ค้นพบ กิ้งก่า ชนิดใหม่ ที่อาจเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เล็กที่สุดในโลก

ค้นพบกิ้งก่าชนิดใหม่ ที่อาจเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เล็กที่สุดในโลก

ด้วยขนาดที่เท่ากับเมล็ดทานตะวัน สัตว์โลกที่มาจากมาดากัสการ์แห่งนี้อาจจะอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบกิ้งก่าชนิดใหม่ขนาดจิ๋วในพื้นที่ป่าฝนทางตอนเหนือของมาดากัสการ์ ซึ่งมีขนาดเท่ากับเมล็ดทานตะวัน และอาจเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีขนาดที่เล็กที่สุดในโลก

กิ้งก่าชนิดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Brookesia nana หรือ B. nana สัตว์ชนิดใหม่นี้มีขนาดเล็กมาก จึงคิดว่ามันมีชีวิตรอดจากการกินเห็บไรหรือแมลงหางดีด ซึ่งหาได้ตามเศษใบไม้

“เมื่อเราเห็นมันครั้งแรก เรารู้เลยว่านี่คือการค้นพบครั้งสำคัญ” Andolalao Rakotoarison ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานในมาดากัสการ์ และผู้เขียนร่วมของงานศึกษาชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Scientific Report กล่าว

การค้นพบสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กนี้ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจถึงขีดจำกัดของขนาดลำตัวสัตว์มีกระดูกสันหลัง และเน้นให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าตื่นตะลึงและถูกคุกคาในเวลาเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์คาดว่าอีกไม่นาน กิ้งก่าตัวนี้จะอยู่ในรายชื่อของสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

แฝงตัวในใบหญ้า

เช่นเดียวกับกิ้งก่าประเภทอื่นๆ สัตว์เลื้อยคลานตัวจิ๋วนี้มีลิ้นลักษณะโค้งที่ใช้จับเหยื่อ ล่าเหยื่อบนพื้นของป่าฝน และล่าถอยไปยังพื้นที่ปลอดภัยบนใบหญ้าในเวลากลางคืน

กิ้งก่า, มาดากัสการ์,
กิ้งก่า Brookesia nana ตัวเมียที่ค้นพบในมาดากัสการ์ ซึ่งอาจเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่เล็กที่สุดในโลก ภาพถ่ายโดย FRANK GLAW, ZOOLOGISCHE STAATSSAMMLUNG MÜNCHEN

หากมีสัตว์ชนิดที่ใหญ่กว่าเข้าหาท่ามกลางความมืด ก้านของใบหญ้าที่สั่นไหวจะเตือนภัยที่กำลังจะเข้ามาที่ตัว และก็จะหย่อนตัวหลบซ่อนภายใต้พุ่มไม้ Mark Scherz นักชีววิทยาพัฒนาการแห่งมหาวิทยาลัยพอทสดัมในเยอรมนี และผู้เขียนร่วมในงานศึกษานี้ กล่าว

นักวิจัยสงสัยว่ากิ้งก่าจิ๋วชนิดนี้อาจได้รับตำแหน่งสัตว์เลื้อยคลานที่เล็กที่สุดในโลก โดยสัตว์ที่เป็นคู่แข่งความเล็กจิ๋วที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Brookesia micra กิ้งก่าขนาดเล็กที่มีการค้นพบเมื่อปี 2012

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษากิ้งก่าชนิดนี้เพียงแค่ 2 ตัว เป็นตัวผู้หนึ่งตัวและตัวเมียหนึ่งตัว จึงเป็นเรื่องอยากที่จะสรุปข้อมูลโดยทั่วไป และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีกิ้งก่าตัวอื่นในชนิดพันธุ์นี้ที่อาจจะเล็กกว่าหรือใหญ่กว่าตัวที่ค้นพบ เช่นเดียวกับความสูงของมนุษย์ที่มีความแตกต่าง นักวิทยาศาสตร์คาดว่ากิ้งก่าในวงศ์นี้มีแนวโน้มที่มีจะมีตัวเมียที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือตัวผู้ที่มีขนาดเล็กกว่า หรือที่เรียกว่าความแตกต่างระหว่างเพศ (sexual dimorphism)

“เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่า สัตว์ที่มีขนาดเล็กเช่นนี้อยู่ในภาวะโตเต็มวัยแล้ว” Scherz กล่าว แต่นับว่าเป็นโชคดีที่เมื่อเขาได้นำกิ้งก่าตัวเมียไปผ่านกระบวนการไมโครซีทีสแกน และเขาพบหลักฐานคือไข่ที่อยู่ในรังไข่ “เหมือนกับเราได้พบสิ่งที่มายืนยันแล้วล่ะครับ” เขากล่าว

(เชิญรับชมวิดีโอ Brookesia nana – World’s Smallest Reptile จาก SciNews ได้ที่นี่)

