บุหรี่มือสาม มีจริงและอันตรายกว่าที่คิด - National Geographic Thailand

บุหรี่มือสามมีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

บุหรี่มือสาม มีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

ในสังคม เราต่างรู้กันดีว่า บุหรี่เป็นตัวการของความป่วยไข้สารพัดที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลในแต่ละปีเพื่อการรักษาพยาบาล และขณะเดียวกัน เราก็มีองค์กรที่ใช้ภาษีบาปจากผู้ผลิตและนำเข้าสุราและยาสูบอย่าง สสส. เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนรณรงค์ลดการเสพสุราและบุหรี่

บุหรี่จะยังคงเป็นความย้อนแย้งในสังคมไทยต่อไปอีกนาน ตราบใดที่ยังมีคนสูบบุหรี่ และธุรกิจนี้ยังสร้างรายได้มหาศาลให้รัฐบาล

ผลเสียต่อสุขภาพที่เกิดจากบุหรี่เป็นเรื่องที่แทบไม่มีข้อโต้แย้ง ทว่ากว่าจะถึงวันนี้ บุคลากรและองค์กรด้านสุขภาพทั้งในและต่างประเทศต้องต่อสู้กับแรงกดดันจากธุรกิจยาสูบอันทรงอิทธิพล และใช้เวลาหลายสิบปีเพื่อพิสูจน์ว่า บุหรี่เป็นสาเหตุของโรคร้ายอย่างมะเร็ง โรคหัวใจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ พวกเขายังต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อชี้ว่า การสูดควันบุหรี่มือสอง (Secondhand Smoke) หรือการสูดควันบุหรี่ของผู้อื่นก็มีอันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังกังวลถึงปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า ควันบุหรี่ มือสาม หรือ Third-hand Smoke โดยชี้ว่า สิ่งนี้มีอยู่จริงและพบได้ทุกหนแห่ง โดยที่ไม่รู้ตัว ผู้สูบบุหรี่ในตัวอาคารหรือบ้านเรือนได้ฝากร่องรอยของสารพิษเอาไว้และจะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายปี แม้บุหรี่มวนนั้นจะถูกดับไปนานแล้ว

ปัจจุบัน นักวิจัยทราบแล้วว่า สารตกค้างจากควันบุหรี่หรือที่เรียกกันว่า ควันบุหรี่มือสาม เมื่อรวมตัวกับสารก่อมลพิษภายในตัวอาคาร เช่น โอโซน และกรดไนทรัส กลายเป็นสารประกอบตัวใหม่ ควันบุหรี่มือสามที่ผสมและรวมตัวกับฝุ่นละอองจะตกลงบนพื้นผิว เช่น พรม และเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งยังอาจฝังตัวลงในวัสดุที่มีรูพรุนซึ่งใช้ในการบุผนังและกำแพง นอกจากนี้ยังติดไปกับเส้นผม ผิวหนัง เสื้อผ้า และเล็บมือของผู้สูบบุหรี่ ดังนั้น แม้ผู้เป็นแม่จะไม่สูบบุหรี่ต่อหน้าลูกๆ และไปสูบนอกบ้านหรือตัวอาคาร แล้วกลับเข้ามาอุ้มหรือคลุกคลีกับลูก ก็เท่ากับทำให้เด็กเสี่ยงที่จะได้รับควันบุหรี่มือสามด้วย สารประกอบใหม่เหล่านี้ยากที่จะทำความสะอาด คงอยู่ได้ยาวนาน และหลายชนิดอาจเป็นสารก่อมะเร็ง

หนึ่งในสารประกอบเหล่านั้น คือไนโตรซามีน (nitrosamine) ที่พบในยาสูบ เรียกว่า เอ็นเอ็นเอ (NNA) สามารถสร้างความเสียหายแก่ดีเอ็นเอ และมีศักยภาพในการก่อมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาเรื่องนี้บอกว่า “ควันบุหรี่มือสามเป็นอันตรายต่อสารพันธุกรรมของเรา และการปนเปื้อนก็ยิ่งเป็นพิษมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป”

ในงานวิจัยที่ค่อนข้างใหม่นี้ เรายังไม่รู้ว่า สารประกอบต่างๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของควันบุหรี่และสารก่อมลพิษอื่นๆ ในสิ่งแวดล้อมคงอยู่ได้นานเพียงใด ผู้เชี่ยวชาญอีกคนเผยว่า “ในบ้านหลายหลังที่เราทราบว่าไม่มีผู้สูบบุหรี่อาศัยอยู่มาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว เรายังพบหลักฐานของสารประกอบเหล่านี้ในฝุ่นละอองและในแผ่นบุผนัง”

นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า ทารก เด็กหัดคลาน และเด็กเล็ก มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อสารพิษตกค้างจากควันบุหรี่ เด็กๆ มักคลานไปตามพื้น นอนบนพรม เลียหรือแทะเฟอร์นิเจอร์ พื้นผิวเหล่านี้อาจเต็มไปด้วยควันบุหรี่มือสาม

(ฝุ่นละออง PM 2.5 ภัยเงียบที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา)

บุหรี่มือสาม
เมื่อควันบุหรี่ในอาคารหรือบ้านเรือนรวมตัวกับสารก่อมลพิษในอากาศ กลายเป็นสารประกอบที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง และยังตกค้างอยู่ได้นานหลายสิบปี
ภาพถ่าย: เบกกี เฮล และมาร์ก ทีสเซน

นักวิจัยไม่เพียงกังวลในความเสี่ยงจากมะเร็ง แต่ควันบุหรี่มือสามยังอาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น อาการหอบหืด และภูมิแพ้ต่างๆ

พนักงานตามโรงแรมที่ต้องปัดกวาด เช็ดถู ดูดฝุ่น เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ในห้องพักของลูกค้าที่สูบบุหรี่ มีโอกาสสูงกว่าที่จะสัมผัสควันบุหรี่มือสาม เมื่อเทียบกับลูกค้าโรงแรมที่พักอยู่เพียงไม่กี่คืนในห้องที่เคยมีผู้สูบบุหรี่ แม้นักวิจัยยังไม่สามารถชี้ชัดถึงปริมาณที่ก่อผลกระทบต่อสุขภาพ หรือระบุอย่างแน่ชัดว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ทว่าร้านอาหาร คาเฟ่ รถเช่า หรือพื้นที่ในร่มอื่นๆ ที่เคยต้อนรับคนสูบบุหรี่ในอดีต ยังอาจมีควันบุหรี่มือสามตกค้างอยู่ในปริมาณมาก

ใครก็ตามที่ย้ายเข้าพักในบ้าน อพาร์ตเมนต์ หรือห้องเช่าที่เคยเป็นของผู้สูบบุหรี่ ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน และควันบุหรี่มือสามก็ยากที่จะกำจัด บางครั้งอาจหมายถึงการต้องรื้อหรือเปลี่ยนวัสดุปูพื้นหรือผนังเลยทีเดียว คำแนะนำที่ดีคือ ซักล้างและทำความสะอาดด้วยสบู่หรือผงซักฟอก บางคนแนะนำให้ทาสีห้องเสียใหม่ เปลี่ยนพรมปูพื้น และทำความสะอาดระบบระบายอากาศ กระนั้น นักวิจัยยอมรับว่า เราอาจต้องรอให้มีการพัฒนาสารทำความสะอาดตัวใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของปัญหาและความเสี่ยงต่อสุขภาพ

(10 ตัวการที่ก่อมลพิษทางอากาศสูงสุด)

แม้เราอาจยังบอกไม่ได้ว่า ควันบุหรี่มือสามมีอยู่มากน้อยเพียงใด และคุณต้องได้รับมากแค่ไหนจึงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่เราควรแนะนำผู้ปกครองให้ป้องกันลูกๆ โดยเฉพาะเด็กๆ จากควันบุหรี่มือสาม ไม่เช่าห้องพักหรือรถเช่าที่ผู้สูบบุหรี่เคยพักหรือใช้บริการ ถ้าเลี่ยงได้ แนะนำให้เลี่ยงเสียดีกว่า

เรื่อง ซูซาน บริงก์

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำความรู้จักกับ “สนูส” ตัวช่วยลดบุหรี่ ในสวีเดน

 

เรื่องแนะนำ

ประวัติศาสตร์กล้วยกล้วย

ประวัติศาสตร์กล้วย กล้วยผลไม้บ้านๆ ที่พบเห็นได้ในหลายประเทศทั่วโลก กล้วยผลไม้ราคาแพงที่ต้องนำเข้าสำหรับหลายประเทศอีกเช่นกันที่ไม่สามารถปลูกได้ ไม่ว่าสถานะของกล้วยจะเป็นอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่ากล้วยคือผลไม้อันดับต้นๆ ที่ผู้คนนิยมทาน แต่กว่าจะมาถึงสถานะผลไม้ยอดนิยมเช่นทุกวันนี้ กล้วยผ่านอะไรมาบ้างเราไปย้อนชมกัน ย้อนกลับไปเมื่อ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาล มนุษย์เราเริ่มรู้จักการเพาะปลูกกล้วยบนเกาะปาปัวนิวกินี กล้วยเป็นผลไม้เมืองร้อนที่เพาะปลูกได้ในหลายพื้นที่ ต่อมาชาวยุโรปมีโอกาสได้ลิ้มลองกล้วยเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชนำกล้วยจากอินเดียเข้ามายังอาณาจักรกรีก ในช่วง 327 ปีก่อนคริสต์กาล คริสต์ศักราชที่ 650 ชาวตะวันออกกลางตั้งชื่อให้ผลไม้สีเหลืองเมื่อสุกแล้วนี้ว่า “Banan” ซึ่งแปลว่านิ้วในภาษาอารบิก จากรูปร่างเพรียวยาวอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน จนกระทั่งในปีคริสต์ศักราชที่ 1516 มิชชันนารีชาวสเปนนำกล้วยเดินทางไปเพาะพันธุ์ยังหมู่เกาะในแคริบเบียน ก่อนที่จะพยายามปลูกพวกมันในฟลอริดา ในปี 1600 แต่น่าเสียดายที่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากฟลอริดามีสภาพอากาศที่หนาวเย็นเกินไปในหน้าหนาว ชาวอเมริกันมีโอกาสได้พบกับกล้วยเป็นครั้งแรก ในงานเวิล์ดแฟร์ที่จัดขึ้นเมื่อปี 1876 ในฟิลาเดเฟีย อีก 9 ปีต่อมาบริษัท Boston Fruit ก็ผงาดขึ้นด้วยการนำเข้ากล้วยเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกัน จนเกิดมาเป็นเครือข่ายผลไม้ที่บริษัทอเมริกันเข้าครอบครองพื้นที่ทำสวนกล้วยในหลายประเทศของอเมริกากลาง ปี 1951 Jacobo Arbenz ประธานาธิบดีคนใหม่ของกัวเตมาลาชูนโยบายต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยในประเทศ นโยบายของเขาเกิดขึ้นจริงและชนะในเวลาต่อมา ก่อนที่เขาจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งในอีก 3 ปีต่อมา จากการปฏิวัติโดยมีซีไอเออยู่เบื้องหลัง และในปี 1985 โรคปานามาที่เคยทำลายผลผลิตกล้วยไปมากในอเมริกากลางเมื่อครั้งอดีต ก็เกิดขึ้นกับผลผลิตกล้วยในเอเชีย […]

นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของเปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

ความเป็นมิตรของผู้คนรวมถึงอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากสเปนและอเมริกา ทำให้ เปอร์โตริโก กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในหมู่ของผู้มาเยือน

จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม

จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม น้ำที่จืด สะอาด ดื่มได้ คือสิ่งที่ผมดิ้นรนด้นดั้นค้นหามากว่าสามปี ผมกำลังเดินเท้ารอบโลก ย้อนรอยเส้นทางที่สาบสูญของมนุษย์กลุ่มแรกผู้ออกสำรวจโลกในยุคหิน ณ จุดเริ่มต้นการเดินทางในเอธิโอเปีย ผมเดินจากตาน้ำสำหรับอูฐไปยังบ่อซับน้ำเค็มขุ่นโคลน ผมย่ำย่างจากโอเอซิสหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งในทะเลทรายฮีญาซแห่งอาระเบีย  บนยอดเขาช่วงฤดูหนาวในเทือกเขาคอเคซัส ผมคอแห้งผากท่ามกลางอ้อมกอดของน้ำหลายร้อยตัน ของเหลวที่จำเป็นต่อชีวิตจับตัวแข็งดุจหิน แต่ไม่เคยเลยที่ผมจะพานพบเหตุการณ์เช่นนี้ มีคนมาขุดและขโมยน้ำสำรองในไหของผม หลุมตื้นๆที่เคยบรรจุน้ำ  60 ลิตรอันล้ำค่า  น้ำของผม ผมไม่อาจละสายตาจากไหว่างเปล่าเหล่านั้นได้ ขณะโยกตัวช้าๆ ท่ามกลางสายลมแผดผ่าว จินน์ขโมยน้ำของผมในทะเลทรายคีซิลคุม จินน์คืออะไร? ตามความเชื่อของชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์  จินน์คือวิญญาณพเนจรที่สิงสู่ในความเวิ้งว้างไร้สิ้นสุดของเอเชียกลาง ถ้าไม่สร้างความเดือดร้อน ก็มอบความช่วยเหลือให้แก่นักเดินทาง คนเลี้ยงสัตว์ในภูมิภาคเล่าขานกันว่า จินน์หรือยักษ์จีนีในโลกตะวันตก สามารถเหาะได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรยามกลางคืน หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นงูและหมาป่าได้ ตอนที่มาร์โก โปโล เดินทางข้ามทะเลทรายล็อปทางตะวันตกของจีน เขาเล่าถึงการปรากฏตัวของจินน์เจ้าเล่ห์ตนหนึ่งที่เรียกคนในกองคาราวานออกไป “บ่อยครั้งที่นักเดินทางถูกลวงให้หลงหายจนไม่มีวันพบพวกพ้องของตนอีกและหลายคนก็สิ้นชีพด้วยเหตุนี้” แล้วทะเลทรายคีซิลคุมอยู่ที่ไหน? ทะเลทรายซึ่งทอดตัวจากบางส่วนของคาซัคสถานไปจรดทางใต้ของอุซเบกิสถานแห่งนี้ขึ้นชื่ออื้อฉาว เพราะตลอดหลายพันปีได้กลืนกินสมาชิกกองคาราวานที่เดินทางผ่านไปมาบนเส้นทางสายไหม หรือเส้นทางการค้าที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อายุกว่า 2,200 ปี กระทั่งทุกวันนี้ แดนลงทัณฑ์อันไพศาลที่มีเพียงแสงแดดแผดเผากับพุ่มไม้หนามนี้ก็ยังเป็นอุปสรรคชวนครั่นคร้ามของนักเดินทาง แน่นอนว่ามันหยุดผมได้เช่นกัน “อย่าโทษพวก โชบัน เลยครับ” อาซิซ คาลมูราดอฟ มัคคุเทศก์ของผม บอก เขาหมายถึงคนเลี้ยงแกะพื้นเมือง […]