ที่ทำการไปรษณีย์ที่ไม่ธรรมดาที่สุดในโลก

ที่ทำการไปรษณีย์ที่ไม่ธรรมดาที่สุดในโลก

หมู่เกาะกาลาปาโกสเป็นที่รู้จักดีสำหรับบ้านของสิงโตทะเลและเพนกวินมากกว่า ที่ทำการไปรษณีย์ แต่บนเกาะฟลอรีนา มีระบบการส่งจดหมายที่ไม่เหมือนใครในโลก และถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์

ก่อนที่เกาะแห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดินแดนอันห่างไกลจากอ่าวของเอกวาดอร์นี้เคยเป็นจุดพักของนักล่าวาฬในศตวรรษที่ 18 หลังผ่านการเดินเรือนานหลายเดือนหรือเป็นปี บรรดาชาวประมงที่คิดถึงบ้านได้คิดวิธีการอันแยบยลในการส่งจดหมายของพวกเขา พวกเขาสร้างจุดส่งจดหมายจากถังไม้และให้บรรดาชาวเรือคนอื่นๆ ที่ผ่านมายังเกาะแห่งนี้เป็นผู้ส่ง หากจดหมายในนั้นตรงกับทางผ่านหรือจุดหมายปลายทางของพวกเขา

รายละเอียดของที่ทำการไปรษณีย์แห่งนี้ถูกระบุไว้ครั้งแรกในหนังสือ Journal of a Cruise ที่เขียนขึ้นโดยกัปตันเดวิด พอเตอร์ บันทึกการเดินทางไปยังกาลาปาโกสในปี 1813 ภายในหนังสือพอเตอร์จำได้ว่าลูกเรือของเขากลับมาพร้อมกับกระดาษบางอย่าง “กระดาษถูกนำมาจากกล่องที่ตอกไว้กับหม้อ และทาด้วยสีดำเขียนว่า ที่ทำการไปรษณีย์ Hathaway”

ที่ทำการไปรษณีย์
หมู่เกาะที่เกิดจากลาวาของภูเขาไฟนี้เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตอันหลากหลายที่หาไม่ได้ในที่อื่น เช่น อีกัวน่าทะเล, เต่ายักษ์และนกกาน้ำที่บินไม่ได้

25 ปีต่อมา นักเดินทางคนอื่นๆ บันทึกข้อความลงจดหมายเอาใส่ขวด ทิ้งเอาไว้ที่ไปรษณีย์เพื่อให้มันเดินทางกลับสู่แผ่นดินอเมริกาเองด้วยชาวประมง การส่งจดหมายอันแหวกแนวนี้ดำเนินมาถึงในศตวรรษที่ 21 ทุกวันนี้มีจดหมายผ่านอ่าวไปรษณีย์แห่งนี้ บรรดานักท่องเที่ยวจะมาหยุดชมถ้ำลาวาโบราณที่เกาะนี้ และรื้อดูตู้จดหมายเพื่อช่วยนำจดหมายไปส่ง

ถังไม้ในอดีตที่ใช้ใส่จดหมายทุกวันนี้เต็มไปด้วยข้อความและของที่ระลึกจากนักท่องเที่ยว มันรกราวกับรังเพนกวิน ถังไม้นี้เป็นถังทึบที่ได้มาจากลูกเรือในปี 1890 ก่อนที่จะถูกแต่งแต้มสีสันและข้อความวันเดือนปีจากผู้คนที่ผ่านไปมาทั่วโลกเพื่อเป็นเกียรติให้แก่มันในฐานะสถานที่รับส่งจดหมายอันยาวนาน

หลังจากผู้มาเยือนหย่อนจดหมายและมองหาจดหมายที่ใกล้กับบ้านของตนเองแล้ว พวกเขาอาจนำจดหมายเหล่านี้ไปติดแสตมป์หรือส่งด้วยมือของตนเอง อย่างไรก็ตามมัคคุเทศน์มักบอกว่าการติดแสตมป์ลงจดหมายและหย่อนไปในถังไม้เป็นเรื่องผิดธรรมเนียม แม้ว่าในศตวรรษที่ 18 จะไม่มีการระบุข้อจำกัดของรูปแบบจดหมายก็ตาม

โดย นีนา สตรอชลิค

 

อ่านเพิ่มเติม

พบกับบ๊อบ ทูตฟลามิงโกแห่งคูราเซา

เรื่องแนะนำ

กล้วยกินได้ทั้งเปลือกจะช่วยโลกได้ไหม?

คนญี่ปุ่นชื่นชอบการกินผลไม้เอามาก และล่าสุดตลาดผลไม้ราคาแพงในญี่ปุ่นก็มีสมาชิกเพิ่มนั่นคือกล้วยกินได้ทั้งเปลือก! ว่าแต่มันมีประโยชน์อันใดกันถึงเพาะพันธุ์เปลือกกล้วยกินได้ขึ้นมา?

