Hybrid Job เพราะโลก (อาจ) ต้องการให้คุณมีทักษะการทำงานมากกว่า 1 อย่าง

Hybrid Job ทักษะงานในวันนี้และอนาคต

งานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) คืองานที่มีการหลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและทักษะยุคใหม่ ขอบคุณภาพจาก https://pxhere.com/en/photo/1452897


การเข้ามาของเทคโนโลยีเปลี่ยนลักษณะของงานที่เคยเป็นมาในอดีต จากที่เราเคยเชี่ยวชาญในทักษะงานเพียงด้านเดียว ในขณะนี้ผู้ประกอบการต้องการให้พนักงานยุคใหม่มีทักษะหลากหลายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หากเรามองไปยังตลาดแรงงานในยุคนี้ คุณอาจพบว่าหลายบริษัทพยายามกำหนดคุณสมบัติพนักงานในตำแหน่งเดียวที่มีความหลากหลายมากขึ้น และไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะทางวิชาชีพที่อิงกับสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษามาเพียงอย่างเดียว อาชีพนักการตลาดในสมัยนี้อาจต้องมีทักษะการวิเคราะห์ทางสถิติ วิศวกรซอฟต์แวร์หรือพนักงานไอที จากที่คุ้นเคยกับโครงสร้างระบบแล้ว ยังต้องมีทักษะในเชิงออกแบบ การสร้างภาพและแผนผัง (Visualization) และทักษะของการทำงานเป็นทีมด้วยเช่นกัน เราอาจกล่าวได้ว่านี่คือกระแสของการทำงานทั้งในยุคสมัยนี้และต่อไปในอนาคต กระแสการทำงานนี้เราเรียกว่า งานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) ซึ่งมีความหมายว่างานที่มีการหลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและทักษะยุคใหม่

งานแบบผสมผสานเกิดขึ้นในช่วงที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แต่มันก็ทำให้เกิดความคาดหวังความสามารถและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน โดยกระแสของงานแบบผสมผสานในโลกตะวันตกนั้นมีมานานแล้ว และปัจจุบันมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่างานที่มีลักษณะแบบผสมผสานมีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 ในอีก 10 ปีข้างหน้า

ตัวอย่างของงานแบบผสมผสาน เช่น นักพัฒนาแอปพลิเคชันในมือถือ โดยงานนี้ไม่เคยมีมาก่อนจนกระทั่งสมาร์ตโฟนเปิดตัวในช่วงทศวรรษที่แล้ว แน่นอนว่างานนี้ต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาซอฟต์แวร์ การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User interface design) การสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจ และการทำการตลาดด้วยเช่นกัน

บริษัทซอฟต์แวร์ Burning Glass ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในปี 2010 ตลาดแรงงานมีตำแหน่งงานประมาณ 150 ตำแหน่งที่เปิดรับคนที่เชี่ยวชาญด้านสถิติเข้าทำงานในด้านธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท)แต่ในปี 2018 กลับตรงกันข้าม ตำแหน่งงานกว่า 1.7 ล้านตำแหน่งในอุตสาหกรรมต่างๆ ล้วนอยากรับคนที่มีทักษะทางวิทยาการข้อมูล (Data Science) เข้าทำงาน

สาเหตุของการเกิดกระแสงานแบบผสมผสานมีอยู่สองปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกคือ บรรดานายจ้างต้องการลูกจ้างที่มีทักษะเชิงบูรณาการที่หลากหลาย ซึ่งในตลาดแรงงานมีอยู่ไม่มากนัก และแน่นอนว่าหลายบริษัทเต็มใจให้ค่าตอบแทบที่สูงเพื่อคนเหล่านี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้จัดการด้านการตลาดที่เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีเงินเดือนสูงกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับผู้จัดการตลาดที่ไม่มีทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล

ปัจจัยที่สองคือ การต่อต้านการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) จากการศึกษาของบริษัทซอฟต์แวร์ Burning Glass พบว่า งานลูกจ้างประมาณร้อยละ 42 สามารถถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับลักษณะของงานแบบผสมผสานที่มีความซับซ้อน ซึ่งงานแบบแบบผสานจะมีคุณลักษณะของการตัดสินใจ หรือทักษะทางด้านอารมณ์ (Soft Skill) ด้วยเช่นกัน โดย Burning Glass ทำนายว่าระบบการทำงานอัตโนมัติมีความสามารถในด้านทักษะทางอารมณ์และการตัดสินใจได้เพียง 12 % เท่านั้น

็Hybrid Job
ทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม คือหนึ่งในทักษะทางอารมณ์ (Soft Skill) สำหรับการทำงานยุคใหม่ ขอบคุณภาพจาก https://pxhere.com/en/photo/1563439

