แมว ไม่ได้มีความนิ่งเย็นชาอย่างที่พวกเราคิด - National Geographic Thailand

แมว ไม่ได้มีความนิ่งเย็นชาอย่างที่พวกเราคิด

แมว มักจะเชื่อมโยงชื่อของพวกมันกับของรางวัลอย่างเช่น อาหารหรือการลูบหัว ภาพถ่ายโดย MARC MORITSCH, NAT GEO IMAGE COLLECTION


การศึกษาครั้งใหม่ตามคาเฟ่แมวในประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าเจ้าแมวเหมียวไม่ได้นิ่งและเย็นชาตามที่พวกเราคิด

เจ้าแมวเหมียวสามารถทำอะไรได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจับหนู แยกแยะได้ว่าเสียงไหนคือเสียงเรียกกินข้าว หรือแม้กระทั่งการครองโลก..

แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งคำถามที่ผู้เชี่ยวชาญในด้านแมว อะซุโกะ ไซโตะ มักถูกถามอยู่เป็นประจำคือ แมว สามารถรับรู้ชื่อของตัวมันเองได้แบบสุนัขหรือไม่

ในการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Scientific Reports นักจิตวิทยาชาวญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัย Sophia University ในกรุงโตเกียว ชี้ว่า แท้จริงแล้ว เจ้าแมวรู้ว่าพวกมันชื่ออะไร แม้กระทั่งเวลาคนแปลกหน้าเรียก พวกมันก็รู้

แมว ถือว่าเป็นสัตว์ที่ไซโตะโปรดปรานเป็นอย่างมาก หลังจากเธอได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท เธอก็ได้มุ่งมั่นที่จะทำวิจัยในเรื่องที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

“ฉันชอบแมวนะ พวกมันทั้งน่ารักแล้วก็เห็นแก่ตัวมาก เวลาไหนมันอยากให้ฉันลูบหัว มันก็เดินมา เวลาไหนมันไม่อยากสุงสิงกับใคร มันก็เมินฉันเลย” เธอกล่าวพร้อมกับหัวเราะ

การทดลองในอดีตของเธอแสดงให้เห็นว่า แมวสามารถเข้าใจท่าทางการสื่อสารของมนุษย์ พวกมันสามารถดูสัญญาณมือของมนุษย์แล้วเข้าใจได้ว่าเรากำลังจะสื่ออะไรถึงพวกมัน พวกมันจำเสียงของเจ้าของได้ และพวกมันก็มักจะชอบอ้อนขออาหารกับใครก็ตามที่เรียกชื่อหรือมองมาที่มัน ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าแมวเหมียวสามารถรับรู้ได้ว่าพวกมันชื่ออะไร

แมว
เจ้าเหมียวชอบใจที่ได้รับรางวัลสุดแสนโอชะ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการฝึกสอนแมว
ภาพถ่ายโดย kotello.ru

ชื่อนั้นสำคัญไฉน 

ไซโตะและทีมคณะวิจัยของเธอได้ทดลองข้อสันนิษฐานโดยการสังเกตแมวบ้านทั้งหมดกว่า 78 ตัว และเหล่าแมวที่อาศัยอยู่ตามคาเฟ่แมวในประเทศญี่ปุ่น

ทีมคณะวิจัยได้วานให้ทั้งเจ้าของและคนแปลกหน้าลองเรียกชื่อพวกแมวเหล่านั้นดู จากนั้นก็ถ่ายคลิปท่าทีตอบรับของพวกมันที่บ่งบอกได้ว่าพวกมันรู้ว่ากำลังถูกเรียกอยู่ เช่น การขยับของใบหูหรือหัว และการกระดิกหาง

พวกเขาได้ทำการทดลองกว่า 4 ครั้งโดยในแต่ละครั้งนั้นก็มีความแตกต่างกันออกไป ทีมคณะวิจัยได้ค้นพบว่าแมวมีการตอบรับในด้านบวกเมื่อพวกมันได้ยินชื่อของตัวเอง

นอกจากนี้พวกมันก็ยังมีท่าทีการตอบรับในด้านบวกด้วยเช่นกันเวลาคนแปลกหน้าเรียกชื่อ ทำให้ทีมคณะวิจัยเชื่อว่าพวกมันอาจจะเรียนรู้หรือจำได้ว่า หากชื่อของพวกมันถูกเรียก พวกมันจะได้รางวัลตอบแทนตลอด อย่างเช่น อาหาร หรือการลูบหัว ไซโตะอธิบาย

“การศึกษาครั้งนี้ถือเป็นการศึกษาที่ตอบคำถามทุกข้อที่เคยมีเลย” เจนนิเฟอร์ วอนก์ นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยออกแลนด์ ในรัฐมิชิแกน ผู้ที่ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานวิจัยครั้งนี้

วอนก์เองก็ได้เคยทำการทดลองเล่นที่มีความคล้ายคลึงกับการศึกษาครั้งนี้มาแล้วกับแมวของเธอ โดยสามีของเธอได้ทำการร้องเพลงที่ประกอบไปด้วยชื่อต่างๆ เพื่อที่จะดูว่าแมวจะมีปฏิกิริยาตอบรับอะไรหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาคือ พวกมันไม่ค่อยสนใจกันเลย

สุนัขยังมีความได้เปรียบอยู่เยอะ

ไซโตะระบุว่าเหล่าสุนัขนั้นเรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อที่จะให้ผู้คนเรียกชื่อของพวกมันเลย นั้นเองก็เป็นตัวอธิบายได้ว่าทำไมพวกมันถึงแลดูตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาที่มีคนเรียกชื่อพวกมัน ตัดภาพมาที่แมวนั้น ถึงแม้ว่าการศึกษาล่าสุดจะแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกมันก็รู้และจดจำชื่อของพวกมันได้ แต่ท่าทางการตอบรับของพวกมันก็ไม่ได้มีความน่าตื่นเต้นเท่ากับพวกสุนัข

แมว
แมวไม่ใช่สัตว์ที่รักสันโดษอย่างที่เราคิด เจ้าเหมียวยังเป็นสัตว์ที่น่ารักของเจ้านายซึ่งสามารถฝึกสอนได้อีกด้วย
ภาพถ่ายโดย Amy White และ Al Petteway

กว่าร้อยปีที่ผู้คนเลือกเพาะพันธุ์สุนัขเพื่อที่จะให้พวกมันมีการตอบสนองกับคำสั่งได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่แมวนั้น เส้นทางของการมาเป็น “สัตว์เลี้ยง” ของพวกมันกลับเริ่มจากการที่พวกมันวิ่งไล่ตามหนูมา จนเข้ามาถึงบริเวณเพาะปลูกของชาวไร่ชาวสวน ทำให้พวกมัน ถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น หากนับกันจริงๆ แล้ว พวกสุนัขถือว่าคุ้นเคยกับมนุษย์ก่อนแมวมากถึง 2 หมื่นปี

โดยสุนัขได้เรียนรู้การขานชื่อของพวกมันเองเป็นสิ่งแรกๆ ในการฝึกอบรมคำสั่งต่างๆ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการขานชื่อจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และสุนัขมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

“พวกเรามักจะพาสุนัขพวกนี้ออกไปเดินเล่น และให้พวกมันมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนใหม่ๆ อยู่เป็นประจำ การฝึกสุนัขถือเป็นเรื่องง่าย แค่มีรางวัลหรือของกินมาล่อ พวกมันก็ใจอ่อนแล้ว” วอนก์ระบุ

“ส่วนแมวน่ะเหรอ พวกมันมักจะนิ่งอยู่ตลอดเลยเวลาฝึก”

วิวัฒนาการกำลังทำหน้าที่อยู่

ไซโตะให้ความเห็นว่า แมวก็กำลังปรับตัวอยู่เฉกเช่นเดียวกันในการอยู่ร่วมกับมนุษย์

ย้อนกลับไป 10-20 ปีก่อน แมวที่ผู้คนเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากกว่า โดยจะอาศัยอยู่ในบ้านก็ต่อเมื่อตอนกลางคืนหรือวันที่มีสภาพภูมิอากาศที่แย่เท่านั้น

ยิ่งแมวใช้เวลากับมนุษย์ในบ้านมากขึ้นเท่าไร การตอบสนองของมันกับท่าทางการสื่อสารของมนุษย์ก็จะยิ่งมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

