สุนัขรู้หรือไม่ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์? - National Geographic Thailand

สุนัขรู้หรือไม่ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์?

พรินซ์ สุนัขพันธุ์โคตอน เด ทิวเลียร์ วัย 18 เดือน โพสต์ท่าถ่ายภาพในงาน Crufts Dog Show เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี 2017

สุนัขรู้หรือไม่ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์?

คุณไม่สามารถพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงของคุณได้ แต่โชคดีที่บนโลกใบนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยเราถอดรหัสออกมาได้ว่าสุนัขและแมวกำลังสื่อสารอะไร

แคทเธอรีน ซุคเคอร์มัน นักเขียนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เดินทางมายังที่นี่พร้อมกับคำถามเกี่ยวกับเจ้าสุนัขสายพันธุ์โคตอน เด ทิวเลียร์ของเธอที่มีนามว่า ซุคโค

ซุคเคอร์มันที่ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ กำลังสับสนว่าเหตุใดเจ้าซุคโคจึงถ่ายปัสสาวะในห้องที่เธอเตรียมไว้ให้สำหรับลูกสาว นั่นทำให้เธอสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าสุนัขจะรับรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์

งานแรกของเธอคือการเดินทางไปพบกับคาโร ซิลาคูซ่า สัตวแพทย์และนักพฤติกรรมสัตว์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งซิลาคูซ่าตั้งสมมุติฐานว่า เจ้าซุคโคน่าจะตรวจจับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปในระหว่างการตั้งครรภ์ของซุคเคอร์มันได้ รวมถึงพฤติกรรมของเจ้าของที่เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่นเจ้าของบางรายที่ใช้การรักษาด้วยฮอร์โมนจนส่งผลให้พฤติกรรมที่ทำเป็นปกตินั้นเปลี่ยนแปลงไป

นอกเหนือจากการรับรู้เรื่องกลิ่นแล้ว สุนัขเป็นสัตว์ที่มีสังหรณ์ใจที่ดีมาก มันสามารถสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของเจ้าของและกิจวัตรประจำวัน รายงานจาก เดนนิส เทอเนอร์ เจ้าหน้าที่จากสถาบันจริยธรรมและจิตวิทยาสัตว์ เมืองฮอร์เก็นในสวิสเซอร์แลนด์

ยกตัวอย่างเช่น แม้กระทั่งการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กสำหรับการเตรียมห้องให้เด็กทารก ก็อาจส่งผลให้สุนัขเกิดความเครียดได้ “การสนองตอบของมันอาจส่งผลให้เราคิดว่าสุนัขกำลังอิจฉาเด็กๆ” เทอเนอร์กล่าว

ซิลาคูซาแนะนำทริปจากโรงพยาบาลสัตว์ Penn Vet’s Ryan เพื่อช่วยให้บรรดาสัตว์เลี้ยงของเราสามารถรับมือได้เมื่อทารกถูกนำตัวมายังบ้าน ซึ่งในทริปเหล่านี้ยังรวมถึงการกระตุ้นความสนใจของสัตว์เลี้ยงเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันกับสิ่งของใหม่เช่น เปลเด็ก ก่อนที่เด็กทารกจะมาอยู่อาศัยจริงๆ เป็นต้น

หญ้าแคทนิป หรือกัญชาแมว มีสารที่ทำให้เกิดการมึนเมาแก่สัตว์หลายชนิดในวงศ์เสือและแมว

 

แถมเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับแมว

กัญชาแมว หรือหญ้าแคทนิป ถูกนำมาใช้ให้แมวรู้สึกเพลิดเพลิน แต่เหตุใดสัตว์อื่นๆในวงศ์เสือและแมวกลับไม่ได้สนองตอบต่อกัญชาแมวเช่นกันทุกตัว นั่นเป็นเพราะว่าแมวบางตัวนั้นไม่ได้มียีนที่จะสามารถรับสาร nepetalactone ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในกัญชาแมว ซิลาคูซากล่าว

ด้านจอห์น แบรดชอว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของแมวจากมหาวิทยาลัยบริสตอล ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่าหากแมวรู้สึกเครียดหรือเป็นกังวลมันจะไม่ตอบสนองต่อสมุนไพรใดๆ

สำหรับแมวทุกสายพันธุ์ตั้งแต่เสือไปจนถึงแมวลายเสือ ล้วนตอบสนองต่อกัญชาแมว นั่นหมายความว่าปฏิกิริยานี้เป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นมาอย่างน้อย 11 ล้านปีก่อน เมื่อบรรพบรุษของแมวในปัจจุบันเริ่มปรากฏขึ้นในเอเชียกลาง แบรดชอว์กล่าว

