Explorer Awards 2018: ฑิชากร เปล่งพานิช - National Geographic Thailand

Explorer Awards 2018: ฑิชากร เปล่งพานิช

ฑิชากร เปล่งพานิช

นักเขียนและนักเดินทาง

ฑิชากร เปล่งพานิช คือนักเดินทางรุ่นใหม่ที่เริ่มงานเขียนจากการเป็นฟรีแลนซ์คอลัมน์ท่องเที่ยวให้กับนิตยสาร ในขณะเดียวกันก็ทำงานอาสาสมัครและอาศัยความรู้ด้านมัลติมีเดียผลิตสารคดีให้กับ Operation Smile Thailand และ Goodwill Foundation และเขียนหนังสือจากการเดินทางไกล โปรดปรานกีฬาแนวผจญภัย เช่น ปีนเขา เล่นเซิร์ฟ และสโนว์บอร์ด

ฑิชากร เปล่งพานิช

 

การสำรวจได้อะไรกลับมา

บางทีการที่เราไปที่ที่เราไม่คุ้นเคย หรือเรื่องราวที่เคยรับรู้จากสื่อต่างๆ มันไม่เหมือนกับที่เราได้ยินมา อย่างเช่น ตอนที่บอมเดินทางไปปากีสถาน บอมเกิดความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับมุสลิม เหมือนเป็นการเปิดโลกของเราเลยว่า เราไม่สามารถมองอะไรเพียงด้านเดียวได้ หลายๆ ความเชื่อที่เราเคยได้ยินมา มันไม่เหมือนกับการได้เดินทางไปที่นั่นจริงๆ  ทำให้เรารู้ว่า ไม่มีอะไรเหมือนที่เราคิดเลย ถ้าเราไม่ได้ไปลองอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ

ฑิชากร เปล่งพานิช

 

ประสบการณ์ที่ตื่นเต้นที่สุด

เนื่องจากเรามีเวลาในการเดินทางน้อย ตอนที่เดินทางในอินเดีย และกำลังเดินทางจากเมืองคยาไปเมืองพาราณสี เราประสบกับสภาพอากาศที่ย่ำแย่ หมอกลงหนามาก ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟล่าช้า บอมรอรถไฟจากประมาณสี่ทุ่มถึงตีห้ากว่าๆ แล้วเราก็ขึ้นรถไฟโดยที่ไม่มีความมั่นใจเลยว่า เป็นรถไฟขบวนที่จะไปพาราณสีหรือเปล่า บอมกับเพื่อนก็เลยไปหลบอยู่ที่นั่งว่างในตู้รถไฟตู้สุดท้าย  เพราะเราไม่รู้เราอยู่ถูกที่นั่งหรือป่าว จนกระทั่งเรานั่งมาถึงปลายทาง ตื่นมาภาพแรกที่เห็นคือ พราหมณ์คนหนึ่งกำลังนั่งมองหน้าเราอยู่และใช้ข่อยขัดฟัน บอมว่าอันนี้เป็นอะไรที่ตื่นเต้นและสนุกมากอีกเรื่องหนึ่ง

“การได้เดินทางทำให้เรารู้ว่าเราเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยมากในโลกนี้ คุณไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร บอมเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าเราแค่อยากมีความสุข”

ฑิชากร เปล่งพานิช

 

การออกเดินทางมีผลอย่างไรต่อชีวิต

การได้เดินทางทำให้เรารู้ว่าเราเป็นส่วนเล็กน้อยมากในโลกนี้ คุณไม่ได้พิเศษไปกว่าใคร บอมเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่า เราแค่อยากมีความสุข

พอเราได้ออกไปเห็นอะไรมากขึ้น เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เราก็ค้นพบตัวเองด้วย คนส่วนใหญ่ในวัยเดียวกับบอมชอบออกเดินทาง และทุกวันนี้สามารถเดินทางได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน บอมรู้สึกว่า เงินเก็บของบอมไปอยู่ในตั๋วเครื่องบินและการเดินทางหมดเลย ในช่วงวัยนี้ บอมรู้สึกว่าประสบการณ์คือสิ่งที่สำคัญสำหรับบอม

 

อ่านเพิ่มเติม

อลังการงานสร้าง ความงามของสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก

เรื่องแนะนำ

พลัดที่นาคาที่อยู่ สูญสิ้นแม้ความหวัง

“เต้น!” เสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ทหาร ผู้แกว่งปืนในมือไปยังเด็กหญิงที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม อฟีฟาเพิ่งจะอายุได้ 14 ปี เธอถูกจับกุมอยู่ในนาข้าวรวมกับเด็กหญิงและผู้หญิงคนอื่นๆ อีกหลายสิบคน ทั้งหมดเป็นชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์โรฮิงญา บรรดาทหารที่บุกรุกหมู่บ้านของพวกเธอในเช้าวันหนึ่งของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า พวกเขากำลังตามหาตัวผู้ก่อการร้ายติดอาวุธที่สังหารเจ้าหน้าที่ชายแดนตายไป 9 ราย เด็กผู้ชายและผู้ชายในหมู่บ้านพากันหวาดกลัว ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไปซ่อนตัวในป่า และทหารเหล่านี้จึงหันมาข่มขวัญผู้หญิงและเด็กๆ แทน หลังจากถูกค้นตัว อฟีฟาเห็นทหารลากหญิงสาว 2 คนเข้าไปในทุ่งนาลึก ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งความสนใจมาที่เธอ “ถ้าแกไม่เต้น” หนึ่งในนั้นกล่าว แล้วเอานิ้วลากไปที่ลำคอของตัวเอง “เราจะฆ่าเธอ” อฟีฟาร้องไห้น้ำตานองหน้า เธอเริ่มแกว่งตัวไปมา พวกทหารปรบมือเป็นจังหวะ บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ผู้บัญชาการของพวกเขาสอดแขนเข้ามาโอบเอวของเธอ “แบบนี้ดีกว่าใช่ไหม?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม เหตุการณ์ทำนองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นจากการปราบปรามชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา สหประชาชาติออกมากล่าวว่า ชาวโรฮิงญาเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยที่ถูกข่มเหงมากที่สุดในโลก พวกเขาเป็นชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศที่พุทธศาสนาเป็นใหญ่ ชาวโรฮิงญาอ้างว่าพวกเขาเป็นชนพื้นเมืองของรัฐยะไข่ และหลายคนก็สืบเชื้อสายมาจากบรรพบรุษที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 แม้พวกเขาจะมีรากเหง้าที่ยาวนาน แต่กฏหมายตั้งแต่ปี 1982 ไม่ได้ให้สิทธิชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองของประเทศ ปัจจุบันพวกเขายังคงมีสถานะเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย และในบังกลาเทศเองก็รองรับชาวโรฮิงญากว่าครึ่งล้านคนที่หลบหนีเข้าไปอาศัยอยู่ การปะทะกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม เมื่อ […]

นักบินหญิงเหล่านี้ทลายกำแพงของวงการการบิน

ทุกวันนี้ในวงการนักบินทั่วโลก มีผู้หญิงเพียงแค่ 3% เท่านั้น และย้อนกลับไปในอดีตนักบินหญิงเหล่านี้คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งย้ำให้ทุกคนเห็นว่าท้องฟ้ามีที่กว้างพอสำหรับผู้หญิง

ผู้หญิง ควรเป็นผู้ปกครองใช่หรือไม่ เหล่าราชินีแห่งอิยิปต์มีคำตอบ

นักอียิปต์วิทยา คาร่า คูนีย์ (Kara Cooney) ค้นพบว่าอียิปต์โบราณหันไปหาการนำจาก ผู้หญิง เพื่อปกครองและปกป้องพวกเขาในช่วงเวลาแห่งความยุ่งยาก  เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว  อดีตจะฝากบทเรียนอะไรไว้ให้ผู้หญิงในยุคนี้ได้เรียนรู้บ้าง

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.