ซิลิคอนแวลลีย์ : หวนคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส - National Geographic Thailand

ซิลิคอนแวลลีย์ : หวนคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส

ซิลิคอนแวลลีย์ : หวนคืนสู่ดินแดนแห่งโอกาส

ซิลิคอนแวลลีย์ ยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาส แต่ตอนนี้กำลังเผชิญกับราคาแห่งความสำเร็จของตนเอง 

คำฮิตใหม่ของที่นี่จึงมีอยู่สองคำ นั่นคือ ความรับผิดชอบและความเห็นอกเห็นใจ

เรื่อง มิเชลล์ ควินน์

ภาพถ่าย ลอรา มอร์ตัน

รถยนต์เทสลาเบียดกันเข้าแท่นชาร์จที่มีอยู่ 12 ช่องในลานจอดรถ คลื่นมนุษย์ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมารวมตัวกันในล็อบบี้ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์  พอเสียงระฆังดังขึ้น ฝูงชนที่ส่งเสียงอึกทึกกรูเข้าไปในห้องประชุมแล้วเงียบเสียง “เดโมเดย์” (Demo Day) กำลังจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้งในซิลิคอนแวลลีย์

ตลอดสองวันหลังจากนั้น ผู้ประกอบการของบริษัทสตาร์ตอัป 132 รายจะเริ่ม “พิตช์” หรือขายไอเดียที่ซักซ้อมมาเป็นอย่างดีเป็นเวลาสองนาทีว่า พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างไร ปรากฏว่ามีหนทางทำเช่นนั้นมากมายหลายรูปแบบ ตั้งแต่ระบบเซ็นเซอร์ด้วยเรดาร์ที่ติดเพดานห้องนอนในบ้านพักคนชรา  โดรนที่ใช้ตรวจสายโทรศัพท์และสายไฟฟ้า ไปจนถึงบริการจัดส่งผงซักฟอกให้ลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ

ซิลิคอนแวลลีย์เป็นที่ที่ “เร่งพัฒนาสิ่งใหญ่ๆในอนาคต” เสมอ  พอล แซฟโฟ ผู้สังเกตการณ์ซิลิคอนแวลลีย์มานานบอกเช่นนั้น  บรรดาผู้ประกอบการที่นำเสนอไอเดียในเดโมเดย์จะวาดภาพชีวิตที่ดีกว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเป็นจริงเสริม (AR) หุ่นยนต์ โดรน และเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ทุกหนแห่ง  แต่ในช่วงที่ผ่านมาที่แห่งนี้กลับดูเงียบเหงาลง

ความรับผิดชอบและความเห็นอกเห็นใจเป็นสองคำฮิตใหม่ ซิลิคอนแวลลีย์ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางเชื้อชาติและเพศในกลุ่มคนทำงาน ธุรกิจเก่าที่ตกยุคไปเมื่อธุรกิจใหม่เข้ามาแทนที่ และความเจ็บปวดอันเกิดจากเทคโนโลยี ความเกลียดชังที่แพร่สะพัดเร็วเพราะการใช้สื่อสังคมออนไลน์และผลกระทบของนวัตกรรมที่ส่งผลต่อมนุษย์ในซิลิคอนแวลลีย์เอง พนักงานที่หาเงินได้ระดับแสนดอลลาร์ยังมีปัญหาในการซื้อบ้านเป็นของตนเอง  และหลายแห่งทั่วโลก อย่างเช่นในประเทศโบลิเวีย การขุดแร่ลิเทียมซึ่งให้พลังงานที่จำเป็นแก่อุปกรณ์ที่ซิลิคอนแวลลีย์ประดิษฐ์ขึ้น ยังสร้างความวิตกเรื่องการแสวงประโยชน์และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ฉันไปพบจอห์น เฮนเนสซี อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทแอลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล เขาเป็นมิตร แต่ขึงขังตามแบบนักวิชาการ เขากล่าวว่า ปัญหาด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและจริยธรรมที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปัจจุบันเผชิญอยู่ ทำให้ซิลิคอนแวลลีย์ต้องขบคิดถึงเป้าหมายของตนเองอย่างจริงจัง

“เรื่องยากในตอนนี้คือ บริษัทต่างๆจะหาทางรับผิดชอบและดำเนินกิจการอย่างไรเพื่อให้พ้องกับความต้องการของผู้ถือหุ้น และความต้องการของคนในสังคมในเวลาเดียวกันด้วย”

