แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง

แม่ลิงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง

ไพรเมตเป็นสัตว์ที่รู้จักดีในฐานะสัตว์ที่มอบความรักความอบอุ่นให้แก่ลูกของมัน แต่นับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์บันทึกเหตุการณ์อันน่าพิศวงเมื่อแม่ลิงกินลูกของมันเองที่ตายไปแล้ว

ทีมนักวิจัยได้ทำการศึกษาแม่ลูกอ่อนลิงกังตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Evalyne จากอุทยาน Parco Faunistico di Piano dell’Abatino ในอิตาลี แม่ลิงถือร่างของลูกลิงตัวน้อยที่ตายไปแล้วหลายสัปดาห์ จากนั้นก็กินจนเหลือเพียงแค่กระดูกชิ้นเดียว

ลิงกังมีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อลูกของมันตายลง มันอุ้มร่างไร้ชีวิตของลูกน้อยนานหลายชั่วโมงหรืออาจหลายวัน ซึ่งอาจเป็นการแสดงออกถึงความโศกเศร้า หรือความไม่เข้าใจว่าลูกของมันได้ตายไปแล้ว

แม่ลิง
Evalyne ลิงกังในอุทยานของอิตาลี อุ้มลูกของมันไว้เป็นเวลานานแม้จะตายไปแล้วก็ตาม

“พฤติกรรมเช่นนี้มีบันทึกไว้ว่าพบในชิมแปนซี และไพรเมตอื่นๆ แม่ลิงอุ้มลูกน้อยของมันจนกว่าร่างนั้นจะเน่าเปื่อยสลายตัว” Frans de Waal ผู้เชี่ยวชาญด้านวานรวิทยาและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษาครั้งนี้ จากมหาวิทยาลัยเอมอรี่กล่าว

แต่ “ความแปลกใหม่ก็คือ การที่มันกินลูกของตนเอง” de Waal กล่าว “ปกติแล้วลิงกังจะไม่กินพวกเดียวกันเอง”

และไม่ใช่แค่ลิงกังจะไม่กินลูกของตนเองเท่านั้น “พวกมันเป็นสายพันธุ์มังสวิรัติและไม่เคยกินเนื้อเลยด้วยซ้ำ” Arianna De Marco นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการ จาก Fondazione Ethoikos ในอิตาลี หัวหน้าการศึกษาครั้งนี้กล่าว

(แบบนี้ก็มี! เมื่อลิงกังเมคเลิฟกับกวาง)

แม่ลิง
Evalyne เริ่มแทะเล็มร่างของลูกตัวเอง

 

ความตายของลูกลิงเป็นเรื่องปกติที่แม่ลิงต้องเผชิญตามธรรมชาติ ในอุทยานลูกลิงกังเกิดใหม่จำนวน 51 ตัว มีจำนวน 16 ตัวที่ตายเมื่อแรกเกิด หลังลูกของ Evalyne ตายลงได้ 4 วัน มันก็เริ่มกรีดร้องใส่เงาสะท้อนของตนเองผ่านประตูกรง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รายงานจาก De Marco ผู้ติดตามการศึกษานี้และตีพิมพ์เรื่องราวลงในวารสาร Primates

แม่ลิงยังคงอุ้มและเลียลูกของมันต่อไป แม้ว่าร่างของลูกลิงจะแห้งจนกลายเป็นมัมมี่เมื่อเข้าวันที่ 8 หรือหัวหลุดออกมาเมื่อถึงวันที่ 14 ไปแล้วก็ตาม การที่ร่างของลูกลิงแห้งจนเป็นมัมมี่นั้นช่วยรักษารูปร่างของมันไว้ และนั่นอาจเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้แม่ลิงยังคงพยายามเลี้ยงดูร่างของลูกลิงต่อไป

เมื่อชิ้นส่วนอื่นๆ ค่อยๆ หลุดออกจากร่างของลูกลิง และเส้นขนร่วงหมดจากตัวในสัปดาห์ที่ 3 Evalyne เริ่มแทะเล็มลูกของมัน จากรายงานที่บันทึกไว้มีลิงกังในจีนเคยกินลูกของตนเอง ลิงโบโนโบและชิมแปนซีเองก็เช่นกัน

