วัฒนธรรม เดินไต่เชือก กลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย - National Geographic

วัฒนธรรมเดินไต่เชือกกลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย

วัฒนธรรม เดินไต่เชือก กลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย

เสียงกระหึ่มของกลองที่กำลังให้จังหวะเพลงพื้นบ้าน เด็กหนุ่มร่างบางในชุดเสื้อกั๊กปักลวดลาย เสื้อเชิ๊ตสีขาวและกางเกงเข้ารูปถือไม้พลองไทเทเนียมความยาว 6 เมตรในมือเพื่อการทรงตัว เขากำลัง เดินไต่เชือก ที่ระดับความสูง 3.5 เมตร เหนือเวทีไม้

ด้วยท่าเดินที่สง่าผ่าเผย เด็กหนุ่มก้าวช้าๆ ไปบนเส้นเชือก ตามองตรงไปข้างหน้า ก่อนที่จะเริ่มเต้นรำแบบพื้นบ้านบนเชือกที่แกว่ง และย่อเข่ากระโดดสลับขาไปมาตามสไตล์คอสแซค จากนั้นเขาแบ่งพื้นที่ให้แก่สาวน้อยในชุดพื้นบ้านสวมผ้าคลุมศีรษะสีขาว เธอก้าวเดินบนเชือกมาจากเสาอีกฝั่งหนึ่งโดยไม่ก้มมองพื้นเลย และทั้งคู่ก็เต้นรำไปด้วยกัน

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีเชือกนิรภัยป้องกันการตก ไม่มีแม้แต่ตาข่ายรองรับหากก้าวพลาด หลังการเต้นรำจบลงทั้งคู่เดินกลับไปยังเสาตั้งต้น โบกไม้โบกมือให้แก่ผู้ชม (ในจินตนาการ) ที่กำลังปรบมือให้พวกเขา ก่อนที่จะปีนลงมาจากเสา

เดินไต่เชือก
เด็กนักเรียนจากโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมความกล้าหาญของชาวดาเกสถาน ในเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมดาเกสถานที่จัดขึ้นในเมือง Derbent เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ริมทะเล

ทักษะความสามารถของพวกเขาช่างน่าทึ่ง ประกอบกับความกลัวในขณะชมว่าพวกเขาจะหล่นลงมาหรือไม่ การแสดงสั้นๆ นี้ทำเอาผม (Jeffrey Tayler) ถึงกับเหงื่อซึม เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับ Askhabali Gasanov ผู้เป็นทั้งอาจารย์และผู้จัดการของคณะนักไต่เชือก Dagestani Eagles ผมถามคำถามใหญ่ที่คาใจ “ทำไมพวกเขาถึงไม่หวาดกลัวกันเลย ในเมื่อไม่มีตาข่ายรองรับอยู่ด้านล่าง?”

“ไม่มีความกลัวในพจนานุกรมของนักไต่เชือกแห่งดาเกสถาน” Gasanov ตอบ “ไม่เคยมี” เขาปิดแล็ปท็อปที่ใช้เปิดเพลง “วันนี้พอแค่นี้!” สิ้นเสียงตะโกนบรรดานักแสดงก็พากันลงจากเวที

เดินไต่เชือก
Patimat Murtazalieva วัย 13 ปี ในชุดตามวัฒนธรรมโชว์ทักษะการทรงตัวแบบชาวดาเกสถาน ซึ่งเหยือกน้ำสามารถตั้งอยู่บนศีรษะได้สบายๆ
เดินไต่เชือก
คนรุ่นใหม่ผู้เชี่ยวชาญการเดินไต่เชือก Ibrahim Khalil Gassanov (คนที่ยืน) วัย 24 ปี และ Gassan Gitinomagodev วัย 20 ปี ถ่ายภาพร่วมกันใน Pehlevan Circus Studio

ขณะนี้เราอยู่กันที่โรงอุปรากร Tatam Muradov อันแสนทรุดโทรม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทะเลแคสเปียนเพียงไมกี่ช่วงตึก ในเมืองมาคัชคาลา เมืองหลวงอันแสนยับเยินจากสงครามกลางเมืองในรัฐดาเกสถาน ประเทศรัสเซีย

