สุนัขอ้วนไปไหม ? บางทีคุณอาจไม่ทันคิด - National Geographic Thailand

สุนัขอ้วนไปไหม ? บางทีคุณอาจไม่ทันคิด

สุนัขอ้วนไปไหม ?  บางทีคุณอาจไม่ทันคิด

สุนัขอ้วนกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อร้อยละ 22-40 ของหมาทั่วโลกอาจเข้าข่ายอ้วน  โรคดังกล่าวมักพาให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น เบาหวาน ไตเสื่อม และปัญหาระบบทางเดินหายใจ  “เมื่อประมาณน้ำหนักของหมา สัตวแพทย์จะประเมิน ‘คะแนนร่างกาย’ ซึ่งประกอบด้วยการตรวจด้วยสายตาและการลงมือตรวจ” อเล็กซ์ เยอรมัน ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เล็กแห่งมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักร กล่าว หมาที่มีน้ำหนักในอุดมคติจะคลำซี่โคลงได้ชัดเจน มีไขมันน้อยที่สุด ส่วนหมาที่มีน้ำหนักไม่เป็นที่พึ่งปรารถนาจะไม่สามารถจับถึงซี่โครงได้เลย และมองไม่เห็นเอวจากข้างบน

แล้วในสายตาของเจ้าของหมาล่ะจะเห็นหมาของตัวเองอ้วนไหม ถึงอย่างไร ด้วยสายตาแห่งรักสามารถให้อภัยได้เสมอ “มีแนวโน้มการประเมินคะแนนหมาตัวเองต่ำเกินจริง” เยอรมันกล่าว เหมือนกับที่พ่อแม่มักประเมินความอ้วนของลูกตัวเองต่ำเกินไปนั่นเอง

(ว่าแต่ทำไมสุนัขแสนรักของคุณถึงชอบกินอึนักหนา)

เมื่อสุนัขอ้วนกลายเป็นธรรมดา “คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองให้อาหารหมาตัวเองมากเกินไป” โมนีค อูเดลล์ นักพฤติกรรมศาสตร์ของสัตว์ มหาวิทยาลัยโอริกอนสเตตกล่าว “ยิ่งพวกเขาเห็นหมาของคนอื่นมีน้ำหนักตัวเท่าๆ กัน ก็ยิ่งยากที่จะมองเห็น”

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเจ้าของหมาควรให้ความร่วมมือกับสัตวแพทย์ในการกำหนดอาหารที่ดีที่สุดสำหรับหมาของตัวเอง ถ้าหากมันอ้วน โดยให้แน่ใจว่าจะลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยที่สุด เร็วๆ นี้ เยอรมันร่วมทำงานวิจัยที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการศึกษาการลดน้ำหนักของสุนัข ซึ่งวิจัยกับสุนัข 926 ตัวใน 27 ประเทศ  หมาเหล่านั้นได้อาหารกากใยสูง โปรตีนสูง และระบบที่เพิ่มกิจกรรมในช่วงสามเดือนที่ทำให้พวกมันลดน้ำหนักลงไปร้อยละ 11 เจ้าของยังรายงานการลดลงของพฤติกรรมเสาะหาอาหารและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“จุดประสงค์ของการศึกษาไม่ใช่การถามตอบว่าอาหารนี้เหมาะกับการลดน้ำหนักในหมาอ้วนหรือไม่ แต่ยังดูด้วยว่าเราจะประสบความสำเร็จในระดับโลกไหม ทั้งในสุนัขที่แตกต่างกัน ในประเทศที่แตกต่างกัน” เยอรมันซึ่งเป็นผู้เขียนและร่วมวิจัยกล่าว งานวิจัยหนึ่งซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนกันยายน 2017 ในวารสาร Plos One พบว่าสุนัขเพศผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ลดน้ำหนักได้มากกว่าสุนัขที่ทำหมันแล้ว เพราะสุนัขที่ทำหมันมักกินบ่อยกว่าและทำกิจกรรมน้อยกว่าสุนัขเพศผู้ที่สุขภาพดี ทั้งสองอย่างเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเพิ่มน้ำหนัก เยอรมันแนะนำอาหารที่มีกากใยและโปรตีนสูงเพราะจำกัดแคลอรีได้ในขณะที่ก็รักษาคุณค่าทางโภชนาการได้ และยังรักษากล้ามเนื้อและมวลร่างกายเอาไว้ได้ ในขณะเดียวกันการออกกำลังกายก็ช่วยให้สัตว์เลี้ยงแข็งแรงและช่วยลดน้ำหนัก สุนัขที่ทำกิจกรรมอยู่เสมอจะรักษาน้ำหนักร่างกายที่ดีเอาไว้

(แน่ใจได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณจะไม่กินร่างคุณ หากคุณตาย)

“พวกหมามักตื่นเต้นที่จะทำกิจกรรม” และบ่อยครั้งที่เจ้าของจำกัดเวลาออกกำลังกายของพวกมัน อูเดลล์กล่าว  การคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเพื่อนกันทำให้คุณแข็งแรงด้วยกันจะช่วยเรื่องนี้ได้ สิ่งสำคัญก็คือมันเป็นเรื่องสนุกทั้งเจ้าของทั้งหมา “ช่วง 20-30 วันแรก เมื่อกิจกรรมนี้กำลังจะกลายเป็นนิสัย มันจำเป็นต้องสนุกด้วย” โดยไม่จำเป็นต้องมีขนมเป็นรางวัลให้ อูเดลล์กล่าว และแนะนำให้เดินสัก 30 ชั่วโมงอย่างกระฉับกระเฉงและให้อาหารเช้าส่วนหนึ่งเป็นรางวัล เป็นต้น สุนัขวิวัฒน์เป็นสัตว์กินซากอาหาร “มันจึงไม่ประหลาดที่เดินแล้วกิน เดินแล้วกิน” เธอกล่าว

 เรื่อง ลิซ แลงก์ลี

 

อ่านเพิ่มเติม

สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่า?

เรื่องแนะนำ

เหตุผลอันน่าประหลาดใจ ว่าทำไมหมีขั้วโลกต้องพึ่งพาน้ำแข็งทะเลเพื่ออยู่รอด

งานวิจัยชิ้นใหม่สำรวจความเชื่อมโยงชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อาหารของเหล่า หมีขั้วโลก ทุกฤดูหนาว น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกจะขยายตัวรอบขั้วโลก กิ่งก้านเยือกแข็งของมันแผ่ขยายไปตามแนวชายฝั่งทางเหนือ ขณะนี้ น้ำแข็งทะเลเพิ่งผ่านจุดที่ขยายตัวมากที่สุดในรอบปี และจะเริ่มหดตัวเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหมีขั้วโลก ซึ่งมีแหล่งอาหารที่เกี่ยวพันกับน้ำแข็งทะเลอย่างไม่อาจแยกขาดจากกันได้ และในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา น้ำแข็งทะเลหดตัวอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลด้านหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (National Snow and Ice Data Center) ระบุว่า ในปี 2019 น้ำแข็งทะเลที่ปกคลุมอาร์กติก มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับเจ็ด นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มเก็บข้อมูลจากดาวเทียมเมื่อ 40 ปีก่อน ในปีนี้ “[การหดตัวของน้ำแข็งทะเล] ไม่ได้สร้างสถิติใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือแนวโน้ม” แอนดรูว์ เดโรเชอร์ (Andrew Derocher) นักวิทยาศาสตร์ด้านหมีขั้วโลกแห่งมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา กล่าว “แนวโน้มเชิงลบของน้ำแข็งทะเลตลอดทุกเดือน เป็นสิ่งที่น่ากังวล” ฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเย็นทำให้น้ำแข็งคงตัวอยู่ได้ ซึ่งทำให้หมีขั้วโลกสามารถเข้าถึงหนึ่งในอาหารโปรดอย่างแมวน้ำได้ง่ายขึ้น แต่ฤดูใบไม้ผลิที่อุ่นขึ้นทำให้เส้นทางหาอาหารที่สำคัญของพวกมันขาดหายไป “สำหรับ หมีขั้วโลก หมีตัวที่อ้วนที่สุดคือตัวที่อยู่รอด” เดโรเชอร์กล่าว หมีที่ตัวอ้วนกว่า มีโอกาสที่จะอยู่รอดในฤดูร้อนซึ่งไม่มีน้ำแข็งและไม่มีหรือแทบไม่มีแหล่งอาหาร มากกว่าตัวที่ผอม และหมีเพศเมียที่อ้วนกว่า ต้องการพลังงานเพื่อให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกให้มีสุขภาพดีได้โดยสมบูรณ์ “ไม่เคยมี หมีขั้วโลก ตัวไหนที่มองตัวเองในทะเลสาบที่ละลาย แล้วคิดว่านี่ฉันอ้วนเกินไปแล้วนะ” […]

