แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง - National Geographic Thailand

แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง

แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง

ไพรเมตเป็นสัตว์ที่รู้จักดีในฐานะสัตว์ที่มอบความรักความอบอุ่นให้แก่ลูกของมัน แต่นับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์บันทึกเหตุการณ์อันน่าพิศวงเมื่อแม่ลิงกินลูกของมันเองที่ตายไปแล้ว

ทีมนักวิจัยได้ทำการศึกษาแม่ลูกอ่อนลิงกังตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Evalyne จากอุทยาน Parco Faunistico di Piano dell’Abatino ในอิตาลี แม่ลิงถือร่างของลูกลิงตัวน้อยที่ตายไปแล้วหลายสัปดาห์ จากนั้นก็กินจนเหลือเพียงแค่กระดูกชิ้นเดียว

ลิงกังมีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อลูกของมันตายลง มันอุ้มร่างไร้ชีวิตของลูกน้อยนานหลายชั่วโมงหรืออาจหลายวัน ซึ่งอาจเป็นการแสดงออกถึงความโศกเศร้า หรือความไม่เข้าใจว่าลูกของมันได้ตายไปแล้ว

แม่ลิง
Evalyne ลิงกังในอุทยานของอิตาลี อุ้มลูกของมันไว้เป็นเวลานานแม้จะตายไปแล้วก็ตาม

“พฤติกรรมเช่นนี้มีบันทึกไว้ว่าพบในชิมแปนซี และไพรเมตอื่นๆ แม่ลิงอุ้มลูกน้อยของมันจนกว่าร่างนั้นจะเน่าเปื่อยสลายตัว” Frans de Waal ผู้เชี่ยวชาญด้านวานรวิทยาและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษาครั้งนี้ จากมหาวิทยาลัยเอมอรี่กล่าว

แต่ “ความแปลกใหม่ก็คือ การที่มันกินลูกของตนเอง” de Waal กล่าว “ปกติแล้วลิงกังจะไม่กินพวกเดียวกันเอง”

และไม่ใช่แค่ลิงกังจะไม่กินลูกของตนเองเท่านั้น “พวกมันเป็นสายพันธุ์มังสวิรัติและไม่เคยกินเนื้อเลยด้วยซ้ำ” Arianna De Marco นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการ จาก Fondazione Ethoikos ในอิตาลี หัวหน้าการศึกษาครั้งนี้กล่าว

(แบบนี้ก็มี! เมื่อลิงกังเมคเลิฟกับกวาง)

แม่ลิง
Evalyne เริ่มแทะเล็มร่างของลูกตัวเอง

 

เรื่องแนะนำ

ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน

ฟอสซิลที่เกือบสมบูรณ์ของกบจากยุคครีเตเชียสไม่ใช่อะไรที่พบได้ง่ายนัก และขณะนี้มันกำลังเป็นแหล่งข้อมูลขิ้นสำคัญในการศึกษาวิวัฒนาการของกบ

ฟังเสียงร้องของปลาคางคก

ฟังเสียงร้องของปลาคางคก เสียงที่คุณจะได้ยินต่อไปนี้ไม่ใช่เสียงโทรศัพท์มือถือสั่น แต่มันคือเสียงร้องของปลาคางคก ปลาทะเลชนิดหนึ่งที่มีหัวขนาดใหญ่และปากกว้างเป็นเอกลักษณ์ เสียงอันแปลกประหลาดของมันนี้ถูกเปล่งออกมาจากกล้ามเนื้อรอบๆ กระเพาะปัสสาวะ โดยนักวิจัยพบว่าในปลาคางคกแต่ะตัวก็จะมีเสียงร้องและจังหวะเป็นของตนเอง วิดีโอใต้น้ำนี้ถ่ายทำโดย Bob Mazu ในตอนแรกที่ได้ยินเสียง Bob คิดว่ามันดังมาจากอุปกรณ์ดำน้ำของเขา แต่ในที่สุดเขาก็พบว่าเจ้าของเสียงคือสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โขดหิน นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าพวกมันใช้เสียงร้องเหล่านี้ในการดึงดูดตัวเมีย บ้างก็ใช้เพื่อเตือนภัยปลาคางคกด้วยกัน ซึ่งในระหว่างดำน้ำอาจได้ยินเสียงของพวกมันโต้ตอบกันไปมา   อ่านเพิ่มเติม ปลาถ้ำตาบอดอาจเป็นกุญแจใหม่ในการรักษาเบาหวาน

ภารกิจขนน้ำช่วยเลียงผาบนเขาสมโภชน์

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ หมู… บดินทร์ จันทศรีคำ ผู้ชายที่มีใจอาสาเพื่อป่าไม้และสัตว์ป่า ทำไมต้อง “ขนน้ำให้ เลียงผา ” ผมได้รับข้อมูลที่มีการส่งต่อกันมาทางเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการเชื้อชวนคนขนน้ำขึ้นไปให้ เลียงผา จึงเกิดความใคร่รู้ว่า กระบวนการ และกรรมวิธีเป็นอย่างไร เพราะอะไรทำใมมนุษย์อย่างเราๆ จึงต้องขนน้ำไปให้เลียงผา จากความสงสัยดังกล่าว ผมจึงได้พุดคุยกับน้าหมู บดินทร์ จันทร์ศรีคำ ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในงานอาสาครั้งนี้ และเป็นประธาน​ชมรมฅนรักษ์​สัตว์​-ป่า สังกัด​องค์กร​อนุรักษ์ น้าหมูเล่าให้ฟังถึงที่มาของการขนน้ำขึ้นเขาสมโภชน์ว่า โครงการขนน้ำให้เลียงผาที่เขาสมโภชน์ เป็นโครงการต่อเนื่องมาจากเขาแผงม้าที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2542 ส่วนที่เขาสมโภชน์น้าหมูเริ่มลงมือทำเมื่อปี 2549 เพราะได้รับเงินทุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ให้จัดตั้งศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและสัตว์ป่วยในพื้นที่เขาใหญ่และพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด เราต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างศูนย์ฯ และสุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกันที่จังหวัดนครนายกนครนายก โดยทางอุทยานแห่งชาติมอบพื้นที่ 500 ไร่เพื่อให้สร้างศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก เพื่อรับรองดูแลสัตว์ป่าของกลางที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ให้นำมาอนุบาลไว้ที่นี่ วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบเลียงผาเสียชีวิตใกล้ศูนย์ฯ ทางทีมสัตวแพทย์จึงผ่าตัดชันสูตร ผลปรากฏว่า เลียงผาตัวนั้นตายจากการติดเชื้อ และที่สำคัญคือพบสารเคมีในร่างกาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็พบเลียงผาตายเป็นตัวที่สอง เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในศูนย์ฯ เกิดความสงสัยว่ามันมาจากไหน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนท้องถิ่นบอกว่า เลียงผามาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เมื่อทีมสัตวแพทย์ชันสูตรก็พบผลลัพธ์เหมือนเลียงผาตัวแรก คือพบสารเคมีในเสือดและร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง […]