Gen Love - รักเข้มข้น - Page 2 of 4 - National Geographic Thailand

Gen Love – รักเข้มข้น

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? บุพเพสันนิวาส! เจอกันแทบทุกวันอ่ะ เพราะส่งน้ำแข็งอยู่ร้านข้างๆ เขา มองกันอยู่เป็นปีเลย แล้วก็เริ่มชวนคุย พอเริ่มสนิทก็ชวนกันไปงานบุญ เรียกว่า เดทแรกก็วัดนี้แหละ

งอนกันได้ ต้องรู้จักง้อ ไม่โกรธกันนาน ห้ามลงไม้ลงมือ ไม่พูดคำหยาบ ต้องเกรงใจกัน

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยัง? ปกติก็จะหาบลำไยไปขายที่ตลาดทุกเช้า พอตกสายก็จะเดินดูสาวๆ สวยๆ แถวนั้น วันหนึ่งก็ไปเจอยาย ในมือก็เหลือลำไยอยู่ชะลอมหนึ่ง เลยถามว่าคนสวยจะเอาไหม เขาก็ตอบว่า “เอาสิ”

อย่าไปเอากระแสสมัยใหม่มาใช้มากนัก ยึดมั่นขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ สมัยนี้หาคนใหม่ง่ายกว่าง้อคนเก่า เลย “เลิกเร็ว”

 

คนรุ่นใหม่สามารถเรียนรู้อะไรจากเรื่องราวความรักของคนรุ่นก่อนได้บ้าง?

จากโปรเจ็กต์นี้มีเคล็ดลับหลายอย่างที่ทำให้คนสองคนสามารถมีความรักที่ยั่งยืนต่อกันได้ ทั้งความอดทน ความเสียสละ และการแสดงออกหลายๆ อย่าง ที่เราอาจทำเพื่อคนรักของเราได้ ตัวอย่างเช่น คู่รักเกือบจะทุกคู่ที่ผมได้สัมภาษณ์ แทบไม่มีคู่ไหนให้ของขวัญกันเลย นี่แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่า คนสมัยก่อนไม่เคยตีค่าความรักออกมาเป็นสิ่งของ ผิดกับคู่รักสมัยนี้ที่ยึดติดกับการให้ของขวัญ ยึดติดอยู่กับคุณค่าของวัตถุ

คู่ชีวิต
ใช้หลักศาสนาชี้นำความรัก เป็นผัวเมียกันแล้วก็เปรียบเสมือนเป็นเรือนร่างเดียวกัน ส่วนใดที่เจ็บปวดก็เจ็บปวดรวดร้าวไปด้วยกัน

ต้องเห็นญาติผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายเป็นเหมือนญาติเราเอง ดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลือกันอยู่เสมอ

คู่ชีวิต
จีบกันได้ยังไง? มาจีบพร้อมกับเพื่อนใช้มาดักรอกลับบ้านทุกวัน เขาไปไหนเราก็แอบไปแวะเวียนให้เห็น เดี๋ยวก็ผูกพันเอง

เวลาทะเลาะกันไม่พอใจให้เงียบ ไม่เถียงกัน คุยยาวไปก็พูดกันไม่จบสิ้น แยกกันไปพิจารณาตัวเองดีกว่า

 

แล้ววันวาเลนไทน์นี้ คุณจะแสดงออกซึ่งความรักให้แก่คนรักของตนอย่างไร?

ถ้าถามว่าวันวาเลนไทน์ผมจะให้อะไรกับคนที่ผมรัก คงไม่มีอะไรจะมีความหมายมากกว่าการใช้เวลาร่วมกับเธอในเย็นวันหนึ่ง สร้างรอยยิ้มให้คนที่ผมรัก แล้วบอกเธอว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน…

เรื่อง เอกวัฒน์ ปัญญะธารา

ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? ทำงานบริษัทเดียวกัน ตาทำงานใช้แรงเยอะ ยายเขาสงสารก็เอากาแฟมาให้กินแล้วมันก็สนิทกันขึ้นมาเอง

มีอะไรต้องพูดกันเลย อย่าไปเก็บไว้ อย่าไปมโนข้างเดียว เอื้ออาทรต่อกันให้เหมือนเพื่อน

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? เป็นเพื่อนบ้านกัน เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ตาจะปั่นจักรยานเสือหมอบคู่ใจปั่นตามไปตื้อยายทุกวัน เดือนหนึ่งมี 31 วัน ก็ไปมัน 62 ครั้ง

ใจหนักแน่น มั่นใจในตัวเองว่าเราเลือกเขาแล้ว เราดูมาแล้วว่าเขาเหมาะกับเราที่สุด

 

เรื่องแนะนำ

นักโบราณคดีตกตะลึงหลังค้นพบถ้ำสำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวมายาที่ไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อน