และเมื่อแมวเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ตอบสนองต่อกัญชาแมว ซิลาคูซาจึงตั้งข้อสังเกตว่าพวกมันอาจเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่สมองสามารถรับสาร nepetalactine ได้

เบื้องหลังของพฤติกรรมนี้มีเหตุผลซ่อนอยู่ กัญชาแมวเองมีสารไล่แมลง ดังนั้นการกลิ้งตัวไปมาบนพืชชนิดนี้ จึงกลายมาเป็นพฤติกรรมที่ช่วยให้มันป้องกันตนเองจากหมัดและปรสิตได้

พฤติกรรมขี้เล่นของแมวจะมีผลมาจากการตอบสนองของเจ้าของด้วย

 

เล่นกันไหม?

สุดท้ายนี้ ลิซ ผู้เขียนตั้งข้อสงสัยถึงแมวพื้นเมืองขนสั้นวัย 9 ปีของเธอที่ชื่อวาซาบิว่า ในบางครั้งมันมักจะเอาอุ้งเท้ามาแตะที่ปากของเธอ ทำให้เธอสงสัยว่าเจ้าเหมี่ยวกำลังพยายามให้เธอหุบปากอยู่หรือไม่?

หากเป็นเช่นนั้นจริง ซาลาคูซากล่าวว่า เจ้าแมวน่าจะผลักคุณออกมากกว่า เพื่อเป็นการบ่งบอกว่ากำลัง “เข้าใกล้เกินไป” ดังนั้นการที่แมวเอาอุ้งเท้าแตะที่หน้าคุณ น่าจะเป็นการบ่งบอกว่ามันอยากเล่นด้วย ซาลาคูซากล่าว พร้อมเสริมว่าแมวเองก็เหมือนกันคน พวกมันมีนิสัยเฉพาะตัว แต่หากคุณกำลังเบื่อหน่ายไม่มีอารมณ์ที่จะเล่นด้วย เทอเนอร์กล่าวว่า ให้เมินเฉยไปเลยเพราะเป็นการตอบสนองที่ดีที่สุด

โดย ลิซ แลนเกรย์

 

อ่านเพิ่มเติม

ช่วงวัยที่ลูกสุนัขน่ารักที่สุด

เรื่องแนะนำ

ค้นพบกบจิ๋วสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดแห่งมาดากัสการ์

ค้นพบกบขนาดเล็กสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจำนวน 3 สายพันธุ์ในประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งขนาดสมองของพวกมันนั้นเทียบได้กับขนาดหัวเข็มหมุด

ช่วยเต่าทะเลติดอวน

ช่วยเต่าทะเลติดอวน ภาพเหล่านี้กำลังตอกย้ำเราว่าปัญหาขยะ และขยะพลาสติกในทะเลส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นมากแค่ไหน ฟุตเทจของเต่าทะเลตัวนี้ถูกบันทึกได้ที่นอกชายฝั่งของหมู่บ้าน Puerto López ในเอกวาดอร์ อวนเหล่านี้ถูกทิ้งโดยชาวประมงมักง่าย และปัจจุบันเป็นหนึ่งในปัญหาที่ร้ายแรงทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสัตว์ทะเลจำนวนมากมักเข้าไปติดในอวน ดังเช่นเต่าตัวนี้ และหากไม่ได้ใครช่วย ในที่สุดแล้วมันจะตายลง โชคดีที่ชาวประมงกลุ่มหนึ่งพบเจ้าเต่าทะเลเข้า พวกเขาจึงตัดสินใจช่วยมัน ก่อนที่จะปล่อยมันกลับคืนสู่ทะเลอีกครั้ง แน่นอนว่าเหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้าย และที่ข้างนอกชายฝั่งยังมีสัตว์ทะเลอีกมากที่เผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกับเต่าทะเล เพียงแต่มันอาจไม่โชคดีเท่า… อ่านเพิ่มเติม ลูกแมวน้ำตายเพราะกินขยะพลาสติก

วิธีการล่าเหยื่ออันน่าฉงนของ สัตว์น้ำใต้ทะเลลึก

วิธีการล่าเหยื่ออันน่าฉงนของ สัตว์น้ำใต้ทะเลลึก บรรดาสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกอาศัยอยู่ในระบบนิเวศอันซับซ้อนของทั้งผู้ล่าและเหยื่อ  เมื่อพูดถึงผู้ล่า สัตว์ที่มีลักษณะโปร่งใสอย่างแมงกะพรุนมักไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่ล่าสุดผลการสำรวจโลกใต้ทะเลลึกโดยยานสำรวจที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล โดยสถาบันวิจัย MBARI ได้เปลี่ยนความคิดที่นักวิทยาศาสตร์มีต่อบทบาทของแมงกะพรุนในโลกใต้น้ำ จากฟุตเทจที่ถ่ายมาได้พวกเขาพบว่าแมงกะพรุนในทะเลลึกเกาะเกี่ยวกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่และทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์น้ำอื่นๆ ในขณะเดียวกัน ตัวมันเองก็ดักจับสัตว์น้ำอื่นๆ กินเป็นอาหารด้วยเช่นกัน ดังตัวอย่างเจ้าหมึกที่โชคร้ายในคลิปวิดีโอ โดยเครือข่ายขนาดใหญ่มหึมานี้จะเกี่ยวพันไปมาอย่างยุ่งเหยิงทั้งผู้ล่าและเหยื่อ   อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติก, เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาใหญ่ในมหาสมุทร

แขนจิ๋วของทีเร็กซ์อาจเป็นอาวุธอันตราย

แขนจิ๋วของ ทีเร็กซ์ อาจเป็นอาวุธอันตราย แขนจิ๋วสองข้างของเจ้าไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์ เป็นปริศนาคาใจมาช้านาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับแขนคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นไว้สำหรับจับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนรอความตาย, ช่วยยันตัวไดโนเสาร์เองขึ้นมาจากพื้น หรือใช้จับคู่ของมันขณะผสมพันธุ์ ไม่ว่าแขนของมันจะมีไว้ใช้ทำอะไรก็ตาม ผลการศึกษาที่เป็นเอกฉันท์ในช่วงหลายปีมานี้ลงความเห็นว่าแขนคู่นี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นเศษตกค้างจากวิวัฒนาการของมัน ที่มันได้รับมาจากบรรพบรุษทีเร็กซ์ คล้ายกับปีกในนกที่บินไม่ได้และในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็เสนอว่า การที่แขนของมันมีขนาดเล็กลงนั้นมีขึ้นเพื่อจำเป็นให้รับกับศีรษะและลำคอที่ทรงพลังไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของมัน แต่ปัจจุบันนักวิจัยชี้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจทั้งหมดนี้อาจผิด สตีเฟ่น สแตนลีย์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาย เชื่อว่าแขนของไทแรนโนซอรัสวิวัฒนาการขึ้นเพื่อใช้ในการข่วนระยะใกล้ ซึ่งด้วยกรงเล็บแหลมความยาว 4 นิ้ว นั่นจะสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้แก่เหยื่อที่เจอเข้ากับอาวุธร้ายอันตรายนี้เข้าไป “ในระยะใกล้ ขากรรไกรที่แข็งแรงและกรงเล็บขนาดใหญ่ของทีเร็กซ์สามารถจับเหยื่อจากด้านหลังได้อยู่หมัดและยังข่วนเหยื่อให้เป็นแผลลึกยาวเกือบเมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที” สแตนลี่ย์กล่าว “ซึ่งทั้งหมดนี้มันสามารถทำซ้ำได้อีกหลายครั้งอย่างรวดเร็ว” จากการศึกษาพบว่ามีไดโนเสาร์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับทีเร็กซ์ใช้กรงเล็บของมันข่วนเหยื่อเช่นกัน “ฉะนั้นแล้วในแง่ของอาวุธที่น่าเกรงขาม ทำไมทีเร็กซ์จะไม่ใช่ประโยชน์จากอวัยวะนี้?” สแตนลี่ย์ถาม ตัวเขาเสนอรายงานการค้นพบนี้ เมื่อปลายเดือนตุลาคม ในซีแอตเทิล ระหว่างการประชุมที่จัดขึ้นโดยสมาคมธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา ในกรณีนี้นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องโฟกัสไปที่กระดูกแขนของทีเร็กซ์ ซึ่งแรงข่วนจะมีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ “กระดูกและข้อต่อที่ไม่ปกติ” มีส่วนช่วยให้แขนของมันเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ซึ่งสนับสนุนทฤษฎีการข่วน สแตนลี่ย์กล่าว นอกจากนั้นไทแรนโนซอรัสยังเสืยกรงเล็บข้างหนึ่งของมันไปจากวิวัฒนาการอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้แรงกดมากกว่า 50% ถ่ายเทไปที่กรงเล็บที่เหลือทั้ง 2 ข้าง และช่วยให้การข่วนเฉือนเหยื่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น (เกราะของไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ก็อาจไม่ได้มีไว้แค่การต่อสู้เช่นกัน)    ข่วนเฉือนเพื่อผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เห็นด้วย “มันดูไร้เหตุผลที่จะใช้แขนเล็กๆ […]