วัฒนธรรม เดินไต่เชือก กลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย - National Geographic

วัฒนธรรมเดินไต่เชือกกลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย

วัฒนธรรม เดินไต่เชือก กลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย

เสียงกระหึ่มของกลองที่กำลังให้จังหวะเพลงพื้นบ้าน เด็กหนุ่มร่างบางในชุดเสื้อกั๊กปักลวดลาย เสื้อเชิ๊ตสีขาวและกางเกงเข้ารูปถือไม้พลองไทเทเนียมความยาว 6 เมตรในมือเพื่อการทรงตัว เขากำลัง เดินไต่เชือก ที่ระดับความสูง 3.5 เมตร เหนือเวทีไม้

ด้วยท่าเดินที่สง่าผ่าเผย เด็กหนุ่มก้าวช้าๆ ไปบนเส้นเชือก ตามองตรงไปข้างหน้า ก่อนที่จะเริ่มเต้นรำแบบพื้นบ้านบนเชือกที่แกว่ง และย่อเข่ากระโดดสลับขาไปมาตามสไตล์คอสแซค จากนั้นเขาแบ่งพื้นที่ให้แก่สาวน้อยในชุดพื้นบ้านสวมผ้าคลุมศีรษะสีขาว เธอก้าวเดินบนเชือกมาจากเสาอีกฝั่งหนึ่งโดยไม่ก้มมองพื้นเลย และทั้งคู่ก็เต้นรำไปด้วยกัน

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีเชือกนิรภัยป้องกันการตก ไม่มีแม้แต่ตาข่ายรองรับหากก้าวพลาด หลังการเต้นรำจบลงทั้งคู่เดินกลับไปยังเสาตั้งต้น โบกไม้โบกมือให้แก่ผู้ชม (ในจินตนาการ) ที่กำลังปรบมือให้พวกเขา ก่อนที่จะปีนลงมาจากเสา

เดินไต่เชือก
เด็กนักเรียนจากโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมความกล้าหาญของชาวดาเกสถาน ในเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมดาเกสถานที่จัดขึ้นในเมือง Derbent เมืองโบราณที่ตั้งอยู่ริมทะเล

ทักษะความสามารถของพวกเขาช่างน่าทึ่ง ประกอบกับความกลัวในขณะชมว่าพวกเขาจะหล่นลงมาหรือไม่ การแสดงสั้นๆ นี้ทำเอาผม (Jeffrey Tayler) ถึงกับเหงื่อซึม เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับ Askhabali Gasanov ผู้เป็นทั้งอาจารย์และผู้จัดการของคณะนักไต่เชือก Dagestani Eagles ผมถามคำถามใหญ่ที่คาใจ “ทำไมพวกเขาถึงไม่หวาดกลัวกันเลย ในเมื่อไม่มีตาข่ายรองรับอยู่ด้านล่าง?”

“ไม่มีความกลัวในพจนานุกรมของนักไต่เชือกแห่งดาเกสถาน” Gasanov ตอบ “ไม่เคยมี” เขาปิดแล็ปท็อปที่ใช้เปิดเพลง “วันนี้พอแค่นี้!” สิ้นเสียงตะโกนบรรดานักแสดงก็พากันลงจากเวที

เดินไต่เชือก
Patimat Murtazalieva วัย 13 ปี ในชุดตามวัฒนธรรมโชว์ทักษะการทรงตัวแบบชาวดาเกสถาน ซึ่งเหยือกน้ำสามารถตั้งอยู่บนศีรษะได้สบายๆ
เดินไต่เชือก
คนรุ่นใหม่ผู้เชี่ยวชาญการเดินไต่เชือก Ibrahim Khalil Gassanov (คนที่ยืน) วัย 24 ปี และ Gassan Gitinomagodev วัย 20 ปี ถ่ายภาพร่วมกันใน Pehlevan Circus Studio

ขณะนี้เราอยู่กันที่โรงอุปรากร Tatam Muradov อันแสนทรุดโทรม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทะเลแคสเปียนเพียงไมกี่ช่วงตึก ในเมืองมาคัชคาลา เมืองหลวงอันแสนยับเยินจากสงครามกลางเมืองในรัฐดาเกสถาน ประเทศรัสเซีย

Gasanov ฝึกฝนนักแสดงของเขาภายใต้การอุปถัมภ์โดย Pehlevan Circus Studio ปัจจุบันมีนักแสดงไต่เชือก 13 คนที่มีศักยภาพพอที่จะทำการแสดงได้ และทีมนักแสดงชุดนี้ยังได้รับรางวัลจากการแข่งขันไต่เชือกในดาเกสถานและกรุงมอสโกมาแล้ว (สำหรับคำเชิญให้ไปแสดงในพื้นที่อื่นๆ ของรัสเซียนั้น พวกเขาจำต้องปฏิเสธไปเนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายเดินทาง) ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นนักแสดงเหล่านี้ต้องฝึกฝนอย่างหนักทุกวันทั้งร่างกายและจิตใจ

*การเต้นรำสไตล์คอสแซคเป็นอย่างไร ชมได้จากวิดีโอนี้

 

ดินแดนแห่งขุนเขา

บางคนเล่าว่าทักษะการเดินไต่เชือกคือวิธีที่ผู้คนในดาเกสถานใช้ติดต่อกัน (ดาเกสถานมีความหมายว่า ดินแดนแห่งขุนเขา) “อยู่มาวันหนึ่ง” Gasanov อธิบาย “อาลีตะโกนไปยังเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามหุบเขา อาเหม็ด! แวะมาเยี่ยมฉันหน่อยสิ โยนเชือกแล้วเดินไต่มาเลย!”

และใช่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ “การเดินไต่เชือกเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดยเป็นวิธีที่ช่วยให้นักรบเดินทางข้ามหน้าผาได้” รายงานจาก Sergey Manyshev นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จนกระทั่งราวปี 1935 ใครสักคนเปลี่ยนวัฒนธรรมทั่วไปให้กลายมาเป็นการแสดง และต่อมาก็ได้รับความนิยมให้โชว์ในงานแต่งงาน, เทศกาลวันหยุดพิเศษ ไปจนถึงเทศกาลท้องถิ่น จนใครๆ ก็คิดกันว่าการแสดงไต่เชือกมีจุดกำเนิดขึ้นที่นี่ในดาเกสถาน แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากที่อื่นด้วย

เดินไต่เชือก
Esli Rajabova หนึ่งในนักเรียนของ Albert Farkhativ จากโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni
เดินไต่เชือก
Albert Farkhativ หนึ่งในผู้ฝึกสอนการเดินไต่เชือกของโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni ในวัยเด็กเขาเรียนรู้ทักษะนี้มาจากพี่ชาย

“ผมเดินไต่เชือกมาแล้ว 13 ปี และไม่เคยหล่นเลยสักครั้ง!” Ibragim ลูกชายวัย 24 ปี ของ Gasanov กล่าว ชายหนุ่มผู้นี้มีคางบุ๋ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม และเพิ่งจะผ่านการเต้นรำบนเส้นเชือกมาหมาดๆ “แล้วคุณกลัวตกไหม?” “ไม่เคยกลัว ไม่อยู่แล้ว!”

“จนถึงตอนนี้” Gasanov แทรกขึ้น “ต้องขอบคุณพระเจ้า นักเรียนของผมไม่เคยตกจากเชือกเลยสักครั้ง เพราะเรามีศรัทธาในพระเจ้า!”

มันยากที่จะเชื่อ ผมจินตนาการถึงตนเองถ้าได้ลองคงตกลงไปกองที่พื้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเชือก และเมื่อผมถามเซ้าซี้มากขึ้น เขาก็ยอมรับว่าเคยมีคู่รักคู่หนึ่งหล่นลงไปที่พื้นเพราะเสียการทรงตัวจากเชือก เคราะห์ดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

และเขาเล่าว่า “เคยมีครั้งหนึ่งนักไต่เชือกหล่นลงมาจากความสูง 7 เมตร แต่เขาพลิกตัวกลางอากาศและใช้เท้าแตะพื้นอย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้ชม”

 

กว่าจะมาเป็นนักไต่เชือก

ท่ามกลางความกล้าหาญ ในวันที่ผมเดินทางไปเยี่ยมคณะ ผมพบกับหนึ่งในนักเรียนของ Gasanov คนหนึ่ง เธอกำลังไม่สบายใจที่ต้องสวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายชุดบุรกาในการแสดง ซึ่งบดบังการมองเห็น แน่นนอนว่า Gasanov ทราบดีว่าเธอกังวลใจ ดังนั้นในระหว่างการซ้อมเขาจึงเดินตามเพื่อคอยรับตัวเธอหากตกหล่น แต่ในที่สุดการซ้อมก็สิ้นสุดลงโดยที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น

“เพราะกลัวความสูง” Abdulkerim Kurbanov ผู้อำนวยการโรงเรียนศิลปะการละครสัตว์ประจำรัฐกล่าว “สิ่งนี้คืออุปสรรคใหญ่ที่ทำให้นักเรียนที่ต้องการเป็นนักไต่เชือกมีจำนวนจำกัด”

อีกสถานที่หนึ่งของรัฐ มีคนรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกฝนทักษะการเดินไต่เชือกเช่นกัน โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยพ่อของ Kurbanov เองเมื่อปี 1969 ในเมือง Dagestanskiye Ogni เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนอ่าวแคสเปียน ห่างจากเมืองมาคัชคาลาไปทางตอนใต้ร้อยกว่าไมล์ จากรายงานของ Kurbanov ทุกวันนี้รัฐดาเกสถานมีอัตราการเกิดสูงขึ้น นั่นทำให้เขาคาดหวังว่าในอนาคตจำนวนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นตาม

เขากำกับดูแลผู้ฝึกสอนจำนวน 16 คนต่อนักเรียน 180 คน เด็กนักเรียนเหล่านี้มักเป็นตัวแทนขึ้นเวทีของรัฐและของท้องถิ่น เพื่อโชว์การแสดง และล่าสุดช่อง NTV เครือข่ายโทรทัศน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซียก็เพิ่งจะถ่ายทำสารคดีการเรียนการสอนในโรงเรียนของ Kurbanov ไป

เดินไต่เชือก
Anisat Tamai ฝึกการเดินทรงตัวแบบมีเหยือกน้ำอยู่บนศีรษะ ภายใน Pehlivan Circus Studio โดยมี Askhabali Gasanov ผู้เป็นทั้งโค้ชและผู้จัดการคอยดูแล

ในระหว่างการฝึกสอน Albert Farkhatov หนึ่งในผู้ฝึกสอนบอกกับผมว่า การสอนให้เด็กๆ ทราบว่าควรตกอย่างไรเป็นเรื่องสำคัญ อาสาสมัครวัย 6 ขวบนาม Adam Zengiev สาธิตวิธีการตกด้วยการเก็บคางเข้าชิดกับอก สองมือประคองหลังศีรษะป้องกันการกระแทก จากนั้นก็สาธิตวิธีการม้วนตัวลงมาแตะพื้น “ดูให้ดี” Farkhatov ชี้ “เขาลงน้ำหนักที่ปลายเท้า ไม่ใช่ส้นเท้า เพราะหากใช้ส้นเท้ารับแรงกระแทก มันจะสะเทือนไปถึงไตเลย”

เด็กนักเรียนเหล่านี้มักวอร์มอัพร่างกายด้วยการยืดเหยียดตัวและยิมนาสติก สำหรับการเดินไต่เชือกพวกเขาจะเริ่มต้นด้วยความสูง 1.5 เมตร ตามมาด้วย 2.7 เมตร และฝึกทักษะต่างๆ บนเชือกที่ความสูง 3 เมตรในที่สุด โดยมีเชือกนิรภัยคล้องรอบเอว ซึ่งหากอยากรู้ว่าเด็กคนนั้นตกจากเชือกบ่อยแค่ไหน สามารถดูได้จากรอยเชือกรัด

Esli Rajabova วัย 13 ปี เล่าว่า เธอเดินตัวสั่นด้วยความกลัวตกเชือกอยู่เป็นเดือนกว่าจะผ่านมันมาได้ ทุกวันนี้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักเรียนผู้เชี่ยวชาญ และไม่กลัวตกอีกต่อไปแล้ว

ผมเฝ้ามองบรรดานักไต่เชือกรุ่นเยาวน์สวมเชือกนิรภัย, ปีนขึ้นไปบนเสา ก่อนที่จะเริ่มทำกิจวัตรของพวกเขา บางคนทรงตัวบนเชือกโดยมีแท่งไม้ช่วยสร้างความสมดุล ในจำนวนนี้มีเด็กสาวคนหนึ่งวางขวดน้ำที่มีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่งลงบนผ้าคลุมศีรษะของเธอ เธอก้าวเดินบนเชือกด้วยความมั่นใจ และขวดน้ำยังคงตั้งนิ่งอยู่อย่างนั้น

เดินไต่เชือก
ในโรงอุปรากรที่มีสภาพทรุดโทรม นักแสดงของ Pehlivan Circus Studio กำลังฝึกฝนการเดินไต่เชือก

หลังสิ้นสุดการซ้อม ผมพูดคุยกับเด็กๆ เพื่อถามว่าอะไรคือแรงจูงใจให้พวกเขามาที่นี่? พวกเขาเล่าว่าได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับโรงเรียนศิลปะการละครสัตว์ และรู้สึกสนใจจึงสมัครมา

“หนูรักการแสดงต่อหน้าฝูงชน” Anna Khanoun กล่าว “หนูอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าทำอะไรได้บ้าง สิ่งสำคัญก็คือหนูตั้งเป้าหมายไว้ และพยายามทำมันให้ได้” ด้าน Diana Kerimova วัย 14 ปี กล่าวเสริมว่า “การบรรลุเป้าหมายในชีวิตให้ได้คือสิ่งที่ดีมาก!” สถานการณ์ในรัฐดาเกสถานช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวมุสลิมหลายกลุ่มพยายามนำแนวคิดอนุรักษ์นิยมมาใช้ นั่นคือการกีดกันบทบาทของผู้หญิงออกจากสังคม แต่สำหรับหญิงสาวเหล่านี้ผู้สวมใส่ชุดตามวัฒนธรรมดั้งเดิมของเดกาสถานในขณะวาดลวดลายบนเส้นเชือก ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครคัดค้านความต้องการของพวกเธอ

ด้าน Farkhatov ผู้ฝึกสอนเล่าว่า ตัวเขาสนใจในศิลปะการแสดงเพราะเติบโตมากับการไต่เชือกในสวนหลังบ้าน “พี่ชายผม น้องสาวผม หรือเพื่อนบ้านล้วนเดินไต่เชือกกันทั้งนั้น”

เด็กๆ ฟังแล้วก็ยิ้ม พร้อมขอให้ถ่ายภาพของพวกเขาด้วยโทรศัพท์ไอโฟนของผม ผมจะปฏิเสธได้อย่างไร ดูพวกเขาภูมิใจกับสิ่งที่ทำมากจริงๆ

เรื่อง Jeffrey Tayler

ภาพ Jeremie Jung

เดินไต่เชือก
การเพิ่มจำนวนคนบนเชือกคือความท้าทาย Ashkhab Gitinomagodev และ Ibragim Khalil กำลังจะเดินไปข้างหน้าโดยมี Patimat Murtazalieva ยืนอยู่เหนือพวกเขา การฝึกซ้อมในโรงละครเก่าๆ เช่นนี้ไม่มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
เดินไต่เชือก
หลังสามสัปดาห์ผ่านไป Fatima Gadzhieva วัย 9 ขวบ จากโรงเรียนสอนเดินไต่เชือก Tsovkra ก็สามารถทรงตัวอยู่ได้ ท่ามกลางกำลังใจจากเพื่อนทั้งสอง
เดินไต่เชือก
เด็กนักเรียนของโรงเรียนการละครสัตว์เมือง Ogni ฝึกฝนสิ่งที่ยากที่สุดในการแสดงโชว์ไต่เชือก โรงเรียนแห่งนี้เป็นเพียงสถาบันเดียวที่สอนหลักสูตรการเดินบนเชือกในภูมิภาค

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตมหัศจรรย์ของครอบครัวคณะละครสัตว์

