WOW 2022 เทศกาลกรุงเทพ ใจกลางสวนเบญจกิติ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

WOW 2022 เทศกาลกรุงเทพ ใจกลางสวนเบญจกิติ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

คนกรุงฯ เตรียมเที่ยว WOW 2022 เทศกาลใหม่ จัดยิ่งใหญ่กลางสวนเบญจกิติ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ร่วมกับ อมรินทร์กรุ๊ป พร้อมพันธมิตร แถลงข่าวจัดงาน WOW (Wonder of well-being) 2022 “อัศจรรย์เมืองน่าอยู่” เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับพันธมิตร เพื่อจัดงานและกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ และความฝันในการทำเมืองที่อยู่ให้เป็นเมืองที่ดี ที่ทุกคนมีส่วนพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน

พิพัฒน์ รุจิราโสภณ เลขาธิการ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า งาน WOW 2022 จัดขึ้นนี้เพื่อการสร้างความรู้สึกร่วมของทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของ “เมือง” ที่ขยายขอบเขตการจัดงานให้เป็นรูปแบบเทศกาล โดยผู้จัดมีเป้าหมายจะส่งมอบให้กับ “เมือง” ที่มีความหวังของผู้คนในการสร้างเมืองน่าอยู่ ผ่านการมีส่วนร่วม เพื่อออกแบบ อนาคตของ “เมือง” ร่วมกันในทุกมิติรอบด้าน

ไพทยา บัญชากิติคุณ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานจัดงาน WOW 2022 กล่าวว่า เราตั้งใจให้เป็น WOW 2022 เป็นเทศกาลประจำปีของคนกรุงเทพ โดยภายในงานมี 8 เนื้อหาหลัก ได้แก่

– เทศกาล (Festival) ที่น้นความเป็น Colorful Bangkok มีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้มาเพลิดเพลิน ผ่านการถ่ายภาพ ฟังดนตรี ชมงานศิลปะ ต่อยอดธุรกจสร้างสรรค์ของเมือง

– นิทรรศการ (Exhibition) เน้นการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ภายใต้หัวข้อ Bangkok Thailand 2030 ที่มี 40 กว่าหน่วยงานร่วมจัดแสดงเนื้อหา โดยผู้ที่เข้ามาร่วมงานจะได้เห็นว่ากรุงเทพ และประเทศไทยจะพัฒนาภายในปี 8-10 ปีต่อจากนี้อย่างไร

– การร่วมสร้างสรรค์ (Co-creation) ต่อยอดเชิงความคิดการพัฒนาเมืองต่อจากนี้ เน้นในพื้นที่ใจกลางเมือง ให้สอดคล้องกับนโยบายกรุงเทพฯ เมืองเดินได้ (Walkable City)

– งานบรรยายเสวนา (Forum) ที่มาร่วมพูดคุยเพื่อหาไอเดียสร้างสรรค์เมืองที่อยู่อาศัยได้ดีขึ้น

– งานมอบรางวัล (Award) ด้านการพัฒนาเมือง เพื่อให้กำลังใจและเผยแพร่ผลลงานของผู้ที่ช่วยพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล และกลุ่มภาคประชาชน

– การประกวดภาพถ่าย (Photo Contest) เพื่อค้นหาภาพมุมมองใหม่ๆ ของกรุงเทพ และประเทศไทยที่น่าอยู่ในสายตาช่างภาพ

– งานวิ่ง (Fun Run) งานวิ่งที่เป็นมิตรกับทุกคน ที่ให้ผู้พิการที่ใช้รถเข็น หรือผู้พิการอื่นๆ สามารถมาวิ่งร่วมกันได้

– ท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรม (ARCHI TOUR) ทัวร์ชมพื้นที่ที่เป็นเมืองน่าอยู่

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Media & Event Business บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรืออมรินทร์กรุ๊ป ในฐานะผู้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ กล่าวว่า หนึ่งในศักยภาพของการแข่งขันเพื่อเป็นเมืองระดับโลก คือการเป็นเมืองที่น่าอยู่ อยู่ได้จริง อยู่แล้วมีความสุข โดยหวังว่าทุกนิทรรศการ และกิจกรรมที่พวกเราจะจัดขึ้นในที่แห่งนี้จะจุดประกายให้ทุกคนเห็นภาพ เมืองน่าอยู่ที่พวกเราสามารถร่วมสร้างขึ้นมาด้วยกันได้
.

พิพัฒน์ รุจิราโสภณ เลขาธิการ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ในนาม กล่าวว่า สมาคมฯ มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดงาน WOW 2022 เพื่อการสร้างความรู้สึกร่วมในทุกมิติ ของทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของ “เมือง” ขยายขอบเขตการจัดงานให้เป็นรูปแบบเทศกาล

การจัดงาน WOW (Wonder of Well-being) 2022 “อัศจรรย์เมืองน่าอยู่” จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มใหม่ในการเปิดพื้นที่สำหรับการสร้างการรับ รู้เกี่ยวกับเมืองที่น่าอยู่ และกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน เพราะเมืองเป็นเรื่องของทุกคน

ด้าน ไพทยา บัญชากิติคุณ อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานจัดงาน WOW อัศจรรย์เมืองน่าอยู่ กล่าวว่า เมืองไทยเป็นเมืองน่าอยู่ในสายตาชาวโลก อย่างไรก็ตาม ทุกเมืองน่าอยู่มีสิ่งที่ยังต้องพัฒนาปรับปรุงเสมอด้วยความร่วมมือของทุกๆ คน
.
WOW 2022 เป็นเทศกาลเมืองบรรยากาศสดชื่นที่เกิดขึ้นจากความหวัง ความฝัน ที่อยากให้เมืองไทยมีพื้นที่ (Platform) ที่ทุกผู้คน ทุกความถนัด ได้มารวมกันเพื่อเปิดมุมมอง เปิดใจ เปิดความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ “เมืองน่าอยู่ของเรา”

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Media & Event Business บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรืออมรินทร์กรุ๊ป ในฐานะผู้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ กล่าวว่า

“หนึ่งในศักยภาพของการแข่งขันเพื่อเป็นเมืองระดับโลก คือการเป็นเมืองที่น่าอยู่ อยู่ได้จริง อยู่แล้วมีความสุข ไม่ใช่เพียงแค่ความเจริญของสิ่งก่อสร้างที่สวยงามทันสมัย หรือค่าแรงที่ถูกน่าลงทุนเปิดโรงงาน หรือแม้กระทั่งการเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวระยะสั้นๆ ติดอันดับโลกเท่านั้น

เมืองน่าอยู่ก็คล้ายๆ กับบ้านที่น่าอยู่ คือทุกคนต้องรู้สึกเป็นส่วนตัว ปลอดภัย สะดวกสบาย เป็นอิสระ ผ่อนคลาย อยู่ร่วมกับคนในบ้านหลังใหญ่ที่เรียกว่าเมือง ได้อย่างมีความสุข มีพื้นที่มาพบปะกันได้ในเมือง ที่เหมือนห้องนั่งเล่นสาธารณะ ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

นี่เป็นเหตุผลที่เราเลือกจัดงานนี้ในพื้นที่สวนสาธารณะ เราเชื่อว่าเมืองที่มีกิจกรรมในห้องนั่งเล่นกว้างๆแบบนี้บ่อยๆ ก็จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับเล็กกลางใหญ่ หลอมรวมวัฒนธรรมที่หลากหลายให้กลมเกลียวกัน หวังว่าทุกนิทรรศการ และกิจกรรมที่พวกเราจะจัดขึ้นในที่แห่งนี้จะจุดประกายให้ทุกคนเห็นภาพ เมืองน่าอยู่ที่พวกเราสามารถร่วมสร้างขึ้นมาด้วยกันได้”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในงานว่า หัวใจของเมืองที่น่าอยู่นั้นคือ ‘คน’ เพราะคนคือเจ้าของเมือง การออกแบบพัฒนาจึงต้องถามคน และยึดคนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา โดย อนาคตของเมืองนั้นจะขึ้นอยู่กับ “คน” ว่าจะดึงดูดคนที่มีศักยภาพ (Talent) ให้มาอยู่ในเมืองได้มากแค่ไหน

แท้จริงแล้ว เมืองคือตลาดแรงงานขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาอาศัยอย่างหนาแน่น ดังนั้น คนจะเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ โดยเฉพาะคนที่มีศักยภาพนั้นเลือกที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ ซึ่งเมืองจะอยู่รอดได้ ต้องเป็นเมืองที่น่าอยู่ เพื่อดึงดูดคนที่มีศักยภาพให้เข้ามาอยู่อาศัย

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติเป็นประธานในงานแถลงข่าว WOW (Wonder of well-being) 2022 “อัศจรรย์เมืองน่าอยู่” เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน จัดโดย พิพัฒน์ รุจิราโสภณ เลขาธิการ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ , ไพทยา บัญชากิติคุณ ประธานการจัดงาน WOW 2022 พร้อมด้วย เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Media & Event Business บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
.
โดยมี ณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สุวัชชัย นิมมานเทวินทร์ ผู้อำนวยการสำนักฯ ภาคกลางและตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ น.อ. รณชิต วิจิตร ผอ. กองกิจการอวกาศ กองทัพอากาศ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม พระสาโรชรัตนนิมมานก์ (ชั้น 3) สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

งาน WOW 2022 “อัศจรรย์เมืองน่าอยู่” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-27 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-22.00 น. ณ สวนเบญจกิติ เขตคลองเตยกรุงเทพฯ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส และสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/ASAWOW

เรื่องแนะนำ

พญานาค จากป่าดงดิบสู่วัฒนธรรมร่วมลุ่มแม่น้ำโขง

พญานาค จากป่าดงดิบสู่วัฒนธรรมร่วมลุ่มแม่น้ำโขง เรื่องราวของ พญานาค มีมาก่อนพระพุทธศาสนาด้วยซ้ำไป บางคนเชื่อว่าพญานาคมีตัวตนอยู่จริง บ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องสมมุติที่แต่งกันขึ้นมา แม้ไม่มีการพิสูจน์ใดที่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ พญานาคเกี่ยวพันกับความรู้สึก ความศรัทธา ความนับถือ และความเกรงกลัว ของผู้คน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศก็มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคแตกต่างทั้งคุณลักษณะและคุณสมบัติ ที่มาตำนานพญานาค จากป่าดงดิบ หรือลุ่มน้ำโขง ตำนานพญานาคมีต้นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย อาจเป็นเพราะภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าดงดิบอันกว้างใหญ่ ทำให้มีงูนานาชนิดชุกชุม และด้วยพิษอันร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้นับถืองูมาเนิ่นนาน และขยายไปสู่การนับถืองูใหญ่หรือพญานาค ฟากดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีตำนานพญานาคแพร่หลายกว่า เชื่อกันว่าพญานาคมีถิ่นอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง จากการพบรอยแปลกประหลาดคล้ายรอยเลื้อยของงูขนาดใหญ่ ในช่วงวันออกพรรษา ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์  พญานาค งูใหญ่ มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และ บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จากการจำศีล บำเพ็ญภาวนา ศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็น เป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา ภาพเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับศาสนาพุทธอีกมากมาย […]

เมืองเล็กๆ ในเม็กซิโกนี้ นับถืออิสลาม

ณ เมืองแห่งหนึ่งในเม็กซิโก ผู้คนรับเอาศาสนาอิสลามเข้ามาและผสมผสานรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง ชมผลงานจากช่างภาพผู้เดินทางไปอาศัยอยู่คลุกคลีกับชาวเม็กซิโกเหล่านี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

ปรับปรุงจามจุรียักษ์เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

โครงการปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ของจังหวัดกาญจนบุรี มีแผนแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ทว่าภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพระหว่างการปรับปรุงช่วงต้นก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วรายละเอียดเป็นอย่างไร? ลองชมแผนด้านใน

วันศักดิ์สิทธิ์

เรื่อง นีนา สตรอคลิก ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งในโลก อาหาร พิธีกรรม หรือเครื่องสังเวย กำลังได้รับการจัดเตรียม เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นไปได้มากว่าน่าจะเป็นของชาวคาทอลิกหรือไม่ก็ ชาวฮินดู หากชาวคาทอลิกเฉลิมฉลองวัน นักบุญทุกองค์ หรือชาวฮินดูประกอบพิธีบูชา ในวันประสูติของเทพเจ้าทุกองค์ เกือบทั้งปีอาจไม่มีวันว่างเลยก็เป็นได้ ปฏิทินในศาสนายิวมีวันหยุดนับสิบวัน แต่พระคัมภีร์โตราห์หรือชุดพระบัญญัติ (Torah) ระบุถึงวันที่ต้องปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัดเพียงห้าวัน ชาวมุสลิมได้ชื่อว่าเป็นศาสนิกชน ผู้ประหยัดวันหยุดเช่นกัน ในศาสนาอิสลาม การเฉลิมฉลองที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเพียงปีละสอง ครั้ง นั่นคือ อีดิ้ลฟิตรีหลังการถือศีลอด ในเดือนเราะมะฎอน และอีดิ้ลอัฎฮาหลัง การประกอบพิธีฮัจญ์ การกำหนดเส้นแบ่งเขตวันสากล (inter- national date line) เมื่อปี 1884 ทำให้วัน หยุดทางศาสนาในหลายประเทศที่เคยเริ่มต้นหลังพระอาทิตย์ตกดินถูกเลื่อนออกไปเป็น วันรุ่งขึ้น ปัจจุบัน วันหยุดทางศาสนาจำนวน ไม่น้อยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ผลิตภาพ (productivity) ทางเศรษฐกิจ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้การเฉลิมฉลองทางศาสนาบางเทศกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกปีเพื่อให้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ในอินเดียที่มีผู้นับถือศาสนาหลากหลาย พลเมืองสามารถเลือกวันหยุดเพิ่มเติมจากรายการวันหยุดทางศาสนาของชาวคริสต์ มุสลิม ซิกข์ และพุทธ […]