เรื่องโดย CARRIE ARNOLD

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม : ทำไมคุณฝึกแมวแล้วไม่ได้ผล

แมว

เรื่องแนะนำ

หลากหลายสาเหตุที่ทำให้โคอาลาลดจำนวนต่อเนื่อง

ประชากร โคอาลา ในออสเตรเลียเหลืออยู่เพียงราวสามแสนตัว โดยสาเหตุสำคัญคือการสูญเสียที่อยู่อาศัย และผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ มูลนิธิโคอาลาแห่งออสเตรเลีย เชื่อว่าในออสเตรเลีย โคอาลา มีจำนวนประชากรเหลือไม่เกิน 80,000 ตัว และจากการประเมินทางวิชาการ ก็ชัดเจนว่าจำนวนโคอาลาในหลายพื้นที่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่สามารถระบุจำนวนตัวเลขที่ชัดเจนว่าจำนวนโคอาลามีอยู่เท่าไรในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย, นิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลีย และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี แต่โคอาลาก็กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามขั้นรุนแรง ซึ่งมีทั้งการตัดไม้ทำลายป่า โรคภัย และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ครั้งหนึ่ง จำนวนประชากรโคอาลาร่วงไปจนต่ำกว่าจุดวิกฤต และพวกมันไม่สามารถสืบพันธุ์ให้สมาชิกรุ่นต่อไปได้ และอาจนำมาสู่การสูญพันธุ์ในอนาคต เป็นเวลานับล้านปีมาแล้วที่โคอาลามีบทบาทสำคัญในป่ายูคาลิปตัส โดยการกินใบที่อยู่บนยอด และที่อยู่ตามพื้น ซึ่งใบยูคาลิปตัสที่พวกมันทำร่วงลงพื้นก่อให้เกิดการหมุนเวียนสารอาหาร (nutrient recycle) ที่สำคัญ มีการค้นพบซากฟอสซิลของโคอาลาที่มีอายุราว 30 ล้านปี นั่นหมายความว่าโคอาลาอาจเคยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ (megafauna carnivores) ในดินแดนออสเตรเลีย จากการศึกษาทางพันธุกรรมในดินแดนการกระจายพันธุ์ของโคอาลา (The Koala Coast) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของนครบริสเบน แสดงให้เห็นว่าโคอาลากำลังทุกข์ทรมานจากความหลากหลายทางพันธุกรรมที่ลดลง ในพื้นที่เซาท์อีสต์ควีนส์แลนด์ จำนวนประชากรของโคอาลาของลดลงเข้าขั้นวิกฤต ส่วนประชากรโคอาลาที่อยู่ในรัฐควีนส์แลนด์และนิวเซาท์เวลส์ก็ได้รับผลกระทบจากสภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว เช่นภัยแล้งรุนแรงและคลื่นความร้อน ทำให้จำนวนโคอาลาลดลงไปถึงร้อยละ 80 การวิจัยในเรื่องการลดลงของโคอาลากำลังเป็นที่สนใจเพิ่มขึ้น เพื่อหาวิธีปกป้องโคอาลาและเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันจะยังคงมีความหลากหลายทั้งในตอนนี้และในอนาคต โดยเรื่องของการสูญเสียที่อยู่อาศัย การเคลื่อนที่ของประชากร […]

รอยต่อชีวิตบางตะบูน

จากกิจกรรมเวิร์คชอปถ่ายภาพ One-Day Photography Workshop & Trip ในรายการ Every Picture Tells a Story Season 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 เป็นจุดเริ่มต้นสู่ชุมชนบางตะบูน อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี อันเป็นชุมชนเก่าแก่ริมทะเลที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ และยังเป็นชุมชนที่ต้องอยู่ร่วมกับลิงแสม  ต่างฝ่ายต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน  การใช้เวลาลงพื้นที่ 4 ครั้งในเวลา 1 เดือน เพื่อทำความรู้จักและผูกมิตรกับลิงแสมอย่างนอบน้อมและใจเย็น ทำให้เกิดพื้นที่ของการสื่อสารในเชิงบวกจนสามารถเก็บภาพถ่ายเสน่ห์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับลิงที่บางตะบูน   เรื่องและภาพ ปัณณรัตน์ รัตนากุลสวัสดิ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)