เรื่องแนะนำ

รอยสักไทย เส้นสายลายลักษณ์แห่งศรัทธา

รอยสักไทย เป็นเรื่องราวแห่งตำนานที่น่าค้นหาและน่าศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่สนใจในศาสตร์และศิลปะแขนงนี้โดยตรง หลักฐานทางประวัติศาสตร์บางชิ้นเท่าที่พอมีให้สืบค้นได้นั้นบ่งบอกไว้ว่า คนไทยเราเป็นชนชาติที่นิยมการสักมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อาจจะก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแล้วก็เป็นได้ ปลายแหลมเล็กเรียว คมกริบ ของแท่งแสตนเลสท่อนนั้น ถูกชุบด้วยของเหลวสีดำสนิทข้นคลั่ก  มันค่อยๆ ถูกจ่อจรดลงเหนือผิวเนื้อของแผ่นหลังอาบเหงื่อเม็ดโป้งของเด็กหนุ่มคนนั้น เพื่อสร้าง รอยสักไทย เด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ในอาการนิ่งสงบ แน่วแน่ แทบทุกอณูเนื้อของเด็กหนุ่ม เต้นระริก กระตุกตื่น เรื่องและภาพถ่าย : เจนจบ ยิ่งสุมล       ชายฉกรรจ์สามคนที่รายล้อมอยู่รอบข้าง ต่างช่วยกันจับตรึงเขาไว้อย่างแน่นหนา ทั้งแขน-ขา- ซ้าย-ขวา และลำตัว เสียงบริกรรมท่องบ่นมนต์คาถาดังแว่วมาให้ได้ยลยินเป็นระยะ  ขุมขนทั่วสารพางค์กายลุกชันกรูเกรียว ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง เขาก็สะดุ้งเฮือกขึ้นสุดตัวด้วยความ… ปวดแปลบ ที่ทิ่มแทรกเข้ามาตรงกลางไหปลาร้า มันเป็นความเจ็บปวดรวดร้าว ซึ่งเขาเรียกร้องต้องการ และแสวงหาด้วยตัวเอง โดยมิอาจปฏิเสธ จากแรงแรก… แห่งความเจ็บปวด จนถึงหลายๆ เข็มที่แทงทิ่มต่อๆ มา มันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเขาแข็งขืนเกร็งขึ้นสุดตัว หากไม่มีคนที่จับรั้งเขาไว้ แน่นอน เขาคงกระโดดหนีออกจากที่นั่นไปตั้งแต่เข็มแรกที่ปกปักลงไปแล้ว โลหิตสีแดงสดซึมปริทะลักออกมาจากผิวเนื้อที่ปูดบวม เพราะพลานุภาพของรอยเข็ม มันไหลผสมกับหมึกสีดำ แล้วมลายกลายเป็นสีเดียวกันโดยฉับพลัน บางจุดของอณูเนื้อเริ่มเปิดปรากฏเป็นริ้วรอยดำสนิท ปูดบวม ทั้งลายเส้น […]

เลือดข้นความรู้เข้ม! การเก็บลายนิ้วมือบนวัตถุพยาน

เลือดข้นความรู้เข้ม! การเก็บลายนิ้วมือบนวัตถุพยาน ในกลางศตวรรษที่ 18 ก่อนที่โลกจะรับรู้ว่า “ลายนิ้วมือ” ของมนุษย์เรานั้นไม่มีใครมีรอยเหมือนกันเลย อาชญากรที่พ้นโทษไปแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้มักเปลี่ยนรูปลักษณ์หน้าตา และทรงผมของพวกเขาให้ต่างจากเดิม ทว่ามีหลักเกณฑ์หนึ่งที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้คือ “มานุษยมิติ” (Anthropometry) คิดค้นขึ้นโดย อัลโฟงส์ แบร์ติยอง (Alphonse Bertillon) นักอาชญาวิทยาชาวฝรั่งเศส ด้วยแนวคิดที่ว่ามนุษย์แต่ละคนมีขนาดสัดส่วนของอวัยวะต่างๆ ไม่เท่ากัน และการวัดส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของหัว ความยาวเมื่อเหยียดแขน สีปาก สีตา ไปจนถึงลักษณะจมูกและคิ้ว ฯลฯ สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการชี้ตัวบุคคลได้ หลังแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายไม่นาน วิธีการระบุตัวอาชญากรนี้กลับก่อความสับสนเมื่อนักโทษใหม่มีขนาดของร่างกายตรงกับนักโทษเก่าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันมาก่อน ฉะนั้นในเวลาต่อมาแนวคิดนี้จึงถูกลบล้างไป ต่อมาในทศวรรษ 1890 Sir William Herschel ข้าราชการอังกฤษในอินเดียค้นพบว่ารอยประทับนิ้วมือบนสัญญากู้ยืมเงินสามารถนำมาระบุอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้ อันที่จริงการใช้รอยนิ้วมือยืนยันตัวเกิดขึ้นมานานแล้ว ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีการพบหลักฐานลายนิ้วมือประทับลงบนเอกสารเก่าแก่ของจีนอายุ 220 ปีก่อนคริสต์กาล และในจักรวรรดิโรมันเองมีบันทึกเกี่ยวกับการสะสางคดีความคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ชายตาบอด เมื่อรอยฝ่ามือที่ประทับบนคราบเลือดได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ใช่ฝีมือของเขา ลายนิ้วมือคือส่วนของผิวหนังที่นูนขึ้นมาจนมองเห็นเป็นลายเส้น แม้ความสูงและร่องลึกของมันจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทว่าวิวัฒนาการที่มีขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความฝืดในการยืดจับ และเพิ่มประสิทธิภาพของประสาทสัมผัสนี้กลับทรงพลังอย่างน่าทึ่งในการระบุอัตลักษณ์ของบุคคล เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่มีลายนิ้วมือเหมือนกันเลยแม้แต่ฝาแฝดก็ตาม อันที่จริงในทางสถิติ จากการศึกษาของ Sir Francis Galton บุคคลแรกที่พบว่าลายนิ้วมือเป็นลักษณะเฉพาะตัวชี้ว่ามีโอกาสที่คนๆ […]

ประวัติศาสตร์น่าทึ่งว่าด้วยการปิดสมัยประชุมรัฐสภาอังกฤษโดยกษัตริย์

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านสุนทรพจน์ในการประชุมสภาขุนนาง หรือสภาสูงแห่ง รัฐสภาอังกฤษ เพื่อเริ่มต้นการประชุมสภา ที่โดยปกติจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูในไม้ผลิ และมีสมัยประชุมเป็นระยะเวลา 1 ปี ภาพถ่ายโดย ALASTAIR GRANT, WPA POOL/GETTY จากเบร็กซิตสู่การระบาดของไข้รากสาดใหญ่ มีการใช้เครื่องมือที่เป็นกลการเมืองนี้เป็นเวลานับร้อยปีเพื่อปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติของอังกฤษ ใน รัฐสภาอังกฤษ สมัยการประชุมจะยุติลงเมื่อปีของการประชุมสภานิติบัญญัติ หรือที่เรียกว่าสมัยการประชุมสิ้นสุดลง จากนั้นสมัยการประชุมครั้งใหญ่จะเริ่มต้น อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว การปิดสมัยการประชุมของอังกฤษเต็มไปด้วยเรื่องของวัฒนธรรมและโอกาสทางการเมือง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานมานับศตวรรษ และบางครั้งมีการใช้เป็นกลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาล โดยวิธีการปิดสมัยประชุมเป็นเครื่องมืออันเย้ายวนของนักการเมืองอังกฤษที่ต้องการแขวนการออกกฎหมายที่พวกเขาไม่พึงประสงค์ การปิดสภา (บางสำนักข่าวใช้คำว่า ระงับการประชุมสภา) เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองครั้งล่าสุดเกิดจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งวางแผนที่จะปิดสมัยประชุมที่ยาวนานที่สุดในรอบ 400 ปี โดยประกาศขยายเวลาการพักการประชุมสภาออกไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ก่อนถึงกำหนดวันที่อังกฤษต้องถอนตัวออกจากสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) แบบไร้ข้อตกลงได้ตามกำหนด ก็คือ ในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ถ้าบอริสสามารถดำเนินการตามแผนนี้ได้สำเร็จ จะเป็นเหตุให้สมาชิกสภานิติบัญญัติหยุดปฏิบัติหน้าที่ในสภาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และทำให้การอภิปรายเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรสั้นลงไปอย่างมาก กล่าวคือ […]

ชีวิตที่ไม่ได้เลือกของคนผิวเผือก

ในบางสังคม มีความเชื่อกันว่าอวัยวะของคนผิวเผือกเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์และโชคลาง นั่นทำให้ชีวิตของผู้มีภาวะผิวเผือกยากลำบากกว่าเดิม เมื่ออวัยวะของพวกเขาเป็นที่ต้องการในตลาดมืด