นกอินทรีฮาร์ปี : พิทักษ์เจ้าเวหาป่าแอมะซอน

นักวิทยาศาสตร์ คนเก็บผลบราซิลนัต เจ้าของที่ดิน และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ผนึกกำลังกันอนุรักษ์ นกอินทรีฮาร์ปี นกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก เส้นทางนี้ควรเป็นทางลัด แต่ตอนนี้ ฉันกลับเดินอยู่ในน้ำสีน้ำตาลขุ่นคลั่ก สูงท่วมเอว คอยระวังไม่ให้ตัวเองสะดุดขอนไม้ใต้น้ำไปตามเส้นทางที่นักชีววิทยา ชาวบราซิล เอเวอร์ตัน มิแรนดา เบิกทางไว้ กล้องถ่ายภาพราคาแพงหนึ่งตัวเสียหายไปแล้ว หลังจากผู้ช่วยวิจัยภาคสนาม เอ็ดสัน โอลิไวรา หน้าคะมำลงในแอ่งโคลนลึก และรอยแตนต่อยบนต้นแขนของช่างภาพ แครีน ไอก์เนอร์ ก็บวมเป่งเป็นลูกมะเขือเทศ แต่ถ้าจะมีใครสักคนคิดหันหลังกลับแล้วละก็ คงเก็บความคิดนั้นไว้กับตนเอง เพราะภารกิจของเราสำคัญเกินกว่าจะถอย เราดั้นด้นมาที่นี่เพื่อค้นหารัง นกอินทรีฮาร์ปี ที่หายาก โดยอาศัยเบาะแสจากคำเล่าลือว่าอยู่ลึกเข้าไปประมาณกิโลเมตรครึ่งกลางป่าฝนแอมะซอนในรัฐมาตูโกรสซูของบราซิล ด้วยร่างกายสีขาวดำมันขลับ ดวงตาดุร้าย และขนบนใบหน้าที่ดกหนา นกอินทรีฮาร์ปีซึ่งเป็นนกอินทรีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก มักถูกจัดให้อยู่ในหมู่นกที่งามสง่าที่สุดของโลก และอยู่บนสุดในรายชื่อนกสุดยอดปรารถนา ของเหล่านักดูนก กรงเล็บของนกอินทรีฮาร์ปีซึ่งสามารถจับสลอทตัวเต็มวัยจากต้นไม้ มีขนาดใหญ่กว่ากรงเล็บของหมีกริซลี และนกเพศเมียอาจหนักได้ถึงประมาณ 11 กิโลกรัม “ดูเหมือนสัตว์ที่ออกมาจากหนังสือนิยายแฟนตาซี เลยครับ” มิแรนดาบอก ในฐานะสัตว์ผู้ล่าลำดับสูงสุด นกอินทรีฮาร์ปีจึงมีบทบาทสำคัญในทางนิเวศวิทยา โดยช่วยควบคุมประชากรเหยื่อให้อยู่ในระดับเหมาะสม “ถ้าคุณประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์นกอินทรีฮาร์ปี คุณจะประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเกือบทั้งหมดในระบบนิเวศที่พวกมันอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน” ริชาร์ด วัตสัน ประธานและซีอีโอของกองทุนเพเรกรินฟันด์ […]

ประวัติย่อการล่าสัตว์ของมนุษย์

ย้อนรอยเส้นทางการล่าสัตว์ของมนุษย์: จากการล่าเพื่อยังชีพในธรรมชาติ เพื่อถ่ายรูป เลี้ยงไว้ล่าเล่น และการค้าขายสัตว์ป่า “เราเป็นผู้บริโภคธรรมชาติมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” – ไมเคิล แพเทอร์นิที กระดูกสันหลังของช้างแมมมอทขนยาวซึ่งพบตรงบริเวณที่แม่นํ้าออบและแม่นํ้าอีร์ติชไหลมาบรรจบกันดูเหมือนว่าถูกแทงด้วยอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีร่องรอยของสะเก็ดหินอยู่ภายในกระดูกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานการล่าสัตว์แรกสุดที่แสดงว่าช้างถูกฆ่าด้วยนํ้ามือมนุษย์ ซึ่งสืบย้อนกลับไปถึงไซบีเรียเมื่อเกือบ 14,000 ปีก่อน ทว่าการล่าสัตว์เป็นมากกว่าเครื่องตอบแทนเพื่อการยังชีพ เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่งการล่าสัตว์กลายเป็นเครื่องแสดงสถานะในสังคมความเป็นชายและพลังอำนาจ  ภาพสลักของชาวอัสซีเรียเมื่อ 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพสิงโตกำลังถูกปล่อยจากกรงเพื่อให้กษัตริย์ที่ทรงรถม้าฆ่า  ขณะที่ชาวมาไซฆ่าสิงโตในพิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่มาช้านานแล้ว เป็นต้น เมื่อมีอาวุธดีขึ้น การล่าสัตว์ยังวิวัฒน์เป็นกีฬาที่มีการแบ่งชนชั้นและบางครั้งเป็นตัวอย่างอันร้ายกาจของ ความสูญเปล่า ในบันทึกจากปี 1760 ของชไนเดอร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย พรานสองคนยิงสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งพันตัว เมื่อล่วงเข้าสู่ปลายศตวรรษที่สิบแปด พรานนิรนามชาวอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ คู่มือนักกีฬา หรือ ความเรียงเรื่องการยิงสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการล่าสัตว์อย่างยุติธรรมและบรรยายถึง “กฎเกณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษ” รวมถึงการจำกัดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ในปี 1887 เทโอดอร์ (เท็ดดี) โรสเวลต์ ก่อตั้งชมรมบูนและคร็อกเกตต์ อันเป็นการรวมตัวของกลุ่มพรานผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน และต่อมามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งระบบอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 1934 ที่โรงแรมนอร์ฟอล์กในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พรานชาวผิวขาวก่อตั้งสมาคมพรานอาชีพ แอฟริกาตะวันออกขึ้น สมาคมนี้ประกาศหลักเกณฑ์ เกียรติยศ และผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ […]

คุณเป็นที่หนึ่งในใจของสุนัขที่เลี้ยงไว้หรือเปล่า มาหาคำตอบกัน

เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงกันอยู่ทุกวันนี้เนี่ย มันรักคุณคนเดียวหรือเปล่า มันอยากมีเจ้าของใหม่หรือไม่