นวัตกรรมเพื่อเมือง: ทางจักรยานจากธรรมชาติ - National Geographic Thailand

นวัตกรรมเพื่อเมือง: ทางจักรยานจากธรรมชาติ

นวัตกรรมเพื่อเมือง: ทางจักรยานจากธรรมชาติ

ดาน โรสการ์ด (Daan Roosegaarde) สถาปนิกผังเมือง นวัตกร และนักดำน้ำตอนกลางคืน ค้นพบแรงบันดาลใจจากแพลงก์ตอนเรืองแสงที่นำไปสู่ผลงานนวัตกรรมเพื่อเมือง  “พวกมันไม่มีแบตเตอรี่ ไม่มีใบแจ้งค่าไฟฟ้า ไม่มีสัญญาซ่อมบำรุงครับ” เขาบอก “เราเรียนรู้อะไรจากพวกมันได้บ้าง” คำถามนี้ช่วยขับเคลื่อนงานสำคัญในชีวิตของโรสการ์ด นั่นคือการนำแนวคิดจากธรรมชาติมาช่วยให้เมืองมีประสิทธิภาพและสวยงามมากขึ้นโดยไม่ทำร้ายโลก

เพื่อเลียนแบบแพลงก์ตอนเรืองแสง โรสการ์ดและเพื่อนร่วมงานฝังโคมไฟหินพลังงานแสงอาทิตย์ลงไปในเส้นทางจักรยานที่เห็นในภาพ นวัตกรรมเพื่อเมืองชิ้นนี้อยู่ในเมืองนือเนนของเนเธอร์แลนด์  ซึ่งเคยเป็นบ้านของฟินเซนต์ ฟาน ก็อก ดังนั้นหินเรืองแสงจึงได้รับการจัดเรียงให้คล้ายกับภาพ “The Starry Night” ผลงานชิ้นเอกของศิลปินชื่อก้อง และถนนนี้จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า Van Gogh Path

นวัตกรชาวดัตช์ผู้นี้คิดว่าเป็นเรื่อง “ประหลาด” ที่ผู้คนให้ความสนใจยานพาหนะ แต่ละเลยพื้นผิวที่พวกเขาขับขี่ เพราะ “โครงสร้างพื้นฐานกำหนดวิถีเมืองและภูมิทัศน์ของเรามากกว่ารถยนต์” เขาพลิกจุดสนใจนั้นด้วยสิ่งประดิษฐ์สำหรับถนน  เช่น สีบนผิวถนนที่เปลี่ยนไปเมื่ออุณหภูมิลดลง ช่องทางเดินรถที่ประจุไฟฟ้าให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งวิ่งบนนั้น และเส้นจราจรสะท้อนแสงที่ได้พลังงานจากมลภาวะทางแสงในเมือง

เรื่อง นาตาชา เดลี

ภาพถ่าย มาร์ก บอลซีอุส

เส้นทางจักรยานพลังงานแสงอาทิตย์ของดาน โรสการ์ด เรืองแสงในเวลากลางคืนโดยอาศัยพลังงานที่เก็บสะสมไว้ในช่วงเวลากลางวัน

 

ชมผลงานนวัตวกรรมเพื่อเมืองอื่นๆ ของโรสการ์ดได้ ที่นี่

 

 

อ่านเพิ่มเติม

ภูมิประเทศอันน่ามหัศจรรย์จากเทคโนโลยี Laser Scanner

เรื่องแนะนำ

เสรีภาพทางการแสดงออกผ่านการชุมนุมแบบ New Normal

เสรีภาพในการแสดงออก ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ถูกลิดรอนโดยข้อจำกัดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่สมควรถูกซ้ำเติมด้วยการถูกลิดรอนจากกระบวนการยุติธรรม เสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of Expression) หรือเสรีภาพในการพูด (Freedom of Speech) ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานโดยชอบธรรมที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ทั้งในรูปแบบของการกระทำและความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ให้หลักประกันในอิสระแก่ประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เสรีภาพทางการแสดงออกและการพูดในประเทศไทยนั้นถูกรับรองไว้โดยรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดที่มากในวิธีการ รูปแบบ และช่องทาง แต่การแสดงออกบางส่วนก็ถูกจำกัดไว้เพื่อความถูกต้องทางศีลธรรม เช่น การหมิ่นประมาทผู้อื่น ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน “เพดานของการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ” กล่าวโดย คุณวุฒิ บุญฤกษ์ บรรณาธิการเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สภาวะการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยเหตุนี้เองทำให้สถานการณ์การชุมนุมภายในเมืองใหญ่ซึ่งกำลังขยายตัวออกไปในวงกว้างต้องหยุดชะงักลง รวมไปถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของภาครัฐที่เลือกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 แทนที่การใช้ พรบ.โรคติดต่อ ซึ่งเป็นกฎหมายโดยตรงต่อสถานการณ์ดังกล่าว หากพิจารณารายละเอียดของประกาศแต่ละฉบับอย่างละเอียดถี่ถ้วนจะเห็นได้ว่า เสรีภาพทางการชุมนุมนั้นถูกลดทอนลงจากเดิมในสถานการณ์ปกติเป็นอย่างมาก นอกจากนี้มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินกลับไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ทว่ากลับมีการแสดงออกทางการเมืองรูปแบบหนึ่งที่แลดูจะเหมาะสมต่อสถานการณ์ในตอนนี้ ทั้งในเรื่องของรูปแบบและวิธีการที่ปลอดภัยจากข้อจำกัดอันไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังปลอดภัยต่อความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีกด้วย  ซึ่งการแสดงออกนั้นถูกเรียกว่า “ยืนหยุดขัง” ยืนหยุดขัง “เป็นการยืนเฉย ๆ ไม่มีการปราศรัย ไม่มีการเดินขบวน ตอนแรกหลายคนก็ตั้งคำถามและมองว่ามันไม่มีประโยชน์” […]

สารพัดประโยชน์ของเห็ด อาหารซูเปอร์ฟู้ด

เห็ดเคยถูกมองว่าเป็นอาหารให้พลังงานตํ่า และมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย แต่ในความเป็นจริง เห็ดหลายชนิดอุดมไปด้วยธาตุอาหาร และสรรพคุณป้องกันโรคมากมาย

World Update: นายกฯ ศรีลังกาประกาศ “เศรษฐกิจของเราล่มสลายลงแล้ว”

นายกฯ ศรีลังกาประกาศ ‘เศรษฐกิจของเราล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว’ หลังเจอวิกฤตเศรษฐกิจมายาวนาน รานิล วิกรมสิงเห (Ranil Wickremesinghe) นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของศรีลังกาที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้วได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากประสบวิกฤตการขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง พลังงาน และไฟฟ้าเป็นเวลาหลายเดือน รวมทั้งไม่สามารถชำระหนี้ใดๆ ได้ต่อเจ้าหนี้ “เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ร้ายแรงทั้งการขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง ก๊าซ รวมทั้งไฟฟ้า นั่นคือเศรษฐกิจของเราล่มสลายลงโดยสมบูรณ์” นายกรัฐมนตรีรานิลกล่าวกับรัฐสภา เขาระบุว่าศรีลังกาไม่สามารถจ่ายเงินซื้อเชื้อเพลิงเพื่อนำเข้าได้ แม้แต่กับเงินสด เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมากกับบริษัทปิโตเลียม “ปัจจุบันเรามีหนี้กับบริษัท Cyelon Petroleum Corporation 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณสองหมื่นสี่พันกว่าล้านบาท) ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีประเทศหรือองค์กรใดๆ ในโลกที่ยินดีจะจัดหาเชื้อเพลิงให้กับเรา แม้แต่กับเงินสด” เขากล่าวเสริม “ตอนนี้เราเห็นสัญญาณของการตกลงเหว”  ศรีลังกาประสบปัญหาภาระหนี้สินประกอบกับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ยิ่งสูญเสียรายได้ที่จะเข้าสู่ประเทศเพื่อซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ที่มีราคาสูงขึ้นไปอีก ทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ประชาชนราว 22 ล้านคนไม่อาจหาอาหารได้ครบสามมื้อต่อวัน แม้แต่กับคนชนชั้นกลางของศรีลังกาที่ส่วนใหญ่มักค่อนข้างมีความมั่นคงทางการเงิน “ถ้าคนชนชั้นกลางกำลังดิ้นรนแบบนี้ ลองนึกดูว่าคนที่อ่อนแอกว่าจะโดนโจมตีหนักแค่ไหน” บาวานี่ ฟอนเซกา (Bhavani Fonseka) นักวิจัยอาวุโสในโคลัมโบ เมืองหลวงของศรีลังกากล่าว ความมั่นคงของพวกเขา “สั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วง […]

เหตุใดชาวอะบอริจิน ออสเตรเลีย จึงเลือก เผาป่า เพื่อรักษาแผ่นดินและบ้านเกิด

ชาวอะบอริจินในออสเตรเลียรื้อฟื้นแนวปฏิบัติโบราณของการชิง เผาป่า เพื่อสงวนรักษาและฟื้นฟูดินแดนบ้านเกิด และช่วยค้ำจุนชุมชนของตน แสงแรกของวันต้นเดือนพฤศจิกายน ใกล้บริเวณที่เรียกว่า โกรกธารเดฟแอดเดอร์ บนชายขอบด้านตะวันตกของพื้นที่คุ้มครองชนพื้นเมืองวอร์เดเคน ความร้อนอบอ้าวแบบเขตศูนย์สูตรของออสเตรเลียเหนือ พุ่งปะทะอารีเจย์ นาบาร์ลัมบาร์ล ขณะเขากระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ แล้วสาวเท้าไปทางกองไฟ เปลวเพลิงเตี้ยๆ ทอดคดเคี้ยวแผดเผาพื้นที่ชุ่มน้ำแห้งผาก เหลือไว้แต่ผืนดินไหม้เกรียมกับต้นเสม็ดขาวที่เต็มไปด้วยแผลไหม้ดำเป็นปื้น ชายหนุ่มวัย 25 ปี เดินเรียงแถวตามหลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกสองนาย เสียงกระหึ่มของเครื่องเป่าใบไม้ดังกลบเสียงปะทุของไฟที่ เผาป่า ทั้งสามเดินเลาะแนวขอบไฟอย่างเป็นแบบแผน พลางเป่าเศษใบไม้ตามขอบให้ปลิวกลับเข้าไปในกองไฟ เพื่อกันไม่ให้ไหม้ลามออกมา พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าชนพื้นเมืองสามทีมในพื้นที่ห่างไกลแถบนี้ของภูมิภาค อาร์เนมแลนด์ ห่างจากเมืองดาร์วินไปทางตะวันออกราว 260 กิโลเมตร และกำลังสู้กับไฟป่าปลายฤดูที่เกิดจากฟ้าผ่า แล้วแตกเป็นนิ้วไฟลามออกไปหลายทิศทาง นาบาร์ลัมบาร์ลหยุดพักครู่หนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ไฟในพื้นที่รับผิดชอบ เขาเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย งานนี้เปิดโอกาสให้เขาย้ายจากเมืองที่ไปเรียนหนังสือ กลับมาอยู่ดินแดนของบรรพบุรุษ ในช่วงแปดปีนับจากนั้น เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับไฟป่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นเรื่องราวทอดข้ามเวลาหลายหมื่นปีที่ชนเผ่าของเขาอาศัยอยู่ในดินแดนนี้ เขาเตะเปลือกไม้คุไฟแผ่นหนึ่งให้หลุดจากโคนไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟเกาะติดอยู่ “ดูดีอยู่ครับ เพราะมีการชิงเผากันก่อนแล้ว และมีลำห้วยอยู่ใกล้ๆ ด้วยสายหนึ่ง” เขาอธิบาย นาบาร์ลัมบาร์ล ปาดเหงื่อที่คิ้ว เพ่งมองฝ่าควันไฟออกไป ดินแดนนี้เป็นบ้านของชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จำนวนมาก ซึ่งรวมถึงวอลลารูสีดำ ควอลล์ถิ่นเหนือ และนกกระจิบหญ้าคอขาว และยังหลากล้นด้วยน้ำตกตระการตา หมวดหินต่างๆ […]