เทคโนโลยีเป็นตัวกำหนดอนาคตก็จริง  แต่ผู้นำทั้งหลายยังไม่อยากยอมรับว่า  บางครั้งในการสร้างสิ่งใหม่ให้ดีขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็อาจทำร้ายผู้คนไปพร้อมกัน

ซิลิคอนแวลลีย์
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคนิคนันยางของสิงคโปร์ได้แรงจากขนมคบเคี้ยว เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และน้ำอัดลม ระหว่างร่วมงานชุมนุมแฮ็กเกอร์เจาะทดสอบระบบหรือแฮ็กคาทอน ในแซนตาคลารา

ตามถนนที่คดเคี้ยวไปตามเนินเขารอบๆ ซึ่งมีกวางเล็มหญ้า เราอาจนึกภาพว่า ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตตามครรลองของชนบท หุบเขานี้เคยเป็นสวนแอพริคอตและพลัม ซิลิคอนแวลลีย์อาจตบตาเราได้ ดูเหมือนคนทุกคนเท่าเทียมกัน  มีบรรยากาศเปิดเผยเป็นกันเอง  เหล่าซีอีโอสวมเสื้อฮู้ดแบบสบายๆ  บรรดานักร่วมลงทุน (venture capitalist) สวมกางเกงปั่นจักรยาน

เมล็ดพันธุ์แห่งเสน่ห์ดึงดูดของซิลิคอนแวลลีย์ในปัจจุบันเริ่มขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ตอนที่มาถึงในฐานะนักข่าว ฉันรู้สึกว่าที่นี่ดูไร้ชีวิตชีวา และแม้แต่บริษัทของขบถผู้ยิ่งใหญ่อย่างแอปเปิ้ลก็ตกอยู่ในภาวะถดถอยเช่นกัน สตีฟ จ๊อบส์ ไม่อยู่แล้ว เขาลาออกจากบริษัทเมื่อปี 1985 หลังเกิดข้อพิพาทกับซีอีโอและคณะกรรมการของบริษัท กว่าจะหวนคืนสู่บริษัทที่ตนสร้างขึ้นอย่างผู้ชนะ ก็นานเกินสิบปีหลังจากนั้น

แนวคิดหนึ่งซึ่งเริ่มแพร่หลายในช่วงกลางทศวรรษ 1990 มีอยู่ว่า ถ้าหากผู้คนเชื่อมโยงกันผ่านคอมพิวเตอร์ได้ ชีวิตก็จะเปลี่ยนไป  บริษัทอเมริกาออนไลน์ (America Online: AOL) จึงถือกำเนิดขึ้นพร้อมแนวคิดร้านค้าออนไลน์ที่คุณไปแวะชมและสั่งซื้อดอกไม้ได้ เว็บนั้นทั้งอืดทั้งใช้ยาก แต่ในขณะนั้นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังถูกบ่มเพาะอยู่

เน็ตสเคป (Netscape) ซึ่งสร้างซอฟต์แวร์ “บราวเซอร์” ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถท่องเน็ตได้อย่างเสรี    เข้าสู่ตลาดหุ้นไม่ถึงปีภายหลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลัก แม้ว่าเน็ตสเคปจะเป็นบริษัทหน้าใหม่ที่มีความเสี่ยงยาวเป็นหางว่าวที่ผู้ลงทุนต่างก็รู้ดี แต่ราคาหุ้นก็ปิดตลาดด้วยราคา 58.25 ดอลลาร์สหรัฐในวันเปิดขาย ทำให้บริษัทมีมูลค่าทางการตลาด 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในทันที

การเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือไอพีโอ (initial public offering: IPO) ของเน็ตสเคปเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ต่อมารู้จักกันในนาม “ภาวะเฟื่องฟูของธุรกิจดอตคอม” ซึ่งทำให้เราเห็นการถือกำเนิดของบริษัทที่มีอายุยาวนานมาถึงปัจจุบันอย่างแอมะซอนและยาฮู! เช่นเดียวกับบริษัทที่ปิดตัวไปอย่างเว็บแวนและเพ็ตส์ดอตคอม

ความตื่นเต้นต่อสิ่งที่อาจทำได้บนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการขายเครื่องสำอาง เช่ารถกระบะ หาคู่เดต และอื่นๆ  ทำให้ตลาดหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงคึกคักมากขึ้น  ในปี 1999 บริษัทกว่าสี่ร้อยแห่ง ซึ่งส่วนมากทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีตบเท้าเข้าสู่ตลาดหุ้น

