แอนน์ บุญช่วย ตัวการ์ตูนดิสนีย์ เชื้อสายไทย ที่พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก

แอนน์ บุญช่วย ตัวละครใหม่ เชื้อสายไทย ในโลกแห่งดิสนีย์

(ภาพปก) แอนน์ บุญช่วย ตัวละครใน แอมฟิเบีย (Amphibia) แอนิเมชันเรื่องใหม่ของดิสนีย์ มีเชื้อสายไทย ในภาพเธอกำลังต้อนรับเหล่าผองเพื่อนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เข้ามาใช้บริการร้านอาหารไทยของเธอ ขอบคุณภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=iC71sCG52H8


หลังจากที่แอนิเมชันดิสนีย์ได้สร้างตัวละครหญิงที่มีหลากหลายเชื้อชาติเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมตลอดมา ในปี 2019 ก็ถึงเวลาของตัวละครหญิงเชื้อสายไทยแล้ว

เมื่อตอนที่ดิสนีย์ ค่ายภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังที่เป็นขวัญใจผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก ได้เปิดตัวการ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง แอมฟิเบีย (Amphibia) ซึ่งมีตัวละครหลักเป็นเด็กสาวลูกครึ่ง ไทย-อเมริกัน นามว่า แอนน์ บุญช่วย (Anne Boonchuay) ทำให้แฟนแอนิเมชันจากค่ายนี้ โดยเฉพาะจากประเทศไทยต่างรู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะมีตัวละครเชื้อชาติใหม่ปรากฏในโลกของดิสนีย์

อาจเป็นไปได้ว่า นี่เป็นความต้องการของทางดิสนีย์ ที่พยายามขยายการนำเสนอเชื้อชาติที่หลากหลายบนโลกใบนี้ เพื่อให้ผู้ชมได้ตระหนักว่า โลกของเราไม่ได้มีเชื้อชาติเพียงแค่ชาวอเมริกันผิวขาว ชาวแอฟริกัน-อเมริกันผิวสี หรือคนจีน ที่มักถูกนำเสนอเป็นภาพตัวแทนของคนเอเชียเท่านั้น

พัฒนาการของตัวละคร “ทางเชื้อชาติ” ของดิสนีย์

เมื่อครั้งที่ดิสนีย์เริ่มสร้างตัวละคร สโนว์ไวท์ เจ้าหญิงคนแรกของค่ายขึ้นมาเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1930 มาจนถึงช่วงราวทศวรรษ 1980 ผู้ชมดิสนีย์ต่างติดภาพเจ้าหญิงในแบบคนอเมริกันผิวขาวที่ต้องคอยพึ่งพาผู้ชาย หรือเจ้าชายเพื่อให้บรรลุถึงความสุข-ความปรารถนาในชีวิต แม้ว่าจะมีเนื้อเรื่องที่ให้ผู้ชมตราตรึงให้โลกแห่งความฝัน ความรัก และเทพนิยาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ดิสนีย์เองก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างเรื่องราวให้ตัวละครผู้หญิงพึ่งพาเพศชายมากเกินไป และไม่มีความหลากหลายของบุคลิกลักษณะตัวละครมากเท่าที่ควร

ดังนั้น ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ทีมผู้สร้างแอนิเมชันของดิสนีย์จึงได้พยายามสร้างตัวละครที่มีความหลาหลายทางเชื้อชาติมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการสร้างตัวละคร “เจ้าหญิงแจสมิน” ในเรื่อง อะลาดิน (Aladin) ที่สร้างขึ้นในปี 1992 ซึ่งมีลักษณะเป็นเจ้าหญิงจากแถบเอเชียตะวันออกกลางหรืออินเดีย

ตัวการ์ตูนดิสนีย์
มู่หลาน (Mulan) เจ้าหญิงเชื้อสายจีนคนแรกในโลกแอนิเมชันของดิสนีย์ ที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัสกับวัฒนธรรมจากเอเชียมากขึ้น ขอบคุณภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=lGGXsm0a5s0