เล็กได้แค่ไหน

นอกเหนือไปจากความน่ารัก นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การค้นพบกิ้งก่าขนาดจิ๋วนี้ได้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ ‘ขีดจำกัดของความเล็กของสัตว์มีกระดูกสันหลัง’ ว่าสามารถมีขนาดเล็กได้มากเท่าใด

ยกตัวอย่างเช่น B. nana นั้นมีขนาดเล็กกว่านกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุด Scherz กล่าวและเสริมว่า แต่ก็ยังมีสัตว์ประเภทกบที่ยังมีขนาดเล็กกว่านี้

จากจุดเดียวกันนี้ เราอาจเข้าถึงความรู้ในขีดจำกัดที่ว่าสัตว์เลื้อยคลานนั้นสามารถมีขนาดเล็กได้มากที่สุดเท่าใด ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับพื้นที่สัมผัสภายนอกของร่างกาย (surface area) ของสัตว์ Tony Gamble นักชีววิทยาวิวัฒนาการ แห่งมหาวิทยาลัยมาร์แค็ต กล่าวและเสริมว่า เรื่องราวของพื้นที่สัมผัสภายนอกของร่างกายในสัตว์เป็นสิ่งที่ขัดต่อความคิดโดยทั่วไปว่า สัตว์ขนาดเล็กมักมีแนวโน้มที่จะมีอัตราส่วนของพื้นที่ผิวสัมผัสภายนอกร่างกายที่มากกว่าสัตว์ขนาดใหญ่ และยิ่งอัตราส่วนดังกล่าวมีมากเท่าไหร่ สัตว์ก็จะยิ่งมีอัตราการสูญเสียน้ำในร่างกายมากขึ้นเท่านั้น

กิ้งก่า, มาดากัสการ์
กิ้งก่า Brookesia nana ตัวผู้บนปลายนิ้วของนักวิจัย ซึ่งมีขนาดประมาณเมล็ดทานตะวัน ภาพถ่ายโดย FRANK GLAW, ZOOLOGISCHE STAATSSAMMLUNG MÜNCHEN

Gamble กล่าวว่า สัตว์ขนาดเล็กหลายชนิดได้มีการลดขนาดกะโหลกหรือกระดูกที่ซ้อนทับกัน หรือสัตว์บางชนิดก็สูญเสียโครงสร้างทั้งหมดระหว่างช่วงวิวัฒนาการ

“มันเหมือนกับย้ายจากบ้านขนาดใหญ่ไปยังอะพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กโดยที่ไม่กำจัดข้าวของอะไรที่มีอยู่เดิมเลย ข้าวของต้องถูกย้ายไปที่ใดสักแห่ง” เขากล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเสียดายที่อนาคตของกิ้งก่าขนาดจิ๋วชนิดนี้ยังคงมืดหม่น ป่าภูเขาแห่งที่สัตว์ชนิดนี้ถูกค้นพบนั้นอยู่ในภาวะเสื่อมโทรมอย่างรุ่นแรง Rakotoarison กล่าว เพราะในมาดากัสการ์มีปัญหาความยากจนและประชากรที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการทำลายพื้นที่ป่าเพื่อการเกษตรและปศุสัตว์จำนวนมาก และเนื่องด้วยปัญหาพื้นที่ที่อยู่อาศัยของพวกมันที่กำลังลดน้อยลง ทำให้กิ้งก่าชนิดใหม่นี้ถูกกำหนดเป็นชนิดพันธุ์นี้อยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่งจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature) ทว่า ยังมีข่าวดีที่พื้นที่อาศัยของกิ้งก่าพันธุ์ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของมาดากัสการ์แล้ว

ในขณะเดียวกัน Gamble กล่าวว่าชนิดพันธุ์ใหม่ๆ ได้ย้ำเตือนให้นักวิทยาศาสตร์และบุคคลทั่วไปรับรู้ว่ามาดากัสการ์เป็นเกาะแห่งความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างยิ่ง

เรื่อง JASON BITTEL


อ่านเพิ่มเติม ค้นพบกบจิ๋วสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดแห่งมาดากัสการ์

กบจิ๋ว

เรื่องแนะนำ

ข้อมูลทั่วไปของ ฉลามหูดำ

ฉลามหูดำสามารถพบได้ทั่วไปตามแถบชายฝั่งที่มีกระแสน้ำอุ่นทั่วโลก จึงมักพบมันอยู่ใกล้กับผู้คน ข้อมูลทั่วไป ชื่อสามัญ: ฉลามหูดำ หรือฉลามครีบดำ (Blacktip Shark) ชื่อวิทยาศาสตร์: Carcharhinus limbatus ชั้น: ปลา การกินอาหาร: สัตว์กินเนื้อ ความยาว: สูงสุด 2.43 เมตร น้ำหนัก: 30 ถึง 100 กิโลกรัม ที่อยู่อาศัยและการกระจายพันธุ์  เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามชายฝั่ง น้ำกร่อยแนวป่าชายเลน แนวปะการัง และชายฝั่งน้ำตื้นบริเวณปากแม่น้ำ ในช่วงฤดูร้อน ปลาฉลามหูดำบางตัวจะอพยพไปสู่กระแสน้ำที่เย็นกว่า เช่น แหลมค้อด รัฐแมสซาชูเสตต์ แต่บางตัวก็พบว่าอาศัยอยู่ในกระแสน้ำอุ่นตามแนวเส้นศูนย์สูตรตลอดทั้งปี มีรายงานว่า ปลาฉลามหูดำจะอาศัยอยู่เป็นฝูงแบบแยกเพศ ยกเว้นฤดูกาลผสมพันธุ์ การล่าและอาหาร บางครั้ง ปลาฉลามหูดำพบได้เหนือผิวน้ำ โดยการกระโจนขึ้นเหนือผิวน้ำ แลัวพลิกตัวกลับลงสู่ผิวน้ำด้วยครีบหลัง การกระโจนเช่นนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การล่าเหยื่อที่อยู่ใกล้ๆ ผิวน้ำ ปลาฉลามหูดำมักจะโจมตีเหยื่อจากด้านล่างของเหยื่อ นอกจากฝูงปลาตามชายฝั่งแล้ว อาหารของปลาฉลามหูดำยังมีปลาโรนัน หมึก และครัสตาเชีย (กุ้ง กั้ง และปู) บางชนิด ฉลามหูดำเป็นปลาที่ชอบติดตามเรือประมงและคอยกินปลาที่ชาวประมงคัดทิ้งจากเรือ […]

เต่า ‘สูญพันธุ์’ ถูกค้นพบอีกครั้งหลังจากร้อยปี

เต่ายักษ์เฟอร์นันดินา ที่คาดว่าสูญพันธุ์เมื่อร้อยปีที่แล้ว ขณะนี้มีความหวังว่าจะช่วยฟื้นฟูประชากรของมันกลับมา วอชิงตัน ทาเปีย ได้ค้นพบเต่ายักษ์เฟอร์นันดินาบนเกาะกาลาปาโกสชื่อดัง นั่นเปรียบเสมือนการได้รับรางวัลออสการ์ “สำหรับฉันมันเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะฉันทำงานด้านการอนุรักษ์เต่ามา 30 ปีแล้ว” ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ฟื้นฟูเต่ายักษ์กาลาปาโกสและผู้นำการสำรวจกล่าว “นี่เป็นเหมือนรางวัลออสการ์ของฉัน” ทาเปียได้ร่วมมือกับทีมสำรวจท้องถิ่นสี่คน จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะกาลาปาโกส ได้แก่ เจฟเฟรย์ มาลากะ, เอดัวร์โด วิเลมา, โรเบร์โต บาเลสตีรอส, ซีโมน วิยามาร์ รวมถึงฟอร์เรลต์ กาลันเต พิธีกรและนักชีววิทยาจากช่อง แอนนิมอล แพลนเน็ต ทั้งหมดรู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุดเมื่อสำรวจพบเต่ายักษ์ Chelonoidis phantasticus เพศเมียบนเกาะเฟอร์นันดินา เกาะที่มีภูเขาไฟซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในหมู่เกาะกาลาปาโกส ครั้งสุดท้ายที่มีการยืนยันการพบเห็นเต่าสายพันธุ์นี้คือในปี 1906 สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ขึ้นบัญชีแดง (Red List) ว่า อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มาลากะได้พบอุจจาระของสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งในบริเวณอุทยานฯ ต่อมาเต่าสายพันธุ์นี้ถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ “มันเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเต่ายังคงอยู่ที่นั่น” ทาเปียกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางทีมสำรวจได้ออกเดินทางเวลาหกโมงเช้า เพื่อค้นหาพื้นที่สีเขียวท่ามกลางกระแสลาวาบนเกาะแห่งนี้ […]

มารู้จักกับเสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เหยื่อของการล่า

เสือดำ, ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้งล้วนเป็นสัตว์คุ้มครองทั้งสิ้น แต่พวกมันกลับต้องมาตายลงจากการล่าสัตว์เพื่อความบันเทิง ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น

เป็นคุณจะทำอย่างไร? ถ้า งูพิษร้ายแรงที่สุดในโลก เลื้อยเข้าบ้าน

แบล็กแมมบาเป็นงูที่คุณไม่อยากจะเจอที่สุด พวกมันรวดเร็วและมีพิษรุนแรง ว่าแต่จะทำอย่างไรหากอสรพิษตัวนี้บังเอิญเลื้อยเข้าบ้านคุณ