ในอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ ทุกพื้นที่คือเวทีสร้างสรรค์ - National Geographic Thailand

ในอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ ทุกพื้นที่คือเวทีสร้างสรรค์

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน

ภาพถ่าย มาริอุช ยานิสเซฟสกี

สีที่ผนังหลุดลอก พื้นเต็มไปด้วยคราบสกปรก ตาข่ายห่วงบาสเกตบอลขาดรุ่ย และดูเหมือนว่าไม่มีใครสนใจ เด็กๆ ยังคงหัวเราะสนุกสนานระหว่างเล่นเกม พวกผู้ชายงีบกลางวัน ส่วนบางคนส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ที่ห้องโถง ในเมืองที่มีขึ้นชื่อว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดเมืองหนึ่ง ทุกชั้นของอาคารสงเคราะห์แห่งนี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

นี่คือสิ่งที่ มาริอุช ยานิสเซฟสกี ช่างภาพชาวโปแลนด์ค้นพบเมื่อเขาเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการอาคารสงเคราะห์ของรัฐบาล ใน Barangay 128 ของเขตทอนโด ในกรุงมะนิลา เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวก่อสร้างขึ้นในปี ช่วงทศวรรษ 1990 ใกล้กับภูเขาสโมกกี้ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งทิ้งขยะปริมาณมากกว่า 2 ล้านตัน ปัจจุบันอาคารสงเคราะห์เหล่านี้ยังคงเป็นบ้านของบรรดาอดีตคนงาน

เด็กผู้ชายคนหนึ่งสูบบุหรี่บนรถจักรยานที่ถูกดัดแปลงเป็นรถโดยสาร Bernardita Churchill นักประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์กล่าวว่า เป็นภาพหายากที่จะเห็นเด็กๆ สูบบุหรี่ในฟิลิปปินส์

ยานิสเซฟสกีเคยถ่ายสารคดีทั่วๆ ไป ในฟิลิปปินส์มาก่อน แต่คราวนี้เขามีเรื่องบางอย่างที่ค้างอยู่ในใจ “ผมอยากจะแสดงให้เห็นว่าชีวิตประจำวันในเมืองที่มีประชากรมหาศาลอย่างกรุงมะนิลา มันเป็นอย่างไร” เขากล่าว “และพวกเขาอยู่อาศัยกันอย่างไรในพื้นที่เปิดและตามบันได” ดังนั้นช่างภาพจึงไม่เลือกที่จะถ่ายภาพในหลากหลายมุม แต่เขากลับใช้วิธีการเฝ้ารออยู่ในมุมเดียวแทน เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้า

แต่ละชั้นเหมือน “เวทีที่ถูกออกแบบมาเหมือนกัน” เขากล่าว แต่เพียงไม่นานแต่ละเวทีก็เปิดเผยเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป : ผู้หญิงลุกขึ้นมาทำอาหาร, ผู้ชายเล่นพนัน, เด็กๆ เล่นการ์ดเกม ยานิสเซฟสกีเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ในแต่ละสัปดาห์เพื่อบันทึกฉากของครอบครัว, เพื่อนฝูง และเพื่อนบ้านเหล่านี้เอาไว้

เด็กๆ เล่นการ์ดเกม โดยใช้เส้นพาสต้าแห้งแทนเงิน ช่างภาพกล่าวว่าการเล่นพนันเป็นกิจกรรมปกติที่พบได้ทั่วไปในกรุงมะนิลา

Mary Racelis นักมานุษยวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยอเทนิโอ เดอ มะนิลา กล่าว ความเป็นชุมชนคือกุญแจสำคัญของสถานที่อย่างเขตทอนโด ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่อาศัยเพียงแค่ชั่วคราว พวกเขาถูกเรียกว่า ผู้เร่ร่อนในเมืองใหญ่ พวกเขาคือพลเมืองชั้นสองที่มักจะถูกปฏิเสธจากการจ้างงาน ไม่มีบ้านและไม่สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานได้

“เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่ผู้คนเหล่านี้พยายามจัดตั้งเครือข่ายเพื่อช่วยให้พวกเขาเอาชีวิตรอดและแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ได้” เธอกล่าว ด้วยความช่วยเหลือจาก NGO และพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ที่ช่วยให้เสียงของพวกเขาในการเรียกร้องสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นดังให้ได้ยิน

อะไรคือสิ่งสำคัญ เธอกล่าวเสริม สิ่งนั้นคือสถานที่ตั้ง, ที่ตั้ง และที่ตั้ง เมืองเป็นศูนย์รวมของการจ้างงาน ดังนั้นแล้วใครก็ตามที่ถูกย้ายที่อยู่ไปตามนโยบายของรัฐบาล จะพบว่าพวกเขาไม่สามารถเอาตัวรอดในที่ใหม่ได้ มีงานหลายงานในปัจจุบันที่อยู่นอกระบบ ในจำนวนนี้รวมถึงการค้ายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหารุนแรงของกรุงมะนิลา ดังนั้นแล้วสำหรับบุคคลทั่วๆ ไป การมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมหรือวิทยาลัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

