หมอคนเดียวของชุมชน วัย 80 ปีผู้เดินทางข้ามภูเขา อุทิศตนเพื่อคนไข้และบ้านเกิด

หมอคนเดียวของชุมชน วัย 80 ปีผู้เดินทางข้ามภูเขา อุทิศตนเพื่อคนไข้และบ้านเกิด

นายแพทย์วิชาชีพ เพียงผู้เดียวของชุมชนชาวทุชผู้อาศัยอยู่บนภูเขายังคงมุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อบ้านเกิดของเขา

ในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง คุณหมออิราคลี คเวดากูริดเซ (Irakli Khvedaguridze) มักควบม้าขาว “บิโชล่า” ของเขาเดินทางไปหาคนไข้ เมื่อหิมะในฤดูหนาวปกคลุมสูงเกินกว่าจะควบม้า คุณหมอต้องทำสกีไม้ที่ทำจากสนเบิร์ชไว้ใช้สำหรับการสัญจร หากหิมะหนาสูงเกินหัวเข่า คุณหมอก็จำเป็นจะต้องเดินเท้าไปหาคนไข้

คุณหมออิราคลีเป็นนายแพทย์วิชาชีพเพียงผู้เดียวในดินแดน “ตูเชติ” (Tusheti) ของประเทศจอร์เจียซึ่งเป็นแถบชนบทบนภูเขาที่มีพื้นที่กว้างถึง 1 พันตารางกิโลเมตร ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว คุณหมอก็ต้องเดินทางไปหาคนไข้อยู่เสมอ ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เขาไม่ลืมที่จะพกมีด ปืนยาวล่าสัตว์ กล่องไม้ขีดไฟ เสบียงอาหารอย่างน้อยสำหรับสองวันและอุปกรณ์การแพทย์ไปด้วย “ไม่ว่าฤดูหรืออากาศจะเป็นยังไง ทุกครั้งที่คุณออกเดินทาง อะไรก็เกิดขึ้นได้ คุณอาจจะตกเขาหรือบาดเจ็บเป็นแผล มันเป็นชีวิตของการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและในดินแดนห่างไกล” คุณหมอเล่า

คุณหมอกำลังจัดเตรียมม้าอยู่นอกคลินิกในหมู่บ้านโอมาโลสำหรับการเดินทางกลับบ้านของเขาที่อยู่ในหมู่บ้านบอชอร์นาซึ่งห่างออกไป 10 กิโลเมตร
คุณหมออิราคลีอาศัยม้าของเขาที่ชื่อว่า “บิโชล่า” สำหรับการเดินทางบนเทือกเขาในตูเชติ คุณหมออิราคลีเป็นแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ผู้เดียวในแถบชนบทของชาวทุช (Tush) ผู้อาศัยอยู่ท่ามกลางฤดูหนาวยาว 8 เดือนของทุกๆ ปี

คุณหมอเป็นที่พึ่งของชุมชนชาวทุช (Tush) ที่ต้องอาศัยอยู่บนภูเขาในช่วงฤดูหนาวยาว 8 เดือน ซึ่งหลายปีก่อนเคยมีเด็กชายเดินไปเหยียบระเบิดใต้ดินเก่าจนเกือบขาขาดซึ่งคุณหมออิราคลีได้ช่วยรักษาชีวิตของเด็กชายคนนั้นไว้ได้ และเมื่อไม่กี่ปีก่อน เคยมีชายเมาสุราในหมู่บ้านโอมาโลประสบอุบัติเหตุยิงตัวเองด้วยปืนยาวล่าสัตว์ เขาต้องถูกเคลื่อนย้ายทางอากาศลงไปแถบพื้นราบของจังหวัดคาเคตี

แต่โดยปกติแล้ว คุณหมอมักทำหน้าที่รักษาคนไข้ที่มีอาการทั่วๆ ไป เช่นชายเลี้ยงแกะที่มีอาการปวดหลัง ผู้สูงอายุที่มีอาการแสบร้อนกลางอก นักท่องเที่ยวชาวเช็กที่ถูกสุนัขเลี้ยงแกะขย้ำระหว่างเดินเขา หรือนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่มีอาการป่วยหลังจากดื่มน้ำจากลำธารธรรมชาติ

คุณหมออิราคลีกำลังควบบิโชล่าเดินทางในดินแดนตูเชติ

ขณะที่คุณหมอกำลังเยี่ยมเยือนเพื่อนของเขาในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเพียงบ้านไม้และเล้าแกะไม่กี่หลังเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คุณหมอได้รับโทรศัพท์จากสายด่วนฉุกเฉิน 112 ของประเทศจอร์เจียว่ามีชายในหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไป 12 กิโลเมตร มีอาการเจ็บหน้าอกอและหัวใจเต้นเร็ว คุณหมอจึงออกเดินทางไปหาคนไข้โดยการเดินเท้า

คนไข้ภาวะสุราเป็นพิษกำลังถูกเคลื่อนตัวไปยังโรงพยาบาลในเมืองหลวงทบิลีซี (Tbilisi) ด้วยเฮลิคอปเตอร์
คุณหมออิราคลีกำลังโดยสารเฮลิค็อปเตอร์ไปโรงพยาบาลพร้อมกับคนไข้เพื่อเฝ้าดูอาการ

วันต่อมา เฮลิคอปเตอร์ถูกส่งไปรับตัวคนไข้ซึ่งเป็นชายสูงผอม อายุราว 40 ปีที่กำลังอยู่ในอาการมึนเมา คุณหมออิราคลีขึ้นโดยสารเฮลิคอปเตอร์เพื่อเฝ้าดูระหว่างการทางไปยังโรงพยาบาลในเมืองทบิลีซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ไม่กี่วันถัดไป คนไข้ก็ออกจากโรงพยาบาลแต่ภาวะสุราเป็นพิษก็ส่งตัวเขากลับไปอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม

“ตูเชติ” ดินแดนบ้านเกิดของคุณหมอ

คุณหมออิราคลีเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1941 ในดินแดนตูเชติ ชาวทุชมีสายเลือดเป็นชาวเลี้ยงแกะ พวกเขามีวิถีชีวิตแบบ “ทรานส์ฮิวแมนซ์” (transhumance) ซึ่งเป็นการอพยพเคลื่อนย้ายคนและปศุสัตว์ไปและกลับจากแหล่งและเล็มหญ้าในฤดูร้อนและฤดูหนาว เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ชาวทุชส่วนใหญ่จะอพยพกลับไปที่ราบและถนนคดเคี้ยวในช่องเขาอาบาโน (Abano Pass) จะถูกปิดจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิ

คุณอิราคลี คเวดากูริดเซ นายแพทย์วิชาชีพวัย 80 ปีผู้ที่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเอง
กระเป๋าแพทย์สนามเยอรมันประดับด้วยสัญลักษณ์กาชาด เป็นกระเป๋าที่คุณหมอใช้เก็บอุปกรณ์การแพทย์เช่น หูฟังแพทย์ ยากแก้ปวด เครื่องมือเย็บแผลและยาคลายกล้ามเนื้อ คุณหมอเรียกงานของเขาว่าเป็น “สื่อกลางระหว่างพระเจ้าและผู้ป่วย” (mediation between God and the sick)

คุณหมออิราคลีอาศัยอยู่ที่บอชอร์นา (Bochorna) ซึ่งเป็นหมู่บ้านตั้งอยู่เหนือป่าสนของช่องเขาโกเมตสารี (Gometsari gorge) บ้านสองชั้นของคุณหมอสร้างจากหินกาบสีเทาน้ำตาลและไม้ รอบบ้านเป็นทิวทัศน์ของหุบเขาเขียวขจี บริเวณเนินด้านล่างมีเสาหินและหลังคาของบ้านสะท้อนแววเขียวของหญ้าจากเนินด้านบน

หมู่บ้านบอชอร์นา (Bochorna) ตั้งอยู่เหนือป่าสนในช่องเขาโกเมตสารี (Gometsari gorge) เมื่อถึงฤดูหนาว ชาวบ้านชาวทุชส่วนใหญ่จะอพยพลงไปพื้นที่ราบ
เมฆหมอกยามเช้าลอยเหนือหมู่บ้านโอมาโล (Omalo) ในตูเชติ จังหวัดคาเคตี (Kakheti) ประเทศจอร์เจีย
หิมะขาวปกคลุมหมู่บ้านบอชอร์นาซึ่งเป็นหมู่บ้านที่คุณหมอพำนัก

“คุณพ่อ คุณปู่และบรรพบุรุษของผมล้วนเกิดและเติบโตที่นี่ ดินแดนนี้เป็นของพวกเรา” คุณหมอกล่าว

คุณหมออิราคลีสำเร็จการศึกษาที่ศูนย์การแพทย์แห่งจอร์เจีย (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งรัฐทบิลีซี) เมื่อปี ค.ศ. 1970 และคุณหมอก็เริ่มทำงานแรกของเขาที่โรงพยาบาลในเมืองทบิลีซี จนในปี ค.ศ. 1979 แพทย์ประจำการที่ตูเชติคนเดิมเกษียณจากงาน คุณหมออิราคลีจึงรับหน้าที่ผลัดเวรไปประจำการ 1 เดือนที่ตูเชติปีละสองครั้ง คุณหมออิราคลีเกษียณอายุด้วยวัย 68 ปีเมื่อ ค.ศ. 2009 แต่แทนที่จะหยุดพัก คุณหมอเลือกที่จะมาประจำการอย่างถาวรในตูเชติ

คุณหมอทำงานในตูเชติด้วยอุปกรณ์การแพทย์ที่มีจำกัด กระเป๋าแพทย์สนามเยอรมันประดับด้วยสัญลักษณ์กาชาดเป็นกระเป๋าที่คุณหมอใช้เก็บอุปกรณ์การแพทย์เช่น หูฟังแพทย์ ยากแก้ปวด เครื่องมือเย็บแผลและยาคลายกล้ามเนื้อ คุณหมอเรียกงานของเขาว่าเป็น “สื่อกลางระหว่างพระเจ้าและผู้ป่วย” (mediation between God and the sick)

“ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว กลางวันหรือกลางคืน สภาพฟ้าฝนจะเป็นอย่างไร หรือต่อให้ผมแก่จนอายุ 90 ปี เมื่อมีคนต้องการผม ผมก็ต้องไป มันเป็นหน้าที่ของผม” คุณหมออิราคลีกล่าว

การรักษาคนไข้บนภูเขา

คุณหมออิราคลีเดินทางข้ามภูเขาไปหาชายเลี้ยงแกะที่กำลังป่วยเมื่อเดือนสิงหาคม
คุณหมอกำลังใช้กล้องส่องทางไกลอยู่บนภูเขาในตูเชติ

คุณหมออิราคลีมีคนไข้อยู่ทั่วแถบภูเขาในตูเชติ หญิงอายุ 59 ปีผู้เป็นเพื่อนบ้านและคนไข้คนหนึ่งของคุณหมอคือคุณเอลซ่า อิวาชิดเซ (Elza Ivachidze) เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา คุณเอลซ่ามีอาการปวดแขนและหายใจไม่คล่อง คุณหมอจึงให้ยาแก้ปวดและฉีดยาให้คุณเอลซ่า

“บางครั้งเขาก็ใช้วิธีรักษาดั้งเดิมแบบโบราณนะ เช่นให้ดื่มชาสมุนไพรกับกินลูกแพร์ เขาไม่ได้ให้กินแค่ยาทุกครั้งไป” คุณเอลซ่ากล่าว เธอกังวลถึงอนาคตหากไม่มีคุณหมออิราคลี “คุณหมอเป็นคนที่อาวุโสและฉลาดที่สุดในหมู่บ้าน จะมีใครมาทำหน้าที่แทนเขาได้บ้าง?”