ในเนเธอร์แลนด์ คุกที่ว่างเปล่า กลายเป็นบ้านสำหรับผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี โรเวล ภาพถ่าย มุฮัมหมัด มูเฮเซน Associated Press ขณะที่อัตราอาชญากรรมในประเทศและประชากรในเรือนจำลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเรือนจำนับสิบแห่งต้องปิดตัวลงพร้อมกัน  ดังนั้น  เมื่อจำนวนผู้อพยพเริ่มสูงขึ้น  โดยปีที่แล้วเพียงปีเดียวมีผู้อพยพมากกว่า 50,000 รายเดินทางเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และหน่วยงานรับผู้ลี้ภัยกลางหรือซีโอเอ (Central Agency for the Reception of Asylum Seekers; COA)  ก็มองเห็นทางออก ช่างภาพ มุฮัมมัด มูเฮเซน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สองสมัย  และหัวหน้าช่างภาพของ AP ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางได้อุทิศเวลาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาถ่ายภาพวิกฤติผู้อพยพ  “คำถามที่มักผุดขึ้นในหัวของผมคือ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้” เขากล่าว “การเดินทางไม่ได้หยุดลง เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าประเทศ” ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มูเฮเซนเริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการนำเรือนจำมาเป็นที่พักของผู้อพยพ “ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” เขาบอก “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะ รู้สึก เหมือนอยู่ในที่คุมขัง” เขาใช้เวลาหกเดือนในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปในเรือนจำแห่งหนึ่ง  สุดท้ายแล้ว มูเฮเซนใช้เวลา 40 วันในการเยี่ยมเยือน คุกเนเธอแลนด์ สามแห่ง เพื่อทำความรู้จักผู้อยู่อาศัยในนั้นและถ่ายภาพชีวิตของพวกเขา “เรากำลังพูดถึงคนหลายสิบเชื้อชาติ” เขากล่าว […]

จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม

จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม น้ำที่จืด สะอาด ดื่มได้ คือสิ่งที่ผมดิ้นรนด้นดั้นค้นหามากว่าสามปี ผมกำลังเดินเท้ารอบโลก ย้อนรอยเส้นทางที่สาบสูญของมนุษย์กลุ่มแรกผู้ออกสำรวจโลกในยุคหิน ณ จุดเริ่มต้นการเดินทางในเอธิโอเปีย ผมเดินจากตาน้ำสำหรับอูฐไปยังบ่อซับน้ำเค็มขุ่นโคลน ผมย่ำย่างจากโอเอซิสหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งในทะเลทรายฮีญาซแห่งอาระเบีย  บนยอดเขาช่วงฤดูหนาวในเทือกเขาคอเคซัส ผมคอแห้งผากท่ามกลางอ้อมกอดของน้ำหลายร้อยตัน ของเหลวที่จำเป็นต่อชีวิตจับตัวแข็งดุจหิน แต่ไม่เคยเลยที่ผมจะพานพบเหตุการณ์เช่นนี้ มีคนมาขุดและขโมยน้ำสำรองในไหของผม หลุมตื้นๆที่เคยบรรจุน้ำ  60 ลิตรอันล้ำค่า  น้ำของผม ผมไม่อาจละสายตาจากไหว่างเปล่าเหล่านั้นได้ ขณะโยกตัวช้าๆ ท่ามกลางสายลมแผดผ่าว จินน์ขโมยน้ำของผมในทะเลทรายคีซิลคุม จินน์คืออะไร? ตามความเชื่อของชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์  จินน์คือวิญญาณพเนจรที่สิงสู่ในความเวิ้งว้างไร้สิ้นสุดของเอเชียกลาง ถ้าไม่สร้างความเดือดร้อน ก็มอบความช่วยเหลือให้แก่นักเดินทาง คนเลี้ยงสัตว์ในภูมิภาคเล่าขานกันว่า จินน์หรือยักษ์จีนีในโลกตะวันตก สามารถเหาะได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรยามกลางคืน หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นงูและหมาป่าได้ ตอนที่มาร์โก โปโล เดินทางข้ามทะเลทรายล็อปทางตะวันตกของจีน เขาเล่าถึงการปรากฏตัวของจินน์เจ้าเล่ห์ตนหนึ่งที่เรียกคนในกองคาราวานออกไป “บ่อยครั้งที่นักเดินทางถูกลวงให้หลงหายจนไม่มีวันพบพวกพ้องของตนอีกและหลายคนก็สิ้นชีพด้วยเหตุนี้” แล้วทะเลทรายคีซิลคุมอยู่ที่ไหน? ทะเลทรายซึ่งทอดตัวจากบางส่วนของคาซัคสถานไปจรดทางใต้ของอุซเบกิสถานแห่งนี้ขึ้นชื่ออื้อฉาว เพราะตลอดหลายพันปีได้กลืนกินสมาชิกกองคาราวานที่เดินทางผ่านไปมาบนเส้นทางสายไหม หรือเส้นทางการค้าที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อายุกว่า 2,200 ปี กระทั่งทุกวันนี้ แดนลงทัณฑ์อันไพศาลที่มีเพียงแสงแดดแผดเผากับพุ่มไม้หนามนี้ก็ยังเป็นอุปสรรคชวนครั่นคร้ามของนักเดินทาง แน่นอนว่ามันหยุดผมได้เช่นกัน “อย่าโทษพวก โชบัน เลยครับ” อาซิซ คาลมูราดอฟ มัคคุเทศก์ของผม บอก เขาหมายถึงคนเลี้ยงแกะพื้นเมือง […]