ก้าวย่างจากเงื้อมเงา - National Geographic Thailand

ก้าวย่างจากเงื้อมเงา

เรื่อง ริชาร์ด คอนนิฟฟ์
ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์

เรากำลังนั่งรอเสือดาวอยู่ในความมืดข้างเส้นทางเดินป่าตามแนวตะเข็บอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในประเทศอินเดีย อันเป็นพื้นที่ป่าขนาด 104 ตารางกิโลเมตรใจกลางมหานครมุมไบ อพาร์ตเมนต์สูงหลายชั้นปลูกเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้ามอุทยานนี่เอง ขณะนี้เป็นเวลา 22.00 น. เสียงล้างจานและเสียงกล่อมเด็กเข้านอนดังลอดหน้าต่างที่เปิดอยู่ เสียงหัวเราะของเด็กวัยรุ่น เสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ และเสียงผู้คน 21 ล้านคนจ้อกแจ้กจอแจราวกับเครื่องจักรขนาดมโหฬารณ ที่ใดที่หนึ่งในป่ารอบตัวเรา เสือดาวกำลังเงี่ยหูฟังอยู่เช่นกัน

ภายในอุทยานและบริเวณโดยรอบมีเสือดาวอาศัยอยู่ประมาณ 35 ตัว โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละตัวมีอาณาเขตราวสี่ตารางกิโลเมตร ทั้งๆที่เสือดาวสามารถออกหากินเป็นระยะทางวันละ 15 กิโลเมตร เสือดาวที่นี่ยังถูกล้อมรอบด้วยชุมชนเมืองที่แออัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีประชากรหนาแน่นถึงราว 30,000 คนต่อตารางกิโลเมตร กระนั้นเสือดาวก็ยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข  อาหารส่วนหนึ่งของพวกมันคือกวางดาวและสัตว์ป่าอื่นๆภายในเขตอุทยานแต่เสือดาวหลายตัวยังหากินไปตามแนวชายขอบที่ไม่ได้ล้อมรั้วแยกธรรมชาติจากอารยธรรม  ขณะที่เมืองกำลังหลับใหล พวกมันก็แอบย่องไปตามตรอกซอกซอยด้านล่าง เที่ยวลักกินสุนัข แมว หมู หนู ไก่ และแพะ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ติดสอยห้อยตามอารยธรรมของมนุษย์ เสือดาวกินคนด้วย แต่ก็เกิดขึ้นนานๆครั้ง

กล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าซึ่งติดตั้งไว้ที่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติซีเดอร์เบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ บันทึกภาพลูกเสือดาวชนิดย่อยแอฟริกาใต้ที่กำลังจ้องเขม็ง

ช่วงสายๆของวันเสาร์วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ในแถบชนบทของเมืองชุนนาร์ ห่างจากมุมไบไปทางทิศตะวันออก 150 กิโลเมตร รถยนต์สังกัดหน่วยงานรัฐบาลแล่นเข้ามาจอดที่บ้านไร่หลังเล็กแต่ดูมีฐานะ บรรยากาศคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทุกคนยังควบคุมอารมณ์ไว้ได้ บนระเบียงใหญ่หน้าบ้านซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงคอนกรีตสูงระดับเอวและมุงหลังคาด้วยแผ่นโลหะ คนกลุ่มหนึ่งรอคอยชายจากกรมป่าไม้ผู้นี้

หกวันก่อนหน้านั้น ในคืนวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 22.30 น. ไส มัณฑลิก วัย 2 ขวบ คุกเข่าอยู่บนม้านั่งยาวตรงระเบียงนี้ พลางไถรถบัสของเล่นไปบนสันกำแพง ย่านั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟาข้างๆเขา เวลาเดียวกันนั้นเอง ในพงหญ้าสูงห่างออกไป 20 หรือ 30 เมตร เสือดาวสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้า นั่นคือศีรษะที่ขยับไปมา ขนาดพอๆกับลิงบอนเน็ตที่เป็นเหยื่อตามธรรมชาติของมัน มันเริ่มย่องเข้าหา ถ้าเด็กน้อยโชคดี เขาคงไม่ทันได้เห็นเสือดาวคาบตัวเขาข้ามกำแพงผ่านทุ่งไป ย่ากรีดร้องลั่น สมาชิกที่เหลือของครอบครัวพากันวิ่งฝ่าความมืดตามไป แต่ก็สายเสียแล้ว