หากตัดเรื่องวุฒิการศึกษาออกไป ผู้อยู่อาศัยใน Barangay 128 ไม่ได้ขาดแคลนคุณสมบัติที่มีคุณค่าอย่างความหวังและความยืดหยุ่นในจิตใจ

สิ่งสำคัญเหล่านี้ถูกแสดงออกมาผ่านภาพถ่าย ซึ่งยานิสเซฟสกีกล่าวว่า “แม้ชีวิตจะไม่สมบูรณ์ แต่ผู้คนเหล่านี้สนุกสนานไปกับชีวิต พวกเขามีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมชื่นชมพวกเขามาก”

บนบันไดที่มืดสลัว เด็กชายและเด็กหญิงเกาะกลุ่มกันเล่นเกมจากตู้เกมเครื่องเก่า “ตู้เกมเก่าตู้นั้นหาได้ยากมาก” ยานิสเซฟสกีกล่าว “ไม่แปลกใจเลยที่มันดึงดูดเด็กๆ จำนวนมาก”
Jomal Sulam นั่งอยู่บนรถวีลแชร์ เด็กชายอายุ 15 ปีรายนี้เป็นอัมพาตในสมอง เพื่อนๆ รายล้อมรอบตัวเขา Jomal อยากเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล ดังนั้นแล้วทุกๆ วัน พ่อของเขาจะพาไปที่สนามยาสเกตบอลเพื่อดูผู้คนเล่นบาสและฝึกบาสให้แก่เขา
ที่ร้านเย็บปะผ้า หญิงคนหนึ่งกำลังปะผ้าให้กับลูกค้าของเธอที่กำลังยืนรออยู่ “บางคนอยู่ที่นี่มา 30 – 40 ปี” Mary Racelis นักมานุษยวิทยาสังคมกล่าว “พวกเขาผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายในชุมชน”
ผู้คนใน Barangay 128 มีรอยยิ้มอยู่เสมอ ยานิสเซฟสกีกล่าว โถงหน้าบันไดคือพื้นที่สำหรับเล่นและจอดจักรยาน เด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ตรวจเช็คเส้นผมของตนเองก่อนตัดแต่งทรงใหม่
ผู้คนจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่นี่ทำงานในตอนกลางคืน ดังนั้นแล้วระหว่างวันพวกเขาจะงีบหลับ ซึ่ง Churchill กล่าวว่า การงีบหลับในตอนกลางวันเป็นเรื่องทั่วไปที่พบได้ในฟิลิปปินส์
กิจกรรมชนไก่กลางโถงทางเดิน กีฬาชนไก่เนกีฬายอดนิยมในฟิลิปปินส์ แต่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ วันหยุด หรือช่วงเทศกาลเท่านั้น

 

อ่านเพิ่มเติม : สินค้าที่ “ผลิตในจีน” จริงๆแล้วผลิตที่ไหนวิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน

เรื่องแนะนำ

สิ่งที่ควรรู้หากอยากจบชีวิตในสวิตเซอร์แลนด์

เดวิด กู๊ดดอล นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามความปรารถนา และเรื่องราวของเขาจะกระตุ้นให้ผู้คนตลอดจนรัฐหันมาให้ความสำคัญต่อสิทธิการตายที่ทุกคนพึงมี

ความรุนแรงครั้งล่าสุดในศรีลังกาบ่งชี้ความขัดแย้งแบบใดในประเทศนี้

เจ้าหน้าที่ทหารศรีลังกาตั้งแถวคุ้มกันหน้าโบสถ์ St. Anthony ซึ่งถูกระเบิดในเมือง Kochchikade กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา มีคนกว่า 300 คนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ ระเบิดศรีลังกา ที่มีติดต่อกันในโรงแรมและโบสถ์ซึ่งเหล่าศาสนิกกำลังเข้าร่วมพิธีในงานวันอีสเตอร์ ภาพถ่ายโดย THARAKA BASNAYAKA, NURPHOTO/GETTY ประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองและสันติภาพอันเปราะบางในภูมิภาคเอเชียใต้เช่นศรีลังกา ได้สะท้อนเรื่องราวของวงจรการแก้แค้นระหว่างเชื้อชาติ และความจำเป็นที่ต้องสร้างอัตลักษณ์ความเป็นชาติร่วมกัน หลังเหตุการณ์ ระเบิดศรีลังกา เหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตายในวันอาทิตย์อีสเตอร์ที่ประเทศศรีลังกา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 300 คน และบาดเจ็บกว่า 500 คน และการค้นพบระเบิดที่สถานีขนส่งกว่า 87 ลูก ดูเหมือนว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งบทใหม่ในประเทศที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาและชาติพันธุ์มานานกว่า 70 ปี เราอาจกล่าวได้ว่าประวัติศาสตร์ของศรีลังกาหลังได้รับเอกราชมาจากอังกฤษนั้นวนเวียนอยู่กับความขัดแย้งระหว่างชาวสิงหลซึ่งนับถือศาสนาพุทธและเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ (ร้อยละ 75 ของประชากร หรือราว 21 ล้านคน) กับชาวทมิฬ อันเป็นประชากรส่วนน้อยของศรีลังกาซึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาถูกกวาดต้อน มาจากรัฐทมิฬนาฑู ของอินเดีย เพื่อให้เป็นแรงงานให้ชาวอังกฤษ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อนักการเมืองชาวสิงหลซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศได้ครองอำนาจ ก็ออกนโยบายฟื้นฟูศาสนาพุทธซึ่งชาวสิงหลภาคภูมิใจ เพื่อให้ศรีลังกาเป็นดินแดนของชาวสิงหลที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม พวกเขาปฏิบัติต่อชาวทมิฬซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง ทั้งแง่ของเชื้อชาติ ศาสนา วิถีชีวิต และภาษา ชาวทมิฬถูกผลักดันให้ไปอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศและถูกลิดรอนสิทธิต่างๆ […]

