“ลานเล็กๆ หน้าพิพิธภัณฑ์ประธานโฮจิมินห์ หมู่บ้านมิตรภาพไทย-เวียดนาม”
ที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ช่วงเช้าวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดูจะแคบถนัดและมีชีวิตชีวามากกว่าวันไหนๆ เมื่อถูกเติมแต่งด้วยภาพชายหญิงหลากหลายวัยสวมชุดอ่าวหญ่ายสีสันสดใสมารวมตัวกันไม่ต่ำกว่าร้อยคน
นอกจากเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงความเป็นเวียดนามแล้ว ข้าวต้มไก่ฉีกญวนหม้อใหญ่ใส่ผักแพวที่หอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ เคล้าด้วยกลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นตามแบบฉบับเวียดนาม สองเมนูรับรองผู้เข้าร่วมงานในช่วงเช้าก็ช่วยสื่อสารความเป็นเวียด นามได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนของไทยและเวียดนาม เพื่อจัดงานรำลึกถึง ประธานโฮจิมินห์ (Hồ Chí Minh) เอกบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดในวันนี้ ร่วมกับวาระการฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม



รำลึก 136 ปี วันคล้ายวันเกิดประธานโฮจิมินห์
สมาคมไทย-เวียตนาม จังหวัดนครพนม ร่วมกับจังหวัดนครพนมและสมาคมชาวเวียดนามแห่งประเทศไทย ร่วมจัดงานรำลึก 136 ปี วันคล้ายวันเกิดประธานโฮจิมินห์ และงานสานสัมพันธ์มิตรภาพไทย–เวียดนาม ประจำปี 2569 ในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ขึ้น ณ หมู่บ้านมิตรภาพไทย–เวียดนาม จังหวัดนครพนม
ครั้งนี้โดยได้รับเกียรติจากนายฝั่ม เหวียต หุ่ง (H.E. Mr.Pham Viet Hung) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย และนายดิง ฮว่าง ลิงห์ (Dinh Hoang Linh) กงสุลใหญ่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมพิธี

ภายในงานได้จัดให้มีการประกอบพิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้งและพิธีวางช่อดอกไม้ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของประธานโฮจิมินห์ ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและเวียดนาม
- ประธานโฮจิมินห์ หรือที่คนไทยรู้จักในนาม “ลุงโฮ” เคยพำนักที่บ้านนาจอก อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2471- พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 ปัจจุบันบ้านพักของลุงโฮและข้าวของเครื่องใช้บางส่วนยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิมรวมถึงต้นมะเฟืองที่ลุงโฮลงมือปลูกเอง
- การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม เกิดขึ้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2519 ซึ่งในปี 2569 จะครบรอบ 50 ปี
- ปัจจุบันไทยและเวียดนามต่างเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ครอบ คลุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมทั้งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิชาการ

นายดิง ฮว่าง ลิงห์ กงสุลใหญ่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวคำรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ มีใจความว่า
“ท่านประธานโฮจิมินห์ ได้อุทิศชีวิตเพื่อการต่อสู้เพื่อเอกราช เสรีภาพ และความสุขของประชาชนชาวเวียดนาม ตลอดระยะ เวลา 30 ปีของปฏิบัติการลับในต่างประเทศ ท่านได้รับการกล่าวถึงในฐานะนักรักชาติผู้ลึกลับ ผู้มีความมั่นคง หลักแหลม และสร้างสรรค์
“หลังจากนำพรรคและประชาชนชาวเวียดนามประกาศเอกราชและก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามแล้ว ประธานโฮจิมินห์ก็ยังคงเป็นผู้นำทำสงครามต่อต้านลัทธิอาณานิคมและจักรวรรดินิยมจนได้รับชัยชนะ เพื่อปกป้องเอกราชและเอกภาพของชาติ ประธานโฮจิมินห์ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สร้างประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เป็นวีรบุรุษผู้ปลดปล่อยประชาชาติเวียดนาม และเป็นนักวัฒนธรรมผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20″



หลังพิธีวางช่อดอกไม้และแสดงความเคารพจากคณะบุคคลต่างๆ แล้วเสร็จ ก็เข้าสู่งานเลี้ยงสังสรรค์ของชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในลำดับต่อไป ทั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งที่บรรดาพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเวียดนามซึ่งตั้งใจเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี อุบลราชธานี มุกดาหาร จันทบุรี จะได้พบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดเฉกเช่นที่ปฏิบัติมาในทุกๆ ปี
ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเวียดนาม
ด้วย พ.ศ. 2569 ยังถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเวียดนาม นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จึงได้รับโอกาสในการสัมภาษณ์ นายดิง ฮว่าง ลิงห์ กงสุลใหญ่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดขอนแก่น ถึงความรู้สึกที่มีต่อวาระอันสำคัญยิ่งนี้

“คงเป็นเรื่องยาก หากจะให้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เวียดนามด้วยคำเพียง 1-2 คำ แต่ถ้าหากให้กล่าวถึงชื่อใครสักคนหนึ่งที่ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนชาวเวียดนามเท่านั้น แต่ทว่าเขาผู้นี้ยังมีส่วนสำคัญยิ่งในการวางรากฐานสายสัมพันธ์ระหว่างไทย-เวียดนามให้เจริญงอกงามในเวลาต่อมา นั่นก็คือ ท่านโฮจิมินห์ บุรุษผู้มีความเรียบง่าย อ่อนโยน และมีเมตตา และครั้งหนึ่งท่านได้เคยพำนักอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ในช่วงเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1928 – พฤศจิกายน พ.ศ. 1929
“เวียดนามในวันนี้กำลังเข้าสุ่ยุคใหม่ที่พร้อมจะเติบโตและมีความสุขไปพร้อมๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน และหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดก็คือประเทศไทย พวกเราชาวเวียดนามดีใจและภาคภูมิใจที่ประชาชนทั้งสองชาติต่างมีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ของกันและกันมาช้านาน ซึ่งนั่นจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เวียดนามในทุกมิติ ให้งอกงามและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน อันหมายถึงอนาคตอันสดใสที่ทั้งสองประเทศจะมีร่วมกัน”


นอกจากพิธีการรำลึกในช่วงเช้าแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสชมนิทรรศการพิเศษภายใต้หัวข้อ “โฮจิมินห์ – สัญลักษณ์แห่งยุคสมัย ผู้เชื่อมโยงมิตรภาพเวียดนาม – ไทย” ซึ่งจัดขึ้นใต้อาคารพิพิธภัณฑ์ประธานโฮจิมินห์
นิทรรศการประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ได้แก่
- เส้นทางแสวงหาแนวทางกู้ชาติและร่องรอยประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ผู้นำการปลดปล่อยชาติ สร้างเอกราช (พ.ศ. 2473 – 2488)
- ผู้นำประชาชนสร้างประเทศและปกป้องเอกราชของชาติ (พ.ศ. 2488 – 2512)
- โฮจิมินห์กับความสามัคคีระหว่างประเทศและมิตรภาพเวียดนาม – ไทย
- โฮจิมินห์จะดำรงอยู่ในหัวใจประชาชนเวียดนาม มิตรสหายระหว่างประเทศ และชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทยตลอดไป
และเมื่อเดินขึ้นไปด้านบนอาคารพิพิธภัณฑ์ ยังมีนิทรรศการถาวรแสดงประวัติประธานโฮจิมินห์และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามอีกด้วย

บ้านนาจอกแห่งนี้ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนอีกสองแห่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ได้แก่ อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับเวียดนาม ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2557 ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลเวียดนาม จังหวัดนครพนม และสมาคมไทย-เวียดนาม ภายในอนุสรณ์สถานฯ ประกอบไปด้วย ซุ้มประตูอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ที่มีภาพนูนต่ำดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูณ) อันเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยและภาพนูนต่ำดอกบัว อันเป็นดอกไม้ประจำชาติเวียดนาม อาคารรูปเคารพของประธานโฮจิมินห์ อาคารจัดแสดงชีวประวัติและหุ่นขี้ผึ้งจำลองประธานโฮจิมินห์ บ้านพักจำลองของประธานโฮจิมินห์ และอาคารจำหน่ายของที่ระลึก




สถานที่ต่อมาที่อาจถือเป็นไฮไลต์สำคัญในการมาเยือนบ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม ได้แก่ บ้านพักของประธานโฮจิมินห์หลังจริง หรือบ้านลุงโฮ ซึ่งปัจจุบันตัวบ้านพัก ห้องครัว ยุ้งฉาง และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ยังคงเป็นของจริงทุกชิ้นและจัดวางใกล้เคียงตำแหน่งเดิมให้มากที่สุด


การได้มาร่วมพิธีรำลึก 136 ปี ชาตกาลประธานโฮจิมินห์ และฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ไม่เพียงทำให้สัมผัสได้ถึงความเคารพรักที่ชาวเวียดนามมีต่อเอกบุรุษนามโฮจิมินห์ไม่เสื่อมคลายเท่านั้น แต่ยังสัมผัสได้ถึงสายใยความผูกพันของประชาชนทั้งสองชาติที่แนบแน่นดั่งพี่น้องไม่แปรเปลี่ยน
บ้านนาจอก นครพนม หนึ่งในที่พำนักของประธานโฮจิมินห์
ประธานโฮจิมินห์ ซึ่งชาวเวียดนามขนานนามด้วยความเคารพรักยิ่งว่า “บิดาแห่งเวียดนามยุคใหม่” แม้จะมีพื้นเพจากครอบครัวชาวนา แต่ด้วยความรักชาติ กล้าหาญ มุ่งมั่น และเด็ดเดี่ยว ประกอบความใฝ่รู้ ผลักดันให้ท่านก้าวสู่การเป็นผู้นำปฏิวัติเวียดนามอันนำมาซึ่งเอกราช เสรีภาพ และสันติสุขแก่ประชาชนชาวเวียดนามในที่สุด
เส้นทางแห่งความสำเร็จนั้นไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ประธานโฮจิมินห์ต้องใช้เวลากว่า 30 ปี เพื่อเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และแสวงหาแนวทางกอบกู้เอกราชในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต รวมทั้งลี้ภัยจากจีนมายังจังหวัดพิจิตรอุดรธานี หนองคาย ก่อนจะมาพำนักที่บ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2471- พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 เพื่อระดมความคิด หาแนวร่วมในการวางแผนต่อสู้เพื่อกอบกู้เอกราชเวียดนาม
เรื่อง กองบรรณาธิการ
ภาพถ่าย สิทธิศักดิ์ น้ำคำ