ขณะนี้ความโศกเศร้าพอจะบรรเทาเบาบางลงไปบ้าง พวกผู้หญิงนั่งเงียบๆกันอยู่บนพื้นตรงปลายระเบียง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นนั่งอยู่ตรงกลางระเบียง ส่วนที่ปลายระเบียงอีกด้าน พ่อของเด็กน้อยนั่งอยู่ตรงจุดที่ลูกชายถูกคาบไป เจ้าหน้าที่ป่าไม้แนะนำตัวเองและอธิบายว่า  เขาไม่ได้หมายความว่าเงินชดเชยประมาณ 12,300 ดอลลาร์สหรัฐจะทดแทนความสูญเสียได้ แต่เป็นการรับทราบของรัฐบาลซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเสือดาว

ครอบครัวมัณฑลิกมีข้อเรียกร้องสองสามข้อ เจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกว่าเขาจะพยายามช่วย เป็นอันเสร็จพิธี หลังจากนี้ ห่างออกไปหกกิโลเมตร เขายังต้องแวะบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งเกิดเรื่องราวทำนองเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุเสือดาวกัดคนขึ้นมาสักครั้งแล้ว ก็มักเกิดขึ้นซ้ำเป็นระลอก ความตายของไส มัณฑลิก เป็นการโจมตีครั้งที่สามในแถบชุนนาร์ภายในเวลากว่าสองสัปดาห์เท่านั้น และเป็นการเสียชีวิตรายที่สอง

น่าฉงนที่ส่วนใหญ่แล้วเสือดาวกับมนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข แม้แต่ในมุมไบ แล้วทำไมจึงเกิดการโจมตีขั้นร้ายแรงหลายครั้งในพื้นที่เช่นชุนนาร์ เช้าวันนั้นหลังจากการมอบเงินชดเชยที่บ้านมัณฑลิก วิทยา อเตรยะ นักชีววิทยาของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า นั่งอยู่ข้างไร่อ้อยในเมืองอะโกเลซึ่งอยู่ใกล้เคียง บนหน้าจอแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ของเธอจุดสีฟ้าซึ่งสว่างขึ้นมาจนลายพร้อยบนแผนที่ของชุมชนนี้   แสดงถึงสถานที่ที่เธอพบเสือดาวระหว่างการศึกษาเป็นระยะเวลาห้าปีที่นี่โดยใช้กล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ซ่อนไว้และปลอกคอวิทยุ  สรุปก็คือ เธอพบเสือดาวทุกหนแห่ง เสือตัวเต็มวัย 11 ตัวเดินท่องไปตอนกลางคืนในเมืองอะโกเลและบริเวณรอบๆ อันเป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีป่า  ไม่มีกวางหรือเหยื่อตามธรรมชาติขนาดใหญ่ชนิดอื่นๆ และมีคน 20,000 คนสัญจรไปมาในตอนกลางวัน

บนเนินเขาที่มองลงไปเห็นเมืองมุมไบ แอ่งน้ำที่มนุษย์ขุดขึ้นดึงดูดเสือดาวตัวหนึ่งจากที่ประมาณกันไว้ 35 ตัวซึ่งอาศัยอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีและบริเวณโดยรอบ

เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเสือดาวจึงผิดเพี้ยนไป อเตรยะจึงวิเคราะห์การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในแถบชุนนาร์ระหว่างปี 2001 ถึง 2003 จากสิ่งที่ตอนแรกดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ คือกรมป่าไม้ดักจับเสือดาวกว่าหนึ่งร้อยตัวจากพื้นที่ปัญหาในชุนนาร์ ส่วนใหญ่ดำเนินการหลังเกิดการโจมตีปศุสัตว์ ต่อมาเสือดาวเหล่านั้นจึงได้รับการปล่อยเข้าป่าห่างจากจุดที่จับมาโดยเฉลี่ย 30 กิโลเมตร อันเป็นวิธีเดียวกับที่ทั่วโลกใช้จัดการสัตว์ นักล่าซึ่งสร้างปัญหา แต่หลังจากการย้ายที่ใหม่ อเตรยะและทีมงานกลับพบว่า การโจมตีมนุษย์ในชุนนาร์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 325 และอัตราการโจมตีถึงขั้นเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

“นี่เป็นกรณีตัวอย่างของการมีจิตผิดปกติในสัตว์วงศ์แมวค่ะ” อเตรยะกล่าว ความผิดปกตินี้เกิดจากความบอบช้ำทางจิตใจจากการถูกจับขังกรง ถูกมนุษย์ควบคุม และถูกปล่อยตัวในภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยและเป็นอาณาเขตที่มีเสือดาวตัวอื่นครอบครองอยู่แล้ว อเตรยะและผู้ร่วมวิจัยอธิบายว่า  การที่จู่ๆก็เกิดการโจมตีขึ้นหลายครั้งไม่ได้เป็นผลจากความดุร้ายที่เสือดาวมีมาแต่กำเนิด แต่ “การจับไปปล่อยที่ใหม่ชักนำให้มันโจมตีมนุษย์”

ผู้จัดการป่าประจำกรมป่าไม้เข้าใจประเด็นเมื่ออเตรยะนำเสนองานวิจัยเป็นครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อน อุทยานแห่งชาติสัญชัยคานธีในมุมไบไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ของอุทยานเป็นสถานที่นำเสือดาวมาปล่อยอีกต่อไป (เช่นเดียวกับที่ชุนนาร์อุทยานเองก็กำลังประสบปัญหาการโจมตีของเสือดาว)  สื่อในเมืองหันมาสนใจแนวคิดที่ว่า การจับเสือดาวไปปล่อยที่ใหม่อันตรายกว่าตัวเสือดาวเองเสียอีก  เริ่มมีการจัดอบรมให้ตระหนักถึงแนวคิดที่สำคัญกว่า นั่นคือการพบเห็นตัวเสือดาวในละแวกบ้านไม่ได้เป็น “ความขัดแย้ง”  แต่การจับเสือดาวไปไว้ที่อื่นซึ่งเป็นวิธีแรกที่ชาวเมืองมักเรียกร้องกลับทำให้ระบบสังคมของเสือดาวเสียไป  และเปิดอาณาเขตให้เสือดาวตัวใหม่ที่อาจมีประสบการณ์น้อยกว่าในเรื่อง “การปรับตัวเข้าหากัน”  ประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามคือ เสือดาวในมุมไบ อะโกเล และพื้นที่อื่นๆไม่ใช่ “ผู้บุกรุก” แต่เป็นผู้อาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ต่างหาก

