บุหรี่มือสาม มีจริงและอันตรายกว่าที่คิด - National Geographic Thailand

บุหรี่มือสามมีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

บุหรี่มือสาม มีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

“กระทรวงการคลังทุ่มงบ 4 พันล้าน สร้างโรงงานยาสูบแห่งใหม่ เพิ่มกำลังการผลิต เล็งหาเงิน ‘พัฒนาประเทศ’ ยกระดับการผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมส่งออกสู่ต่างประเทศ” คือข่าวพาดหัวเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ถือเป็นความย้อนแย้งอย่างร้ายกาจในสังคมที่รู้กันดีว่า บุหรี่เป็นตัวการของความป่วยไข้สารพัดที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลในแต่ละปีเพื่อการรักษาพยาบาล และขณะเดียวกัน เราก็มีองค์กรที่ใช้ภาษีบาปจากผู้ผลิตและนำเข้าสุราและยาสูบอย่าง สสส. เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนรณรงค์ลดการเสพสุราและบุหรี่

บุหรี่จะยังคงเป็นความย้อนแย้งในสังคมไทยต่อไปอีกนาน ตราบใดที่ยังมีคนสูบบุหรี่ และธุรกิจนี้ยังสร้างรายได้มหาศาลให้รัฐบาล

ผลเสียต่อสุขภาพที่เกิดจากบุหรี่เป็นเรื่องที่แทบไม่มีข้อโต้แย้ง ทว่ากว่าจะถึงวันนี้ บุคลากรและองค์กรด้านสุขภาพทั้งในและต่างประเทศต้องต่อสู้กับแรงกดดันจากธุรกิจยาสูบอันทรงอิทธิพล และใช้เวลาหลายสิบปีเพื่อพิสูจน์ว่า บุหรี่เป็นสาเหตุของโรคร้ายอย่างมะเร็ง โรคหัวใจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ พวกเขายังต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อชี้ว่า การสูดควันบุหรี่มือสอง (Secondhand Smoke) หรือการสูดควันบุหรี่ของผู้อื่นก็มีอันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังกังวลถึงปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า ควันบุหรี่ มือสาม หรือ Third-hand Smoke โดยชี้ว่า สิ่งนี้มีอยู่จริงและพบได้ทุกหนแห่ง โดยที่ไม่รู้ตัว ผู้สูบบุหรี่ในตัวอาคารหรือบ้านเรือนได้ฝากร่องรอยของสารพิษเอาไว้และจะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายปี แม้บุหรี่มวนนั้นจะถูกดับไปนานแล้ว

ปัจจุบัน นักวิจัยทราบแล้วว่า สารตกค้างจากควันบุหรี่หรือที่เรียกกันว่า ควันบุหรี่มือสาม เมื่อรวมตัวกับสารก่อมลพิษภายในตัวอาคาร เช่น โอโซน และกรดไนทรัส กลายเป็นสารประกอบตัวใหม่ ควันบุหรี่มือสามที่ผสมและรวมตัวกับฝุ่นละอองจะตกลงบนพื้นผิว เช่น พรม และเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งยังอาจฝังตัวลงในวัสดุที่มีรูพรุนซึ่งใช้ในการบุผนังและกำแพง นอกจากนี้ยังติดไปกับเส้นผม ผิวหนัง เสื้อผ้า และเล็บมือของผู้สูบบุหรี่ ดังนั้น แม้ผู้เป็นแม่จะไม่สูบบุหรี่ต่อหน้าลูกๆ และไปสูบนอกบ้านหรือตัวอาคาร แล้วกลับเข้ามาอุ้มหรือคลุกคลีกับลูก ก็เท่ากับทำให้เด็กเสี่ยงที่จะได้รับควันบุหรี่มือสามด้วย สารประกอบใหม่เหล่านี้ยากที่จะทำความสะอาด คงอยู่ได้ยาวนาน และหลายชนิดอาจเป็นสารก่อมะเร็ง

หนึ่งในสารประกอบเหล่านั้น คือไนโตรซามีน (nitrosamine) ที่พบในยาสูบ เรียกว่า เอ็นเอ็นเอ (NNA) สามารถสร้างความเสียหายแก่ดีเอ็นเอ และมีศักยภาพในการก่อมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาเรื่องนี้บอกว่า “ควันบุหรี่มือสามเป็นอันตรายต่อสารพันธุกรรมของเรา และการปนเปื้อนก็ยิ่งเป็นพิษมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป”

ในงานวิจัยที่ค่อนข้างใหม่นี้ เรายังไม่รู้ว่า สารประกอบต่างๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของควันบุหรี่และสารก่อมลพิษอื่นๆ ในสิ่งแวดล้อมคงอยู่ได้นานเพียงใด ผู้เชี่ยวชาญอีกคนเผยว่า “ในบ้านหลายหลังที่เราทราบว่าไม่มีผู้สูบบุหรี่อาศัยอยู่มาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว เรายังพบหลักฐานของสารประกอบเหล่านี้ในฝุ่นละอองและในแผ่นบุผนัง”

นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า ทารก เด็กหัดคลาน และเด็กเล็ก มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อสารพิษตกค้างจากควันบุหรี่ เด็กๆ มักคลานไปตามพื้น นอนบนพรม เลียหรือแทะเฟอร์นิเจอร์ พื้นผิวเหล่านี้อาจเต็มไปด้วยควันบุหรี่มือสาม

(ฝุ่นละออง PM 2.5 ภัยเงียบที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา)

บุหรี่มือสาม
เมื่อควันบุหรี่ในอาคารหรือบ้านเรือนรวมตัวกับสารก่อมลพิษในอากาศ กลายเป็นสารประกอบที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง และยังตกค้างอยู่ได้นานหลายสิบปี
ภาพถ่าย: เบกกี เฮล และมาร์ก ทีสเซน

นักวิจัยไม่เพียงกังวลในความเสี่ยงจากมะเร็ง แต่ควันบุหรี่มือสามยังอาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น อาการหอบหืด และภูมิแพ้ต่างๆ

พนักงานตามโรงแรมที่ต้องปัดกวาด เช็ดถู ดูดฝุ่น เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ในห้องพักของลูกค้าที่สูบบุหรี่ มีโอกาสสูงกว่าที่จะสัมผัสควันบุหรี่มือสาม เมื่อเทียบกับลูกค้าโรงแรมที่พักอยู่เพียงไม่กี่คืนในห้องที่เคยมีผู้สูบบุหรี่ แม้นักวิจัยยังไม่สามารถชี้ชัดถึงปริมาณที่ก่อผลกระทบต่อสุขภาพ หรือระบุอย่างแน่ชัดว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ทว่าร้านอาหาร คาเฟ่ รถเช่า หรือพื้นที่ในร่มอื่นๆ ที่เคยต้อนรับคนสูบบุหรี่ในอดีต ยังอาจมีควันบุหรี่มือสามตกค้างอยู่ในปริมาณมาก

ใครก็ตามที่ย้ายเข้าพักในบ้าน อพาร์ตเมนต์ หรือห้องเช่าที่เคยเป็นของผู้สูบบุหรี่ ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน และควันบุหรี่มือสามก็ยากที่จะกำจัด บางครั้งอาจหมายถึงการต้องรื้อหรือเปลี่ยนวัสดุปูพื้นหรือผนังเลยทีเดียว คำแนะนำที่ดีคือ ซักล้างและทำความสะอาดด้วยสบู่หรือผงซักฟอก บางคนแนะนำให้ทาสีห้องเสียใหม่ เปลี่ยนพรมปูพื้น และทำความสะอาดระบบระบายอากาศ กระนั้น นักวิจัยยอมรับว่า เราอาจต้องรอให้มีการพัฒนาสารทำความสะอาดตัวใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของปัญหาและความเสี่ยงต่อสุขภาพ

(10 ตัวการที่ก่อมลพิษทางอากาศสูงสุด)

แม้เราอาจยังบอกไม่ได้ว่า ควันบุหรี่มือสามมีอยู่มากน้อยเพียงใด และคุณต้องได้รับมากแค่ไหนจึงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่เราควรแนะนำผู้ปกครองให้ป้องกันลูกๆ โดยเฉพาะเด็กๆ จากควันบุหรี่มือสาม ไม่เช่าห้องพักหรือรถเช่าที่ผู้สูบบุหรี่เคยพักหรือใช้บริการ ถ้าเลี่ยงได้ แนะนำให้เลี่ยงเสียดีกว่า

