ชมภาพ "มวยปล้ำโบราณ" ของปากีสถาน - National Geographic Thailand

ชมภาพมวยปล้ำโบราณของปากีสถาน

ชมภาพ”มวยปล้ำโบราณ”ของปากีสถาน

พูดถึงกีฬา หลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงประเทศอย่างอินเดียและปากีสถานเป็นอันดับแรกๆ แต่แท้จริงแล้วพวกเขามีวัฒนธรรมและกีฬาประจำชาติที่เล่นกันมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสต์กาลนั่นคือ มวยปล้ำโบราณ ที่มีชื่อเรียกว่า กุศตี (kushti) หรือ ปหลวานี (pehlwani) ซึ่งปัจจุบันกีฬาชนิดนี้ยังคงมีคนเล่นกันอยู่ แม้ว่าตลอดช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ความนิยมจะลดลงมากแล้วก็ตาม

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นเพราะไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการที่ มวยปล้ำกุศตี เป็นอะไรที่เรียบง่าย ไม่ได้หวือหวาหรือเป็นกิจกรรมยอดนิยมดังเช่นที่มันเคยเป็นในอดีตอีกแล้ว รายงานจาก Paul Rollier นักมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยออสโล กล่าว

Rollier เองเคยศึกษาวัฒนธรรมกีฬาชนิดนี้และเขียนเป็นหนังสือ Wrestlers, Pigeon Fanciers, and Kite Flyers ตัวเขาบรรยายลักษณะของกีฬาชนิดนี้ไว้ว่าเป็น “วิถีชีวิตที่ต้องฝึกตน” เนื่องจากนักกีฬาจะไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาสูบได้ นอกจากนั้นยังต้องคุมอาหารอย่างเข้มงวด และเข้ารับการฝึกฝนตามตารางอย่างเคร่งครัด

“ทุกวันนี้ในปากีสถานมีผู้คนไม่มากที่ยังคงฝึกฝนมวยปล้ำปหลวานี” Rollier กล่าว ยกตัวอย่างเช่น ในเมืองลาฮอร์ มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่รวมตัวกันเพื่อฝึกฝนกีฬานี้ โดยหลังการฝึกฝนในแต่ละครั้งพวกเขาจะนวดกล้ามเนื้อด้วยน้ำมัน เพื่อผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกในครั้งต่อๆ ไป ที่หนักขี้น

เรื่อง Catherine Zuckerman

ภาพถ่าย Matthieu Paley

Adi (คนกลาง) ฝึกฝนร่วมกับนักกีฬาคนอื่นๆ
กลุ่มชายฉกรรจ์ฝึกฝนมวยปล้ำกุศตี บนลานกลางแจ้ง ของเมืองลาฮอร์
นักกีฬาคนหนึ่งฝึกฝนร่างกายด้วยการปีนต้นไม้ โดยพื้นที่ฝึกฝนของเขาตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานรีไซเคิลขยะ
ผิวกายของนักกีฬาเป็นมันแววาวจากน้ำมันที่ใช้ทาตัว นอกจากนั้นน้ำมันเหล่านี้ยังมีส่วนช่วยผ่อนคลายระหว่างการนวดตัวหลังฝึกอีกด้วย
Rasheed Bukhari นักกีฬามวยปล้ำผู้เคยไปแข่งขันที่เยอรมนีมาแล้ว เพื่อนนักกีฬาของเขาช่วยทาน้ำมันและนวดตัวให้เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายชีวิตบนรถไฟอินเดียเส้นทางยาวที่สุด

 

ติดตามข้อมูลดีๆที่นี่

เรื่องแนะนำ

เปิดโลกนักล่าคัมภีร์ ไบเบิล

ในโลก "ลับ ลวง พราง" ที่ศาสนามาบรรจบกับโบราณคดี นักวิทยาศาสตร์ นักสะสม และมิจฉาชีพ ต่างช่วงชิงค้นหาพระคัมภีร์ไบเบิลอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของตน

กิจการเพื่อสังคม เมื่อธุรกิจช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น

