ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย - National Geographic Thailand

ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

นับถอยหลังหนึ่งสัปดาห์ – กำหนดแนวสายตา

หลังจากปีนเสาหินปูนคู่หนึ่งซึ่งตั้งขนานกันในเทือกเขาของสวิตเซอร์แลนด์อยู่นานหลายปี ช่างภาพ ทอมัส อุลริก และนักปีนเขา สเตฟาน ซีกริสต์ นึกอยากเดินระหว่างยอดเสาหินสองต้นนี้ ปัจจัยสามอย่างที่มีผลต่อการเดินไต่เชือกคือ จุดโฟกัส การทรงตัว และระดับความสูง เนื่องจากเชือกถูกขึงข้ามยอดเสาหิน ซีกริสต์จะไม่มีจุดให้โฟกัสสายตาเพื่อรักษาการทรงตัว “ถ้าคุณมองตรงไป จะไม่เห็นอะไรเลย นอกจากอากาศครับ” ซีกริสต์บอก เพื่อแก้ปัญหานี้ พวกเขาจึงวางเป้สีสันสดใสไว้บนยอดเสาหิน

 

นับถอยหลังหนึ่งวัน – การเตรียมสัมภาระที่จำเป็น

กระเช้าไฟฟ้านำซีกริสต์กับอุลริกขึ้นไปบนภูเขาชิลทอร์นครึ่งทางก่อนถึงถึงเสาหิน พวกเขาปีนขึ้นสู่ทั้งสองยอดและตอกสมอยึดเพื่อขึงเชือกระหว่างยอดเสาหิน สมอยึดต้องมั่นคงอย่างยิ่งเพื่อสร้างแรงดึงสูงที่ทำให้สามารถเดินบนเชือกได้ พวกเขายังจำเป็นต้องใช้:
• สายรัดหนึ่งเส้นสำหรับปีนขึ้นและอีกหนึ่งเส้นสำหรับเดินข้าม
• ชอล์กเพื่อช่วยให้มือแห้ง
• แว่นกันแดดและครีมกันแดด
• รองเท้าไม่จำเป็น เพราะเท้าเปล่าทำให้รู้สึกถึงเชือกได้ดีที่สุด

บางครั้งคุณหกล้มและต้องลุกขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อคุณเดินข้ามได้แล้ว คุณจะทำมันได้อีกสามหรือสี่ครั้ง — สเตฟาน ซีกริสต์

 

นับถอยหลัง 0 ชั่วโมง – พร้อมออกเดินทาง
ฝนจะทำให้เชือกใยสังเคราะห์ลื่น แต่ในเช้านี้ของเดือนกันยายนมีเพียงหมอกบางเบา อุลริกปีนสันเขาที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อเก็บภาพ และซีกริสต์ฝึกก้าวเท้าเพื่ออบอุ่นร่างกายและเพื่อให้รู้สึกถึงแรงดึงของเชือก การเดินก้าวแรกเสี่ยงที่สุด เพราะการตกลงมาเร็วเกินไปจะทำให้คุณเข้าใกล้หน้าผาหินอย่างอันตรายยิ่ง “หลังจากเดินได้สามก้าว คุณต้องรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เช่นนั้นประสาทของคุณจะเขม็งเกลียว” ซีกริสต์บอก “ถ้าสำเร็จสักครั้งหนึ่ง ต่อจากนั้นก็ค่อนข้างง่ายครับ”

เรื่อง นีนา สตรอคลิก

ภาพถ่าย ทอมัส อุลริก

 

อ่านเพิ่มเติม

วัฒนธรรมเดินไต่เชือกกลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย

เรื่องแนะนำ

ชมภาพมวยปล้ำโบราณของปากีสถาน

แม้ปัจจุบันกีฬาประจำชาตินี้จะได้รับความนิยมลดลงอย่างมาก แต่ยังมีชาวอินเดียและปากีสถานบางส่วนยึดถือมวยปล้ำลักษณะนี้เป็นวิถีชีวิตลูกผู้ชาย

The Expatriate Workers Of Dubai

เรื่องและภาพ อธิวัฒน์ ศิลปะเมธานนท์ (รางวัลชนะเลิศโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) “คาบายัน” เสียงเรียกภาษาตากาล็อกที่แปลว่า “คนชาติเดียวกัน” ดังลั่นจากห้องพักกลุ่มแรงงานชาวฟิลิปปินส์เมื่อผมเดินเข้าไปในเขตห้องพักย่านอัลคารามา ดูไบ เมื่อโลกเชื่อมโยงทั่วถึงกันหมด การอพยพย้ายถิ่นฐานหรือเพื่อไปทำงานยังประเทศอื่นจึงง่ายขึ้นมาก  ประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยทรัพยากรกว่าจึงส่งออกพลเมืองชนชั้นแรงงานของตนไปยังประเทศพัฒนากว่า  ธนาคารโลกประเมินว่าดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่แรงงานข้ามชาติส่งเงินกลับบ้านมากที่สุด สำหรับพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำจากศรีลังกา พนักงานขายของตามร้านสะดวกซื้อจากไนจีเรีย หรือหนุ่มบริกรฟิลิปปินส์ในร้านอาหาร ดูไบเป็นเมืองแห่งโลกาภิวัฒน์ที่มีทั้งด้านสว่าและมืด  ในแง่หนึ่งดูไบเป็นเมืองที่เปิดกว้างทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่อีกด้านหนึ่ง เมืองสวรรค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่งนี้ก็เป็นนรกของแรงงานข้ามชาติเมื่อนายจ้างค้างชำระค่าแรง สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ ต้องเผชิญกับอันตรายภายในสถานที่ทำงาน และถูกยึดหนังสือเดินทางไว้อย่างผิดกฎหมาย  และอาจหนักกว่านั้นสำหรับแรงงานสตรีในครัวเรือนที่ต้องทำงานไม่มีวันหยุด ใช้ชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอก ถูกนายผู้หญิงล่วงเกินทางวาจา และนายผู้ชายล่วงเกินทางเพศ  แต่เพราะมาตรการที่ใช้ควบคุมแรงงานอย่างเข้มงวดเช่นการระงับวีซ่าการทำงานหรือส่งกลับประเทศ ทำให้แรงงานต่างชาติต้องตกอยู่ในสภาพจำยอม และย้ำเตือนตนเสมอว่า พวกเขาตัดสินใจมาทำงานที่นี่โดยไม่มีใครบังคับ ก็เพื่อเงินทองที่จะส่งกลับบ้านไปให้ครอบครัวและคนข้างหลังในประเทศกำลังพัฒนาที่จากมา