เรื่อง ซูซาน บริงก์

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำความรู้จักกับ “สนูส” ตัวช่วยลดบุหรี่ ในสวีเดน

 

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : การถือกำเนิดของประชากรโลก

เมื่อปี 2014 สตรีมีครรภ์เกือบหนึ่งในห้าของโลกให้กำเนิดทารกด้วยการผ่าท้องทำคลอด เดิมทีวิธีการผ่าตัดดังกล่าว ซึ่งเป็นการนำทารกออกจากมดลูกผ่านทางท้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงความซับซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตระหว่างการทำคลอดทางช่องคลอด ทว่าอัตราการผ่าท้องทำคลอดในบางประเทศกลับสูงกว่าอัตราการประเมินขององค์การอนามัยโลกที่ว่า การผ่าท้องทำคลอดช่วยป้องกันการเสียชีวิตของมารดาและทารกได้ร้อยละ 10 หลายเท่าตัว ทำไมบางประเทศจึงมีการผ่าท้องทำคลอดมากนัก แอนา พีลาร์ เบทรัน เจ้าหน้าที่การแพทย์ขององค์การอนามัยโลก บอกว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการผ่าท้องทำคลอดคือความคาดหวังของครอบครัวและแพทย์ที่ว่าการคลอดจะปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการคลอดที่ยาวนานหรือเจ็บปวดลงได้ อัตราการผ่าท้องทำคลอดที่สูงอย่างเช่น ในบราซิลอาจสะท้อนถึงความต้องการกำหนดเวลาเกิดของเด็ก ขณะที่อัตราที่ต่ำอาจบ่งชี้ว่า การเข้าถึงการรักษาพยาบาลยังไม่เพียงพอ บราซิล – ประเทศที่มีอัตราการผ่าท้อง ทำคลอดมากที่สุด (ร้อยละ 55.6) นี้เริ่มรณรงค์ด้านสาธารณสุขเมื่อปี 2015 เพื่อสนับสนุนการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ฟินแลนด์ – มีอัตราการผ่าท้องทำคลอดต่ำที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว (ร้อยละ 14.7) ซึ่งอาจเป็นผลจากการทำคลอดโดยหมอตำแย และเกณฑ์วิธีการรักษาที่เข้มงวด อียิปต์ – อัตราการผ่าท้องทำคลอดของประเทศนี้ (ร้อยละ 51. กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผู้หญิงขอผ่าท้องทำคลอดกันมากขึ้น และแพทย์พยายามเลี่ยงความยุ่งยากทางการแพทย์และทางกฎหมาย ชาติแอฟริกา – ทารกน้อยกว่าร้อยละ 1.6 ในไนเจอร์ ชาด และเอธิโอเปีย กำเนิดด้วยวิธีการผ่าท้องทำคลอด สาเหตุหลักเป็นเพราะการขาดแคลนสถานพยาบาล   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก […]

เมื่อขนบธรรมเนียมปล่อยสัตว์กลายเป็นเรื่องไม่ชวนพิสมัย

ชาวพุทธเชื่อว่าการปล่อยสัตว์ที่ถูกกักขัง เพื่อแสดงความเมตตาจะนำมาซึ่งกรรมดี ทว่าในจีนกิจกรรมเชิงพานิชย์เหล่านี้กำลังทำร้ายสัตว์ เพราะส่วนมากพวกมันถูกจับมาจากแหล่งธรรมชาติแบบผิดกฎหมาย และต้องทนอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก่อนที่จะถูกนำไปปล่อย และถูกจับซ้ำอีกครั้ง

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง พวกเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์โลกยุคน้ำแข็งและสัตว์ในโลกยุคน้ำแข็งอย่างแมมมอธ หรือสัตว์เลื้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ประเภทอื่นๆ ได้ในถ้ำที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศสเปนซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานโดยตามผนังมีภาพวาดที่เขียนเป็นสีและรูปลงบนพื้นหิน ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคน้ำแข็ง และสัตว์ประเภทต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งล่า เช่นแมมมอธ ม้า สิงโต และกวาง รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งใช้สื่อสารกัน ภาพวาดตามผนังถ้ำของผู้คนยุคน้ำแข็งเหล่านี้จะแสดงให้พวกเราเห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติมที่ มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.