Gasanov ฝึกฝนนักแสดงของเขาภายใต้การอุปถัมภ์โดย Pehlevan Circus Studio ปัจจุบันมีนักแสดงไต่เชือก 13 คนที่มีศักยภาพพอที่จะทำการแสดงได้ และทีมนักแสดงชุดนี้ยังได้รับรางวัลจากการแข่งขันไต่เชือกในดาเกสถานและกรุงมอสโกมาแล้ว (สำหรับคำเชิญให้ไปแสดงในพื้นที่อื่นๆ ของรัสเซียนั้น พวกเขาจำต้องปฏิเสธไปเนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายเดินทาง) ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นนักแสดงเหล่านี้ต้องฝึกฝนอย่างหนักทุกวันทั้งร่างกายและจิตใจ

*การเต้นรำสไตล์คอสแซคเป็นอย่างไร ชมได้จากวิดีโอนี้

 

ดินแดนแห่งขุนเขา

บางคนเล่าว่าทักษะการเดินไต่เชือกคือวิธีที่ผู้คนในดาเกสถานใช้ติดต่อกัน (ดาเกสถานมีความหมายว่า ดินแดนแห่งขุนเขา) “อยู่มาวันหนึ่ง” Gasanov อธิบาย “อาลีตะโกนไปยังเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามหุบเขา อาเหม็ด! แวะมาเยี่ยมฉันหน่อยสิ โยนเชือกแล้วเดินไต่มาเลย!”

และใช่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ “การเดินไต่เชือกเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดยเป็นวิธีที่ช่วยให้นักรบเดินทางข้ามหน้าผาได้” รายงานจาก Sergey Manyshev นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จนกระทั่งราวปี 1935 ใครสักคนเปลี่ยนวัฒนธรรมทั่วไปให้กลายมาเป็นการแสดง และต่อมาก็ได้รับความนิยมให้โชว์ในงานแต่งงาน, เทศกาลวันหยุดพิเศษ ไปจนถึงเทศกาลท้องถิ่น จนใครๆ ก็คิดกันว่าการแสดงไต่เชือกมีจุดกำเนิดขึ้นที่นี่ในดาเกสถาน แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากที่อื่นด้วย

เดินไต่เชือก
Esli Rajabova หนึ่งในนักเรียนของ Albert Farkhativ จากโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni
เดินไต่เชือก
Albert Farkhativ หนึ่งในผู้ฝึกสอนการเดินไต่เชือกของโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni ในวัยเด็กเขาเรียนรู้ทักษะนี้มาจากพี่ชาย

“ผมเดินไต่เชือกมาแล้ว 13 ปี และไม่เคยหล่นเลยสักครั้ง!” Ibragim ลูกชายวัย 24 ปี ของ Gasanov กล่าว ชายหนุ่มผู้นี้มีคางบุ๋ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม และเพิ่งจะผ่านการเต้นรำบนเส้นเชือกมาหมาดๆ “แล้วคุณกลัวตกไหม?” “ไม่เคยกลัว ไม่อยู่แล้ว!”

“จนถึงตอนนี้” Gasanov แทรกขึ้น “ต้องขอบคุณพระเจ้า นักเรียนของผมไม่เคยตกจากเชือกเลยสักครั้ง เพราะเรามีศรัทธาในพระเจ้า!”

มันยากที่จะเชื่อ ผมจินตนาการถึงตนเองถ้าได้ลองคงตกลงไปกองที่พื้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเชือก และเมื่อผมถามเซ้าซี้มากขึ้น เขาก็ยอมรับว่าเคยมีคู่รักคู่หนึ่งหล่นลงไปที่พื้นเพราะเสียการทรงตัวจากเชือก เคราะห์ดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

และเขาเล่าว่า “เคยมีครั้งหนึ่งนักไต่เชือกหล่นลงมาจากความสูง 7 เมตร แต่เขาพลิกตัวกลางอากาศและใช้เท้าแตะพื้นอย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้ชม”

 

กว่าจะมาเป็นนักไต่เชือก

ท่ามกลางความกล้าหาญ ในวันที่ผมเดินทางไปเยี่ยมคณะ ผมพบกับหนึ่งในนักเรียนของ Gasanov คนหนึ่ง เธอกำลังไม่สบายใจที่ต้องสวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายชุดบุรกาในการแสดง ซึ่งบดบังการมองเห็น แน่นนอนว่า Gasanov ทราบดีว่าเธอกังวลใจ ดังนั้นในระหว่างการซ้อมเขาจึงเดินตามเพื่อคอยรับตัวเธอหากตกหล่น แต่ในที่สุดการซ้อมก็สิ้นสุดลงโดยที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

“เพราะกลัวความสูง” Abdulkerim Kurbanov ผู้อำนวยการโรงเรียนศิลปะการละครสัตว์ประจำรัฐกล่าว “สิ่งนี้คืออุปสรรคใหญ่ที่ทำให้นักเรียนที่ต้องการเป็นนักไต่เชือกมีจำนวนจำกัด”

อีกสถานที่หนึ่งของรัฐ มีคนรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกฝนทักษะการเดินไต่เชือกเช่นกัน โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยพ่อของ Kurbanov เองเมื่อปี 1969 ในเมือง Dagestanskiye Ogni เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนอ่าวแคสเปียน ห่างจากเมืองมาคัชคาลาไปทางตอนใต้ร้อยกว่าไมล์ จากรายงานของ Kurbanov ทุกวันนี้รัฐดาเกสถานมีอัตราการเกิดสูงขึ้น นั่นทำให้เขาคาดหวังว่าในอนาคตจำนวนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นตาม

เขากำกับดูแลผู้ฝึกสอนจำนวน 16 คนต่อนักเรียน 180 คน เด็กนักเรียนเหล่านี้มักเป็นตัวแทนขึ้นเวทีของรัฐและของท้องถิ่น เพื่อโชว์การแสดง และล่าสุดช่อง NTV เครือข่ายโทรทัศน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซียก็เพิ่งจะถ่ายทำสารคดีการเรียนการสอนในโรงเรียนของ Kurbanov ไป

เดินไต่เชือก
Anisat Tamai ฝึกการเดินทรงตัวแบบมีเหยือกน้ำอยู่บนศีรษะ ภายใน Pehlivan Circus Studio โดยมี Askhabali Gasanov ผู้เป็นทั้งโค้ชและผู้จัดการคอยดูแล

ในระหว่างการฝึกสอน Albert Farkhatov หนึ่งในผู้ฝึกสอนบอกกับผมว่า การสอนให้เด็กๆ ทราบว่าควรตกอย่างไรเป็นเรื่องสำคัญ อาสาสมัครวัย 6 ขวบนาม Adam Zengiev สาธิตวิธีการตกด้วยการเก็บคางเข้าชิดกับอก สองมือประคองหลังศีรษะป้องกันการกระแทก จากนั้นก็สาธิตวิธีการม้วนตัวลงมาแตะพื้น “ดูให้ดี” Farkhatov ชี้ “เขาลงน้ำหนักที่ปลายเท้า ไม่ใช่ส้นเท้า เพราะหากใช้ส้นเท้ารับแรงกระแทก มันจะสะเทือนไปถึงไตเลย”

เด็กนักเรียนเหล่านี้มักวอร์มอัพร่างกายด้วยการยืดเหยียดตัวและยิมนาสติก สำหรับการเดินไต่เชือกพวกเขาจะเริ่มต้นด้วยความสูง 1.5 เมตร ตามมาด้วย 2.7 เมตร และฝึกทักษะต่างๆ บนเชือกที่ความสูง 3 เมตรในที่สุด โดยมีเชือกนิรภัยคล้องรอบเอว ซึ่งหากอยากรู้ว่าเด็กคนนั้นตกจากเชือกบ่อยแค่ไหน สามารถดูได้จากรอยเชือกรัด

