บททดสอบลูกผู้ชาย "หน่วยซีล" - National Geographic Thailand

บททดสอบลูกผู้ชาย “หน่วยซีล”

บททดสอบลูกผู้ชาย “หน่วยซีล”

บททดสอบลูกผู้ชาย ตลอด “สัปดาห์นรก” ซึ่งเป็นช่วงฝึกหนักที่สุด ของนักเรียนนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือที่เรียกย่อๆ ว่า หน่วยซีล (SEAL) สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ และว่ากันว่าเป็นหน่วยที่ถูกขับเคี่ยวหนักที่สุดในบรรดาหน่วยรบพิเศษ ของทุกเหล่าทัพ

ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า อะไรคือแรงผลักดันให้พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคมหาโหดจนผ่านพ้นไปได้ จะเป็นความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือความต้องการเอาชนะอะไรบางอย่างกันแน่ นอกจากต้องต่อสู้กับความเหนื่อยล้าทางกายแสนสาหัสตลอดทั้งสัปดาห์แล้ว (ฝึกต่อเนื่อง 5 วัน หรือ 120 ชั่วโมง โดยไม่มีการเข้านอน) พวกเขายังต้องข่มจิตใจให้นิ่ง อดทนต่อแรงกดดันบีบคั้น เพื่อที่จะไม่ถอดใจยอมแพ้ไปเสียก่อน แม้การเดินไปลั่นระฆังเพื่อให้พ้นจากขุมนรกจะง่าย แสนง่าย แต่นั่นคือทางเลือกสุดท้ายที่ลูกผู้ชายว่าที่หน่วยซีลเหล่านี้ไม่อาจทำใจยอมรับได้

หน่วยซีล
นักเรียนนักทำลายใต้น้ำจู่โจมเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปว่า “มนุษย์กบ” การว่ายน้ำและการดำน้ำจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในหลักสูตรการรบพิเศษของกองทัพเรือ ขณะที่ความหนักหน่วงของสถานการณ์จำลองระหว่างการฝึกก็เป็นที่เลื่องลือว่าเข้มข้นที่สุดของกองทัพไทย แม้กระนั้น ก็ยังมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก

พวกเขามาจากหลายหน่วยหลายกรมกอง มีทั้งตำรวจและทหาร แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกคนต้องสลัดยศและตำแหน่งไว้เบื้องหลัง สำหรับผม เส้นกั้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายช่างเลือนราง ช่วงท้ายของการฝึก นักเรียนคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการช็อก ทว่าเมื่อสัปดาห์นรกปิดฉากลง และทันทีที่ประธานในพิธีเดินไปจับมือแสดงความยินดีกับนักเรียน นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาทุกคน

เรื่องและภาพถ่าย: คัมภีร์ พาติเสนะ

*สารคดีเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 โดยการถ่ายภาพได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

หน่วยซีล
การฝึกแบกเรือยางน้ำหนักกว่า 70 กิโลกรัม ผ่านบ่อโคลนซึ่งร้อนระอุเพราะแดดเผาและหนักหนืด คือบทพิสูจน์ความสามัคคี
หน่วยซีล
“อันนี้แค่ฝึกนะเฟ้ยของจริงหนักกว่านี้หลายเท่า” ครูฝึกตะโกน ระหว่างพันธนาการร่างกายนักเรียนแล้วโยนลงทะเล จากนั้นจึงออกคำสั่งให้ว่ายเข้าหาฝั่งโดยเร็ว นี่เป็นการฝึกเอาตัวรอดจากข้าศึกในยามถูกจับเป็นเชลย
หน่วยซีล
“เอ้า ทาแป้งให้กันหน่อย” ครูฝึกออกคำสั่ง นักเรียนจึงผลัดกันใช้ทรายร้อนระอุรดหัวกันอุตลุดสีสันความบันเทิงเล็กๆน้อยๆระหว่างการฝึกอันหนักหน่วงนี้ ช่วยไม่ให้พวกเขาเครียดจนเกินไป
หน่วยซีล
ความเหนื่อยล้าอย่างแสนสาหัสส่งผลให้นักเรียนบางคนเลือกงีบหลับในช่วงเวลาพักอันแสนสั้น แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการกลับมารับบทฝึกหนักในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิต ณ ชายแดนจีน-เกาหลีเหนือ

เรื่องแนะนำ

ซิลิคอนแวลลีย์ : หวนคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส

ซิลิคอนแวลลีย์ ยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาสก็จริง แต่ตอนนี้กำลังเผชิญกับราคาแห่งความสำเร็จของตนเอง คำฮิตใหม่ของที่นี่จึงมีอยู่สองคำ นั่นคือ ความรับผิดชอบและความเห็นอกเห็นใจ

Explorer Awards 2018: เรย์ แมคโดนัลด์

เรย์ แมคโดนัลด์ นักเดินทางผู้บุกเบิกรายการสไตล์แบ็กแพ็กคนแรกๆ ของเมืองไทยที่โดดเด่นด้วยบุคลิกเฉพาะตัว จากการพาผู้ชมไปยังสถานที่ต่างๆ หลากหลายทั้งใกล้และไกล

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]

มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก

อาหาร คือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นตามมา เมื่อมนุษย์รู้จักวิธีการควบคุมไฟ หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวในเม็กซิโก ขอเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวยังรัฐโออาซากา เพราะที่นั่นมีเมนูอาหารเก่าแก่ ที่อาจเรียกได้ว่ากรรมวิธีการปรุงอาหารของพวกเขานั้นสามารถย้อนรอยไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมนูที่ว่านี้คือ “ซุปหิน” ครอบครัวนี้กำลังเดินทางไปที่ริมน้ำตกแห่งหนึ่ง เพื่อสาธิตวิธีการปรุงซุปหินให้ชมกัน เริ่มต้นด้วยการจับกุ้งและปลานิลจากแม่น้ำขึ้นมา มองหาหินภูเขาไฟขนาดพอเหมาะจำนวนหนึ่ง นำไปอังไฟไว้ให้ร้อน จากนั้นเทส่วนผสมทุกอย่างทั้งสมุนไพร เนื้อสัตว์ และน้ำเปล่าลงไปในแอ่งหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หย่อนหินภูเขาไฟที่กำลังร้อนได้ที่ลงไปในน้ำ ความร้อนจากหินจะทำให้น้ำเดือดทันที เท่านี้ก็จะได้เมนูซุปหินอันขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ ปัจจุบันพวกเขานำมรดกตกทอดจากบรรพบรุษนี้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง และได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย เมนูซุปหินถูกเปลี่ยนมาใส่ภาชนะ แต่ลูกค้ายังคงได้รสสัมผัสและความรู้สึกไม่ต่างจากต้นฉบับดั้งเดิม ลองชมภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกนี้ แล้วจะเห็นว่าวัฒนธรรมของพวกเขานั้นงดงามมากแค่ไหน   อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, การเดินทางของอาหาร