คนไข้อีกรายของคุณหมอเป็นชายเลี้ยงแกะชื่อว่าเรโซ พาเทนิชวีลี (Rezo Partenishvili) เมื่อเดือนสิงหาคม คุณเรโซมีอาการปวดหลังรุนแรง สามวันผ่านไปเขาเจ็บจนยืนไม่ได้ คุณหมออิราคลีจึงควบม้าบิโชล่าเพื่อเดินทางข้ามภูเขาไปหาชายเลี้ยงแกะ

ชายเลี้ยงแกะชื่อว่าคุณเรโซ พาเทนิชวีลี (Rezo Partenishvili) กำลังอยู่ในการดูแลของคุณหมออิราคลี เขามีอาการปวดหลัง ปวดท้องและอาการอื่นๆ คุณหมอจึงทำการรักษาด้วยการฉีดยาแก้ปวดและให้ยาแผงเม็ดสีชมพูให้คุณเรโซกินกับอาหาร

คุณหมอใช้เวลาเดินทางลงจากเขานับชั่วโมง เมื่อเขาใกล้ถึงที่หมาย สุนัขคอเคเซียน เชพเพิร์ด (Caucasian Shepherd) สามตัวต้อนรับเขาด้วยเสียงเห่าหอนมาจากไกล คุณหมอลงจากม้าและเดินไปหาคนไข้ของเขาที่เล้าแกะ ข้างในเขาพบกับคุณเรโซซึ่งกำลังนอนอยู่บนเบาะผ้าขนแกะ คุณเรโซอาศัยอยู่กับคนเลี้ยงแกะอีกสี่คน พวกเขาเล่าว่าช่วงนี้เป็นฤดูที่พวกเขาต้องใช้เวลานั่งงอตัวตัดขนแกะอยู่เป็นวันๆ ทำให้มีอาการปวดหลังบ่อย

จากการสอบถามของคุณหมอ คุณเรโซมีอาการปวดหลัง ปวดท้อง ท้องเสียและไซแอ็ททิคาหรืออาการปวดร้าวลงขา คุณหมอจึงจ่ายยาเม็ดสีชมพูแผงหนึ่งไว้กินระหว่างมื้ออาหาร คุณหมอต้องการจะฉีดยาอินโดเมตทาซิน (indomethacin) เพื่อแก้ปวดแต่คุณเรโซค้านด้วยเสียงพึมพำว่าเขาไม่อยากฉีด

“คุณจะบอกว่าคุณกลัวเข็มเล็กๆ แค่นี้อย่างนั้นเหรอ” คุณหมอกล่าวพร้อมกับเตือนคุณเรโซว่าถ้าเขาไม่ฉีดยา เขาจะต้องนอนติดเตียงอยู่อีกเป็นเดือนกว่าจะทำงานได้อีก คำเกลี้ยกล่อมของคุณหมอทำให้คุณเรโซยอมดึงกางเกงลงเพื่อฉีดยา หลังการฉีดยา ชายอีกคนที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆ จึงเอ่ยปากถามคุณหมอเรื่องอาการหายใจลำบากของเขา

“เอาบุหรี่ออกมาจากปากนั่นสิ!” คุณหมอตอบ ชายเลี้ยงแกะหัวเราะก่อนที่เขาจะโยนบุหรี่ของเขาทิ้งลงกองไฟที่อยู่ตรงหน้า แล้วคุณหมอก็เดินทางกลับ

ทิวทัศน์จากบนภูเขาในหมู่บ้านบอชอร์นา ตูเชติ ประเทศจอร์เจีย
ในวันที่อากาศหนาวที่สุดของช่วงฤดูหนาว อุณภูมิอาจลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

อนาคตที่ยังไม่แน่นอน

ถนนในฤดูหนาวช่วงสิ้นปีถูกปิดนานถึงสองเดือน คนเลี้ยงแกะพาแกะของพวกเขาอพยพออกจากพื้นที่เพื่อไปหาแหล่งอาศัยชั่วคราวอีกครั้ง ดินแดนตูเชติจึงดูเปล่าเปลี่ยว มีเพียงแกะฝูงเล็กๆ ที่เห็นได้จากอีกฝากของภูเขาเป็นบางครั้งคราเมื่อหมอกบาง

การมาเยือนของฤดูหนาวเหน็บตอกย้ำให้เห็นถึงความห่างไกลและความขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในตูเชติอีกครั้ง การเดินทางที่ต้องใช้พละกำลังสูง ระบบประปาที่ไม่ทั่วถึงทำให้การหาน้ำอาจใช้เวลาทั้งเช้า น้ำมันรถที่ต้องใช้อย่างจำกัดเนื่องจากไม่มีปั๊มน้ำมัน คนในพื้นที่ต้องพึ่งพาเสบียงและของยังชีพจากญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในที่ราบโดยใช้มีเฮลิคอปเตอร์ทหารช่วยลำเลียง

ฤดูหนาวมาพร้อมกับความเงียบเหงาและความโดดเดี่ยว “บางครั้งผมได้ยินเสียงสุนัขป่าแว่วมาจากไกล มันทำให้ผมรู้ว่าข้างนอกยังมีชีวิตอื่นอยู่” คุณหมอเล่า

แม้คุณหมอมีทางเลือกที่จะใช้ชีวิตวัยเกษียณของเขาอย่างสุขสบาย แต่คุณหมอไม่อยากตัดขาดความผูกพันกับบ้านเกิดและคนไข้ของเขา

“สักวันนึงผมก็ต้องไปจากที่นี่” คุณหมอกล่าว “แต่ผมไม่รู้ว่าจะมีหมอคนไหนยอมเสี่ยงชีวิตแบบนี้อีกมั้ย”

คุณหมออิราคลีและม้าบิโชล่าในระหว่างการเดินทางข้ามภูเขาไปหาคนไข้ของเขา “คุณพ่อ คุณปู่และบรรพบุรุษของผมล้วนเกิดและเติบโตที่นี่ ดินแดนนี้เป็นของพวกเรา” คุณหมอกล่าว

ภาพ

แปล นิธิพงศ์ คงปล้อง
โครงการสหกิจศึกษา กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

อ่านเพิ่มเติม แอนโทนี เฟาชี แพทย์ผู้วางนโยบายพิชิตจากยุคโรคเอดส์สู่โควิด-19 ของสหรัฐฯ

เรื่องแนะนำ

เมื่อโลกติดไวรัสโควิด-19: รายงานจาก อินโดนีเซีย

การระบาดใหญ่ทั่วโลกที่ทำให้สุสานแน่นขนัดขึ้น ส่งผลให้ท้องถนนร้างผู้คนไปด้วย แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น ใน อินโดนีเซีย ผู้คนยังออกมาทำกิจกรรมสำคัญกันอยู่ เช่น ฉลองเทศกาลทางศาสนาและรับการแจกจ่ายอาหาร การระบาดใหญ่ทั่วโลกของ โควิด-19 ทำให้ประเพณี มูดิค (mudik) ในประเทศ อินโดนีเซีย หรือการที่ชาวเมืองแห่เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในหมู่บ้านและชนบทถึงกับชะงักงัน อินโดนีเซียมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก และการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงมูดิคหลังสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนก็ถือเป็นมหกรรมระดับชาติ ถ้าเป็นปีก่อนๆ ช่างภาพ มุฮัมมัด ฟัดลี จะพาภรรยากับลูกสาวขึ้นรถตู้นิสสันของครอบครัว แล้วขับฝ่าการจราจรติดขัดออกจากเมืองหลวงจาการ์ตา การเดินทางกลับบ้านเกิดของฟัดลีใช้เวลา 36 ชั่วโมงไปตามถนนคดเคี้ยวและโดยสารเรือข้ามฟาก แต่พ่อแม่ของเขารออยู่ และฟัดลีก็เป็นลูกคนเดียว ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และเทศกาลรอมฎอนกำลังเริ่มขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งจำกัดการเดินทางระหว่างภูมิภาคเป็นเวลาหกเดือน ซึ่งเท่ากับเป็น “การสั่งระงับประเพณีมูดิค” ตามที่หนังสือพิมพ์ จาการ์ตาโพสต์ เรียก เมื่อต้องติดอยู่ในเมือง ฟัดลีจึงเดินหน้าทำงานต่อ ผู้ช่วยช่างภาพคนหนึ่ง ขับรถพาเขาไปตามท้องถนนว่างเปล่าไร้ความเคลื่อนไหว กระทั่งเช้าวันที่พวกเขาเลี้ยวตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งและ เห็นฝูงชนมารวมตัวกันเนืองแน่น พวกเขาเดินเบียดเสียดกันอย่างเร่งรีบเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน “จอดตรงนี้ก่อนครับ” ฟัดลีบอก เขาดึงหน้ากากอานามัยขึ้นมาปิดปากปิดจมูก แล้วรีบลงจากรถ เกิดอะไรขึ้นครับ เขาถาม และโดยไม่ได้ชำเลืองมามองเขา ผู้คนตอบว่า “บันตวนโซซีอัล” หรือการแจกของยังชีพสารพัดโดยกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบทางอีกฟากของประตูรั้วที่ปิดอยู่ […]

คนสูบส้วมแห่งเฮติ – ค้นพบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในงานสกปรก

พวกบายากูหรือคนสูบส้วมในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ทำงานบริการที่จำเป็ต่อสุขภาวะของเมือง กระนั้น พวกเขากลับจำเป็นต้องเก็บงานของตนไว้เป็นความลับ

ทหารหญิง : ดอกไม้เหล็กกลางสมรภูมิ

ทหารหญิงกำลังมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในภารกิจทางทหารต่างๆ โดยออกปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้าทั้งในสมรภูมิความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธและในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพ มีประเทศอุตสาหกรรมอย่างน้อย 16 ประเทศอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าประจำการในแนวหน้า หรือรับบทบาทในการสู้รบได้

ความพยายามก่อรัฐประหารในอเมริกา : เหตุการณ์ที่ตราตรึงในความทรงจำของคนทั้งโลก

เกิดเหตุการณ์จลาจล จากกลุ่มคนที่สนับสนุนทรัมป์ ความพยายามก่อรัฐประหารในอเมริกา ผู้ประท้วงบุกเข้ายึดเมืองหลวงของสหรัฐฯ 6 มกราคม 2021 เวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจาก ความพยายามก่อรัฐประหารในอเมริกา ข่าวรายงานสะพัดผ่านรายการโทรทัศน์หลายสถานี ชายคนหนึ่งถือโล่โปร่งใส พร้อมทุบลงไปที่หน้าต่างของศาลากลาง นั่นคือชาวอเมริกันชายสองคนในชุดดำที่กำลังปีนผ่านกระจกแตก เสียงไซเรนและรถฉุกเฉินดังก้อง รถที่มีสมาชิกสภาคองเกรสนั่งอยู่นั้นกำลังเร่งรีบออกจากอาคาร อาคารแห่งนี้เป็นของผู้คนอเมริกัน และเป็นดั่งศูนย์กลางของการปกครองของประเทศนี้ นี่จะเป็นเหตุการณ์ที่ฉันจะจดจำ เมื่อฉันได้ยินข่าวความพยายามลอบสังหาร และการโจมตีของผู้ก่อการร้าย วันที่ประธานาธิบดีสหรัฐ นิ่งเงียบนานกว่าสองชั่วโมง และสื่อสารกันโดยใช้ทวีตเตอร์ ขณะที่ผู้ประท้วงทั้งชายและหญิง ส่งเสียงเชียร์ การบุกโจมตีรัฐสภา ตำรวจเข้าปราบจลาจลกลุ่มคนที่เดินไปที่อาคารเพื่อให้การรับรองผลการเลือกตั้งดำเนินต่อไป ผู้เดินขบวนพร้อมถือธงที่มีรูปของทรัมป์ขนาบข้างนักข่าวฟ็อกซ์ พร้อมตะโกนว่า “ข่าวปลอม!” ในขณะที่นักข่าวกำลังบรรยายสิ่งที่เขาเห็นรอบตัวเขา? “ที่นี่คือสหรัฐอเมริกา” ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เวลา 16.15 น.  เสียงและภาพของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ชายในชุดสูทสีน้ำเงิน กล่าวอ้างถึงอับราฮัม ลินคอล์น ด้วยน้ำเสียงดูตึงเครียด ขณะที่เขาขอร้องให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งประชาชนให้ยุติความรุนแรงโดยกล่าวว่า “ที่นี่คือสหรัฐอเมริกา ผมขอเรียกร้องให้ผู้ประท้วงถอยกลับ และปล่อยให้งานของประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป” […]