อยู่บนโลกอย่างไรให้มีความสุข? พบกับหญิงสาวผู้ตกหลุมรักทุกสิ่งที่เป็นสตรอว์เบอร์รี่ - National Geographic Thailand

อยู่บนโลกอย่างไรให้มีความสุข? พบกับหญิงสาวผู้ตกหลุมรักทุกสิ่งที่เป็นสตรอว์เบอร์รี่

สตรอว์เบอร์รี่สามารถช่วยโลกได้! พบกับ ยูโกะ อูโกมุระ หญิงชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่กับสามีในเมืองบลูมมิงตัน รัฐอินเดียนา ของสหรัฐอเมริกา เธอตกหลุมรักสตรอว์เบอร์รี่เข้าอย่างจัง เพราะข้าวของทุกอย่างในบ้านของเธอนั้นเต็มไปด้วยสตอรว์เบอร์รี่

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าทำไมถึงชอบสะสมข้าวของที่มีลวดลายเหมือนสตรอว์เบอร์รี่” ยูโกะกล่าว “เมื่อ 3 ปีก่อน ฉันได้พบกับกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนฉันบนโลกออนไลน์ พวกเราตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่เป็นสตอรว์เบอร์รี่เหมือนกัน และฉันรู้สึกว่าสตรอว์เบอร์รี่มอบพลังในการใช้ชีวิตให้แก่ฉัน”

ด้านสามีของเธอ โชฮากุ นั้นไม่เคยว่ากล่าวหรือแสดงความไม่พอใจที่บ้านของพวกเขากลายเป็นดินแดนสตรอว์เบอร์รี่ ตรงกันข้ามยูโกะเองกล่าวว่า ดูเหมือนสามีเธอจะสนุกสนานไปกับเธอด้วยซ้ำ

ในภาษาญี่ปุ่น คำว่าสตอรอว์เบอร์รี่อ่านว่า “อิจิโกะ” อิจิคำเดียวแปลว่า เลขหนึ่ง ส่วนโกะคำเดียวแปลว่า เลขห้า ดังนั้นเมื่อรวมกันคำว่าอิจิโกะ จึงหมายถึงเลข 15 ด้วย ซึ่งยูโกะเล่าเรื่องประหลาดให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอหลงรักสตรอว์เบอร์รี่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรือไปที่ไหนก็จะบังเอิญ พบกับเลข 15 เสมอ ตั้งแต่การเปิดโทรศัพท์เพื่อเช็คเวลา เธอมักจะเจอกับเวลา 11:15 หรือ 01:15 โดยบังเอิญ หรือในขณะขับรถก็มักเจอกับรถยนต์ป้ายทะเบียนที่มีเลข 15 หรือป้ายบอกทางที่มีเลข 15 เช่นกัน

ความคลั่งไคล้สตรอว์เบอร์รี่ของยูโกะ เป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมา “เรื่องราวจะเกิดในตะวันตก ในยุคของพระเจ้าหลุยส์ จนมาถึงในปัจจุบัน ผู้คนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสตรอว์เบอร์รี่ โลกของเราจะเผชิญกับภาวะโลกร้อน และผู้คนที่ชื่นชอบสตรอว์เบอร์รี่จากทั่วทุกมุมโลกจะร่วมกันเพื่อปกป้องโลกนี้เอาไว้ค่ะ” เธอเล่าถึงจินตนาการที่มีต่อสตรอว์เบอร์รี่

“สตรอว์เบอร์รี่มอบพลังและความสุขให้ฉันค่ะ การที่ฉันมีความสุข มันทำให้ฉันอยากลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆเพื่อช่วยเหลือโลก ฉันเชื่อแบบนั้นค่ะ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

 

อ่านเพิ่มเติม : “หยุดงาน 1 วันแล้วไป เดินป่า ” ใบสั่งยาแบบใหม่จากหมอๆ ที่เซาต์ดาโกตาโลกของคาวบอยเป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : นาฏลีลาเก่าแก่กลับมารุ่งเรือง

เรื่อง กูลนาซ ข่าน แม้ศิลปะการร่ายรำจะถือเป็นภาษาเก่าแก่ที่สุดภาษาหนึ่งในโลก ทว่าหลายครั้งความสำคัญเชิงวัฒนธรรมของมันกลับเลือนหายไป กระนั้น ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ ศิลปะการร่ายรำหรือนาฏศิลป์บางอย่างกำลังฟื้นคืนชีพ ขณะที่บางอย่างได้รับดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2011 บียอนเซนำระบำพื้นเมือง ของเอธิโอเปียที่เรียกว่า เอสคิสตา (Eskista) มาใช้ ในมิวสิกวิดีโอเพลง “Run the World (Girls)” บางครั้งการกลับมาของการร่ายรำเก่าแก่บางอย่างก็เปลี่ยนแนวทางปฏิบัติเรื่องเพศไปอย่างกลับตาลปัตร เช่น ระบำมอร์ริส (morris dance) อายุเก่าแก่ 500 ปีของอังกฤษที่เคยเป็นการละเล่นในหมู่ผู้ชาย กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่หญิงล้วน ขณะที่ผู้ชายในตุรกีสามารถโชว์ลีลาระบำหน้าท้อง เช่นที่เคยทำในยุคจักรวรรดิออตโตมัน ในอดีต ศิลปะการร่ายรำเคยกลับมารุ่งเรือง เช่นในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา การเต้นรำได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้ง เมื่ออำนาจในการควบคุมชีวิตทางโลกของศาสนจักรอ่อนแรงลง แม้แต่การเต้นรำจังหวะวอลต์ซซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นการ เต้นรำแบบคลาสสิก ก็เคยถูกสั่งห้ามมาแล้ว เพราะ ถูกมองว่าส่งเสริมการถูกเนื้อต้องตัวระหว่างเพศ   อ่านเพิ่มเติม : ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ, นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

เมืองใต้ดินในปักกิ่ง

ชมบรรยากาศภายในเคหะสถานใต้ดิน อดีตหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นที่พักราคาถูกแก่บรรดานักศึกษาและชนชั้นแรงงาน ในกรุงปักกิ่ง

หมอคนเดียวของชุมชน วัย 80 ปีผู้เดินทางข้ามภูเขา อุทิศตนเพื่อคนไข้และบ้านเกิด

นายแพทย์วิชาชีพ เพียงผู้เดียวของชุมชนชาวทุชผู้อาศัยอยู่บนภูเขายังคงมุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อบ้านเกิดของเขา ในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง คุณหมออิราคลี คเวดากูริดเซ (Irakli Khvedaguridze) มักควบม้าขาว “บิโชล่า” ของเขาเดินทางไปหาคนไข้ เมื่อหิมะในฤดูหนาวปกคลุมสูงเกินกว่าจะควบม้า คุณหมอต้องทำสกีไม้ที่ทำจากสนเบิร์ชไว้ใช้สำหรับการสัญจร หากหิมะหนาสูงเกินหัวเข่า คุณหมอก็จำเป็นจะต้องเดินเท้าไปหาคนไข้ คุณหมออิราคลีเป็นนายแพทย์วิชาชีพเพียงผู้เดียวในดินแดน “ตูเชติ” (Tusheti) ของประเทศจอร์เจียซึ่งเป็นแถบชนบทบนภูเขาที่มีพื้นที่กว้างถึง 1 พันตารางกิโลเมตร ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว คุณหมอก็ต้องเดินทางไปหาคนไข้อยู่เสมอ ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เขาไม่ลืมที่จะพกมีด ปืนยาวล่าสัตว์ กล่องไม้ขีดไฟ เสบียงอาหารอย่างน้อยสำหรับสองวันและอุปกรณ์การแพทย์ไปด้วย “ไม่ว่าฤดูหรืออากาศจะเป็นยังไง ทุกครั้งที่คุณออกเดินทาง อะไรก็เกิดขึ้นได้ คุณอาจจะตกเขาหรือบาดเจ็บเป็นแผล มันเป็นชีวิตของการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและในดินแดนห่างไกล” คุณหมอเล่า คุณหมอเป็นที่พึ่งของชุมชนชาวทุช (Tush) ที่ต้องอาศัยอยู่บนภูเขาในช่วงฤดูหนาวยาว 8 เดือน ซึ่งหลายปีก่อนเคยมีเด็กชายเดินไปเหยียบระเบิดใต้ดินเก่าจนเกือบขาขาดซึ่งคุณหมออิราคลีได้ช่วยรักษาชีวิตของเด็กชายคนนั้นไว้ได้ และเมื่อไม่กี่ปีก่อน เคยมีชายเมาสุราในหมู่บ้านโอมาโลประสบอุบัติเหตุยิงตัวเองด้วยปืนยาวล่าสัตว์ เขาต้องถูกเคลื่อนย้ายทางอากาศลงไปแถบพื้นราบของจังหวัดคาเคตี แต่โดยปกติแล้ว คุณหมอมักทำหน้าที่รักษาคนไข้ที่มีอาการทั่วๆ ไป เช่นชายเลี้ยงแกะที่มีอาการปวดหลัง ผู้สูงอายุที่มีอาการแสบร้อนกลางอก นักท่องเที่ยวชาวเช็กที่ถูกสุนัขเลี้ยงแกะขย้ำระหว่างเดินเขา หรือนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่มีอาการป่วยหลังจากดื่มน้ำจากลำธารธรรมชาติ ขณะที่คุณหมอกำลังเยี่ยมเยือนเพื่อนของเขาในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเพียงบ้านไม้และเล้าแกะไม่กี่หลังเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คุณหมอได้รับโทรศัพท์จากสายด่วนฉุกเฉิน 112 ของประเทศจอร์เจียว่ามีชายในหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไป 12 กิโลเมตร […]