Esli Rajabova วัย 13 ปี เล่าว่า เธอเดินตัวสั่นด้วยความกลัวตกเชือกอยู่เป็นเดือนกว่าจะผ่านมันมาได้ ทุกวันนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักเรียนผู้เชี่ยวชาญ และไม่กลัวตกอีกต่อไปแล้ว

ผมเฝ้ามองบรรดานักไต่เชือกรุ่นเยาวน์สวมเชือกนิรภัย, ปีนขึ้นไปบนเสา ก่อนที่จะเริ่มทำกิจวัตรของพวกเขา บางคนทรงตัวบนเชือกโดยมีแท่งไม้ช่วยสร้างความสมดุล ในจำนวนนี้มีเด็กสาวคนหนึ่งวางขวดน้ำที่มีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่งลงบนผ้าคลุมศีรษะของเธอ เธอก้าวเดินบนเชือกด้วยความมั่นใจ และขวดน้ำยังคงตั้งนิ่งอยู่อย่างนั้น

เดินไต่เชือก
ในโรงอุปรากรที่มีสภาพทรุดโทรม นักแสดงของ Pehlivan Circus Studio กำลังฝึกฝนการเดินไต่เชือก

หลังสิ้นสุดการซ้อม ผมพูดคุยกับเด็กๆ เพื่อถามว่าอะไรคือแรงจูงใจให้พวกเขามาที่นี่? พวกเขาเล่าว่าได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับโรงเรียนศิลปะการละครสัตว์ และรู้สึกสนใจจึงสมัครมา

“หนูรักการแสดงต่อหน้าฝูงชน” Anna Khanoun กล่าว “หนูอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าทำอะไรได้บ้าง สิ่งสำคัญก็คือหนูตั้งเป้าหมายไว้ และพยายามทำมันให้ได้” ด้าน Diana Kerimova วัย 14 ปี กล่าวเสริมว่า “การบรรลุเป้าหมายในชีวิตให้ได้คือสิ่งที่ดีมาก!” สถานการณ์ในรัฐดาเกสถานช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวมุสลิมหลายกลุ่มพยายามนำแนวคิดอนุรักษ์นิยมมาใช้ นั่นคือการกีดกันบทบาทของผู้หญิงออกจากสังคม แต่สำหรับหญิงสาวเหล่านี้ผู้สวมใส่ชุดตามวัฒนธรรมดั้งเดิมของเดกาสถานในขณะวาดลวดลายบนเส้นเชือก ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครคัดค้านความต้องการของพวกเธอ

ด้าน Farkhatov ผู้ฝึกสอนเล่าว่า ตัวเขาสนใจในศิลปะการแสดงเพราะเติบโตมากับการไต่เชือกในสวนหลังบ้าน “พี่ชายผม น้องสาวผม หรือเพื่อนบ้านล้วนเดินไต่เชือกกันทั้งนั้น”

เด็กๆ ฟังแล้วก็ยิ้ม พร้อมขอให้ถ่ายภาพของพวกเขาด้วยโทรศัพท์ไอโฟนของผม ผมจะปฏิเสธได้อย่างไร ดูพวกเขาภูมิใจกับสิ่งที่ทำมากจริงๆ

เรื่อง Jeffrey Tayler

ภาพ Jeremie Jung

เดินไต่เชือก
การเพิ่มจำนวนคนบนเชือกคือความท้าทาย Ashkhab Gitinomagodev และ Ibragim Khalil กำลังจะเดินไปข้างหน้าโดยมี Patimat Murtazalieva ยืนอยู่เหนือพวกเขา การฝึกซ้อมในโรงละครเก่าๆ เช่นนี้ไม่มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
เดินไต่เชือก
หลังสามสัปดาห์ผ่านไป Fatima Gadzhieva วัย 9 ขวบ จากโรงเรียนสอนเดินไต่เชือก Tsovkra ก็สามารถทรงตัวอยู่ได้ ท่ามกลางกำลังใจจากเพื่อนทั้งสอง
เดินไต่เชือก
เด็กนักเรียนของโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni ฝึกฝนสิ่งที่ยากที่สุดในการแสดงโชว์ไต่เชือก โรงเรียนแห่งนี้เป็นเพียงสถาบันเดียวที่สอนหลักสูตรการเดินบนเชือกในภูมิภาค