ในปี 1995 แอนิเมชัน โพคาฮอนทัส (Pocahontas) ก็นำเสนอเรื่องราวของตัวละครหญิงมีเชื้อสาย อินเดียนแดง อันเป็นชนพื้นเมืองของชาวอเมริกา และในปี 1998 ผู้ชมดิสนีย์ก็ได้สนุกสนานไปกับตัวละครหญิง มู่หลาน (Mulan) ที่เล่าเรื่องของนางเอกที่มีเชื้อชาติจีน และนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศจีน และเรื่องมู่หลานนี่เองที่เริ่มทำให้ผู้ชมดิสนีย์ทั่วโลกเริ่มรู้จัก “เสน่ห์แห่งโลกตะวันออก” มากขึ้น ผ่านความคิดของผู้สร้างชาวอเมริกัน

เมื่อเข้าสู่ช่วงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด การยอมรับเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติกลายเป็นกระแสในสังคมโลก ดิสนีย์เองก็เริ่มขานรับกระแสสังคมนี้ด้วยการนำเสนอลักษณะตัวละครที่มีความหลากหลายมากเช่น “เทียน่า” เจ้าหญิงเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันผิวสีจากเรื่อง มหัศจรรย์มนต์รักเจ้าชายกบ (The Princess and the Frog) หรือเข้าไปยังดินแดนที่น้อยคนนักจะรู้จักอย่างหมู่เกาะพอลินีเชียผ่านตัวละคร “โมอานา” ในเรื่อง ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้ (Moana) รวมไปถึงการสร้างตัวละครหญิงที่ไม่มีความสัมพันธ์กับตัวละครชายโดยสิ้นเชิงอย่าง “แอลซา” จากเรื่อง ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ (Frozen)  ก็สร้างความแปลกใหม่และเป็นที่พูดถึงในบรรดาคอแอนิเมชันของดิสนีย์พอสมควร

และในปี 2019 นี้ ก็ถึงเวลาที่ตัวละครที่มีเชื้อชาติจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง แอน บุญช่วย จะเข้าไปโลดแล่นในใจผู้ชมแอนิเมชันดิสนีย์ทั่วโลกแล้ว

ซึ่งเรื่องย่อของ แอมฟิเบีย จะกล่าวถึงเด็กสาวที่บังเอิญได้เข้าไปอยู่ในโลกของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งเปรียบเสมือนการเข้าไปสู่ “โลกใบใหม่” ที่ไม่คุ้นเคยของเธอ นำมาซึ่งการผจญภัยและความสนุกสนาน โดย แอมฟีเบีย จะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 17 มิถุนายน ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2562 และจะมีการออกอากาศในประเทศไทยเช่นเดียวกัน

(เชิญชมวิดีโอข่าวแอนิเมชันเรื่อง แอมฟิเบีย จาก Disney Channel)

ความเป็นไทยที่นำเสนอผ่านผู้สร้างชาวอเมริกัน

จากตัวอย่างแอนิเมชันเรื่อง แอมฟิเบีย ที่ผู้สร้างได้เผยแพร่ลงในอินเตอร์เน็ต เราจะเห็นว่าตัวละคร แอนน์ บุญช่วย เป็นเด็กหญิงผิวสีน้ำผึ้ง ผมฟู ดวงตากลมโต แต่งกายด้วยชุดไทยโบราณ มีการห่มสไบ เกล้าดอกมะลิบนศีรษะ ซึ่งอาจอนุมานได้ว่า นี่คือลักษณะของ “คนไทย” โดยทั่วไปที่สะท้อนผ่านสายตาของผู้สร้างชาวอเมริกัน

แม้จะมีการถกเถียงกันบนสังคมออนไลน์ของไทยว่า แท้จริงแล้วคนไทยก็มีความหลากหลายทางสีผิว โดยบางคนก็มองว่าตัวละคร แอนน์ บุญช่วย นำเสนอได้ไม่ตรงกับคนไทยในความเป็นจริงเสียทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้ชมหลายคนในโลกออนไลน์มองว่า ผิวสีน้ำผึ้งเองก็เป็นสีผิวมาตรฐานโดยส่วนใหญ่ของคนไทยอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจนั้นอยู่ที่ผู้สร้างชาวอเมริกันจะมีการนำเสนอวัฒนธรรมไทยแบบใดสู่สายตาชาวโลก ซึ่งแน่นอนว่าจะมีวัฒนธรรม “อาหารไทย” ปรากฏในเรื่องอย่างแน่นอน เนื่องจากในเรื่อง แอนน์ บุญช่วย ได้เปิดร้านอาหารไทยเพื่อเป็นการผูกมิตรกับเพื่อนพ้องในโลกของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก รวมไปถึงภาษาไทยที่แอนน์จะต้องพูดในบางครั้งด้วย

ตัวการ์ตูนดิสนีย์
ภาพถ่ายเปรียบเทียบระหว่างตัวการ์ตูน แอนน์ บุญช่วย กับต้นแบบ ซึ่งก็คือคุณย่าของ แมตต์ บราลี่ โปรดิวเซอร์ชาวไทย – อเมริกัน ผู้สร้างแอนิเมชัน แอมฟีเบีย ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://www.youtube.com/watch?v=iC71sCG52H8

อย่างไรก็ตาม แมตต์ บราลี่ โปรดิวเซอร์แอนิเมชั่นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ผู้รับหน้าที่สร้างสรรค์การ์ตูนเรื่องนี้ กล่าวว่า แอมฟีเบีย เปรียบเสมือนเครื่องบันทึกความรู้สึกที่เขามีต่อเมืองไทยที่ได้ไปเยี่ยมเยือนบ่อยๆ เมื่อครั้งเป็นเด็ก และการสร้างการ์ตูนเรื่องนี้เปรียบเหมือนความฝันที่เป็นจริง ที่เขาจะได้เห็นตัวละครเชื้อสายไทยได้โลดแล่นในสื่อของชาวอเมริกัน

ดังนั้น เราในฐานะผู้ชม จึงสามารถคาดหวังได้ถึงความสวยงามของวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนผ่านความตั้งใจจริงของโปรดิวเซอร์ผู้นี้

แน่นอนว่า หลังจากตัวละครเชื้อสายไทย ดิสนีย์อาจไม่หยุดการขยายจักรวาลทางเชื้อชาติของตัวละครเพียงเท่านี้ ดังจะเห็นได้จากการที่ดิสนีย์ได้ควบรวมกิจการสตูดิโอสร้างภาพยนตร์ชื่อดังหลายแห่ง สิ่งนี้อาจทำให้เกิดแนวคิดการสร้างตัวละครใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ซึ่งทำให้โลกจินตนาการได้สะท้อนโลกของเราที่พร้อมโอบรับความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม

แหล่งอ้างอิง

เกิดอะไรขึ้นกับวงการเจ้าหญิง วิวัฒนาการของเจ้าหญิงดิสนีย์ตั้งแต่คนแรกถึงคนล่าสุด

Disney สู่ยุคคอนเทนต์เปิดกว้าง ตอบคำถามทำไมการ์ตูนใหม่ “Amphibia” ต้องมีนางเอกคนไทย?

Amphibia : แอนน์ บุญช่วย ตัวละครเด็กหญิงลูกครึ่งไทย – อเมริกัน ในแอนิเมชั่นของดิสนีย์

ส่อดราม่า ‘สีผิว’ หลัง ‘ดิสนีย์’ สร้าง “แอน บุญช่วย” ตัวละครเด็กหญิงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ครั้งแรกใน ‘Amphibia’

ประวัติเจ้าหญิงดิสนีย์

‘Amphibia’ creator wants kids to feel seen with his Thai American heroine

List of Disney theatrical animated features 


อ่านเพิ่มเติม 10 ข้อเท็จจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ อะลาดิน

เรื่องแนะนำ

ชาวต่างชาติสามารถสมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ ได้

คนไทยในกองทัพสหรัฐอเมริกาให้กำลังใจแก่ผู้ที่สนใจอยากสมัครเข้ารับราชการทหารใน กองทัพสหรัฐ ฯ จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยเป็นภาพใบงานนักเรียนที่มีหัวข้อให้เขียนอาชีพในฝัน และคณะที่อยากจะเข้าเรียน ข้อความที่ปรากฏบนภาพ ระบุว่า อาชีพในฝันคือ ทหารอเมริกัน (U.S.Army) แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเรียนคณะอะไร นักเรียนจึงเขียนไปว่าภาษาศาสตร์ ซึ่งครูเขียนคำแนะนำกลับมาในใบงาน บอกให้กลับมาแก้ระบุว่า ขอเป็นอาชีพในอนาคตที่มีโอกาสเป็นได้ หลังจากเรื่องนี้ถูกส่งต่อจำนวนมาก ทหารเชื้อสายไทยที่ประจำอยู่ในสหรัฐอเมริกา จึงออกมาร่วมกันทำคลิปวิดีโอ เพื่อส่งกำลังใจให้น้องๆ ที่ฝันอยากเป็นทหารอเมริกัน ในทุกปีปีมีผู้ถือกรีนการ์ดแต่ไม่ใช่พลเมืองอเมริกันมากกว่า 8,000 คน ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกองทัพด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ปี 2001 สมาชิกทหารกว่า 120,000 คน ซึ่งเป็นผู้อพยพ กลายเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา ตามประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ นายทหารที่เป็นคนต่างชาติเหล่านี้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง พวกเขาได้ร่วมต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธมาตั้งแต่สงครามปฏิวัติ ข้อกำหนดในการเข้าร่วมกองทัพสำหรับชาวต่างชาติ ในสหรัฐฯ การรับราชการทหารพลเมืองอเมริกัน และชาวต่างชาติ เป็นระบบความสมัครใจ หน่วยบริการพลเมืองและการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา (USCIS) กล่าวว่า สาขาบริการแต่ละสาขามีข้อกำหนดในการเกณฑ์ทหารที่แตกต่างกัน แต่มีข้อกำหนดมาตรฐานบางประการที่เหมือนกันทั้งประเทศ ณัฐพล เฉลยเพียร คนไทยที่ประจำอยู่ในกองทัพสหรัฐฯ มาแล้ว 16 ปี ปัจจุบันทำงานด้านการสรรหาและคัดเลือกกำลังพลเข้ากองทัพ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “คนที่อยากจะเป็นทหารบก […]

เทศกาลขว้างไฟของชาวฮินดู

เทศกาลขว้างไฟ ของชาวฮินดู ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่พวกเขากำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกถ่ายจากวัด Kateel Durga Parameswari เมือง Mangalore ในอินเดีย เทศกาลขว้างไฟ สุดแปลกนี้มีชื่อเรียกว่า Agni Keli จัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี และใช้เวลาในการทำพิธีกรรมต่างๆ นาน 8 วัน เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา เทพีแห่งสงครามตามความเชื่อของศาสนาฮินดู สำหรับกิจกรรมขว้างปาไฟซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนี้ บรรดาผู้เข้าร่วมจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มและถูกจัดให้ยืนห่างกันประมาณ 50 ฟุต จากนั้นพวกเขาจะขว้างปากิ่งไม้ติดไฟใส่กัน โดยมีเป้าหมายคือขว้างให้โดนใครสักคน ซึ่งหากใครโดนกิ่งไม้ไฟขึ้นมาพวกเขาจะรีบเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์ราดตามตัวทันทีเพื่อทุเลาบาดแผล และเพื่อป้องกันแผลไฟไหม้ไม่ให้รุนแรงดังนั้นผู้เข้าร่วมจึงสวมเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด   อ่านเพิ่มเติม โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า อารอน วอลลิน เป็นชายผู้มีสองบทบาท บนเวทีเขาคือคนบ้าระห่ำที่ตัวเล็กที่สุด จากฉายา Short E. Dangerously ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการทำให้คนดูตื่นเต้นและเบิกบาน เขาทรงตัวบนลูกโบวลิ่ง, ขว้างมีดและเดินบนแผ่นกระจกด้วยมือของเขา แต่นอกเวที เขาคว้าหมวกคาวบอยมาสวม ตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกแสดงออกมา “คุณจำเป็นต้องมีปุ่มเปิดและปิด” วอลลินกล่าว “คุณต้องแยกตัวตนทั้งสองแบบออกจากกันให้ได้ มิฉะนั้นมันจะเป็นปัญหา” วอลลินสูญเสียขาทั้งสองข้างของเขาไปเมื่ออายุได้ 2 ขวบครึ่ง จากโรค Sacral Agenesis ตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเพื่อความบันเทิงมานานกว่า 20 ปี และสำหรับ 5 ปีที่ผ่านมา วอลลินเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะละครสัตว์ Hellzapoppin ที่เปิดทำการแสดงแบบโรดโชว์ “ผมใช้ชีวิตแบบร็อกแอนด์โรลที่ผู้คนทั่วไปฝันถึง” เขากล่าว สำหรับไบรอัน เลห์มัน ช่างภาพ ไม่ใช่ลักษณะทางกายภาพของเขาที่ทำให้เลห์มันสนใจ แต่คือตัวตนของวอลลินเมื่ออยู่นอกเวทีต่างหาก ที่ทำให้เลห์มันตัดสินใจติดตามเขาอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 2 ปี “เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์” เลห์มันกล่าว “แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพได้ ถ้าผมไม่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา” วอลลินเปิดประตูให้ช่างภาพผู้นี้เข้ามาในชีวิต ในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง “เขาเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของผม” วอลลินกล่าว “ผมไม่ได้ปิดบังอะไรเลย” ผลที่ได้คือภาพถ่ายอันใกล้ชิดอันทรงพลังจากชายผู้น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง […]

โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

ชาววารีโบราณดื่มเบียร์ชิชาจากภาชนะที่มีการตกแต่งอย่างประณีต ในงานเลี้ยงพิธีการ ภาพถ่ายโดย KENNETH GARRETT, NAT GEO IMAGE COLLECTION การวิจัยเกี่ยวกับแก้ว เบียร์ ที่ถูกทำลายหลังงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรวารีในเปรูจัดงานฉลองครั้งสำคัญในบริเวณชายขอบของอาณาจักรที่กำลังล่มสลายได้อย่างไร ในราวคริสต์ศักราชที่ 1050 เหล่าชนชั้นนำที่อาศัยอยู่ใน Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองเพื่อยุติงานฉลองทั้งมวล Cerro Baúl เป็นเมืองอาณานิคมหน้าด่านซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายขอบด้านใต้สุดของอาณาจักรวารี (Wari) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู ตำแหน่งที่ตั้งบนที่ราบสูงชันและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาตินับว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเมืองนี้เป็นจุดหมายของงานเฉลิมฉลองอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการหมัก เบียร์ เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษที่ผู้นำวารีที่อาศัยอยู่ในเมือง Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองร่วมกับทั้งคู่อริของพวกเขาจากอาณาจักร Tiwanaku และผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรสำคัญทั้งสอง โดยในงานฉลองที่ว่านี้ พวกเขาชื่นชมภาพทิวทัศน์เหนือหุบเขา Moquegua พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารอย่างหนูตะเภา ตัวลามะ และปลา และแน่นอน งานเฉลิมฉลองย่อมต้องมีน้ำเมา พวกเขาดื่มเครื่องดื่มลักษณะคล้ายเบียร์ที่เรียกว่าชิชา (Chicha) กันอย่างหัวราน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวหมักจากข้าวโพดและเม็ดพริกไทย แต่ในงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเมื่อ 950 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรวารีกำลังล่มสลาย เหล่าผู้ร่วมงานได้ปิดการเฉลิมฉลองด้วยการทำลายโรงหมักเบียร์ในสถานที่แห่งนี้ […]