แม่ลิง
ในตอนแรกหลังตายได้ 4 วัน แม่ลิงยังคงแสดงท่าทางทะนุถนอมลูกของมันอยู่

“มันค่อนข้างยากที่จะให้อธิบายพฤติกรรมดังกล่าว” De Marco กล่าว บางทีพฤติกรรมลักษณะนี้อาจพบได้ในป่าเช่นกัน “การเปลี่ยนจากความห่วงใยใส่ใจดูแลไปสู่การกินกันเองเป็นอะไรที่น่าพิศวงมาก”

คำอธิบายที่เป็นไปได้สำหรับพฤติกรรมของ Evalyne นี้ น่าจะเกิดจากความแปลกใหม่ของการเป็นแม่และช่วงเวลาระยะสั้นนั้นไม่ผูกพันมากพอ ดังนั้นแล้วการกินน่าจะเป็นจุดจบที่ดีที่สุดสำหรับลูกของมัน De Marco กล่าว

โดย ไรชา มอลฮอทรา

แม่ลิง
ลิงหลายชนิดยังคงอุ้มลูกแม้จะตายไปแล้ว แต่มีน้อยชนิดที่กินลูกตนเอง
แม่ลิง
Evalyne กินลูกของตนเองจนเหลือแค่กระดูกชิ้นสุดท้าย

 

อ่านเพิ่มเติม

ในโลกของลิงงวงช้าง จมูกยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี

เรื่องแนะนำ

บรรดาสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกกำลังสูญเสียชีวิตครั้งใหญ่จากเชื้อก่อโรค

ภาพของกบมากมายที่ตายเนื่องจากเชื้อก่อโรคที่เป็นฟังไจ ไคทริด ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NAT GEO IMAGE COLLECTION ในขณะนี้มีการเปิดเผยว่า เชื้อก่อโรคในสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเป็นฟังไจกลุ่ม ไคทริด ทำให้สายพันธุ์ของกบและซาลาแมนเดอร์ลดลงไปอย่างน้อย 501 ชนิด เป็นเวลานับทศวรรษแล้วที่ “เพชฌฆาตเงียบ” ชนิดหนึ่งได้สังหารบรรดากบและซาลาแมนเดอร์รอบโลกด้วยวิธีการกินผิวหนังของพวกมันแบบเป็น ๆ ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ 41 คนจากทั่วโลก ประกาศว่าเพชฌฆาตนี้คือเชื้อก่อโรค (Pathogen) ซึ่งมนุษย์ได้ทำให้มันระบาดไปทั่วโลกโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของโลกมากกว่าโรคร้ายอื่น ๆ ที่โลกได้บันทึกเอาไว้ งานศึกษาครั้งใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อเร็วๆ นี้ คือการสรุปจำนวนของเชื้อก่อโรค ซึ่งเป็นฟังไจในกลุ่ม ไคทริด (Chytrid) ที่ชื่อว่า Batrachochytrium dendrobatidis (Bd) และ Batrachochytrium salamandrivorans (Bsal) โดยฟังไจ ไคทริด เป็นเหตุให้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 501 ชนิด มีจำนวนที่ลดลง หรือ […]

ใครจะถึงเส้นชัยก่อนระหว่างยูเซน โบลต์ กับเสือชีตาห์

ในป่า เสือชีตาห์คือนักล่าที่รวดเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างไรหากจับผู้รวดเร็วที่สุดในสัตว์กับในมนุษย์มาแข่งขันด้านความเร็วกัน เชิญพบกับการแข่งวิ่งระหว่างยูเซน โบลต์และเสือชีตาห์ ในปี 2009 ยูเซน โบลต์สร้างสถิติใหม่ด้วยการวิ่งระยะทาง 100 เมตรในเวลาเพียงแค่ 9.58 วินาทีเท่านั้น นั่นทำกับความเร็ว 28 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ยังห่างไกลหลายขุมกับเสือชีตาห์ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง หากจับทั้งคู่มาแข่งกันในระยะทาง 100 เมตร เสือชีตาห์จะใช้เวลาเพียงแค่ 5.9 วินาทีเท่านั้น เข้าถึงเส้นชัยก่อนโบลต์ตั้ง 3.5 วินาที ความเร็วยอดลมกรดของชีตาห์นี้หาสัตว์ใดเปรียบได้ ซึ่งหากจะให้ทั้งคู่เข้าเส้นชัยพร้อมกันล่ะก็ โบลต์ต้องวิ่งนำไปก่อนถึง 60 เมตร แล้วจึงค่อยปล่อยตัวชีตาห์ เราจึงจะเห็นทั้งเจ้าแห่งความเร็วในโลกของมนุษย์และโลกของสัตว์วิ่งเข้าสู่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสง่างาม   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา