ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง - บทบรรณาธิการ - National Geographic Thailand

ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง – บทบรรณาธิการ

ผู้หญิง : ศตวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง – บทบรรณาธิการ

ฉากแรกในประวัติศาสตร์ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไม่มี ผู้หญิง อยู่เลยสักคน เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1888 เมื่อสุภาพบุรุษ 33 คนซึ่งมีทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักภูมิศาสตร์ ตลอดจนผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นๆ มารวมตัวกันที่คอสมอสคลับในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเห็นพ้องต้องกันในการก่อตั้งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก คลังภาพของเราไม่มีภาพถ่ายเหตุการณ์นั้น เพราะไม่มีการบันทึกภาพไว้ ซึ่งดูจะเป็นเรื่องย้อนแย้งสักหน่อย เพราะหากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จะเป็นที่รู้จักจากอะไรสักอย่าง ก็คงไม่พ้นการสร้างและเก็บรักษาบันทึกที่มองเห็นได้ของชีวิตบนโลก

เมื่อเวลาผ่านไป คลังภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็เติบโตขึ้น จนปัจจุบันมีภาพถ่ายทั้งที่จับต้องได้และอยู่ในรูปดิจิทัลมากกว่า 64 ล้านภาพ ขณะเดียวกัน บันทึกอีกอย่างก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น นั่นคือ เรื่องราวของ ผู้หญิง จากทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพถ่ายเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่บันทึกไว้ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ไม่เพียงสะท้อนภาพแห่งยุคสมัย แต่ยังเผยให้เห็นว่า ผู้หญิง ถูกมองและได้รับการปฏิบัติอย่างไร พวกเธอมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน หรือไม่มีเลย

คุณจะได้ชมภาพบางส่วนเหล่านั้นจากคลังภาพของเราในฉบับพิเศษว่าด้วยผู้หญิง นับเป็นฉบับแรกที่นักเขียน ช่างภาพ และศิลปินที่เกี่ยวข้องทั้งหมดล้วนเป็นผู้หญิง เราขอใช้นิตยสารฉบับพิเศษนี้เพื่อประเดิมการสำรวจชีวิตของผู้หญิง และความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กหญิงและผู้หญิงทั่วโลก ตลอดทั้งปีที่กำลังจะมาถึงนี้บนสื่อทุกแพลตฟอร์มของเรา

คุณจะเห็นเค้าลางของการเปลี่ยนแปลงในภาพถ่ายเก่าๆ ภาพหนึ่งจากคลังภาพของเรา เป็นภาพฝูงชนที่มารวมตัวกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเดินขบวนเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของสตรีซึ่งได้มาในที่สุดเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1920 การรายงานตลอดปี 2020 ของเราจะเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบหนึ่งร้อยปีแห่งชัยชนะครั้งนั้น แน่นอนว่า นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

เมื่อผู้หญิงเดินตามความเชื่อของตนอย่างมุ่งมั่นแรงกล้า พวกเธอจะสามารถเอาชนะเกือบทุกสิ่งที่ขวางหน้า

ในนิตยสารฉบับเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คุณจะได้รู้จักและอ่านบทสัมภาษณ์ของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ พวกเธอมีทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางสังคม นักเขียน นักการศึกษา ไปจนถึงแพทย์ผู้ผ่านสนามรบ และผู้สื่อข่าวสงคราม

เรายังถามคำถามหกข้อกับผู้หญิงเหล่านั้น และดีใจที่ได้นำบางส่วนของบทสนทนานั้นมาแบ่งปันกับผู้อ่านในฉบับนี้ แม้คำตอบของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดล้วนสะท้อนความเชื่ออย่างหนึ่งว่า เมื่อผู้หญิงเดินตามความเชื่อของตนอย่างมุ่งมั่นแรงกล้า พวกเธอจะสามารถเอาชนะเกือบทุกสิ่งที่ขวางหน้า “อย่ายอมรับคำว่า ‘ไม่’ เป็นคำตอบ” เป็นคำพูดจากปากของคริสเตียน อามันพูร์ ผู้สื่อข่าวมากประสบการณ์ของซีเอ็นเอ็น

ผู้หญิง
ฝูงชนมารวมตัวกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อปี 1913 เพื่อเดินขบวนเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิง

ฉันเป็นบรรณาธิการคนที่สิบของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้น และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ เป็นการแต่งตั้งที่หลายคนบอกว่า ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1992 ฉันเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ในปีนั้น พวกเราสื่อหลายสำนักประโคมให้เป็น “ปีแห่งผู้หญิง” เพราะเป็นปีที่เรามีผู้หญิงมากที่สุดที่ได้รับเลือกครั้งในครั้งเดียวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คือ 24 คนจาก 435 คน และมีวุฒิสมาชิกหญิงจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมี นั่นคือ หกคนจาก 100 คน วันนี้เรามาไกลกว่านั้นมากแล้ว แต่นั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

ทุกวันนี้ เวลาเราได้ยินคนพูดว่า สถานภาพของผู้หญิงกำลังดีวันดีคืน เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่จะมีคนคลางแคลงสงสัย แต่สำหรับฉัน เวลานี้กลับรู้สึกต่างออกไป แตกต่างไปจริงๆ ฉันเป็นบรรณาธิการคนที่สิบของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้น และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ เป็นการแต่งตั้งที่หลายคนบอกว่า ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้  ไม่ว่าคุณจะมองไปที่ไหน ผู้หญิงกำลังก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ในแวดวงธุรกิจ วิทยาศาสตร์ กฎหมาย และอื่นๆ อีกทั้งพวกเธอยังถูกมองเห็นและรับฟังจากจุดที่พวกเธอยืนอยู่ ในโลกยุคที่การสื่อสารฉับไวปานความไวแสง และสื่อสังคมออนไลน์ ช่วยให้พวกเธอสามารถหลบหลีกอุปสรรคนานัปการที่ระบบชายเป็นใหญ่เคยขวางกั้นไว้

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยังเห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขและสถิติต่างๆ เป็นต้นว่า จำนวนผู้หญิงที่ได้รับเลือกตั้งทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ตลอดปีที่จะถึงนี้ เราจะนำเสนอเรื่องราวอันน่าชื่นใจของผู้หญิงที่ได้รับสิทธิต่างๆ การปกป้องคุ้มครอง ตลอดจนโอกาสใหม่ๆ ในรอบศตวรรษที่ผ่านมา แน่นอนว่า เราไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะถ่ายทอดเรื่องราวตรงกันข้าม เมื่อผู้หญิงถูกลิดรอนสิทธิ ไม่ได้รับโอกาส และถูกเอารัดเอาเปรียบในรูปแบบต่างๆ

ตลอดกว่า 130 ปีของการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากทั่วโลก เราได้เป็นประจักษ์พยานเมื่อความไม่เท่าเทียมกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองข้าม จนเราแทบมองไม่เห็นหรือไม่ได้ยินเสียงผู้ถูกกดขี่ ในโอกาสพิเศษนี้ เรามุ่งมั่นจะนำเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงจำนวนมากขึ้นมาสู่แสงสว่าง และเสียงของเธอมาสู่บทสนทนา

ขอบคุณที่อ่าน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

โดย  ซูซาน โกลด์เบิร์ก

ภาพลักษณ์ของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาในหน้านิตยสารของเรา

ผู้หญิง
ตุลาคม ปี 1959: ผู้หญิงคนแรกบนหน้าปกของเราคือ เอดา ซาห์ล ขณะกำลังเก็บหอยเม่น
ผู้หญิง
กันยายน ปี 1964: โรดา บรุกส์ หญิงสาวอเมริกันผู้ทำงานต่างแดนในหน่วยพีซคอร์ปส์
ผู้หญิง
นักไพรเมตวิทยาผู้บุกเบิก เจน กูดดอลล์ และเหล่าชิมแปนซีของเธอ ปรากฏบนปกฉบับบเดือนตุลาคม ปี 1965
ผู้หญิง
มกราคม ปี 2017: เอเวอรี แจกสัน อายุเก้าขวบ เป็นหญิงข้ามเพศคนแรกบนกปกนิตยสารของเรา
ผู้หญิง
มีนาคม ปี 2018: นักบินอวกาศ เพ็กกี วิตสัน เป็นเจ้าของสถิติใช้เวลายาวนานที่สุดในอวกาส (665 วัน) ของสหรัฐฯ

*อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2562


สารคดีแนะนำ

ความเท่าเทียมทางเพศ : คำถามที่สังคมไทยต้องขบคิด

เรื่องแนะนำ

เกิดเป็น (เด็ก) หญิง แท้จริง แสนลำบาก

เรื่อง อเล็กซิส โอเคโอโว ภาพถ่าย สเตฟานี ซินแคลร์ เซียร์ราลีโอนคือหนึ่งในสถานที่เลวร้ายที่สุดในโลก ถ้าเกิดเป็นเด็กผู้หญิง ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกที่มีประชากรราวหกล้านคน  ถูกแบ่งแยกจากสงครามกลางเมืองเลวร้ายที่กิน    เวลายาวนานกว่าสิบปี  และเมื่อไม่นานมานี้ยังย่อยยับด้วยโรคอีโบลา  ลำพังการเกิดเป็นเด็กหญิงก็หมายถึงชั่วชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและประเพณีที่มักให้คุณค่าแก่เรือนร่างมากกว่าความรู้สึกนึกคิด  องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟระบุว่า  ประชากรหญิงส่วนใหญ่ของเซียร์ราลีโอนหรือราวร้อยละ 90 ผ่านพิธีกรรมการขริบอวัยวะเพศหญิง (Female Genital Mutilation: FGM)  เพื่อประกาศความเป็นสาว  และเชื่อว่าเป็นการเพิ่มโอกาสของการแต่งงานออกเรือน   ทว่านี่ยังเป็นวิถีทางวัฒนธรรมอันหยั่งรากลึกเพื่อกดหรือควบคุมความต้องการทางเพศด้วยในประเทศนี้เด็กสาวเกือบครึ่งหนึ่งแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี  และอีกไม่น้อยที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่านั้น ส่วนมากเพียงไม่กี่เดือนหลังจากมีประจำเดือนครั้งแรก  หลายคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ  การข่มขืนมักเกิดขึ้นโดยไร้การลงโทษ  ในปี 2013  กว่าหนึ่งในสี่ของเด็กสาวอายุ 15 ถึง 19 ปีในเซียร์ราลีโอนตั้งครรภ์หรือมีลูกแล้ว ซึ่งถือเป็นอัตราการตั้งครรภ์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกของเด็กในช่วงอายุดังกล่าว “ถ้าไปตามต่างจังหวัด คุณจะเห็นเด็กอายุ 13 บ้าง 15 บ้าง แต่งงานหรืออุ้มลูกกันแล้ว” แอนนี มาฟินดา พยาบาลบำรุงครรภ์ที่ศูนย์เรนโบ (Rainbo Center) ซึ่งให้การช่วยเหลือแก่เหยื่อความรุนแรงทางเพศในกรุงฟรีทาวน์ เล่าและเสริมว่า คนไข้ของศูนย์แห่งนี้ส่วนมากมีอายุเพียง 12-15 […]

ผู้หญิง : การเดินทางผ่านภาพถ่าย

นับตั้งแต่สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน เรื่องราวของผู้หญิงที่ได้รับการบอกเล่าและถ่ายทอดผ่านภาพถ่าย ตลอดระยะเวลากว่า 130 ปี เปลียนแปลงไปอย่างไรบ้าง คำตอบอยู่ในคลังภาพที่รวบรวมไว้หลายสิบล้านภาพ

เผยวงการร่างทรงในมุมมองที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

การทรงเจ้า เเละ ร่างทรง ถือได้ว่าเป็นความเชื่อที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเพณีไทยมาตั้งเเต่โบราณกาล ทว่าศรัทธาเหล่านี้มีจริงหรือไม่?

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]