เรื่องแนะนำ

ปลา “เดิน” ได้ไม่ได้มีแค่ปลาตีนกับปลาหมอ มารู้จักกับปลาหิน “เดิน” ได้กัน

ระหว่างการดำน้ำตอนกลางคืนนอกชายฝั่งเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นักดำน้ำชื่อ Emeric Benhalassa สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง นั่นคือปลาตัวหนึ่งที่ดูเหมือนกำลัง “เดิน” ไปตามพื้นทะเล Benhalassa ซึ่งเป็นพ่อครัวชาวฝรั่งเศส ผู้ชอบดำน้ำในเวลาว่าง  สงสัยว่ามันน่าจะเป็นปลาหิน (stingfish) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อสามัญของปลาในสกุล Minous จากวงศ์ปลาหิน (Synanceiidae) ปลาหินจัดเป็นปลามีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งเท่าที่รู้จักกัน “พวกมันมีต่อมพิษบริเวณฐานของเงี่ยงตรงครีบหลัง และเมื่อเงี่ยงนี้แทงเข้าไปในผิวหนังของเรา พิษจะถูกฉีดเข้าไปในบาดแผล” เจฟฟ์ วิลเลียมส์ ผู้จัดการคอลเลกชั่น และนักมีนวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งชาติสมิทโซเนียน อธิบาย อย่างไรก็ตาม ปลาหินชนิดที่เห็นในคลิปนี้ค่อนข้างลึกลับ “ปลาเดินเท้า” แห้งท้องทะเลชนิดนี้เคลื่อนที่โดยใช้ก้านครีบอก “อิสระ” ที่อยู่ด้านล่างสุดของลำตัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกระดูกแหลมๆ ยื่นออกมาจากด้านล่างของลำตัว พฤติกรรม “การเดิน” นี้อาจเป็นการล่าเหยื่อ เพราะปลาเหล่านี้มีปุ่มรับรสบนก้านครีบอิสระแต่ละอัน หากพิจารณาจากก้านครีบและลักษณะทางกายภาพอื่นๆที่เห็น ผู้เชี่ยวชาญคิดว่ามันน่าจะเป็นปลาชนิดใดชนิดหนึ่งต่อไปนี้ Striped stingfish, Whitetail goblinfish และ Painted stinger หรืออาจเป็นชนิดพันธุ์ที่ยังไม่มีผู้บรรยายไว้ก็เป็นได้ ผู้เชี่ยวชาญที่เห็นคลิปวิดีโอนี้ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า วิธีที่ดีที่สุดในการระบุชนิดพันธุ์ปลาตัวนี้คือการศึกษาตัวอย่างที่จับได้เท่านั้น ตัวอย่างปลาหินส่วนใหญ่ถูกลากขึ้นมาจากทะเลลึกโดยชาวประมงอวนลากที่จับสัตว์น้ำหน้าดินจำพวกกุ้ง ปู  […]

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้ ในฟอสซิลดักแด้แมลงวันโบราณจำนวน 1,510 ชิ้น ที่ถูกค้นพบในฝรั่งเศส ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ 55 ชิ้นที่ถูกรุกรานจากปรสิตที่ไม่ได้รับเชิญ มันคือแตนเบียนโบราณ แม่แตนเบียนจะฉีดไข่เข้าไปยังดักแด้ เมื่อลูกของมันเติบโตก็จะกินเจ้าบ้านเป็นอาหาร จากฟอสซิลเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์พบแตนเบียนถึง 4 สายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ทั้งนี้แตนเบียนอาจดูเป็นวายร้าย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตมันที่ต้องอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อเติบโต ทว่าแตกต่างจากปรสิตอื่นๆ ที่ทำให้เจ้าบ้านป่วยหรืออ่อนแอลง แตนเบียนฆ่าเจ้าบ้านเหล่านั้นทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดของตน   อ่านเพิ่มเติม ครั้งแรกที่พบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน

ความรู้ประจำวัน: ฮัมมิงเบิร์ดคือนกหิวบ่อยที่สุดในโลก

ความรู้ประจำวัน: ฮัมมิงเบิร์ดคือนกหิวบ่อยที่สุดในโลก ถ้าคุณเผาผลาญพลังงานในแบบเดียวกันกับนกฮัมมิงเบิร์ด คุณต้องกินแฮมเบอร์เกอร์อย่างน้อย 300 ชิ้นต่อวันเพื่อให้เพียงพอต่อร่างกาย! นกจิ๋วเหล่านี้เผาผลาญพลังงานเร็ว เนื่องมาจากการกระพือปีกอันรวดเร็วชนิดสายฟ้าแลบของพวกมัน โดยเฉลี่ยใน 1 วินาที ฮัมมิงเบิร์ดจะกระพือปีกราว 50 – 80 ครั้ง และใน 1 นาที หัวใจของมันเต้นเป็นจังหวะมากถึง 1,200 ครั้งเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย (ในมนุษย์หัวใจเราเต้นสูงสุดแค่เพียง 200 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น) นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนกฮัมมิงเบิร์ดจึงบินหาน้ำหวานทั้งวัน เรียกได้ว่าในหนึ่งวันของมันนั้นจะหมดไปกับการกินอย่างเดียวจริงๆ (เชิญคลิกชมวิดีโอ ฮัมมิงเบิร์ด นกหิวบ่อยที่สุดในโลกได้ที่นี่) อ่านเพิ่มเติม ภาพนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

