ไขปริศนาเลือดข้นคนจาง "ยาจีน" ลึกลับในถ้วยคือ? - National Geographic Thailand

ไขปริศนาเลือดข้นคนจาง “ยาจีน” ลึกลับในถ้วยคือ?

ไขปริศนาเลือดข้นคนจาง ยาจีน ลึกลับในถ้วยคือ?

“เมียของอาเฮียลื้อกำลังต้มยาบำรุงให้เมียลื้อกิน” อากงตบไหล่เมธ “สะใภ้ในบ้านรักกันอั๋วถือเป็นเรื่องดีนะ”

“ขมหน่อยนะ” คริสบอกกับพิมที่กำลังจิบ ยาจีน “ขมมากเลยค่ะ” พิมหลับตาปี๋เพราะรสของยา เธอยังไม่รู้ว่าอีกหลายชั่วโมงต่อมา เมื่อยาจีนถ้วยนี้ถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

 

เมื่อเด็กที่กำลังจะเกิดมาไม่เป็นที่ต้องการ หรือถูกมุ่งร้ายโดยบุคคลอื่น ชาวอียิปต์โบราณจะใช้มูลของจระเข้ยัดใส่เข้าไปในช่องคลอด กระบวนการนี้คล้ายคลึงกับกรรมวิธีของชาวกรีก พวกเขาผสมมูลของหนูเข้ากับน้ำผึ้ง, เกลือ, ขี้กาเทศ และยางไม้ แบคทีเรียจากส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้มดลูกติดเชื้อ และเกิดการแท้งในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าอันตรายต่อสุขภาพของผู้เป็นแม่ด้วย

วิธีที่นุ่มนวลกว่านั้นหากได้ผลเดียวกันคือการใช้สมุนไพร ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาผู้คนใช้ประโยชน์จากฤทธิ์ขับเลือดของ เพนนีรอยัล (Pennyroyal) ซึ่งเป็นพืชตระกูลมินต์ ปกติแล้วพืชสมุนไพรชนิดนี้หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะไม่เป็นอะไร ทว่ากาน้ำชาที่มีเพนนีรอยัลปริมาณ 5 กรัม นั่นมากพอที่จะเป็นพิษต่อร่างกาย ในขณะที่ผู้คนจากวัฒนธรรมอื่นใช้พืชสมุนไพรต่างออกไป เช่น พาร์สลีย์ ฝิ่น ฯลฯ แต่ทั้งหมดล้วนเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน

ว่าแต่สมุนไพรอะไรที่ถูกใส่ลงไปในยาจีนของพิม? มีความเป็นไปได้หลายประการ…

ยาจีน
ว่านมหาเมฆ หรือชื่อภาษาจีนว่า เอ๋อจู๋ ส่วนเหง้าของสมุนไพรมีฤทธิ์ช่วยแก้อาหารปวดมดลูก หน่อและดอกสามารถทานเป็นยาระบายช่วยขับลมได้ และเมื่อปีที่ผ่านมา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ค้นพบว่า สารสกัดจากว่านมหาเมฆ มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชายทั้งในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง สามารถใช้เป็นยารักษาอาการหัวล้านได้
ขอบคุณภาพจาก https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_29983

“จริงๆ ก็มีหลายตัวนะคะในกลุ่มของยาสลายลิ่มเลือด” อาจารย์ภารวี ขวัญแก้ว อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติกล่าว “กรณีที่เกิดขึ้นคือใช้ยาไม่เหมาะกับคนไข้ค่ะ เช่นในเคสคนไข้ที่ประจำเดือนไม่มา แล้ววินิจฉัยพบว่าเกิดจากเลือดคั่งอุดตันในมดลูก ก็สามารถให้ยาสลายลิ่มเลือดนี้ได้ แต่ในทางกลับกันเคสคนท้อง ยาจะไปขับตัวอ่อนแทน”

