เป้าหมายสีเขียวของดูไบ - National Geographic Thailand

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก

ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี

เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ

เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก

แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก

ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ

ดูไบป่าวประกาศความเป็นที่สุดของตน ที่เดอะกรีนแพลเน็ต ผู้มาเยือนสามารถเดินรอบต้นไม้ประดิษฐ์สูง 25 เมตรที่ว่ากันว่า สูงที่สุดในโลก ภายในป่าดิบชื้นซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์เขตร้อน 3,000 ชนิด โดมชีวภาพแห่งนี้เป็นหนึ่งใน “อาคารเขียว” ที่กำลังผุดขึ้นในดูไบ โดยเป็นไปตามมาตรฐานการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอันเข้มงวด

ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก บวกกับความไม่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม สกีในร่มเป็นเพียงสัญลักษณ์หนึ่ง เพราะดูไบเผาผลาญพลังงานฟอสซิลเพื่อปรับอากาศในตึกระฟ้ากระจกของตนมากกว่านั้น ซ้ำยังต้มน้ำทะเลปริมาณเท่ากับสระน้ำโอลิมปิกหลายร้อยสระในแต่ละวันเพื่อให้อาคารทั้งหมดมีน้ำประปาใช้ตลอดเวลา นอกจากนั้น ในการสร้างชายหาดสำหรับโรงแรมและวิลลาสุดหรูให้มากขึ้น เมืองยังต้องกลบฝังแนวปะการังไว้ ใต้เกาะขนาดมโหฬารที่มนุษย์สร้างขึ้นอีกด้วย

เมื่อปี 2006 กองทุนสัตว์ป่าโลกหรือดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ (World Wildlife Fund: WWF) ประกาศว่า สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศที่สร้างรอยเท้านิเวศ (ecological footprint) ต่อหัวมากที่สุดในโลก โดยส่วนใหญ่มาจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในช่วงสิบปีนับแต่นั้นมา พลเมืองของดูไบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าถึงกว่า 2.8 ล้านคน  ทว่าในช่วงเวลาเดียวกัน  ดูไบก็เริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

ทุกวันนี้ รถรางไร้คนขับคันวาววับแล่นไปตามถนนชีคซัยยิด โครงการที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ชื่อ นครแห่งความยั่งยืน (Sustainable City) นำน้ำเสียและขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ทั้งยังผลิตพลังงานได้มากกว่าที่ใช้ ไกลออกไปในทะเลทราย ดูไบกำลังสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดยักษ์ที่ในไม่ช้าจะผลิตไฟฟ้าได้ถูกที่สุดและสะอาดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก “ท่านผู้นำมองว่า ความเจริญทางเศรษฐกิจจะไม่ยั่งยืน ถ้าปราศจากการดูแลเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ทันซีด อาลัม ผู้อำนวยการด้านภูมิอากาศและพลังงานของสมาคมสัตว์ป่าแห่งเอมิเรตส์ (Emirates Wildlife Society) องค์กรท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลก บอก

บนถนนสายแคบๆของนครแห่งความยั่งยืนหรือ Sustainable City อาคารที่พักอาศัยจำนวน 500 หลังให้ร่มเงาแก่กัน จึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศลง เป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง อาคารที่พักอาศัยแต่ละหลังของที่นี่ติดตั้งแผงเซลล์สุริยะ ชุมชน “พลังงานสุทธิเป็นศูนย์” (net zero energy) แห่งนี้ผลิตพลังงานทั้งหมดด้วยตัวเองทั้งยังปลูกพืชผลในเรือนกระจกทรงโดม 11 หลัง

ในดูไบ คำว่า “ท่านผู้นำ” หมายถึง ชีค มุฮัมมัด บิน รอชีด อัล มักตูม  พระชันษา 68 ปี พระองค์ทรงเป็นเจ้าผู้ครอง หรือ เอมีร์ (emir) โดยการสืบสายพระโลหิต และทรงเป็นที่รู้จักในอีกพระนามหนึ่งว่า ผู้ปกครอง (Ruler) พระองค์ทรงปกครองดูไบมาตั้งแต่ปี 2006 และทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้นครแห่งนี้ผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานสะอาดให้ได้ร้อยละ 75 ภายในปี 2050  พระองค์ทรงต้องการให้ดูไบเป็นชาติที่ฝากรอยเท้าคาร์บอนไว้น้อยที่สุดในโลก หลายคนที่ผมพบระหว่างไปเยือนดูไบเมื่อไม่นานมานี้ รวมทั้งโรสตอกกับอาลัม เชื่อว่า ดูไบน่าจะทำได้สำเร็จ และบอกว่าถ้าดูไบทำได้ที่อื่นก็ทำได้เช่นกัน

พลังของเครื่องปรับอากาศเนรมิตให้สกีดูไบ (Ski Dubai) เป็นสวนสกีในร่มแห่งแรกของตะวันออกกลาง ชาวเมืองมักมาเรียนกีฬาชนิดนี้บนลานสกีที่มีอยู่ห้าลาน ปัจจุบันมีแผนการสร้างลานสกีแห่งใหม่ที่จะทุบสถิติเดิม โดยเป็นส่วนหนึ่งในความเฟื่องฟูของธุรกิจก่อสร้างจากการจัดงานเอ็กซ์โปปี 2020 ที่คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมได้ถึง 25 ล้านคนตลอดระยะเวลาจัดงานนานหกเดือน

 

อ่านเพิ่มเติม : โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้, วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน

เรื่องแนะนำ

เล่าเรื่องเหล้า กับวัฒนธรรมเมรัย

“หวาก” หรือนํ้าตาลเมาเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านของภาคใต้ ใช้เปลือกไม้ต้นเคี่ยมแต่งรส ดื่มกันทั่วไปแถบคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งเป็นแหล่งต้นตาลโตนดมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือกำเนิดพร้อมอารยธรรมมนุษย์ เป็นทั้งวิทยาศาสตร์ ของมึนเมา และของขวัญจากพระเจ้า เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ ภาพถ่าย บัณฑิต โชติสุวรรณ “ความยิ่งใหญ่จากสิ่งเล็กๆ” ผมรำพึงขณะจรดปลายลวดโลหะบนผิวจานเพาะเชื้ออย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ “ลูป” หรือปลายลวดกลม เขี่ยจุดขาวครีมคล้ายขี้ฟันเล็กๆขึ้นมาจุดหนึ่ง จากนั้นบรรจงปาดปลายลวดลงบนจานเพาะเชื้ออีกใบที่รองพื้นด้วยวุ้นเรียบใส ซึ่งประกอบขึ้นจากเจลาติน นํ้าจากมันฝรั่งต้ม สารอาหารและวิตามินอีกหลายชนิด ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า กลุ่มจุดสีขาวขุ่นนี้จะขยายเผ่าพันธุ์บนดินแดนใหม่ ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายและสมถะ ผมกำลังเรียนและฝึกเพาะขยายพันธุ์ยีสต์ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และไม่มีทางใดที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ยีสต์ที่ผมกำลังขยายพันธุ์คือ Saccharomyces cerevisiae หรือยีสต์ที่ใช้ในการหมักซึ่งดำรงชีวิตด้วยการกินนํ้าตาลเป็นแหล่งพลังงาน ทว่าพวกมันคงไม่รู้ตัวว่า การดำรงชีวิตของมันได้สร้างผลิตผลอันยิ่งใหญ่ อันเป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มที่แพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก นั่นคือแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอารยธรรมเก่าแก่พอๆ กับกสิกรรมและการเพาะปลูก สุราเป็นผลผลิตจากกระบวนการหมัก (fermentation) นํ้าตาลหรือแป้งซึ่งพบในธัญพืชหรือผลไม้ โดยใช้ยีสต์หรือราแปรสภาพนํ้าตาลหรือแป้งเป็นเอทานอลรวมทั้งสารเคมีอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ วัตถุดิบ รวมทั้งเชื้อยีสต์หรือราในท้องถิ่น จึงส่งผลให้สุราในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน “อาจเป็นเพราะสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับยีสต์ชนิดนี้ครับ ถ้าภูมิภาคเหนือขึ้นไปกลับไม่ค่อยเปรี้ยว สาเกของญี่ปุ่นจึงนุ่ม และรสชาติเปรี้ยวน้อยกว่า” ผศ.ดร. เจริญ เจริญชัย […]

ย้อนรอยกำเนิดคำสาป มัมมี่

ภาพยนตร์เกี่ยวกับมัมมี่สามารถนำกลับมาเล่าใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบใดที่ตำนานว่าด้วยมนตร์ขลังแห่งคำสาปของมัมมี่ยังไม่มีวันจางคลาย

เมื่อโลกภายนอกรุกคืบชนเผ่าผู้โดดเดี่ยวให้จนมุม

ในผืนป่าแอมะซอนของบราซิลและเปรู คนงานเหมือง คนทำไร่ปศุสัตว์ และพวกลักลอบตัดไม้ กำลังรุกรานถิ่นฐานบ้านเกิดของผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวกลุ่มสุดท้ายของโลก