แต่แล้วตลาดหุ้นก็ร่วงกราวในปี 2000 ตำแหน่งงานกว่า 200,000 ตำแหน่งล้มหายตายจาก

ซิลิคอนแวลลีย์
ในฐานะบริษัทที่เข้าตลาดหุ้นเป็นบริษัทแรกของสหรัฐฯที่มีมูลค่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แอปเปิ้ลเป็นผู้วางรากฐานให้กับนวัตกรรมใหม่ๆในซิลิคอนแวลลีย์ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทในคูเปอร์ติโนซึ่งเปิดเมื่อปี 2007 และรู้จักกันในชื่อ “ยานอวกาศ” มีพนักงานกว่า 12,000 คน
ซิลิคอนแวลลีย์
เฮเทอร์ เจนกินส์ ที่แต่งตัวเป็นนางเงือก (คนกลางในภาพ) เต้นรำในงานปาร์ตี้ช่วงเช้าชื่อ เดย์เบรกเกอร์ ซึ่งเป็นงานปลอดแอลกอฮอล์และยาเสพติดในแซนแฟรนซิสโก งานเดย์เบรกเกอร์ออกแบบมาเพื่อสร้างพลังให้ผู้เข้าร่วมงานพร้อมรับวันทำงาน

ความล้มเหลวและแนวโน้มตกต่ำจะแผ้วถางทางให้กับความคิดใหม่ๆและคนหน้าใหม่ๆ กูเกิลครองพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของซิลิคอนกราฟฟิกส์ เฟซบุ๊กมาปรับปรุงสำนักงานเก่าของซันไมโครซิสเต็มส์เมื่อบริษัทโตขึ้น ความพยายามในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับโทรทัศน์ยังไม่ราบรื่น แต่แล้วยูทูบก็เปิดตัว

ศักราชแห่งสื่อสังคมออนไลน์เปิดฉากขึ้น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก ย้ายไปยังแพโลแอลโตเพื่อขยายกิจการเฟซบุ๊ก พร้อมคำขวัญของแฮ็กเกอร์ที่ว่า “ทำให้ไวและทลายทุกสิ่ง”  ในแซนแฟรนซิสโก กลุ่มเพื่อนและเพื่อนร่วมงานค้นพบวิธีที่ผู้คนจะอัพเดตเรื่องราวชีวิตประจำวันภายใน 140 คำได้ และทวิตเตอร์ก็ถือกำเนิดขึ้น

การมาถึงของปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (artificial intelligence: AI) เมื่อคอมพิวเตอร์เรียนรู้วิธีคิดเหมือนมนุษย์ ข้อมูล (ซึ่งทำงานร่วมกับความเร็วเชิงคำนวณ) ก็กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด เทียบเท่ากับน้ำมัน ถ้าหากคอมพิวเตอร์ “คิด” ได้และตัดสินใจได้ในวันหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้น

ซิลิคอนแวลลีย์
พนักงานใหม่ของเฟซบุ๊ก นิโคล โวลกาโรโปลอส และแม่ แชรีล กรีน-โวลกาโรโปลอส ถ่ายรูปหน้าป้ายยกนิ้วโป้งหรือไลก์ (Like) ของเฟซบุ๊กในเมนโลพาร์ก โดยมีเมล โวลกาโรโปลอส ผู้เป็นพ่อเป็นคนถ่ายภาพให้
ซิลิคอนแวลลีย์
ทริสตัน แมตไทอัส ชาวออสเตรเลีย ใช้เวลาทำงานและพักที่สตาร์ตอัปเอมบาสซี  (ปิดตัวไปแล้ว) เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยอยู่ร่วมกับคนอื่นๆใน “บ้านแฮ็กเกอร์” ในแพโลแอลโต

ขณะที่คนต่างเมืองหลั่งไหลมายังซิลิคอนแวลลีย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าพุ่งสูงขึ้น หลายคนซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และบางคนที่เป็น มองว่าชีวิตเริ่มลำบากขึ้นทุกที ส่วนใหญ่เป็นเพราะค่าเช่าบ้านที่มีราคาแพงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยมาเป็นเวลานานแล้วซึ่งไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆจากการเฟื่องฟูของเทคโนโลยี ค่าเช่าบ้านยังพุ่งสูงขึ้นและการซื้อบ้านก็กลายเป็นเรื่องเกินเอื้อมไปแล้ว พวกเขาย้ายออกจากที่นี่ไปอยู่ตามชานเมือง แล้วขับรถหลายชั่วโมงมาทำงานทุกวัน  หรืออาจย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ หรือไม่ก็ย้ายออกจากเมืองไปเลย

