สุดยอดภาพถ่ายยามค่ำคืนอันสว่างไสว - National Geographic Thailand

สุดยอดภาพถ่ายยามค่ำคืนอันสว่างไสว

แต่ละสถานที่ดูแตกต่างกันในเวลากลางคืน ทันทีที่อาทิตย์อัสดง สิ่งมหัศจรรย์ที่ซ่อนตัวไว้ในเวลากลางวันก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นแสงสีของเมืองที่จอแจหรือดวงดาราเหนือภูมิทัศน์อันห่างไกล ก็มักจะมีภาพใหม่ๆให้สำรวจเสมอ ช่างภาพมุ่งหน้าออกไปในยามค่ำคืนเพื่อมองดูสถานที่เดิมจากมุมมองที่ต่างออกไป

นครนิวยอร์ก “อสุนีบาตฟาดใส่ย่านโลเวอร์แมนแฮตตัน ขณะที่พายุฤดูร้อนเคลื่อนเข้าใกล้เส้นขอบฟ้าของนครนิวยอร์กที่สว่างไสวด้วยแสงจันทร์”
Photograph by Christopher Markisz, National Geographic Your Shot
กรุงเทพฯ “เมื่อตกกลางคืนในกรุงเทพฯ ตลาดที่มีสีสันสดใสแห่งนี้ก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยแสงและสี แผงลอยสีรุ้งเจิดจ้ามากเมื่อมองจากด้านบน”
Photograph by Kajan Madrasmail, National Geographic Your Shot
ลอนดอน สหราชอาณาจักร “เสี้ยวชีวิตของกรุงลอนดอนแวดล้อมด้วยสัญลักษณ์ซึ่งเป็นที่จดจำมากที่สุดไม่กี่อย่าง ได้แก่ สะพานทาวเวอร์บริดจ์และรถบัสสองชั้นสีแดง”
Photograph by Julia Wimmerlin, National Geographic Your Shot
เกียวโต ญี่ปุ่น “นั่นเป็นคืนหนึ่งในเดือนมกราคม หิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ในเมืองเกียวโต หิมะปกคลุมเมืองทั้งเมือง และผมถ่ายภาพทิวทัศน์เป็นสีเดียวเพื่อแสดงว่าบรรยากาศเงียบเชียบเพียงใด วัดที่มีหมอกปกคลุมคือวัดโทะจิ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก”
Photograph by Takuya Higuchi, National Geographic Your Shot
นครนิวยอร์ก “รถแท็กซี่จอดอยู่บนถนนปาร์กอเวนิวนานพอที่จะสร้างจุดเด่นให้ภาพนี้”
Photograph by Philip Pecoulas, National Geographic Your Shot
ฮ่องกง “ในฤดูใบไม้ผลิ ยอดเขาวิกตอเรียพีกของฮ่องกงเป็นสถานที่ที่เหมาะจะให้ช่างภาพมาเก็บภาพทะเลหมอกรอบๆอ่าววิกตอเรีย อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2-3 ครั้งในแต่ละปีที่จะถ่ายภาพนี้ได้ ในคืนนั้น หมอกหนาปกคลุมตึกต่างๆเกือบทั้งหมด ตึกไอซีซีมอลล์ซึ่งสูงที่สุดเป็นเพียงตึกหลังเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหมอกหนานี้”
Photograph by CP Lau, National Geographic Your Shot
ย่านชินจุกุ ญี่ปุ่น “แสงจากตึกต่างๆเจิดจ้ามาก จนผมต้องใช้ฟิลเตอร์ลดแสง (neutral density filter) เพื่อลดความเร็วชัตเตอร์ นี่ก่อให้เกิดความรู้สึกถึงการเคลื่อนที่ของคนเดินถนน ทำให้ผู้ชมภาพถ่ายสัมผัสประสบการณ์ความวุ่นวายของชีวิตในกรุงโตเกียว”
Photograph by Richard Vandegriend, National Geographic Your Shot
โยะโกะฮะมะ ญี่ปุ่น “ภาพถ่ายทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองโยะโกะฮะมะภาพนี้ถ่ายจากตึกแลนด์มาร์ก เราเห็นตึกระฟ้าและชิงช้าสวรรค์ในโยะโกะฮะมะ ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงโตเกียวในระยะไกล มีงานเทศกาลที่เรียกว่า Port Opening Festival หรือเทศกาลเฉลิมฉลองการเปิดท่าเรือ ในวันที่ถ่ายภาพพอดี เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถเพลิดเพลินกับพลุที่สวยงาม”
Photograph by Makoto Igari, National Geographic Your Shot
รัฐแอลเบอร์ตา แคนาดา “ภาพนี้ถ่ายที่ทะเลสาบเอบราแฮมในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา โดยปกติที่นี่จะกลายเป็นน้ำแข็งและกลางคืนมีลมแรง ผมกำลังเดินบนทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็งตามลำพัง และจู่ๆก็พบชิ้นส่วนน้ำแข็งที่สวยงามนี้ ซึ่งเหมือนมีการระเบิดอยู่ข้างใน พร้อมกับมีฟองอากาศที่แข็งตัวนับพันอยู่ข้างใต้ ผมส่องไฟฉายคาดศีรษะเพื่อสำรวจความงดงามของมัน ข้างหลังผม แสงเหนือเริ่มเต้นระบำอยู่บนท้องฟ้า และตอนนั้นเอง ดาวตกก็พุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน”
Photograph by Yifan Bai, National Geographic Your Shot
พูซัน เกาหลีใต้ “ภาพนี้ถ่ายจากอาคารพักอาศัยสูงที่สุดในเอเชีย นั่นคือเดอะซีนิทในเมืองพูซัน ภาพนี้ถ่ายโดยได้รับอนุญาตจากทางการ (ซึ่งผมใช้เวลาเดินเรื่องนานหลายเดือน) และมีมาตรการรักษาความปลอดภัย ผมต้องห้อยตัวอยู่เหนือขอบตึกเพื่อถ่ายภาพช็อตนี้ งานนี้ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน! แต่เมื่อคุณอยู่ที่ความสูงขนาดนี้ โลกเบื้องล่างก็แค่ดูเหมือนเป็นโลกที่ต่างออกไป มันพรากความกลัวที่โดยปกติเรามักจะมี และมอบความรู้สึกสงบให้แทน”
Photograph by Albert Dros, National Geographic Your Shot
โยะบิมะสึ ญี่ปุ่น “ภาพนี้ดูเหมือนผืนพรมแสงไฟที่แพร่กระจายออกไป”
Photograph by Munetaka Yamamoto, National Geographic Your Shot

 

อ่านเพิ่มเติม : เหินฟ้าาา! ชมสุดยอดภาพถ่ายการกระโดดของเหล่าสรรพสัตว์โลกของคาวบอยเป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

เรื่องแนะนำ

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮากาลีฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ 1980 มาโยรัลและชาวประมงคนอื่นๆก็นำนักท่องเที่ยวไปชมวาฬคราวละหลายสิบคน ไม่มีสถานที่ใดที่กุญแจความสำเร็จข้อที่สาม นั่นคือความจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะชัดเจนมากไปกว่าในกาโบปุลโม ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงซบเซาใกล้ปลายคาบสมุทรบาฮา […]