ในกลุ่มยาประเภทนี้ก็เช่น เอ๋อจู๋ (ว่านมหาเมฆ) หรือ Lu Lu Tong (Beautiful Sweetgum Fruit) เป็นต้น ด้าน สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเสริมว่า ชิงเฮา พืชในวงศ์ทานตะวัน หรือ ชะเอมจีน ก็อยู่ในกลุ่มสมุนไพรประเภทนี้ แต่จากการที่ตัวละครระบุว่ายาจีนถ้วยดังกล่าวมีรสขมมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นดอกคำฝอยก็ได้ ซึ่งสมุนไพรทั้งหมดนี้ผ่านการทดสอบในสัตว์แล้ว พบว่าหากรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดการแท้ง หรือตัวอ่อนเจริญเติบโตผิดปกติได้

(ตรวจสอบรายชื่อสมุนไพรที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ได้ ที่นี่)

ยาจีน
ดอกคำฝอย สมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงโลหิต และสลายลิ่มเลือด แต่หากรับประทานมากไปจะส่งผลร้ายต่อเลือด ก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง หรือประจำเดือนมามากผิดปกติ แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพรนี้ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการแท้งลูกได้
ขอบคุณภาพจาก https://www.honestdocs.co/the-benefit-of-safflower

“อีกหนึ่งความเป็นไปได้ก็คือพวกสมุนไพรในกลุ่มยาระบายค่ะ เพราะว่าปกติยาบำรุงคนท้องจะไม่มีส่วนผสมของยาขับเลือด หรือยาระบายเหล่านี้” อาจารย์ภารวีกล่าว พร้อมยกตัวอย่างว่าการใช้สมุนไพรนั้นควรพิจารณาว่าเหมาะสมกับร่างกายตนเองหรือไม่ เพราะพืชสมุนไพรมีทั้งคุณและโทษ เช่น โสม หากผู้ใช้เป็นคนธาตุร้อน และมีปัญหาความดันสูง ก็ควรหลีกเลี่ยงเนื่องจากโสมจะไปเพิ่มความดันในร่างกาย “นอกจากความเข้าใจผิดว่าสมุนไพรดี กินได้ไม่อันตรายแล้ว อีกหนึ่งความเข้าใจผิดก็คือการใช้สมุนไพรติดต่อกันนานๆ ค่ะ” เธอแสดงความเป็นห่วงถึงกระแสรักสุขภาพในโลกออนไลน์ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการซื้อขายยาสมุนไพรกันมากมาย โดยเฉพาะบางร้านค้าที่โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือนำเสนอข้อดีเพียงด้านเดียว

ยกตัวอย่าง “แกงขี้เหล็ก” พืชที่มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้นอนหลับง่าย แต่หากรับประทานในปริมาณมากๆ หรือบ่อยเกินไป สารบาราคอล และสารแอนไฮโดรบาราคอลในใบขี้เหล็กก็จะเป็นพิษต่อตับได้ “ไม่ควรใช้สมุนไพรเชิงเดี่ยวตัวใดตัวหนึ่งเป็นเวลานานค่ะ” สอดคล้องกับข้อแนะนำของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร ระบุว่าปกติแล้วร่างกายของเราจะรับเอาคุณประโยชน์จากสมุนไพรผ่านมื้ออาหารที่หลากหลายอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาสมุนไพรเพิ่มเติม แต่หากต้องการใช้ควรตรวจสอบสรรพคุณกับ บัญชียาหลักของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ว่ามีรายชื่อสมุนไพรนั้นๆ อยู่ในรายชื่อยาหรือไม่ หากไม่มีแปลว่าสมุนไพรนั้นๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องกินเสริมเป็นยา หรือปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้

ยาจีน
ใบของต้นรางจืดนำมาต้มหรือคั้นดื่มมีสรรพคุณช่วยล้างพิษ นักวิทยาศาสตร์พบว่ารางจืดมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทเช่นเดียวกับโคเคนและแอมเฟตามีน แต่มีผลกระทบต่อร่างกายอ่อนกว่า จึงมีแนวโน้มที่จะนำมาใช้ช่วยให้ผู้ที่ติดยาเสพติดสามารถเลิกยาได้ในอนาคต อย่างไรก็ดีไม่ควรรับประทานรางจืดติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน เนื่องจากตับและไตจะทำงานหนักเกินไป
ขอบคุณภาพจาก https://www.honestdocs.co/ray-thai-herbs-for-detox

 

เราจะช่วยพิมได้อย่างไร?

หลังจากทานยาจีนถ้วยนั้นเข้าไปแล้ว กว่ายาจะออกฤทธิ์ต้องผ่านการย่อยและดูดซึมเข้ากระแสเลือดเสียก่อน “ช่วงแรกอาจจะเกิดอาการปวดมวนท้อง เพราะยาไปกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว” คนทั่วไปคิดว่าหากเอารางจืด ซึ่งเป็นสมุนไพรล้างพิษมาใช้อาจพอช่วยลดฤทธิ์ขับลิ่มเลือดได้ แต่วิธีที่ดีที่สุดที่อาจารย์ภารวีแนะนำคือ “รีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดค่ะ” โดยเสริมว่าหากในกรณีที่คุณแม่มีครรภ์แก่แล้ว ผลที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การแท้ง แต่เป็นการคลอดก่อนกำหนดแทน ทว่าในทางกลับกันหากแท้งขึ้นมา เด็กในครรภ์แก่ที่ตัวใหญ่แล้วอาจเป็นอันตรายต่อแม่มากกว่าครรภ์อ่อนๆ เพราะต้องผ่าท้องเอาออกมา

ยาจีน
หลังแท้งลูก พิมเสียใจมากและตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ
ขอบคุณภาพจากซีรีย์ “เลือดข้นคนจาง”

ทั้งนี้หากเกิดภาวะแท้งขึ้นแล้ว นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพกายของคุณแม่ สุขภาพใจก็เป็นเรื่องสำคัญ รายงานจากการประชุมเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี กฎหมายการทำแท้งเสรี หรือ 1967 Abortion Act โดย SPUC องค์กรที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำแท้งของสหราชอาณาจักรเมื่อปีที่ผ่านมา ระบุว่า หลังเกิดการแท้งลูกขึ้นผู้เป็นแม่มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายมากกว่าคุณแม่หลังคลอดถึง 6 เท่า พร้อมกันนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่ม 30% ไปจนถึงโรควิตกกังวล หรือโรค PTSD (ความเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ)

ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้คนรอบตัวควรใส่ใจกับสุขภาพจิตของคุณแม่หลังแท้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสถานการณ์กดดัน หรือกระตุ้นให้คิดถึงเหตุการณ์ เช่น การไปโรงเรียนอนุบาล เป็นต้น ในหลายกรณีคุณแม่ที่พบเจอกับความสูญเสียมักจมจ่อมตัวเองอยู่กับความทุกข์ และเชื่อว่าตนจะไม่สามารถมีความสุขในชีวิตได้อีก แต่ในความเป็นจริงอาการดังกล่าวสามารถเยียวยาจนหายและตั้งครรภ์อีกครั้งได้ ด้วยกำลังใจจากตนเองและคนรอบข้าง

 

อ่านเพิ่มเติม

เลือดข้นคนต่าง! ทำไมผู้ชายใช้กำลัง ผู้หญิงใช้ยาพิษ

 

แหล่งข้อมูล

อาจารย์ภารวี ขวัญแก้ว อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

9 Ancient Abortion Methods So Terrible You’ll Be Even More Grateful For The Right To Choose

The terrifying history of herbal abortion medicines

Abortion leads to increased risk of suicide, death, depression: study

 

เรื่องแนะนำ

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]

กล้าทดสอบความกล้ากับฝูงมดกระสุนนี้ไหม?

ในหลากหลายวัฒนธรรมมีพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กชายเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นชายชาตรี สำหรับพิธีกรรมของชนเผ่า Sateré-Mawe ในป่าแอมะซอน ของบราซิลนี้จะทำให้คุณขนหัวลุก เพราะพวกเขาใช้มดกระสุนเจ้าของฉายามดกัดเจ็บราวกับถูกปืนยิง เป็นเครื่องมือในการทดสอบ เมื่อเริ่มพิธีกรรมบรรดาผู้ใหญ่ในชนเผ่าจะไปคุ้ยหามดกระสุนและทำให้พวกมันสลบ จากนั้นพวกเขาจะนำมดกระสุนสอดเข้าไปในถุงมือที่สานขึ้นจากใบไม้ ทำให้มดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เด็กชายที่เข้าร่วมพิธีกรรมจะต้องสอดมือเข้าไปในถุงมือดังกล่าว และเต้นรำอยู่นาน 10 นาที จึงจะสามารถถอดถุงมือออกได้ ซึ่งแม้จะทาผงถ่านทั่วมือแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่วายถูกมดกระสุนกัดอยู่ดี ความเจ็บปวดจะลุกลามไปทั่วมือและอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าจะหาย แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะพวกเขาต้องทำเช่นนี้จนครบ 20 ครั้งจึงจะได้รับการยอมรับในฐานะ “นักรบ” ของเผ่าอย่างเต็มภาคภูมิ   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก, ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปของชนเผ่าอะปาตานี

ศิลปวัตถุของอาสนวิหารนอเทรอดามที่ยังคงอยู่และมอดไหม้ไปแล้ว

อัคคีภัยแห่งอาสนวิหารนอเทรอดามนำพาความโศกเศร้ามายังมนุษยชาติ เนื่องจากศิลปวัตถุซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาของคนยุคก่อนและวัตถุศักดิ์สิทธิ์อันประเมินค่ามิได้ต้องสูญสลายไป แต่ยังมี สมบัติแห่งนอเทรอดาม หลายชิ้นที่รอดมาได้โดยผู้คนที่ยินดีฝ่ากองเพลิงเพื่อรักษาเอาไว้ การสูญเสียสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกโลกซึ่งมีอายุมานานกว่า 850 ปีอย่างอาสนวิหารนอเทรอดาม นำพาความโศกเศร้ามาสู่คนทั่วไป เพราะอาสนวิหารแห่งนี้มิใช่แหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสและฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งแสดงถึงความสามารถทางสถาปัตยกรรมที่ต้องอาศัยความเพียรพยายามในการสร้างสรรค์ รวมไปถึงการเป็นที่เก็บรักษางานศิลปะและสมบัติหลายชิ้นที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ทั้งงานศิลปวัตถุโบราณ เครื่องดนตรี รูปปั้น งานไม้ และวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่เก็บรักษาไว้มาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ได้มีประชาชนที่เห็นความสำคัญของวัตถุและ สมบัติแห่งนอเทรอดาม ที่อยู่ภายในอาสนวิหารได้ทั้งพนักงานดับเพลิง บาทหลวง ตำรวจ และคนทั่วไปรวมตัวกันสร้างโซ่มนุษย์ และบางคนก็ยืนกรานเข้าไปในพื้นที่อันตรายเพื่อจะนำสมบัติและศิลปวัตถุเหล่านี้ออกมาให้จงได้ จนให้มีสมบัติล้ำค่าจำนวนมากรอดจากอัคคีภัยครั้งนี้ แต่ก็มีวัตถุบางส่วนที่ไม่สามารถระบุชะตากรรมได้ว่าเป็นอย่างไร หรือบางชิ้นก็ได้รับการระบุว่าสูญสลายไปในกองเพลิงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว นี่คือข้อมูลของ สมบัติแห่งนอเทรอดาม ที่ยังเหลือรอด ไม่ทราบสถานะ และถูกทำลายไปแล้ว สมบัติที่เก็บรักษาไว้ได้ มงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Crown of Thorns) เป็นหนึ่งในสมบัติทางศาสนาที่ตกทอดมาอย่างยาวนานซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในอาสนวิหารนอเทรอดาม โดยมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์นี้เชื่อกันว่าถูกวางไว้บนศีรษะของพระเยซูในขณะที่พระองค์ถูกตรึงกางเขน แต่เดิมนั้นอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม และได้ถูกมอบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ผู้สร้าง Sainte-Chappelle ในกรุงปารีส และต่อมาได้กลายเป็นนักบุญ Louis เป็นผู้เก็บรักษาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกส่งต่อมาที่นอเทรอดามในภายหลัง […]