ในหลายอุตสาหกรรม เหล่าผู้ประกอบการพยายามว่าจ้างพนักงานที่มีทักษะหลายด้าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นทักษะที่บริษัทต้องการจากพนักงานในอนาคต หรือทักษะที่ทางบริษัทยังขาดอยู่ นอกจากนี้ ในหลายบริษัทก็เชื่อว่าการรับผู้ที่มีทักษะหลายด้านเข้าทำงานจะมีประโยชน์ในแง่ที่บริษัทจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทักษะอื่นๆ เพิ่มเติมมากนัก

ดูเหมือนว่าการมีทักษะการทำงานแบบผสมผสาน อันเป็นกระแสการทำงานในโลกอนาคตจะส่งผลดีกับเราทั้งในแง่ของโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการทำงานประจำ โอกาสในการก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน และโอกาสในการรักษางานไม่ให้ถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์ และสำหรับผู้ที่สนใจ นี่คือคำแนะนำเพื่อการสร้างทักษะงานแบบผสมผสาน

ในกรณีที่ยังเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา: ลองลงทะเบียนเรียนวิชาที่นอกเหนือขอบเขตของสาขาวิชาหลักที่กำลังศึกษาอยู่ เช่น ไม่ว่าจะเรียนในสาชาวิชาใด ก็สามารถทดลองเรียนวิชาปรัชญาหรือการสัมมนาเชิงตรรกะ (Logic seminars) เพื่อพัฒนาความคิดในเชิงวิเคราะห์ ซึ่งเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่เรียนทางด้านมนุษยศาสตร์หรือศิลปะศาสตร์ อาจเลือกลงทะเบียนเรียนวิชาด้านสถิติหรือวิชาด้านการวิเคราะห์ แม้อาจจะยังไม่ทราบว่าในอนาคตเราจะได้ใช้ประโยชน์จากวิชาเหล่านี้ในการทำงานหรือไม่ แต่ระหว่างที่ ศึกษาเราจะได้ทักษะการวิเคราะห์ในเรื่องของการแบ่งเวลาอ่านหนังสือและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มากมายเราได้เรียนรู้มาในชั้นเรียน

วิชาการเขียนโปรแกรมเองก็มีประโยชน์เช่นกัน ในปัจจุบัน มีหลายบริษัทในโลกเริ่มมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจที่สามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเขียนโค้ดได้ และด้วยความเข้าใจในภาษาของโปรแกรมนี้ ก็สามารถสร้างภาพแผนผังจากข้อมูล (Data visualization) และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้ หรือแม้กระทั่งการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยภาษาที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์อย่าง HTML อาจทำให้ตัวเรามีคุณค่าในการทำงานมากขึ้น

ในกรณีที่คุณเป็นผู้ที่ทำงานแล้ว: ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงภาวะของงานแบบผสมผสานกำลังจะเข้ามา เพราะบรรดาองค์กรต่างๆ ยังคงมีแนวโน้มที่คาดหวังให้ลูกจ้างประจำผู้มีประสบการณ์สูงในบริษัทได้ไปอบรมฝึกทักษะเพิ่มเติมที่ต้องการมากขึ้น ความทะยานอยากในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เป็นสองคุณลักษณะสำคัญที่จะช่วยให้คุณขยายขีดความสามารถที่คุณเคยเป็นไปมากกว่าเดิม

ดังนั้น เราอาจกล่าวได้กว่า ในยุคสมัยนี้ กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในโลกของการทำงานคือ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Life-long Learning)

แม้ว่างานของเราในขณะนี้อาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าเป็นงานแบบผสมผสาน (Hybrid Job) แต่เราก็มีโอกาสที่จะพัฒนางานที่ทำอยู่ในขณะนี้ไปในยุคสมัยใหม่ของการทำงานแบบผสมผสานที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันข้างหน้า ขอเพียงแค่เราลองยอมรับแนวคิดเรื่องการพยายามเพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในทักษะที่หลากหลาย และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเรียนรู้ชุดทักษะและความรู้ใหม่ๆ คุณก็สามารถประสบความสำเร็จในโลกของการทำงานได้

แหล่งอ้างอิง

‘Hybrid jobs’ are on the rise. This is how you can prepare

Hybrid Jobs: What Are They (and How Can You Get One)?

Hybrid Jobs and the Hybrid Skills Candidates Need Most 


อ่านเพิ่มเติม สารอาหารใดบ้างที่มีส่วนช่วยให้ สมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เรื่องแนะนำ

ดั้นด้นค้นหา เพื่อชีวิตยืนยาว

คนจีนรุ่นที่กำลังแก่ตัวลง พวกเขามีการศึกษากว่าคนรุ่นก่อนๆ พวกเขาไม่คิดว่าจะสามารถพึ่งพารัฐบาลในเรื่องระบบสุขภาพและบริการสาธารณสุขได้ จึงแสวงหาแนวทางดูแลสุขภาพกันเอง

ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาคือสัญลักษณ์สากล แต่ชุดภาพถ่ายเก่าของเจ้าสาวจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกนี้จะแสดงให้เห็นว่าสีขาวไม่จำเป็นเสมอไปในพิธีแต่งงาน

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]