ศิลปะจากธรรมชาติ : สร้างสรรค์แมลงจากมวลบุปผา - National Geographic Thailand

ศิลปะจากธรรมชาติ : สร้างสรรค์แมลงจากมวลบุปผา

 ศิลปะจากธรรมชาติ : สร้างสรรค์แมลงจากมวลบุปผา

ศิลปะจากธรรมชาติ ที่ศิลปินอาศัยสีสันและรูปทรงของกลีบดอกไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติอื่นๆ ถ่ายทอดออกมาเป็นประติมากรรมรูปแมลงที่ดูสมจริงและมีชีวิตชีวาอย่างน่าทึ่ง

พืชเขตร้อนและสัตว์ที่มีความหลากหลายมากที่สุดในโลกอย่างแมลง หาได้มีอยู่อย่างชุกชุมในเขตละติจูดเหนือของมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ถึงกระนั้น รากุ อิโนะอุเอะ ศิลปินและช่างภาพผู้พำนักอยู่ในเมืองนี้กลับหาวิธีแสดงภาพถ่ายสีสันสดใสของทั้งแมลงและสัตว์ชนิดอื่น ๆ ที่ประดิษฐ์จากดอกไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ เมล็ดพืช และลำต้น

“แมลงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์สำหรับผมมาโดยตลอด” อิโนะอุเอะ ผู้เติบโตในญี่ปุ่น กล่าว ทุกปีเมื่อถึงฤดูร้อน  ยายของเขาจะเปิดประตูบ้านในชนบทใกล้ ๆ กับเมืองฮิโระชิมะทิ้งไว้เพื่อให้บ้านเย็นลง และต้อนรับแมลงปอ ซึ่งเป็นแมลงที่เธอเชื่อว่าสื่อถึงการดำรงอยู่ของสามีผู้ล่วงลับ

ปัจจุบัน อิโนะอุเอะใช้วัสดุจากสวนหลังบ้านประดิษฐ์ ศิลปะจากธรรมชาติ โดยเฉพาะแมลงชนิดต่างๆ เช่น แมลงปอ เต่าทอง มด และอะไรก็ตามที่ให้แรงบันดาลใจ เขาใช้กลีบกุหลาบและดอกยิปโซเหลือใช้จากคนขายดอกไม้ในละแวกบ้าน และบางคราว ผู้คนจะส่งต้นไม้จากส่วนอื่น ๆ ของโลกมาให้เพื่อท้าทายความคิดสร้างสรรค์ของเขา ในการเดินทางไปยังแถบตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกาครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้  เขาอยากเห็นแมงป่องมาก เมื่อไม่เห็นพวกมันสักตัว เขาจึงทำสิ่งที่ดีที่สุดในลำดับถัดมา นั่นคือรวบรวมกิ่งไม้และเมล็ดพืชเพื่อประดิษฐ์แมงป่องขึ้นมาสักตัว

เรื่อง   แดเนียล สโตน

ภาพถ่าย  รากุ อิโนะอุเอะ

ศิลปะจากธรรมชาติ
ศิลปิน รากุ อิโนะอุเอะ หาวิธีมอบชีวิตใหม่แก่กลีบดอกไม้เหลือทิ้งหรือใบไม้ ด้วยการนำมาประดิษฐ์เป็นแมลงอย่างงดงามน่าทึ่ง เช่น ผีเสื้ออย่างที่เห็น (ภาพบนและล่าง)

ศิลปะจากธรรมชาติ

ศิลปะจากธรรมชาติ
ด้วงคีมเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในญี่ปุ่น บ้านเกิดของอิโนะอุเอะ เขารวบรวมพืชพรรณสีเขียวทุกเฉดที่หาได้ในสวนหลังบ้านที่มอนทรีออลเพื่อประดิษฐ์แมลงชนิดนี้เพื่อรำลึกถึงบ้านเกิด

 

ศิลปะจากธรรมชาติ
อิโนะอุเอะประดิษฐ์ด้วงกว่างด้วยดอกยิปโซและลำต้นของดอกคาร์เนชั่นที่ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่งในเอกวาดอร์ส่งมาให้เขา
ศิลปะจากธรรมชาติ
ระหว่างเดินทางไปแอริโซนาและเนวาดาครั้งหนึ่ง อิโนะอุเอะรวบรวมวัสดุมาประดิษฐ์มดทะเลทราย (ภาพบน) และแมงป่อง (ภาพล่าง) เพื่ออุทิศแก่พืชพรรณและส่ำสัตว์ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ

ศิลปะจากธรรมชาติ

ศิลปะจากธรรมชาติ
ด้วงโกไลแอทซึ่งสามารถเติบโตจนมีความยาวกว่าสี่นิ้ว คือแมลงขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก โดยปกติอิโนะอุเอะมักประดิษฐ์ประติมากรรมโดยไม่ใช้สารช่วยยึดเกาะ แต่เขาจะใช้กาวและเทปในชิ้นงานที่มีความซับซ้อน
ศิลปะจากธรรมชาติ
อิโนะอุเอะรังสรรค์ตั๊กแตนตำข้าวกล้วยไม้ตัวนี้จากกลีบดอกกล้วยไม้

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนสิงหาคม 2562


สารคดีแนะนำ

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

เรื่องแนะนำ

ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

เรื่อง เอไลนา ซาชอส มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเงียบงันในเวลากลางคืน กลุ่มลักลอบล่าสัตว์ป่าท้องถิ่นแอบเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Hluhluwe Imfolozi ของแอฟริกาใต้ พวกเขายิงแรดดำสายพันธุ์หายากตัวหนึ่งด้วยปืนเก็บเสียง ตัดนอทั้งสองของมันออกไปก่อนที่จะเร้นกายหายไปกับความมืด พวกลักลอบเหล่านี้มักขายนอแรดในฐานะสินค้าหนีภาษีแก่ลูกค้าชาวจีนและเวียดนาม เส้นขนอันแน่นที่ถูกสร้างจากเคราตินเหล่านีเจะถูกนำไปสกัดเป็นยาสร้างความกระตุ้นทางเพศหรือยาแผนโบราณ ไม่นานหลังจากที่พวกลักลอบล่าสัตว์หนีไป Brent Stirton ช่างภาพเดินทางถึงที่เกิดเหตุและถ่ายภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเอาไว้ ส่วนหนึ่งของโปรเจคสำรวจการลักลอบล่าแรดผิดกฏหมายในแอฟริกาใต้ ปัจจุบันมีแรดดำเหลืออยู่บนโลกเพียง 5,000 ตัวเท่านั้น และตัวเลขนี้กำลังถูกคุกคาม ด้านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมอบรางวัลภาพถ่ายสัตว์ป่าแห่งปีให้แก่ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกคนนี้สำหรับภาพถ่ายอันสะเทือนในที่แสดงให้เห็นว่าบรรดาพวกลักลอบล่าสัตว์ป่าทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง “เพื่อให้ฉากของโศกนาฏกรรมดังกล่าวกระจายไปให้ถึงขีดสุด ภาพถ่ายนี้สมควรได้รับรางวัลสูงสุดเช่นกัน” คำกล่าวจาก Roz Kidman Cox กรรมการผู้ตัดสิน “มันเป็นภาพถ่ายที่ดิบ รุนแรง และสง่างามของยักษ์ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงหนึ่งในสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด นั่นคืออาชญากรรมอันโหดร้ายและไม่ควรต้องเกิดขึ้นเลยกับธรรมชาติ ภาพถ่ายนี้จะกระตุ้นให้เกิดเสียงต่อต้านขึ้นในประชาชน” “สิ่งที่ดีที่สุดก็คืองานของคุณจะช่วยเหลือชีวิตได้อีกมากมาย” Stirton เจ้าของภาพกล่าว “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะยังต้องต่อสู้ไปอีกยาว”   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร 

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ ถุงพลาสติกสีขาวที่กำลังพัดกระพืออยู่บนต้นไม้ของเทือกเขาแอลป์ในอิตาลีดึงดูดความสนใจของ Fabrizio Sergio นักนิเวศวิทยา ตัวเขารู้ได้ชัดเจนว่าถุงใบนั้นมาจากรังของนกชนิดหนึ่ง มันคือเหยี่ยวดำ แต่เหตุใดพวกมันจึงต้องเก็บขยะไปไว้บนรังด้วย? นกหลากหลายสายพันธุ์ตกแต่งรังของพวกมันให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามเหยี่ยวดำจะสร้างรังก็ต่อเมื่อมันสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้แล้ว แต่รังของมันยังคงปรากฏขยะหลายชิ้นให้เห็น “ดูเหมือนว่ามันต้องการจะอวดบ้านของมัน” Sergio กล่าว ตัวเขาทำงานให้กับสภาวิจัยแห่งชาติสเปน Sergio และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากศึกษารังนกเพื่อมองหาสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากมนุษย์ นกบางชนิดใช้ฉนวนกันความร้อน, ฟรอยด์, และก้นบุหรี่ในการสร้างรังแทนที่จะใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ รายงานจาก Luis Sandoval ศาสตราจารย์ด้านปักษีวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอสตาริกากล่าว การปรับตัวของนกในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นและสะท้อนให้เห็นว่าวัสดุตามธรรมชาติที่เคยเป็นส่วนประกอบหลักของรังนกกำลังหายไปเรื่อยๆ “กิจกรรมของมนุษย์เราสร้างผลกระทบโดยตรงต่อรังนก ซึ่งขณะนี้เราเองก็กำลังพยายามเข้าใจความเชื่อมโยงนี้อยู่” Sandoval กล่าว ตลอดหกปีของการศึกษา Sergio และผู้ร่วมวิจัยจัดแบ่งสีของพลาสติกจากรังนกในป่า พวกเขาพบว่าเหยี่ยวดำมักจะเลือกวัตถุที่มีโทนสีขาวและละเลยวัตถุโปร่งใสหรือทึบแสง ซึ่งเป็นการเลือกสรรที่ไม่ต่างจากสีสันในธรรมชาติ ข้อสรุปจาก Sergio รูปแบบการสร้างรังนกของเหยี่ยวดำมีขึ้นเพื่อแสดงออกถึงสถานะในสังคม รังนกที่ประกอบไปด้วยพลาสติกจำนวนมากบ่งบอกว่ารังมีความแข็งแรง และจะช่วยป้องกันลูกนกจากผู้บุกรุกได้ ต่างจากรังนกที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่จะอ่อนแอกว่า เรื่อง Nina Strochlic   อ่านเพิ่มเติม : ทำไมชอบดูนก, ความรู้ประจำวัน : นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น

ตะพาบยักษ์แยงซีเกียงสามตัวสุดท้ายของโลก นักอนุรักษ์กำลังค้นหาตัวที่สี่กันสุดฤทธิ์

ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง สามตัวสุดท้ายของโลก นักอนุรักษ์กำลังค้นหาตัวที่สี่กันสุดฤทธิ์ ตามแหล่งน้ำในมณฑลยูนนาน ทีมนักอนุรักษ์หวังว่าจะหา ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง ที่อุดมสเปิร์มให้พบสักตัว  ตะพาบยักษ์ดังกล่าวเป็นชนิดพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างวิกฤติที่สุด  ขณะนี้ทั้งโลกเหลืออยู่เพียงสามตัว  สองตัวเพศผู้และเพศเมียอยู่ในสวนสัตว์ซูโจว  ส่วนที่เหลืออีกตัว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเพศผู้ อาศัยอยู่ในทะเลสาบดองโม ในประเทศเวียดนาม ที่จริง เคยมีตะพาบยักษ์ชนิดนี้เหลืออยู่ในโลกสี่ตัว แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ตะพาบอีกตัวซึ่งคาดว่าอายุเกือบ 100 ปี ตายลงในสวนสัตว์ที่เวียดนาม ตะพาบยักษ์แยงซีเกียง หรือ เต่าแม่น้ำแดง (Red River Turtle) เป็นสัตว์ประเภทเต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุยืนเป็นศตวรรษและน้ำหนักราว 90 กิโลกรัม ตะพาบน้ำชนิดนี้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 เมื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลอดลำน้ำแดงของจีนทำลายถิ่นอาศัยของตะพาบชนิดนี้ลงเกือบหมด  ยิ่งจีนเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เขื่อนยิ่งถูกสร้างมากขึ้นในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ และทำให้แหล่งอาศัยของพรรณพืชและสัตว์ป่าตัดขาดจากกันเป็นเสี่ยงๆ  ตะพาบยักษ์ชนิดนี้ต้องการน้ำสะอาดและหาดสำหรับหาอาหาร เต่าทะเลเกือบทุกชนิดพันธุ์กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ เช่นเดียวกับพี่น้องเต่าน้ำจืดของมัน  ไข่ เนื้อ และหนังทำให้พวกมันเปราะบางต่อการล่าและแหล่งอาศัยก็ได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอีกด้วย ในขณะที่การเพิ่มจำนวนประชากรตะพาบยักษ์แยงซีเกียงที่เหลืออยู่ในโลกเพียงสามตัวจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย  นักอนุรักษ์จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าและพรรณพืชกำลังเสาะหาตะพาบยักษ์ชนิดเดียวกันที่เชื่อกันว่าซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ลึกเข้าไปในมณฑลยูนนาน หวังอ้ายหมิน ผู้อำนวยการฝ่ายของสมาคมฯ และผู้รับทุนจากเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกกล่าวว่า ชาวบ้านแถบยูนนานบอกว่าเคยเห็นตะพาบชนิดนี้ แต่ยังไม่รู้ว่ามีจำนวนมากแค่ไหน “เท่าที่คนท้องถิ่นเคยเห็น น่าจะมีหนึ่งหรือสองตัว” หวังกล่าวว่าตะพาบยักษ์เพศผู้ของจีนอายุค่อนข้างมากแล้ว ในขณะที่เพศเมียยังอยู่ในวัยสาว  […]