การสำรวจถ้ำบาลัมกู (ถ้ำแห่งเทพเสือจากัวร์) ซึ่งมิเคยมีใครแตะต้องมาก่อนเป็นเวลานับพันปี เผยให้เห็นถึงพิธีกรรมทางศาสนาโบราณ ซึ่งอาจมีร่องรอยการถือกำเนิดและล่มสลายของจักรวรรดิมายา

เมื่อโลกติดไวรัส โควิด-19 :รายงานในเบลเบียม

ในวอร์ดผู้ป่วย โควิด-19 บุคลากรทางการแพทย์ที่เหนื่อยอ่อนดูแลคนไข้และคอยรับฟังความกลัวในเสียงกระซิบของพวกเขา  “ถ้าฉันไม่ทำ” พยาบาลผู้หนึ่งถาม “แล้วใครจะทำล่ะ” เซดริก เครเบเฮย์ แต่งตัวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รอบตัวเขา ได้แก่ หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ป้องกันใบหน้า ชุดป้องกันการติดเชื้อ ถุงสองชั้นหุ้มรองเท้า ถุงมือสองชั้น เขาฝึกถือกล้องและใช้งานผ่าน ชั้นพลาสติก ที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่งในกรุงบรัสเซลส์ เขาเฝ้ามองหญิงสูงวัยผู้หนึ่งจ้องเข้าไปในดวงตาพยาบาลที่มาตรวจเชื้อ โควิด-19 ให้เธอ “เช เปอ” ฉันกลัว ผู้หญิงคนนั้นบอก พยาบาลจับมือเธอไว้ โน้มเข้าไปใกล้ๆ แล้วบอกว่า ฉันก็กลัวค่ะ เธอกับทีมงานอยู่ระหว่างตรวจหาเชื้อให้ผู้คนเกือบ150 คนภายในวันนั้นวันเดียว หลังจากตรวจเสร็จ เธอก็หันมาทางเครเบเฮย์ น้ำเสียงเธอฟังดูทั้งแตกสลาย แข็งแกร่ง โศกสลด และโกรธเกรี้ยวในเวลาเดียวกัน “ไม่มีใครเข้าใกล้คนเหล่านี้ได้ค่ะ” เธอบอก “ถ้าฉันไม่ทำ แล้วใครจะทำล่ะ” เครเบเฮย์วัย 43 ปี เป็นหลานของชาวเบลเยียมและชาวดัตช์ผู้รอดตายจากสงครามโลกครั้งที่สอง ในฐานะช่างภาพข่าว การยืนอยู่เบื้องหน้าการสู้รบด้วยอาวุธและความตายไม่ใช่เรื่องผิดวิสัยสำหรับเขา แต่ระหว่างใช้เวลาอยู่ตามโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ และรถตู้ขนส่งศพเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา เครเบเฮย์ก็ตระหนักว่า ชาวเบลเยียมรุ่นเขากำลังเป็นประจักษ์พยานผู้เห็นชาติของตนประสบวิกฤติเป็นครั้งแรกและกำลังหวาดกลัวเช่นเดียวกับที่คนเบลเยียมรุ่นปู่ย่าเคยประสบมาก่อน ในช่วงสองสามสัปดาห์ระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายน อัตราป่วยตายต่อหัวจากโรคโควิด-19 ของเบลเยียมดูจะอยู่ในอันดับสูงสุดของโลก […]

บันทึกนักจับผีเสื้อ

บันทึกนักจับผีเสื้อ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกระบวนการจับและเปลี่ยนผีเสื้อให้กลายมาเป็นสินค้าและรายได้หลักของชุมชน ออกเดินทางเข้าดงพงไพรไปกับบรรดานักจับผีเสื้อบนเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย อันที่จริงมนุษย์เราจับผีเสื้อสวยๆ มานานแล้วแต่ครั้งโบราณกาล จนกระทั่งเมื่อถึงยุคของอินเตอร์เน็ต นักจับผีเสื้อเหล่านี้ไม่ได้ขายผีเสื้อสตัฟฟ์ให้แก่คนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกต่อไป แต่พวกเขายังขายความสวยงามเหล่านี้ให้แก่คนต่างประเทศอีกด้วย ทว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจับและค้าผีเสื้อนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน และสินค้าที่ได้มาอย่างถูกกฎหมายเองก็ยากที่จะแยกแยะออกจากสินค้าตลาดมืด ยกตัวอย่างเช่นในผีเสื้อบางสายพันธุ์นั้นทางการอนุญาตให้ค้าขายได้เฉพาะจากฟาร์มเท่านั้น อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ยากที่จะตรวจสอบ มาชมขั้นตอนการเปลี่ยนผีเสื้อตามธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ในกรอบกระจกกัน ผีเสื้อเหล่านี้มีนักสะสมหรือนักธุรกิจบางคนยอมจ่ายเงินเป็นพันดอลลาร์เพื่อให้ได้ครอบครองความงดงามอันเปราะบางนี้   อ่านเพิ่มเติม ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