5 สุดยอด เทคนิคถ่ายภาพ ในพิพิธภัณฑ์ - National Geographic Thailand

5 สุดยอดเทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์

5 สุดยอด เทคนิคถ่ายภาพ ในพิพิธภัณฑ์

เคล็ดลับ 5 ข้อต่อไปนี้จะช่วยให้ภาพถ่ายพิพิธภัณฑ์ของคุณพัฒนาขึ้นอีกระดับหนึ่ง

เอาเลนส์ไปหนึ่งอัน หรืออาจจะสอง

ก่อนจะคว้ากล้องทุกตัวและเลนส์ทุกอันที่คุณมี คิดให้ดีก่อนว่าอุปกรณ์ที่คุณต้องการจะแบกไปจริงๆมีมากแค่ไหน พยายามพกเลนส์ไปแค่อันเดียว รวมทั้งเป็นเลนส์ขนาดเล็กอย่าง 35 มม. หรือ 24-70 มม. ไม่จำเป็นต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่เทอะทะอย่าง 300 มม. ตรวจสอบข้อจำกัดในการถ่ายภาพของพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นก่อน พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่มีนโยบายห้ามใช้แฟลชเวลาถ่ายภาพงานศิลปะ คุณคงไม่อยากถูกเชิญให้ออกไปเพราะต้องการถ่ายภาพงานศิลปะให้สว่างขึ้นด้วยแฟลช

เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Vatican Museum, Vatican City
Photograph by EVA METELKOVA, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
High Museum, Atlanta
Photograph by JENNIFER GILIBERTO, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Bangkok Art and Culture Centre, Bangkok
Photograph by GLORIA SALGADO GISPERT, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

มองหาผู้คน

คอยดูว่าผู้มาเยี่ยมชมมีปฏิกิริยาหรือมองดูงานศิลปะอย่างไร ใครๆก็ถ่ายภาพจิตรกรรมอันเลื่องชื่อบนผนังได้ ลองมองหาองค์ประกอบภาพที่น่าสนใจกว่านั้น โดยการโฟกัสไปที่ผู้คน ภาพถ่ายจะมีชีวิตของมันเอง คุณไม่มีทางรู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะน่าสนใจหรือน่าขบขันแค่ไหน

เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Rijksmuseum, Amsterdam
Photograph by JULIUS Y., NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Moderna Museet, Stockholm
Photograph by ANTONELLA SPALTRO, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
National History Museum, London
Photograph by GIANNHS JOHN, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

ถ่ายภาพสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์

บางครั้งอาคารที่จัดแสดงงานศิลปะอาจเป็นงานศิลปะที่น่าสนใจเองก็ได้ ก่อนจะก้าวเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ให้ศึกษาการออกแบบของอาคารนั้น หาทัศนมิติ (perspective) ที่น่าสนใจ และพยายามเก็บภาพลักษณะเฉพาะของสิ่งก่อสร้าง ซึ่งอาจจะต้องถ่ายจากมุมต่ำบนพื้นดินหรือถ่ายจากฝั่งตรงข้ามถนน พยายามถ่ายภาพสถานที่ทั้งหมดจนกระทั่งได้ภาพที่คุณพอใจ

เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Natural History Museum, London
Photograph by RAYMOND CHOO, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Guggenheim Museum Bilbao, Bilbao, Spain
Photograph by BREDA JURECKO, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
Milwaukee Art Museum, Milwaukee
Photograph by ANGIE MCMONIGAL, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

คอยดูแสง

นิทรรศการศิลปะมักมีการจัดแสงสวยงามสมบูรณ์แบบเสมอ คุณควรให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่มีแสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามา หรือโคมไฟเหนือศีรษะที่ทางพิพิธภัณฑ์จัดหาให้เอง คอยดูว่าแสงส่องลงมายังงานศิลปะอย่างไร แล้วเปิดหน้ากล้องให้พอเหมาะ

เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Mandore Museum, Jodhpur, India
Photograph by DAVID TAGGART, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
Kolumba Museum, Cologne, Germany
Photograph by FABIO BARILARI, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT
The Metropolitan Museum of Art, New York City
Photograph by Y. QING, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

อย่าถ่ายภาพงานศิลปะ

แน่นอนว่าทุกคนไปพิพิธภัณฑ์เพื่อหาแรงบันดาลใจหรือตื่นตาตื่นใจกับงานศิลปะอันน่าทึ่ง แต่อย่าถ่ายภาพแค่งานจิตรกรรมหรือประติมากรรม ลองหาอะไรที่น่าสนใจซึ่งเกิดขึ้นในห้องจัดแสดงและเพิ่มสิ่งนั้นเข้ามาในเฟรมภาพ คุณหาภาพถ่ายโมนาลิซาจากกูเกิลเอาก็ได้ ดังนั้นจงสร้างสรรค์อะไรที่เป็นของคุณเอง

เทคนิคถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์
The Louvre, Paris
Photograph by CHARLY LATASTE, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT

เรื่อง แมตต์ อดัมส์

 

อ่านเพิ่มเติม

ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กับสุดยอด “เทคนิคถ่ายภาพ” ต้นไม้ให้ ว้าว!

เรื่องแนะนำ

ขนย้ายฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่

ขนย้าย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่ รูปปั้นอายุ 3,200 ปีนี้ เป็นรูปปั้นของฟาโรห์รามเสสที่ 2 กษัตริย์ผู้เคยปกครองอาณาจักรอียิปต์ในปีที่ 1279 – 1213 ก่อนคริสต์กาล เชื่อกันว่าในรัชสมัยของพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงอำนาจมากที่สุด และขณะนี้ทางการอียิปต์ได้เคลื่อนย้ายรูปปั้นของพระองค์ไปยังพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ กระบวนการขนย้ายรูปปั้นฟาโรห์รามเสสที่ 2น้ำหนัก 83 ตัน สูง 30 ฟุต กินเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ขั้นตอนถูกปฏิบัติอย่างเป็นมืออาชีพและสมพระเกียรติ ท่ามกลางประชาชนมากมายที่มารอดูด้วยความสนใจ โดยรูปปั้นของฟาโรห์รามเสสที่ 2 จะถูกจัดแสดงยังบ้านหลังใหม่คือพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองกีซา ในอียิปต์   อ่านเพิ่มเติม เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน

ทำโมจิแบบคนญี่ปุ่น

ทำโมจิแบบคนญี่ปุ่น เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ Shoichi Sugiyama ได้แบ่งปันสูตรและวิธีการทำขนมโมจิแบบชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ให้แก่ผู้คนที่สนใจในเมืองซีแอตเทิล ขั้นตอนของเขาเริ่มต้นด้วยการหุงข้าวญี่ปุ่นนาน 30 – 40 นาทีจนข้าวสุก จากนั้นนำข้าวร้อนๆ มาตำในครกซึ่งต้องใช้ความร่วมแรงร่วมใจอย่างมากในขั้นตอนนี้ เมื่อตำไปเรื่อยๆ ก็จะได้ก้อนแป้งเหนียวๆ จากนั้นนำก้อนแป้งที่ได้มาตัดแบ่งพอดีคำก็จะได้โมจิแบบดั้งเดิม “การตำโมจิในตอนที่มันกำลังร้อนๆ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษครับ เพราะจะได้พูดคุยกับญาติหรือเพื่อนบ้านที่มาช่วยทำโมจิ” Sugiyama กล่าว ทั้งนี้เชื่อกันว่าโมจิมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนที่จะแพร่หลายไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีในช่วงศตวรรษที่ 10 ซึ่งในเกาหลีจะเรียกว่า “ต็อก”   อ่านเพิ่มเติม บริการร้องไห้กับหนุ่มหล่อในญี่ปุ่น

วิถีชีวิตของชนเผ่าเร่ร่อนในมองโกเลีย

วิถีชีวิตของ ชนเผ่าเร่ร่อน ในมองโกเลีย วิถีชีวิตของชนเผ่าในมองโกเลียยังคงความเป็นเอกลักษณ์และไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ชวนชมภาพยนตร์สั้นจาก Brandon Li ผู้ถ่ายทอดชีวิตและขบนธรรมเนียมประเพณีของชาวคาซัค ซึ่งอาศัยอยู่ทางตะวันตกของมองโกเลีย มาดูกันว่าพวกเขาฝึกนกอินทรี, ต้อนสัตว์, และใช้ชีวิตท่ามกลางภูมิประเทศอันรกร้างกว้างใหญ่ได้อย่างไรมาหลายชั่วอายุคน ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจจากในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นด้วยความทุ่มเทของ Brandon Li ผู้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเดินทางไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของชาวคาซัคตัวจริง ผู้คนเหล่านี้มีทุ่งหญ้าเป็นบ้านและแสงดาวเป็นห้องนอน ชมวิถีชีวิตที่อาศัยอยู่กับธรรมชาติเหล่านี้ แล้วคุณผู้อ่านอาจจะลองอยากเกิดเป็นชาวคาซัคดูสักครั้งก็เป็นได้   อ่านเพิ่มเติม นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา

เรื่องและภาพ นภัทร อุทัยฉาย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ชุมนเมงตาสุและโมงติสุตั้งอยู่เลียบคลองชะเวตะชอง ทางทิศใต้ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาระบุว่า บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของเชลยสงครามจากกรุงศรีอยุธยาและเชียงใหม่ซึ่งถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310  เชลยศึกที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นชนชั้นสูงฝ่ายชายและข้าราชบริพาร ได้จัดงานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายตามแบบวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า และสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน  ทุกปีประเพณีก่อเจดีย์ทรายจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้นปีใหม่ (13 เมษายน) ในวันแรกของเทศกาล ชาวบ้านจะรื้อพระเจดีย์ทรายองค์เดิมที่สร้างเมื่อปีก่อน  วันที่สองจะช่วยกันนำทรายมาสร้างเจดีย์ที่สูงราวสามเมตรขึ้นใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งวัน  แล้วพักหนึ่งวัน ก่อนนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงในวันรุ่งขึ้น  ต่อมาเดือนพฤษภาคม ในช่วงวันวิสาขบูชา จะมีงานก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนโมงติสุ ซึ่งห่างจากชุมชนเมงตาสุไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร  งานทั้งสองแม้จะคล้ายคลึง แต่ก็มีความแตกต่าง  แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีชาวชุมชนคนใดที่มีเทือกเถาเหล่ากอชาวโยเดียอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้และเข้าใจดี คือ “เตโปงเซตี” และประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย อันไม่ใช่ธรรมเนียมของชาวเมียนมาทั่วไป และเป็นวิถีของบรรพชนที่ต้องดำรงรักษาให้คงอยู่สืบไป  

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.