World Update: ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่แมวชอบนั่งบนคอมพิวเตอร์

ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่แมวชอบนั่งบนคอมพิวเตอร์พร้อมวิธีการจัดการ เจ้าของแมวส่วนใหญ่คงเคยประสบปัญหาที่แมวของเราเองมักชอบมานั่งบนคอมพิวเตอร์พกพาหรือโน้ตบุ๊กอยู่บ่อย ๆ ในเวลาที่เราต้องการใช้งาน น่าเสียดายที่ยังไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่เพื่อหาคำตอบที่แท้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้เผยถึงเหตุผลที่แท้จริงของพฤติกรรมนี้ว่าเป็นไปได้ที่แมวจะเรียกร้องความสนใจ หาที่อบอุ่น หรือแม้กระทั่งแสดงความเป็นเจ้าของมนุษย์ผู้เลี้ยงเอง “แมวหลายตัวชอบได้รับความสนใจและอยู่ใกล้ผู้คนมาก ดังนั้นในบางกรณีแล้ว การที่แมวแสดงพฤติกรรมนี้อาจเพราะต้องการความสนใจจากคุณ” มาริลิน ไคย์กอร์ (Marilyn Krieger) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมแมวกล่าว เธอกล่าวว่าเหตุผลทางชีววิทยาอาจเป็นหนึ่งในคำตอบ “ช่วงอุณหภูมิที่แมวชอบ หรือกล่าวอีกอย่างว่าช่วงอุณหภูมิที่แมวไม่ต้องสร้างความร้อนเองเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นนั้นอยู่ที่ราว 30 ถึง 37 องศาเซลเซียส” ไคย์เกอร์กล่าว ในขณะที่ มาร์ซี คอสกี (Marci Koski) ที่ปรึกษาด้านพฤติกรรมแมวอีกท่านกล่าวเสริมว่า “แมวนั้นชอบสิ่งที่อุ่นกว่ามนุษย์ และเพื่อให้ได้รับความอบอุ่นเป็นพิเศษ เหล่าเจ้าเหมียวจึงมักจะนั่งบนสิ่งต่าง ๆ เช่น ช่องระบายความร้อน พรมที่อุ่นด้วยแสงแดด และคอมพิวเตอร์พกพา” อย่างไรก็ตาม ดร.เดวิด แซนด์ส (Dr. David Sands) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสัตว์จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลไม่เห็นด้วยทั้งหมด เขาเห็นด้วยที่ว่าแมวนั้นชอบที่อุ่นๆ “ใช่ คอมพิวเตอร์พกพาปล่อยความร้อนและพื้นที่ร้อนนั้นเป็นที่สนใจของแมว แต่คุณต้องตามว่าทำไมเจ้าแมวของคุณถึงไม่นั่งที่อื่นๆ ที่อุ่นเหมือนกัน” ดร.แซนด์สกล่าว เขาเชื่อว่าการที่แมวทำพฤติกรรมนี้เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของมนุษย์ที่เลี้ยงมันอยู่ “มีความเป็นไปได้มากกว่าที่แมวของคุณต้องการฝากกลิ่นของตัวเองแทนที่ที่ของคุณ เช่นคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์ โดยทั้งหมดนี้คือแมวกำลังบอกว่า […]