ชมกระบวนการ ทำกระดาษแบบโบราณ - National Geographic Thailand

ชมกระบวนการทำกระดาษแบบโบราณ

ชมกระบวนการ ทำกระดาษแบบโบราณ

Gangolf Ulbricht คือช่างทำกระดาษด้วยมือคนสุดท้ายในยุโรป ที่ยังคงสร้างสรรค์กระดาษด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ โดยตัวเขาใช้วัตถุดิบอย่าง เศษผ้าฝ้าย, ผ้าป่าน หรือใยป่านสับปะรด ในการผลิตกระดาษ มาชมกระบวนการผลิตกระดาษในสตูดิโอของเขาที่เบอร์ลิน ผ่านภาพยนตร์สั้นเรื่อง Kings & Kongs กัน

ทั้งนี้ประวัติศาสตร์ของกระดาษมีมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นมาจากชาวอียิปต์ และชาวจีน โดยกระดาษของชาวอียิปต์โบราณนั้นถูกผลิตจากหญ้าปาปิรุส โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจารึกบทสวด และคำสาบานต่างๆ เพื่อเก็บไว้ในพีรามิด

ด้านชาวจีนเอง กระดาษในยุคเริ่มต้นของพวกเขานั้นถูกผลิตจากเปลือกไม้นำมาต้มจนได้เยื่อกระดาษ และมาเกลี่ยบนตระแกรง และปล่อยให้แห้ง จากนั้นภูมิปัญญาการประดิษฐ์กระดาษก็แพร่หลายเข้าสู่โลกมุสลิม โดยชาวมุสลิมนำนวัตกรรมดังกล่าวมาปรับใช้ด้วยการนำเศษผ้าลินินมาต้ม และใช้ค้อนตอกให้เป็นเยื่อกระดาษแผ่นๆ

ในส่วนของไทยเอง ประวัติศาสตร์ของกระดาษมีหลักฐานผ่าน “สมุดไทย” ซึ่งผลิตจากเยื่อไม้ทุบละเอียด ต้มจนเปื่อย และใส่แป้งเพื่อให้เนื้อเหนียวขึ้น และนำไปกรองไว้จนแห้ง จากนั้นจึงลอกออกมาเป็นแผ่น ใช้ในการบันทึก จดข้อความ หรือเขียนเรื่องไตรภูมิในศาสนาพุทธ

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

เรื่องแนะนำ

“ลารุงการ์” มหาวิทยาลัยสงฆ์ของพุทธศาสนาวัชรยานที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อช่างภาพบันทึกภาพของเมืองมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนทางการจีนสั่งรื้อทำลายบางส่วน และปิดไม่ให้ "คนนอก" เข้าไปเยือนอีกต่อไป

6 เรื่องเซอร์ไพรส์ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ

6 เรื่องเซอร์ไพรส์ที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะรัฐบาลควบคุมการรับรู้ของพลเมืองทุกอย่างไม่ให้สามารถเข้าถึงโลกภายนอกได้ ทุกๆ วัน มีชาวเกาหลีเหนือหลบหนีออกจากประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเดินทางมายังที่นี่ เพื่อสัมผัสบรรยากาศและวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนือที่ค่อยๆ พัฒนาอย่างเชื่องช้า ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า ประเทศเกาหลีเหนือยังคงขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ก่อนหน้านี้เมื่อราวสิบปีก่อน เกาหลีเหนือเผชิญภาวะอดอยากจนทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไปมากถึง 3 ล้านคน มาวันนี้เกาหลีเหนือดีขึ้นกว่าเดิมก็จริง แต่ความอดอยากยังคงมีอยู่ Eunsun Kim หญิงสาวชาวเกาหลีเหนือที่หลบหนีออกจากประเทศมาพร้อมกับแม่ของเธอ เมื่ออายุได้ 11 ขวบ เล่าว่า กระบวนการปลูกฝังของประเทศนั้นเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่เธอลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ “เราถูกล้างสมองมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่” เธอกล่าว “มากกว่า 90% ของบทเพลงที่เราถูกบังคับให้ร้องล้วนเกี่ยวกับตระกูลคิมและพรรคแรงงาน ดังนั้นการแสดงความเคารพต่อสมาชิกในตระกูลคิม จึงเป็นเรื่องปกติสามัญ” ลองชมภาพถ่ายชีวิตประจำวันของผู้คนนประเทศนี้ สถานที่ที่ไม่ธรรมดาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 1. กรุงเปียงยางงดงามเมื่อมองจากมุมสูง ภาพวิดีโอมุมสูงของกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของประเทศเกาหลีเหนือ เป็นอะไรที่หายาก แต่หากคุณได้มีโอกาสดูคุณจะเห็นอาคารสีพาสเทลจำนวนมากตั้งอยู่รายล้อมแม่น้ำกว้าง โครงสร้างเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวต่างชาติ ทั้งนี้การจะถ่ายภาพวิดีโอจากมุมสูงของเมืองจำเป็นต้องขออนุญาตเฉพาะ อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลจะมีข้อจำกัดในการถ่ายวิดีโอ แต่นักสร้างภาพยนตร์อย่าง Rob Whitworth และ J.T. Singh ก็สามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนือผ่านวิดีโอไทม์แลปส์ออกมาได้อย่างงดงาม […]

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

นักล่าน้ำผึ้ง คนสุดท้าย

เมาลิ ธัน ห้อยต่องแต่งอยู่กลางเวหาสูง 90 เมตรบนบันไดเชือกไม้ไผ่ พลางสำรวจผาหินแกรนิตช่วงที่เขาต้องปีนเพื่อไปยังจุดหมาย นั่นคือรังผึ้งหลวงหิมาลัยใต้หินแกรนิตที่ยื่นออกมา ผึ้งเหล่านี้คอยเฝ้ารักษาน้ำผึ้งเมา (mad honey) ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนสารก่อประสาทหลอน และขายในตลาดมืดเอเชียได้ราคากิโลกรัมละ 30 ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหกเท่าของราคาน้ำผึ้งทั่วไปที่ขายในท้องตลาดเนปาล สำหรับเมาลิแล้ว การเก็บน้ำผึ้งเป็นเพียงวิธีเดียวในการหาเงินซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้ซื้อหาอาหารและสิ่งของจำเป็นบางอย่างที่ทำเองไม่ได้ ซึ่งรวมถึงเกลือและน้ำมันประกอบอาหาร แต่ไม่ว่าเงินจะสำคัญสำหรับเขาและคนอื่นๆในหมู่บ้านของเขาที่อยู่ไกลออกไปเบื้องล่างมากเพียงใดก็ตาม เมาลิคิดว่าถึงเวลาที่จะเลิกทำงานนี้แล้ว ด้วยวัย 57 ปี เขาแก่เกินกว่าจะเสี่ยงกับการเก็บน้ำผึ้งตามฤดูกาลที่อันตรายนี้ หลายศตวรรษมาแล้วที่ชาวกูลุงอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากโลกภายนอก เพราะบ้านของพวกเขาอยู่ท่ามกลางป่าทึบภายในโกรกธารลึกซึ่งเกิดจากฝีมือสลักเสลาของแม่น้ำหองคู แม้เมานต์เอเวอเรสต์จะอยู่ห่างออกไปทางเหนือเพียงหุบเขาเดียวจากบริเวณเชิงเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ ทว่าที่นี่ก็ยังคงโดดเดี่ยวและห่างไกล ทว่าในแต่ละปีโลกภายนอกคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที มีถนนดินสายหนึ่งที่ย่นเวลาเดินเท้ามาสู่หมู่บ้านสัททีของเมาลิ ได้ภายในสองวัน และกำลังเริ่มทำเส้นทางเดินป่าของนักท่องเที่ยวซึ่งจะเข้าไปลึกถึงตอนบนของหุบเขา เส้นทางนี้จะเชื่อมหมู่บ้านสัททีและหมู่บ้านข้างเคียงอื่นๆกับเส้นทางเดินป่ายอดนิยม สี่สิบสองปีมาแล้วนับตั้งแต่เมาลิฝันเห็นสิ่งที่นำเขามาสู่เส้นทางสายนี้ ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี เป็นคืนหลังจากที่เขาช่วยพ่อเก็บรวงผึ้งครั้งแรก “ผมเห็นผู้หญิงสวยสองคนครับ” เขาเล่า “ทันใดนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองติดอยู่ในใยแมงมุมข้างหน้าผาแห่งหนึ่ง ผมพยายามดิ้นให้หลุด ตอนที่เห็นลิงสีขาวตัวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ข้างบน มันหย่อนหางลงมา หญิงสองคนนั้นช่วยผมคว้าหางไว้ได้ ลิงดึงผมขึ้นไป แล้วผมก็หลุดออกมาครับ” เหล่าผู้อาวุโสซึ่งหนึ่งในนั้นคือพ่อของเขาเองบอกเขาว่า ลิงนั้นคือรังเกมิ วิญญาณที่คอยเฝ้าปกปักฝูงผึ้งและลิง บางครั้งก็เป็นพลังงานอันกราดเกรี้ยวที่สิงสถิตอยู่ตามสถานที่อันตรายต่างๆซึ่งน้อยคนจะกล้าย่างกรายเข้าไป พวกผู้อาวุโสพูดให้เขาเชื่อมั่นว่า เขาได้รับการรับรองแล้วว่าจะปีนป่ายหน้าผาไปได้อย่างปลอดภัย […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.