ตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่ไม่มีภาวะระบาดของเชื้อ

โรคปอดอักเสบ จากเชื้อโคโรนาไวรัส 2019

โรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

(Novel Coronavirus 2019)

หลังจากตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการแถลงการณ์ไปเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2020 ว่า “นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน วัย 61 ปี ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจากมณฑลหูเป่ยของประเทศจีน มีอาการป่วยด้วย โรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวและนำส่งเพื่อทำการรักษา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงผู้โดยสารที่นั่งใกล้หญิงชาวจีนทั้ง 16 คน ในเที่ยวบินเดียวกัน ต่างได้รับตรวจสอบยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อใดๆ

การตรวจพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นครั้งแรก

จากหลักฐานและการสอบสวนเบื้องต้นในประเทศจีนพบว่า การระบาดของโรคเกิดขึ้นครั้งแรกในหมู่คนทำงาน หรือมีประวัติการเดินทางไปยังตลาดค้าสัตว์และอาหารทะเลทางใต้ของจีนที่มีชื่อว่า “South China Seafood Market” ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ซึ่งทำการค้าขายสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ทะเล นก ไก่ฟ้า งู และกระต่าย รวมไปถึงสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ

โรคปอดอักเสบ, Novel, Coronavirus, 2019
ตลาดอู่ฮั่น สถานที่ที่คาดว่าเป็นจุดกำเนิดของการติดเชื้อในครั้งนี้

ในขณะนี้ ตลาดดังกล่าวถูกสั่งปิดไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2020 เนื่องจากทางการจีนพบผู้ป่วยแล้วทั้งสิ้น 59 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขณะที่มีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่ต้องได้รับการควบคุมและติดตามมากถึง 739 ราย ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ (ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2019 ถึงวันที่ 11 มกราคม 2020)

โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) ส่วนใหญ่นั้น เกิดขึ้นจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ จากทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ทำให้ถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบอักเสบ โดยมีอาการสำคัญ เช่น การมีไข้ มีการไอและหายใจเหนื่อยหอบ

ขณะที่โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Novel Coronavirus: nCoV) มีรหัสหรือลำดับทางพันธุกรรม (Genetic Sequences) คล้ายคลึงกับโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่เรารู้จักกันในชื่อ “ซาร์ส” (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 700 ชีวิต และมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 8,000 คนทั่วโลกมากถึงร้อยละ 80 โดยมีลักษณะอาการสำคัญของผู้ติดเชื้อคล้ายคลึงกับโรคปอดอักเสบโดยทั่วไป คือ การมีไข้ร่วมกับความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ มีน้ำมูก และหายใจเหนื่อยหอบ เป็นต้น

สถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนวัย 61 ปี ที่เดินทางมายังประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2020 ขณะนี้ยังไม่มีรายงานของผู้ติดเชื้อรายอื่นในไทย อีกทั้งยังไม่มีรายงานว่าโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สามารถติดต่อจากคนสู่คน

ปัจจุบัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้วางมาตรการเฝ้าระวัง คัดกรองและป้องกันควบคุมโรคปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่นี้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการคัดกรองผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ตามด่านควบคุมโรคติดต่อในท่าอากาศยานหลักของประเทศ รวมถึงการประสานงานของความร่วมมือให้โรงพยาบาลรัฐและเอกชน ทำการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการเป็นไข้ ร่วมกับอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

นอกจากนี้ ยังไม่มีรายงานของการติดเชื้อในสถานที่อื่น นอกเหนือจากประเทศไทยและเมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน ซึ่งปัจจุบัน การสอบสวนของทางการจีน ยังอยู่ระหว่างการประเมินการแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญของประเทศ ส่งผลให้รูปแบบของการแพร่เชื้อและขอบเขตของการติดเชื้อยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้า ในเบื้องต้น ทางการจีนได้ทำการสันนิษฐานไว้ว่า อาจมีต้นกำเนิดมาจากเชื้อไวรัสในสัตว์ป่า เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกใน “ตลาดปลา” ที่มีการค้าสัตว์ป่านานาชนิด แต่ว่าเป็นสัตว์ชนิดใด ยังต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทำการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

วิธีป้องกันตนเองสำหรับนักเดินทาง

เนื่องจากองค์การอนามัยโลก ยังไม่มีประกาศจำกัดการเดินทางไปยังพื้นที่ของเมืองอู่ฮั่น แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเดินทางในต่างประเทศที่ต้องไปเยือนเมืองอู่ฮั่นหรือพื้นที่ใกล้เคียง ยังคงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดหรือบริเวณที่มีมลพิษสูง และควรสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตนเอง รวมไปถึงหากหลังจากเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ภายใน 14 วัน หากพบว่ามีอาการเป็นไข้ และมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น เกิดอาการไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก ควรรีบสวมหน้ากากอนามัย และเดินทางไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการปอดบวมรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้


ข้อมูลอ้างอิง

กรมควบคุมโรค – https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.html

Centers for Disease Control and Prevention (CDC) – https://www.cdc.gov/coronavirus/novel-coronavirus-2019.html

World Health Organization (WHO) – https://www.who.int/csr/don/12-january-2020-novel-coronavirus-china/en/

South China Morning Post – https://www.scmp.com/news/hong-kong/health-environment/article/3045902/wuhan-pneumonia-thailand-confirms-first-case


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ซิฟิลิส: กามโรคที่ไม่เคยห่างหายไปจากมนุษย์

เรื่องแนะนำ

ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System)

ระบบภูมิคุ้มกัน หนึ่งในระบบของร่างกายที่ต้องอาศัยการทำงานประสานกันหลายส่วนทั้งกลไกการตรวจสอบ และตอบสนองที่ถูกต้อง ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) คือ กลไกภายในร่างกายที่ทำหน้าที่ป้องกันและต่อต้านอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่สามารถก่อให้โรคภัยไข้เจ็บ เมื่อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ  รวมไปถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบและสร้างกลไกการตอบสนอง เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ ทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยทั่วไปแล้ว สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายหรือ “แอนติเจน” (Antigen) คือ โมเลกุลของโปรตีนที่สามารถทำการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของสิ่งมีชีวิตเกิดการตอบสนอง เป็นสารก่อภูมิต้านทานที่นำไปสู่การสร้าง “แอนติบอดี” (Antibody) หรือสารประกอบที่ร่างกายสร้างขึ้นมา เพื่อมากำจัดและทำลายแอนติเจนหรือสารแปลกปลอมดังกล่าว สิ่งแปลกปลอมและเชื้อก่อโรค ในระบบภูมิคุ้มกัน มี “เซลล์เม็ดเลือดขาว” (White Blood Cell หรือ Leucocyte) ที่สำคัญไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในร่างกายและช่วยกำจัดสารพิษ ของเสีย หรือเซลล์ที่ผิดปกติ ดังนั้น หน้าที่หลักของระบบภูมิคุ้มกันจึงประกอบด้วย ป้องกันและทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ กำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพออกจากระบบของร่างกาย เช่น เซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีอายุมาก จับตาดูเซลล์ที่แปรสภาพผิดไปจากปกติ เช่น เซลล์ที่กำลังเติบโตไปเป็นเซลล์มะเร็ง เป็นต้น ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจำแนกออกเป็น 2 […]

ยีน (Gene) มีผลแค่ไหนต่อความสูง

พ่อแม่ก็สูงนี่หน่า แต่ทำไมเราถึงตัวเตี้ย แท้จริงแล้วส่วนสูงนี่มันเกี่ยวกับ ยีน หรือว่าเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่กันแน่

สุนัขกินเจ้าของ เรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ?

แน่ใจได้อย่างไรว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้จะไม่บังเอิญกินคุณ หากคุณเสียชีวิต สัดส่วนสุนัขกินเจ้าของเกิดขึ้นในหมาใหญ่มากกว่าหมาเล็ก และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าคุณเลี้ยงสุนัขมาอย่างไร

ความเป็น กรดและเบส ของสารละลาย

สารละลาย กรดและเบส เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte Solution) ในทุกๆวัน มนุษย์เรามีโอกาสสัมผัสสารจำพวก กรดและเบส มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้มและมะนาว ซึ่งมีกรดซิตริก (Citric acid) เป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ผลไม้เหล่านี้มีฤทธิ์เป็นกรด รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ผงซักฟอก และน้ำยาล้างจาน ซึ่งถือเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นด่าง หรือสารที่มีคุณสมบัติเป็นเบส ในทางเคมี สารเหล่านี้เมื่อละลายน้ำจะมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดี ดังนั้น สารละลายกรด – เบส ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สารละลายอิเล็กโทรไลต์” (Electrolyte Solution) คือสารละลายซึ่งมีตัวละลาย (Solute) ที่สามารถแตกตัวเป็นไอออนบวกและลบเคลื่อนที่อยู่ภายในสารละลาย ทำให้สารละลายดังกล่าวสามารถนำไฟฟ้าได้ นิยามของกรด – เบส จากการศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ สารจำพวกกรด – เบสได้ถูกให้คำจำกัดความและพัฒนาตามทฤษฎีทั้ง 3 ดังนี้ ทฤษฎีของอาร์เรเนียส : Arrhenius Concept (1887) กรดคือสารละลายอิเล็กโทรไลต์ เมื่อละลายน้ำแล้ว แตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน (H+ หรือ […]