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตมหัศจรรย์ของครอบครัวคณะละครสัตว์

เรื่องแนะนำ

บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

เรื่อง อเล็กซ์ ครีวา ภาพถ่าย โรเบิร์ต แฮคแมน จำนวนที่แท้จริงของบังเกอร์ทหารที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายทั่วแอลเบเนียยังคงเป็นที่ถกเถียงและคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร ซึ่งจำนวนมีตั้งแต่ 175,000 – 750,000 หลัง ในจำนวนนี้มีทั้งที่สร้างจากปูนซีเมนต์และโลหะ บังเกอร์รูปเห็ดเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของการปกป้องตัวเองสำหรับประเทศเล็กๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน กระท่อมทรงเห็ดเหล่านี้เป็นมรดกจากยุคสงครามเย็นในช่วงช่วงทศวรรษ 1970 – 1980 โดยรัฐบาลระบอบเผด็จการที่หวาดกลัวการรุกรานในสมัยนั้น มาวันนี้สามทศวรรษผ่านไปแอลเบเนียไม่ได้ปกครองโดยผู้นำพรรคอมมิวนิสต์อย่าง Enver Hoxha ที่ปกครองแอลเบเนียในปี 1944 – 1985 อีกแล้วประชาชนทั่วไปมองบังเกอร์เหล่านี้คือสัญลักษณ์ของช่วงเวลาอันยากลำบาก อย่างไรก็ตามพวกเขาได้เปลี่ยนมันเพื่อประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, บาร์, คาเฟ่ หรือแม้แต่พิพิธภัณฑ์ “จำนวนของบังเกอร์แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวระหว่างการปกครองของ Hoxha” Vjeran Pavlaković ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัย Rijeka ในโครเอเชียกล่าว Pavlaković มุ่งเน้นไปที่ความทรงจำร่วมกันของคาบสมุทรบอลข่านในเวลานั้น “แทนที่จะใช้งบประมาณลงทุนไปกับการศึกษาหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลกับเลือกที่จะแยกตัวรัฐของตนออกมา”   อ่านเพิ่มเติม : ผู้คนที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมหรูสมัยสหภาพโซเวียต, ในอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ ทุกพื้นที่คือเวทีสร้างสรรค์

กล้าทดสอบความกล้ากับฝูงมดกระสุนนี้ไหม?

ในหลากหลายวัฒนธรรมมีพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กชายเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นชายชาตรี สำหรับพิธีกรรมของชนเผ่า Sateré-Mawe ในป่าแอมะซอน ของบราซิลนี้จะทำให้คุณขนหัวลุก เพราะพวกเขาใช้มดกระสุนเจ้าของฉายามดกัดเจ็บราวกับถูกปืนยิง เป็นเครื่องมือในการทดสอบ เมื่อเริ่มพิธีกรรมบรรดาผู้ใหญ่ในชนเผ่าจะไปคุ้ยหามดกระสุนและทำให้พวกมันสลบ จากนั้นพวกเขาจะนำมดกระสุนสอดเข้าไปในถุงมือที่สานขึ้นจากใบไม้ ทำให้มดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เด็กชายที่เข้าร่วมพิธีกรรมจะต้องสอดมือเข้าไปในถุงมือดังกล่าว และเต้นรำอยู่นาน 10 นาที จึงจะสามารถถอดถุงมือออกได้ ซึ่งแม้จะทาผงถ่านทั่วมือแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่วายถูกมดกระสุนกัดอยู่ดี ความเจ็บปวดจะลุกลามไปทั่วมือและอาจต้องใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าจะหาย แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะพวกเขาต้องทำเช่นนี้จนครบ 20 ครั้งจึงจะได้รับการยอมรับในฐานะ “นักรบ” ของเผ่าอย่างเต็มภาคภูมิ   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก, ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปของชนเผ่าอะปาตานี

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.