที่เรามองว่าเกินเอื้อมและไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเรา แต่ผิดกับหลายคน แม้ขณะเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นในกรุงไนโรบีช่วงทศวรรษ […]

วิลเดอบีสต์ : ราชาในความอัศจรรย์แห่งเซเรงเกติ อาณาจักรสัตว์ป่าแห่งแอฟริกา

สัตว์ป่าที่สำคัญที่สุดในเซเรงเกติคือ วิลเดอบีสต์ แอนทิโลปหน้าตาพิลึกที่การอพยพอันเก่าแก่ของมันทำให้เกิดวัฏจักรอันซับซ้อนของชีวิต ทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้นในมาไซมารา ผมดื่มกาแฟจากกระติกกับเอไก เอกาลาเล มักคุเทศก์ ชาวเคนยา เรานั่งดู วิลเดอบีสต์ สองสามตัวกินหญ้าอยู่หน้ารถแลนด์โรเวอร์ พวกมันอยู่ใกล้จนเราได้ยินเสียงเคี้ยวหญ้าหงุบหงับ หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เราเห็นสิงโตเพศเมียสองตัวฆ่าลูกควาย แต่วิลเดอบีสต์ฝูงนี้ดูไม่สำเหนียกถึงอันตรายใดๆ ผมถามเอไกว่าเขาคิดว่า วิลเดอบีสต์ โง่ไหม “ไม่มีสัตว์ที่โง่หรอกครับ” เขาบอก “บางตัว แค่ฉลาดกว่าตัวอื่นๆ” แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่า ผมไม่ใช่คนแรกที่ตั้งคำถามนี้ วิลเดอบีสต์ทำให้มนุษย์ที่อยู่ใกล้ชิดกับมันที่สุดมาหลายร้อยปีอย่างชาวมาไซและชนเผ่าอื่นๆในภูมิภาคสับสนมึนงง ตำนานพื้นบ้านเรื่องหนึ่งเล่าว่า วิลเดอบีสต์เกิดจากอวัยวะเหลือๆของสัตว์อื่น “ได้หัวจากหมูป่าวอร์ตฮอก คอจากควาย ลายจากม้าลาย และหางจากยีราฟ” เอไกเล่าให้ผมฟัง เรื่องทำนองนี้มีหลายสำนวน รวมถึงสำนวนหนึ่งที่บอกว่า วิลเดอบีสต์ได้สมองจากหมัด แม้อาจเป็นเพียงตำนาน แต่ก็ฟังดูเข้าท่าทีเดียว วิลเดอบีสต์หน้าตาตลกและหัวทื่อจริงๆ เขาเล็กๆกับตาจิ๋วๆนั้นดูเล็กเกินควรไปหลายเท่าเมื่อเทียบกับหน้าที่ยื่นยาวเป็นพิเศษ และลำตัวของมันก็ดูผิดส่วนจนชวนอึดอัดจากหนอกหนาบริเวณหัวไหล่ที่สอบลู่ลงสู่บั้นท้าย ความกำยำเฉพาะส่วนหน้านี้ถ่วงสมดุลอยู่บนช่วงขาผอมยาวที่ทำให้ท่าเดินของมันเกะกะเก้งก้างยิ่ง แล้วธรรมชาติสร้างแฟรงเกนสไตน์แห่งอาณาจักรสัตว์นี้ขึ้นมาได้อย่างไร เพื่อหาคำตอบ ผมโทรศัพท์หาแอนนา เอสเตส นักนิเวศวิทยาซึ่งทำงานในแทนซาเนีย “ฉันขอหยุดคุณตรงนั้นเลยค่ะ” เธอบอกและเสริมว่า “พ่อฉันจะโกรธถ้ามีใครคิดดูถูกวิลเดอบีสต์” ผมโทรศัพท์หาเธอเพราะบิดาของเธอ ริชาร์ด เอสเตส นักชีววิทยาสัตว์ป่า เป็นผู้เขียนหนังสือ โลกของกนู […]

กะท่างน้ำอุ้มผาง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดใหม่ของโลก ถูกค้นพบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก

กะท่างน้ำอุ้มผาง (Tylototriton​ umphangensis)​ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกชนิดใหม่ของโลก ถูกค้นพบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก นับเป็นกะท่างน้ำชนิดที่ 6 ของประเทศไทย กะท่างน้ำอุ้มผาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Tylototriton​ umphangensis ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ที่พบกะท่างน้ำชนิดนี้เป็นครั้งแรก ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก บนแนวเทือกเขาถนนธงชัยตอนล่างหรือเทือกดอยมอนกุจู (Dawna Range) นับว่าเป็นกะท่างน้ำชนิดใหม่ของโลกและเป็นชนิดที่ 6 ของประเทศไทย ถูกค้นพบ ตรวจสอบ และตั้งชื่อโดยนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพในผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย ผศ.ดร. ปรวีร์ พรหมโชติ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานการพบเจอกะท่างน้ำในหลายพื้นที่ของ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ทั้งจากเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นักวิจัย และนักเดินป่า ซึ่งกะท่างน้ำที่พบมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับกะท่างน้ำเหนือหรือกะท่างน้ำอุเอะโนะ (T. uyenoi) ที่มีการกระจายตัวทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย ดังนั้นคณะนักวิจัยจึงสนใจที่จะค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อยืนยันชนิดของกะท่างน้ำที่นี่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและนำไปสู่การวางแผนอนุรักษ์ต่อไป จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจพื้นที่ จนกระทั่งค้นพบกะท่างน้ำชนิดใหม่ของโลกในที่สุด กะท่างน้ำอุ้มผาง มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากกะท่างน้ำชนิดอื่นๆ เช่น ลำตัวมีสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลดำ […]

ชีวิตเหล่าสรรพสัตว์ที่ยากลำบาก เมื่อน้ำแข็ง แอนตาร์กติก กำลังละลาย

สิ่งมีชีวิตในทะเลนอกชายฝั่งคาบสมุทร แอนตาร์กติก จําเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง เมื่อนํ้าแข็งทะเลลดลง และเรือประมงรุกคืบเข้ามาจับคริลล์มากขึ้น เรือยางแล่นเข้ามาจอดใกล้ชายฝั่งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และนกเพนกวินเจนทูแห่งอ่าวเนโกก็เห็นมนุษย์ใน แอนตาร์กติก เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี แทนที่จะเป็นนักท่องเที่ยวผู้ส่งเสียงเอะอะมะเทิ่ง (ห่างหายไปเพราะการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา) ผู้ลงจากเรือคือ ทอม ฮาร์ต นักชีววิทยาเพนกวินและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ อีกหลายคนที่กลับมายังคาบสมุทร แอนตาร์กติก ในเดือนมกราคม ปี 2021 เสียงกู่ร้องและเสียงเรียกดังระงมไปทั่วคอโลนีเพนกวินเจนทูที่มีอยู่ราว 2,000 ตัว พวกมันไม่สนใจฮาร์ต ขณะเขาเดินตรงไปยังกล้องไทม์แลปส์ ซึ่งถ่ายภาพเพนกวินทุกชั่วโมง จากรุ่งสางจนย่ำค่ำ ตั้งแต่ พวกมันมาทำรังที่คอโลนีนี้เมื่อสี่เดือนก่อนเพื่อวางไข่และเลี้ยงลูก กล้องตัวนี้เป็นหนึ่งในกล้องเกือบหนึ่งร้อยตัวที่วางไว้ทั่วคาบสมุทรยาว 1,340 กิโลเมตร และกว้าง 70 กิโลเมตรแห่งนี้ เพื่อเฝ้าติดตามคอโลนีนกเพนกวินสามชนิด ที่จับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ประชากรเพนกวินเจนทูบนคาบสมุทรเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคอโลนีมีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และกำลังขยายอาณาเขตไปทางใต้สู่พื้นที่ใหม่ที่เคยเย็นจัดเกินไปสำหรับพวกมัน ตรงกันข้าม ชนิดพันธุ์ที่ใกล้ชิดกัน คือนกเพนกวินคางแถบที่มีขนาดเล็กกว่า และนกเพนกวินอาเดลีที่มีหัวสีดำขลับ กลับลดจำนวนลงกว่าร้อยละ 75 ในหลายคอโลนีที่นกเพนกวินเจนทูขยายพันธุ์ได้ดี “พูดคร่าวๆ นะครับ” ฮาร์ตกล่าว “เราเสียอาเดลีไปตัวหนึ่ง เสียคางแถบไปอีกตัวหนึ่ง แต่เราได้เจนทูมาตัวหนึ่ง” […]

มนุษย์ค้นพบความหวังในภารกิจช่วย ชิมแปนซี

ณ ศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าแห่งหนึ่งในแอฟริกากลาง ชิมแปนซี ที่จิตใจบอบช้ำเป็นแบบอย่างของการฟื้นตัวให้ผู้ช่วยชีวิตพวกมัน อิตซาโซ เวเลซ เดล เบอร์โก อุ้มลูก ชิมแปนซี ไว้ในอ้อมแขน เอปเพศเมียตัวอ่อนปวกเปียกและไม่ได้สติตัวนี้มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่ามือมนุษย์ ร่างกายเล็กจิ๋วและฟันที่ยังไม่ขึ้นชี้ว่า มันน่าจะอายุแค่เพียงราวหนึ่งเดือนเท่านั้น และกำลังต่อสู้กับภาวะ ตัวเย็นเกินและการขาดน้ำ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างโดยเร่งด่วน หัวใจของมันจะหยุดเต้น “มันเป็นชิมแปนซีอายุน้อยที่สุดที่เราเคยรับมาดูแลค่ะ” เวเลซ เดล เบอร์โก ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของศูนย์ฟื้นฟูไพรเมตลวีโร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กล่าว วันนั้นเป็นวันที่ 16 มิถุนายน ปี 2017 เวเลซ เดล เบอร์โกช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้การเดินทางอันทรหด ที่ใช้เวลาห้าวันโดยมอเตอร์ไซค์ เรือเร็ว และรถยนต์ เพื่อนำลูกชิมแปนซีมายังหมู่บ้านลวีโรอย่างปลอดภัย สายข่าวจากกลุ่มต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์พบลูกชิมแปนซีตัวนี้อยู่กับพรานสองสามคนในป่าทึบใกล้เมืองพินกา ที่อยู่ห่างไกลออกไป 300 กิโลเมตร หลังจากส่งมอบลูกลิง พรานเหล่านั้นเผยว่า น้องสาวฝาแฝดของมันตายลง ไม่นานหลังจากพวกเขายิงแม่ลิง ที่ศูนย์ฟื้นฟูไพรเมต การต่อสู้เพื่อกู้ชีวิตชิมแปนซีตัวนี้เพิ่งเริ่มต้น เวเลซ เดล เบอร์โกรีบคลุมร่างอันโรยแรงของมันด้วยผ้าห่มอุ่นๆ และให้น้ำเกลือ ในที่สุด ลูกลิงก็ขยับตัวและลืมตา “ฉันให้มันนอนแนบอกจะได้อบอุ่นค่ะ” ซาวาดี […]