ตามรอยอาณานิคมที่สาบสูญแห่งโรอาโนก

พวกเขาเปรียบได้กับนักบินอวกาศ ในยุคเอลิซาเบทของอังกฤษ และผู้ล่าอาณานิคมแห่งโลกใหม่ ก่อนจะสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยหลังละทิ้งถิ่นฐานบนเกาะโรอาโนก

ก้าวที่กล้านำ: บทบาท นักการเมืองหญิง ในการเมืองโลก

นิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรียาซินดา อาร์เดิร์น ปราศัยต่อรัฐสภานิวซีแลนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในเดือนมีนาคม เธอตัดสินใจประกาศปิดเมืองทั่วประเทศ “ฉันรับรู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาในขณะนี้ได้อย่างชัดเจน” เธอกล่าว “ชาวกีวีทั้งหลายขอจงกลับบ้าน โปรดจงรักษาสุขภาพและความเอื้ออารี” ผู้หญิงในโบลิเวีย นิวซีแลนด์ และอัฟกานิสถานประสบความสำเร็จอย่างมากในการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองของ นักการเมืองหญิง แต่หลายคนยังเผชิญกับการต่อต้านทางวัฒนธรรม และกระทั่งความรุนแรง ขณะที่อิทธิพลของพวกเธอเพิ่มมากขึ้น ตลอดประวัติศาสตร์ และทั่วโลก ผู้หญิงที่แสวงหาอำนาจทางการเมือง นักการเมืองหญิง มักเผชิญกับการต่อต้าน ตั้งแต่การใส่ร้ายป้ายสีไปจนถึงการลอบสังหาร ผู้หญิงก้าวหน้าไปมากก็จริง แต่ยังเผชิญกับอุปสรรคเดิมๆ ในกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลก รวมทั้งโบลิเวียและรัฐที่รุมเร้าไปด้วยความขัดแย้งอย่างอัฟกานิสถานและอิรัก การมีกฎหมายกำหนดสัดส่วนตามเพศ ในปัจจุบันเป็นเครื่องประกันว่า ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดสัดส่วนตามเพศดังกล่าวก็ยังมีข้อจำกัด ระบบเหล่านี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการให้สิทธิพิเศษ แก่ผู้หญิงเหนือผู้ชายด้วยเหตุผลด้านเพศสภาพเพียงอย่างเดียวถือเป็นการบั่นทอนหลักการวัดคุณค่าของคน ที่ความสามารถ ทว่าแม้แต่ในระบบการเมืองที่ดูเหมือนมีความเป็นกลางทางเพศและมุ่งประเมินคนที่ความสามารถ ก็มีความ ไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างที่สืบทอดมายาวนานเช่นกัน ระบบที่ไม่กำหนดสัดส่วนเพศอย่างในสหรัฐอเมริกาก็อาจโอนเอียงเข้าข้างกลุ่มคนที่มีอำนาจครอบงำ ซึ่งรวมถึงผู้ชาย คนผิวขาว และคนที่มีทรัพยากรทางการเงินมาก การก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อเข้าสู่เวทีการเมืองนับเป็นความท้าทายประการหนึ่ง แต่ประเด็นที่ว่าเมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วผู้หญิงจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ก็เป็นความท้าทายอีกประการหนึ่ง การให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองหรือในรัฐสภาอาจช่วยตอบโจทย์เรื่องความ เท่าเทียมระหว่างเพศได้ แต่ก็อาจเป็นเพียงการตอบโจทย์แบบขอไปที หากนักการเมืองหญิงได้เข้าไปปรากฏตัว แต่เสียงของพวกเธอไม่ถูกรับฟัง แล้วยังมีคำถามที่ว่า ผู้หญิงกลุ่มไหนที่มีโอกาสเข้าสู่พื้นที่แห่งอำนาจ และผู้หญิงเหล่านี้เป็นตัวแทนของคนกลุ่มอื่นมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นคำถามที่หลายประเทศกำลังพยายามหาคำตอบ แม้จะต้องเผชิญกับการข่มขู่ […]