“มึงจะไปขายใคร” พ่อพูดในวันที่เรากำลังขนข้าวของออกไปวางขายใน กิจการเพื่อสังคม ของเราในวันแรก “น้ำยา” ต่างๆ อย่างแชมพู สบู่เหลว น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันบรรจุในแกลลอนซึ่งเสียบหัวปั๊มเอาไว้สำหรับแบ่งขาย แทนที่จะขายเป็นขวดเล็กๆ อย่างที่พบเห็นในท้องตลาดหรือตามร้านสะดวกซื้อ ฉันวาดหวังให้ผู้ซื้อนำขวดเปล่ามาซื้อน้ำยาเหล่านั้นเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก ุจุดเริ่มต้น ความคิดนี้เกิดขึ้นตอนที่ฉันได้ดูทอล์กทางยูทูบของลอเรน ซิงเกอร์  สาวสวยชาวอเมริกันผู้ใช้ชีวิตแบบ “ขยะเหลือศูนย์”  หรือ zero-waste “นี่คือขยะทั้งปีของฉัน” เธอพูดพร้อมโชว์โหลแก้วใบเล็กที่มีขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยบรรจุอยู่เต็ม หลายคนเห็นแล้วร้องว้าว! แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกฝึกมาให้ตั้งคำถามอย่างฉันแล้ว สิ่งแรกที่ฉันคิดคือ “โกหกหรือเปล่าวะ” ถึงแม้ฉันจะเคยเห็นว่า สบู่เหลวบางยี่ห้อมีแบบบรรจุถุงรีฟิลสำหรับเติมใส่ขวดเดิมขายด้วย แต่กลับไม่เคยเห็นแชมพูขายแบบรีฟิลเลย ขวดหัวปั๊มสภาพดีที่เคยมีแชมพูบรรจุอยู่ภายในย่อมกลายเป็นขยะ ซึ่งต้องล้นโหลแก้วของลอเรนแน่ๆ  แต่เธอใช้ชีวิตให้ขยะเหลือศูนย์ได้อย่างไร พอหาข้อมูลมากขึ้น ฉันก็พบว่าลอเรนใช้บริการร้านค้าแบบเติมหรือบัลก์สโตร์ (bulk store) ที่ลูกค้าต้องนำขวดหรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ไปเติมสบู่ แชมพู หรือแม้กระทั่งของกินด้วยตัวเอง  ฉันรีบค้นหาร้านค้าแบบเดียวกันในบ้านเรา แต่พบว่าไม่มีอยู่เลย “ในเมื่อไม่มี ทำไมเราไม่ทำเองเลยล่ะ” “นั่งตบยุง” ดูจะเป็นคำที่อธิบายผลประกอบการของวันแรกได้ดีที่สุด คนที่มาจับจ่ายในตลาดหลายคนมองอยู่ห่างๆ แล้วเดินจากไป แม้จะมีสินค้า แต่เรายังไม่มีลูกค้า พอฟ้าเริ่มมืดและยุงจริงๆ เริ่มมา พวกเราก็เตรียมเก็บข้าวของ และแล้วลูกค้ารายแรกก็มาซื้อน้ำยาล้างจานใส่ขวดรียูสที่เรารวบรวมมาและเตรียมเผื่อไว้ ลูกค้าคนนั้นคือคุณป้าแม่ค้าร้านข้างๆที่มาช่วยซื้อเพราะคิดว่า พวกเราทำาโครงงานส่งอาจารย์ […]

สุขเมื่อได้กลับบ้านของชาวฟิลิปปินส์ในวันคริสต์มาส

สำหรับคนงานฟิลิปปินส์ในต่างแดน การกลับบ้านช่วงคริสต์มาสถือเป็นเวลาแห่งความสุข ซึ่งมักผ่านไปเร็วเสมอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกบันทึกภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์

เดวิด เดกเนอร์ ช่างภาพชาวอเมริกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของ "ปาฏิหาริย์สมัยใหม่" ที่เกิดขึ้นในอียิปต์ ผลงานของเขาสะท้อนให้เห็นว่าชนชาตินี้ฝังรากลึกกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติมากขนาดไหน