มอลลัสกา (Mollusca) - National Geographic Thailand

มอลลัสกา (Mollusca)

ไฟลัม มอลลัสกา หรือกลุ่มของสัตว์จำพวก หอย และหมึก

มอลลัสกา (Mollusca) คือ 1 ใน 9 หมวด หรือ “ไฟลัม” (Phylum) ของอาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia) ในการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตตามอนุกรมวิธานวิทยา (Taxonomy) โดยสัตว์ในไฟลัมมอลลัสกา คือ กลุ่มของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (Invertebrate) ที่ถูกเรียกรวมกันว่า “มอลลัสก์” (Mollusks) หรือสัตว์ลำตัวนิ่มที่มีเปลือกแข็งห่อหุ้ม เช่น หอยกาบคู่ (Clam) หอยกาบเดี่ยว (Snail) หอยงาช้าง (Tusk Shell) ลิ่นทะเล (Chiton) และหมึก (Squid & Octopus) ชนิดต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเล เป็นกลุ่มของสัตว์ที่มีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์สูงสุดเป็นลำดับที่ 2 รองจากไฟลัมอาร์โทรโพดา ซึ่งในปัจจุบันมีการค้นพบสัตว์กลุ่มนี้แล้วกว่า 1 แสนชนิด 

[คำว่า “มอลลัสกัส” (Molluscus) แปลว่า “นิ่ม” ในภาษาละติน]

ลักษณะสำคัญของสัตว์ในไฟลัมมอลลัสกา  

รูปร่างสมมาตรแบบครึ่งซีกหรือสมมาตรแบบซ้ายขวา (Biradial Symmetry)

ร่างกายมีโพรงลำตัวที่แท้จริง (Coelom) : เป็นช่องรอบหัวใจ (Pericardial Cavity) และอวัยวะสืบพันธุ์ 

มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ครบทั้ง 3 ชั้น และมีระบบต่างๆ ภายในร่างกายที่สมบูรณ์ : อวัยวะภายในอยู่รวมกันเป็นก้อน (Visceral Mass)

ส่วนใหญ่มีระบบหมุนเวียนโลหิตแบบเปิด (Open Circulatory System) คือ มีหัวใจ 3 ห้อง ประกอบด้วยห้องรับเลือดหรือออริเคิล (Auricle) 2 ห้อง และห้องสูบฉีดเลือดหรือเวนตริเคิล (Ventricle) 1 ห้อง รวมถึงแอ่งเลือด (Hemocoel) มีเส้นเลือดซึ่งนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีสารเฮโมไซยานิน (Hemocyanin) เป็นองค์ประกอบในเม็ดเลือด ส่งผลให้เลือดของมอลลัสก์ส่วนใหญ่มีสีฟ้า ยกเว้น หมึกชนิดต่าง ๆ ที่มีระบบหมุนเวียนโลหิตแบบปิด (Closed Circulatory System)

มีระบบทางเดินอาหารที่สมบูรณ์ คือ มีปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้ และทวารหนัก ทางเดินอาหารมีลักษณะเป็นท่อขดกันเป็นเกลียว มีต่อมสร้างน้ำย่อยและมีอวัยวะที่เรียกว่า “แรดูลา” (Radula) ซึ่งมีลักษณะคล้ายตะไบใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร อีกทั้ง ยังเป็นอวัยวะที่ไม่ปรากฏในสัตว์ในไฟลัมอื่น ๆ อีกด้วย 

อวัยวะที่ใช้ในการหายใจหลายชนิดตามสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่อาศัย เช่น เหงือก ปอด และผิวหนัง 

มีอวัยวะที่เรียกว่า “เมตาเนฟริเดีย” (Metanephridia) สำหรับการขับถ่ายของเสีย เป็นท่อทอดยาวจากช่องโพรงของลำตัวหรือช่องรอบหัวใจ นำของเสียออกสู่ภายนอกร่างกาย

มีระบบประสาทที่ประกอบด้วยปมประสาทสมองและเส้นประสาทใหญ่ (Nerve Cord) 2 คู่ ที่ทอดยาวจากสมอง (Cerebral Ganglia) ไปยังปมประสาทเท้า (Pedal Ganglia) และปมประสาทอวัยวะภายใน (Visceral Ganglia) มีอวัยวะรับสัมผัสและรับกลิ่นที่เจริญแล้ว เช่น หนวด และดวงตา 

มีกล้ามเนื้อแข็งแรงบริเวณท้องทำหน้าที่เป็นเท้าในการเคลื่อนที่ (Muscular Foot)

มีร่างกายอ่อนนิ่ม แต่มีโครงร่างแข็งห่อหุ้ม : มีเยื่อแมนเทิล (Mantle) ทำหน้าที่สร้างเปลือกแข็ง (Shell) จากแคลเซียมคาร์บอเนต เพื่อปกป้องลำตัว

ส่วนใหญ่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ : คือ มีการแบ่งแยกเพศผู้และเพศเมีย แต่ในสัตว์บางชนิดมีทั้ง 2 เพศในตัวเดียวและสามารถเปลี่ยนเพศได้ (Protandry) ส่งผลให้การสืบพันธุ์ของสัตว์ในไฟลัมนี้ มีการปฏิสนธิทั้งภายในและภายนอก

สัตว์ในไฟลัมมอลลัสกา สามารถแบ่งออกเป็น 7 หมวดชั้น (Class) คือ

  • แกสโทรโพดา (Gastropoda) เป็นกลุ่มของสัตว์ที่มีเปลือกเพียงชิ้นเดียวหรือที่เรียกว่า “หอยฝาเดียว” โดยที่ส่วนของฝามีลักษณะบิดเป็นเกลียว (Coiled Shell) และมีปลายเล็กแหลม สัตว์ในกลุ่มนี้ มีประมาณ 35,000 ชนิด ได้แก่ หอยทาก หอยเชอรี่ และหอยฝาชี ส่วนใหญ่อาศัยในทะเล และมีบางชนิดที่ไม่มีเปลือก เช่น ทากบกและทากทะเล เป็นต้น 
  • ไบวัลเวีย (Bivalvia) เป็นกลุ่มของหอย 2 ฝา เช่น หอยแมลงภูหอยแครง และหอยนางรม หรือที่เรียกรวมกันว่า “หอยกาบ” (Clam) มีราว 20,000 ชนิด เป็นกลุ่มของสัตว์ที่ไม่มีส่วนหัวและแรดูลา มีเปลือกแยกออกเป็น 2 ส่วนที่ถูกยึดติดกันด้วยบานพับ (Hinge) ทางด้านหลัง มักฝังตัวอยู่ตามดินโคลนหรือหาดทราย อาศัยอยู่ทั้งในน้ำเค็มและน้ำจืด

 

มอลลัสกา, หอย, หมึก, อาณาจักรสัตว์

  • โพลีพลาโคฟอรา (Polyplacophora) เป็นกลุ่มของลิ่นทะเล อาศัยอยู่ตามโขดหินที่มีการขึ้นและลงของกระแสน้ำ ซึ่งบริเวณท้องมีเท้าแบนกว้างช่วยในการยึดเกาะ มีเปลือกจํานวนมากถึง 8 ชิ้น ซึ่งสร้างจากแมนเทิลที่ปกคลุมร่างกายด้านหลังและมีช่องเปิดออกสู่ภายนอก ภายในปากมีแรดูลาเป็นอวัยวะในการกัดกินอาหาร

มอลลัสกา, หอย, หมึก, อาณาจักรสัตว์

  • เซฟาโลโพดา (Cephalopoda) เป็นกลุ่มของหมึกชนิดต่าง ๆ เช่น หมึกกล้วย หมึกกระดอง หมึกยักษ์ และหอยบางชนิด อย่างเช่น หอยงวงช้าง มีเปลือกเป็นแผ่นแบนใสหรือเป็นเปลือกแข็งหุ้มตัว มีความสามารถในการว่ายน้ำได้ดี มีลำตัวยาว มีการพัฒนาของเท้าไปเป็นหนวด และมีระบบประสาทที่เจริญแล้ว
  • สแคพโฟโพดา (Scaphopoda) เป็นกลุ่มของหอยงาช้าง มีลำตัวยาวลักษณะคล้ายหลอด มีเปลือกห่อหุ้มที่มีปลายเปิดทั้ง 2 ด้าน ไม่มีดวงตา แต่มีแรดูลาและงวงที่ยื่นออกมาจากปากหรือมีหนวดที่สามารถยืดหดได้ อีกทั้ง บริเวณตรงส่วนปลายของหนวดยังมีปุ่มยึดที่ช่วยในการจับและล่าเหยื่อ มีเท้าเป็นรูปกรวย ทำให้คืบคลานบนพื้นที่อ่อนนุ่มได้ดี เป็นกลุ่มของหอยที่อาศัยอยู่ในทะเลทั้งหมด มักฝังตัวตามพื้นโคลนและหาดทราย

  • อะพลาโคฟอรา (Aplacophora) เป็นกลุ่มของสัตว์ทะเลที่รูปร่างคล้ายหนอน อาศัยอยู่ในทะเลลึก ไม่มีเปลือก มีขนาดลำตัวเล็ก ไม่มีดวงตา

 

มอลลัสกา, หอย, หมึก, อาณาจักรสัตว์

  • โนพลาโคฟอรา (Monoplacophora) เป็นกลุ่มของมอลลัสก์ดึกดำบรรพ์ เช่น หอยฝาชีโบราณ เป็นกลุ่มบรรพบุรุษของหอยในคลาสอื่น ๆ มีเปลือกบาง ๆ ปกคลุมเพียงชั้นเดียว บริเวณท้องมีลักษณะกว้างและแบน มีเท้าช่วยในการเคลื่อนที่

หอย, หมึก, อาณาจักรสัตว์


ข้อมูลอ้างอิง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)https://www.scimath.org/lesson-biology/item/7035-animal-kingdom-invertebrate

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ – http://www.mwit.ac.th/~deardean/link/All%20Course/biodiver/biodivpdf/diver_animalia2_2.pdf

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม http://elearning.psru.ac.th/courses/30/lesson1.pdf

มหาวิทยาลัยบูรพาhttps://www.academia.edu/39513928/อาณาจักรสัตว_Kingdom_Animalia_


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สัตว์ขาข้อ ไฟลัมอาร์โทโพดา

เรื่องแนะนำ

เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ

ช่างภาพได้บันทึกความงดงามและไร้เดียงสาของลูกสัตว์ในธรรมชาติเอาไว้ได้ ในขณะที่ฝูงวิลเดอบีสต์กำลังแทะเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ปล่อยให้ลูกๆ ของพวกมันวิ่งเล่นรอบๆ ฝูง จู่ๆ วิลเดอบีสต์น้อยตัวหนึ่งก็วิ่งออกจากฝูงไปและพบเข้ากับลูกไฮยีน่าเข้าโดยบังเอิญ หญ้าที่สูงอำพรางตัวมัน และวิลเดอบีสต์น้อยเองก็ไม่สังเกตเห็นใบหูที่แตกต่างไปจากเพื่อนๆ ในฝูง ลูกไฮยีน่าเองก็สงสัยใคร่รู้ว่ากลิ่นของสัตว์แปลกประหลาดที่มาจากตัวลูกวิลเดอบีสต์นี้คืออะไร? ด้วยความที่ลูกสัตว์ทั้งสองไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้นพวกมันจึงไม่แสดงอาการก้าวร้าวหรือหวาดกลัวออกมา พวกมันตรงเข้าหากันตามประสาเด็กขี้สงสัย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วด้วยฐานะของผู้ล่าและผู้ถูกล่า ภาพดังกล่าวนี้ยากที่จะเกิดขึ้น ทั้งคู่เล่นด้วยกันไม่นาน เมื่อแม่ของไฮยีน่าตรงเข้ามา ลูกวิลเดอบีสต์จึงได้เรียนรู้บทเรียนที่มันจะต้องใช้ไปชั่วชีวิต นั่นคือการวิ่ง เมื่อแม่ไฮยีน่าเข้าจู่โจมมัน โชคดีที่มันปลอดภัยและในครั้งหน้าหากมันพบเข้ากับไฮยีน่าอีก วิลเดอบีสต์น้อยตัวนี้คงไม่ตรงเข้าไปเล่นด้วยเป็นแน่แท้   อ่านเพิ่มเติม : ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก, สิงโตทะเลกินลูกสิงโตทะเลด้วยกัน กรณีหายากที่ไม่เคยพบมาก่อน

สัตว์ป่าในบางกอก

สัตว์ป่า ในบางกอก จากหลักฐานคำบอกเล่าและบันทึกของชาวต่างชาติ เช่น สังฆราชฌอง บัปติสตา ปาลเลอกัวซ์ บาทหลวงคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามายังกรุงสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวถึงกรุงเทพฯ หรือบางกอกในยุคนั้นว่าเคยมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมและมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์  ภายในเวลาสองศตวรรษถึงราว 50 ปีที่ผ่านมา บริเวณที่เป็นเมืองหลวงของเรายังเคยมีจระเข้ชุกชุม มีโขลงช้างป่าออกมาหากินในทุ่งราบ ชาวบ้านยังล่ากวาง มีนกขนาดใหญ่อย่างกระเรียนพันธุ์ไทยและอีแร้ง เสือปลา นาก และอื่นๆ  ก่อนจะค่อยๆ หายไปในเวลาต่อมาจากเนื่องจากการล่าและการขยายตัวของชุมชน  ปัจจุบันเริ่มมีข่าวคราวการพบสัตว์บางชนิดตามธรรมชาติในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว เช่น นากใหญ่ขนเรียบ วาฬบรูด้า และลิงแสม ชมภาพจำลองของสัตว์ป่าในบางกอกเมื่อครั้งอดีตได้ ที่นี่    หมายเหตุ : ภาพสัตว์ป่าในบางกอกพัฒนาจากข้อมูลและภาพสไลด์ชุด “Rewilding Bangkok ฟื้นชีวิตป่าเมืองกรุง” โดย ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ มูลนิธิโลกสีเขียว   อ่านเพิ่มเติม : ไพร่ฟ้าสามัญชน, ย้อนรอยสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทย ใน National Geographic

อสรพิษผู้งามสง่า ชมภาพงูสวยๆ

อสรพิษผู้งามสง่า ชมภาพงูสวยๆ ขึ้นชื่อว่า งู หลายคนแค่ได้ยินก็อยากเบือนหน้าหนี แต่ในธรรมชาติและระบบนิเวศ งูมีบทบาทสำคัญในฐานะนักล่าที่ช่วยควบคุมประชากรสัตว์ชนิดอื่น ตั้งแต่ป่าฝน ทะเลทราย เรื่อยไปจนถึงภูเขาสูง และแหล่งน้ำ งูกว่า 3,000 ชนิดอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายทั่วโลก งูบางชนิดอาจเติบโตจนยาวนับสิบเมตร บางชนิดอาจมีอายุยืนมากกว่า 20 ปี สำหรับช่างภาพแนวสัตว์ป่าชื่อดังอย่างโจเอล ซาร์โทรี งูคือความงดงามอย่างหนึ่งของโลกธรรมชาติ โดยเฉพาะลวดลายและสีสันอันหลากหลายอย่างน่าทึ่งของเหล่าอสรพิษ เพื่อเฉลิมฉลองให้เพื่อนสัตว์เลื้อยคลานไร้ขาเหล่านี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภูมิใจเสนอผลงานภาพถ่ายงูสวยๆ อันน่าตื่นตาของโจเอล ซาร์โทรี  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Photo Ark ที่ซาร์โทรีตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่แนวคิดในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า  โดยตั้งใจถ่ายภาพสัตว์ทุกชนิดพันธุ์บนโลก งูในภาพถ่ายชุดนี้ซึ่งมีตั้งแต่งูเขียวชนิดต่างๆ งูหางกระดิ่ง  งูแอดเดอร์ งูทับสมิงคลา งูทางมะพร้าว และงูอีกหลายชนิด  ทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ ถ่ายในสถานเพาะเลี้ยงและสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงสตูดิโอถ่ายภาพ โดย เคซีย์ สมิท (แม้งูจะเป็นที่รังเกียจ แต่ในรัสเซียผู้คนจำนวนมากมีงูเป็นสัตว์เลี้ยง)   อ่านเพิ่มเติม เป็นคุณจะทำอย่างไร? ถ้า งูพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เลื้อยเข้าบ้าน

พบปลาปากคมน้ำลึกในออสเตรเลีย

การเดินทางสำรวจระยะเวลาหนึ่งเดือนใต้มหาสมุทรลึกของออสเตรเลียทำให้พบสิ่งมีชีวิตน้ำลึกหลายตัว ที่หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ โดยทีมนักวิจัยบนเรือ Investigator จากสำนักงานทะเลแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian Marine National Facility) ค้นพบปลามังกร (Dragonfish) ที่เรืองแสงได้ในที่มืด ฟองน้ำกินเนื้อที่มีอาวุธร้ายแรง แมงมุมทะเลที่ชวนขนหัวลุก และปลาไร้หน้า “วุ้นกับเขี้ยว” คือชื่อที่ทิม โอ’ฮารา หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ ใช้เรียกสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดในการค้นพบครั้งนี้ นั่นคือปลาไล้กอ หรือปลาปากคม ปลาตัวนี้ติดมากับอวนลากคานถ่าง (beam trawl) ที่ลากผ่านก้นสมุทรด้านตะวันออกของออสเตรเลีย จอห์น โพโกนอสกี จาก Australian National Fish Collection รู้ทันทีที่เห็นมันว่า นี่คือปลาที่มีโอกาสเห็นและจับตัวได้ยากมาก “ผมสังเกตเห็นครีบหลังยาวของมัน ซึ่งเป็นลักษณะของ Bathysaurus ferox (ปลาอีกเพียงชนิดเดียวในสกุลนี้คือ Bathysaurus mollis มีครีบหลังสั้น และครีบหลังอันที่สองที่เล็กมากตรงใกล้หาง)” โพโกนอสกีบอกว่า “ดวงตาโตกับฟันซี่ใหญ่เป็นลักษณะเด่นของนักล่าที่ชอบซุ่มโจมตีครับ” ปลาปากคม Bathysaurus ferox น้ำลึกนี้อาจโตจนมีขนาดใหญ่ได้ถึง 60 เซนติเมตร และนอกจากปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมแล้ว พวกมันยังมีดวงตาสีดำอมเขียวที่ยื่นออกมาจากส่วนหัวอีกด้วย เราอาจพบปลาชนิดนี้ได้ที่ระดับความลึก […]