ไมเคิล ไซเบิล ซีอีโอของวายคอมบิเนเตอร์ มองเห็นเค้าลางการเปลี่ยนรุ่นในซิลิคอนแวลลีย์  คนงานวัยหนุ่มสาวต้องการให้บริษัทว่าจ้างพนักงานที่มีความหลากหลาย และดำเนินกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ส่วนบริษัทที่อยากเก็บรักษาคนงานมีฝีมือไว้ก็เริ่มเห็นพ้องกับแนวคิดนั้นด้วยเช่นกัน


9 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกของอีลอน มัสก์ เศรษฐีนักประดิษฐ์

เรื่องแนะนำ

เมื่อความมืดมาถึง รถเมล์คันนี้จะกลายเป็นที่พักของคนไร้บ้าน

รถเมล์สาย 22 คันนี้วิ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ในบริเวณซิลิคอนแวลลีย์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อกลางคืนมาถึง รถเมล์จะกลายเป็นโรงแรมของบรรดาคนไร้บ้านแทน ที่พากันขึ้นมาหลับนอนบนรถ แทนที่จะต้องเสี่ยงอันตรายจากการงีบหลับตามริมท้องถนน ภาพที่แตกต่างของผู้ใช้บริการรถเมล์สาย 22 ในช่วงกลางวันและกลางคืนจุดประกายให้ อลิซาเบธ โล นักสร้างภาพยนตร์ต้องการถ่ายทอดอีกมุมหนึ่งของชีวิตคนไร้บ้านที่ไม่ถูกเปิดเผย หลังคลุกตัวอยู่กับรถเมล์สาย 22 เกือบสัปดาห์ ภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Hotel 22” นี้ ก็ปรากฏขึ้นและบันทึกปัญหาที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ของคนไร้บ้านเอาไว้   อ่านเพิ่มเติม : ชมกรรมวิธีการผลิตซีอิ๋วแบบญี่ปุ่น ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้กว่า 750 ปี, อยู่กับคนตายเป็นปี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินโดนีเซีย

ชีวิตภายในห้องพักขนาดเท่าโลง ที่ชาวฮ่องกงเรียกว่า “บ้าน”

ด้วยประชากรจำนวน 7.5 ล้านคนบนที่ดินจำกัด ฮ่องกงกลายเป็นสถานที่ที่มีค่าเช่าแพงที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก และนั่นทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีทางเลือกไม่มากนัก

พบภาพเขียนสีโบราณรูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี

พบ”ภาพเขียนสีโบราณ”รูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี เมื่อรวม”ภาพเขียนสีโบราณ”กับเครื่องใช้ไม้สอยเก่าแก่อย่างฉมวกที่ทำขึ้นหยาบๆ กับแพเรื่องราวยุคโบราณก็ปรากฏ พรานโบราณแทงวาฬด้วยฉมวกที่ทำหยาบๆ จากแพไม้ อาจเป็นการฆ่าที่น่ายินดีสำหรับนักล่า-เก็บของป่าซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายอะตาคามาของชิลี เมื่อ 1,500 ปีก่อน ชั่วขณะเช่นนั้นถูกหยุดไว้กับกาลเวลาโดยฝีมือศิลปินโบราณตั้งแต่ 1,500 ปีที่ผ่านมา  ภาพวาดสีแดงสดใสบนผนังหิน วาดด้วยสีไอเอิร์นออกไซด์ ทำให้เราได้เห็นภาพการล่าดั้งเดิมอยู่  นักโบราณคดีกล่าวว่ามีทั้งภาพวาฬ ปลากระโทงดาบ สิงโตทะเล และฉลาม จากการศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Antiquity พูดถึงความสำคัญของการล่าทางทะเลสำหรับนักล่า-เก็บของป่าในยุคนี้ และเรื่องน่าตื่นเต้นที่ภาพเหล่านี้เล่าเอาไว้ นักโบราณคดีต้นศตวรรษที่ 20 พบภาพเขียนผนังถ้ำชุดนี้พบครั้งแรกในเขตดังกล่าวของชิลี ที่หุบเขาเอลเมดาโน ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างมหาสมุทรกับทะเลทราย จะมีก็แต่ชาวปาโปโซซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่ามีภาพพวกนี้บนผนังถ้ำมานานนับพันปี งานวิจัยชิ้นใหม่มุ่งศึกษาศิลปะผนังถ้ำที่พบห่างออกไปทางตอนเหนือหลายกิโลเมตรที่พื้นที่ชื่อ Izcuna แต่เมื่อหากเอ่ยถึงช่วงเวลาของภาพวาด ก็มักจะเรียกกันว่า “ศิลปะเอลเมดาโน” ในหุบเขา Izcuna ภาพวาดจำนวน 328 ภาพถูกพบบนก้อนหินที่แตกต่างกัน 24 แท่ง  หลายชิ้นถูกไอน้ำที่เมฆแคมาคาคาส ซึ่งก่อตัวเหนือชายฝั่งชิลีและเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน แต่ก็ไม่หนักหนาเกินกว่าจะระบุยุคสมัยของภาพได้ ศิลปะที่พบได้ทั่วไปคือภาพซิลลูเอตของปลาขนาดใหญ่ นอกนั้นเป็นภาพการล่าด้วยแพและฉมวก  มีภาพสัตว์บกอยู่บ้าง แต่การค้นพบภาพชีวิตในมหาสมุทรบนผนังถ้ำถือว่าเป็นของหายาก นักวิจัยชื่อเบนฆามิน บาลเยสเตอร์ สังเกตว่าปลาหรือวาฬมักถูกวาดเป็นภาพขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับนักล่าและแพของพวกเขา ทำให้เหยื่อดูเป็นศัตรูที่น่ากลัว  “โดยรวมแล้ว การล่าเป็นตัวแทนของปฏิบ้ติการระดับบุคคลที่ชำนาญและต้องฉายเดี่ยวได้แค่สองสามคนที่ถูกคัดมาแล้ว” มากกว่าความเป็นศิลปะ […]

เพชรพระอุมา : สุดยอดวรรณกรรมแห่งการผจญภัยในผืนป่าลึกลับระดับตำนาน

เรื่องราวชีวิตของ พนมเทียน นักประพันธ์ผู้ล่วงลับที่สร้างสรรค์วรรณกรรมผจญภัยระดับตำนานอย่าง “ เพชรพระอุมา ” ซึ่งสร้างภาพจินตนาการอันบรรเจิดน่าตื่นเต้นในโลกแห่งพงไพร และสร้างแรงบันดาลใจในการออกท่องป่าให้กับผู้อ่านมาแล้วมากมาย นวนิยายเรื่องหนึ่งอาจไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องเล่าที่ส่งเสริมจินตนาการ เปิดหูเปิดตา ให้ความรู้ พาให้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น สร้างอารมณ์หลากหลาย เกิดเป็นเรื่องราวอันประทับใจไม่รู้ลืม ในแต่ละยุคสมัย ก็จะมีนวนิยายที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไปหลายเรื่อง ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปในเมืองไทยช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2500 ในยุคที่นิยายที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารกำลังเฟื่องฟู นวนิยายที่คนในยุคสมัยนั้นลงความเห็นว่าโดดเด่น อ่านสนุก ผู้เขียนมีฝีไม้ลายมือจนนักอ่านในสมัยนั้น (ที่ตอนนี้อาจเริ่มอยู่ในวัยกลางคนกันแล้ว) รอคอยติดตามกันอย่างเหนียวแน่น ก็คงจะเป็นนวนิยายเรื่อง “เพชรพระอุมา” เรื่องราวของการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นในป่าลึก โดยนักเขียนที่มีฝีมือโดดเด่นและฝากผลงานเอาไว้มากมายอย่าง พนมเทียน หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา คุณฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากโรคชรา สิริรวมอายุ 89 ปี ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความอาลัยให้กับนักอ่านและวงการวรรณกรรมอย่างยิ่ง เพราะนี่ถือเป็นการสูญเขียนนักประพันธ์คนสำคัญที่ฝากงานเขียนชั้นเลิศไว้กับวงการวรรณกรรมไทยหลายเรื่อง มิใช่แค่เรื่องเพชรพระอุมาเท่านั้น ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เจ้าของนามปากกา พนมเทียน เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน […]