Gen Love - รักเข้มข้น - National Geographic Thailand

Gen Love – รักเข้มข้น

Gen Love – รักเข้มข้น

วาเลนไทน์เวียนมาบรรจบอีกครั้งพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง บางคู่รักกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ในขณะที่อีกหลายคู่กลับร้างรากันไปด้วยเหตุผลต่างๆ นานา บ้างก็ว่าแค่ความรักนั้นไม่พอ ว่าแต่หากความรักยังไม่เพียงพอ แล้วอะไรเล่าคือสิ่งที่จะช่วยยึดเหนี่ยวคนสองคนไว้ด้วยกัน แล้วหลากหลายคู่ชีวิตที่ผ่านวาเลนไทน์มาแล้วมากพอๆ กับวัยกลางคนพวกเขาทำได้อย่างไร?

ร่วมหาคำตอบไปกับ เอกวัฒน์ ปัญญะธารา ผู้สงสัยว่าทำไมคนรุ่นใหม่จึงรักๆ เลิกๆ กันนัก? และ เอกรัตน์ ปัญญะธารา ผู้ถ่ายทอดความรักอันเข้มข้นจากคู่ต่างๆ เหล่านี้ผ่านภาพถ่าย

หรือบางทีวลีที่ว่า “ยากกว่าการหาคนรักคือการรักษาคนรักไว้” ดูท่าจะจริง เพราะในยุคอินเทอร์เน็ตที่เปิดเชื่อมโลกทั้งใบและผู้คนมากหน้าหลายตาเข้าด้วยกัน ความรักก็มาไวไปไวไม่แพ้แพกเกจไฮสปีดเช่นกัน

 

จุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์ “Gen Love – รักเข้มข้น” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ในฐานะที่ผมกับเอกรัตน์เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น เต็มเปี่ยมไปด้วยไปด้วยความรักของพ่อแม่และตายายที่รักกันมายาวนาน ซึ่งดูจะขัดแย้งกับโลกยุคใหม่ที่ความรักเป็นเรื่องไม่ยั่งยืน ผู้คนรักๆ เลิกๆ กันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า คนรุ่นก่อนมีวิธีคิดอย่างไรกับความรักและการใช้ชีวิตคู่ ทำไมความรักของพวกเขาถึงได้ยั่งยืนกว่าคนสมัยนี้ เราจึงตัดสินใจทำโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา โดยตั้งชื่อว่า “Gen Love” เพราะพวกเขาอาจเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่สามารถมีความรักที่ยั่งยืนแบบนี้ได้

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? ก่อนนี้ขายก๋วยเตี๋ยวเรือ มีอยู่วันหนึ่งตาพายเรือผ่านมาเจอยายเห็นแล้วก็ชอบ ตาว่ามันถูกสเปคดี! ก็เลยคุยด้วย

เคล็ดลับของความรัก? ต้องซื่อสัตย์ต่อคู่ตนเอง ตรงไปตรงมา ไม่โกหกมดเท็จต่อกัน

ฟังเสียงสัมภาษณ์ได้ที่นี่

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? เจอกันเพราะเรือเนี่ยแหละ ตาเป็นเรือโยงจูงเรือยายละก็มาตีสนิทที่บ้านยาย ไม่ได้จีบอะไรเลยด้วย อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มาบอกว่า “จะมาขอนะจะเอาไหม”

ความรักก็เหมือนขับเรือ ต้องรู้จักหลบหลีกกัน เขาหนักมาเราก็ต้องรู้จักเบา

ฟังเสียงสัมภาษณ์ได้ที่นี่

 

ในมุมมองของตนคิดว่าอะไรคือเคล็ดลับของการมีความรักที่ยืนยาว?

ผมได้สัมผัสและพูดคุยกับคู่รักหลายคู่ถึงวิธีการที่ทำให้ความรักของพวกเขายืนยาว ทำให้ผมได้เรียนรู้แนวคิดและมุมมองของพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งถ้าถามมุมมองของผมตอนนี้ ผมก็คงจะตอบว่า เป็นเรื่องของความอดทนของคนสองคนที่มีต่อกัน ซึ่งเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยจะมีนัก

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? เป็นครูโรงเรียนเดียวกัน ทำงานด้วยกันมานานแล้ว จนวันหนึ่งก็ขอตามไปเที่ยวบ้านที่ต่างจังหวัด นั่งรถไปลงตัวเมืองเสร็จเดินผ่านไปป่าละเมาะ ไปอีกตั้ง 4 กม. น่ากลัวมาก! ถ้าสะดุดล้มตายแถวนี้ ไม่มีใครหาเจอเลย

เก็บหอมรอมริบ ต้องระวังเรื่องหนี้สิน เมื่อมีหนิ้สินในครอบครัว ความสุขก็ไม่มี อยู่ให้พอดีอย่าเกินตัว

คู่ชีวิต
เจอกันได้ยังไง? ผู้ใหญ่ให้มาดูตัว ตอนแรกก็นึกว่าเขารวย เขาก็นึกว่าเรารวย ผู้ใหญ่เขาก็เอาจริง! ขนาดฉันบอกว่าทำอะไรไม่เป็นเลยนะ เขาก็บอกจะเอาลูกเดียว

พอมีการค้ามันก็ต้องคุยกัน ต่อให้ทะเลาะกันแค่ไหน เพราะมันมีเรื่องผลประโยชน์กันเข้ามาเกี่ยวข้อง (การค้า) ความรักมันก็เรื่องของผลประโยชน์ทั้งสิ้น

ฟังเสียงสัมภาษณ์ได้ที่นี่

 

เรื่องแนะนำ

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

เมื่อช่างภาพผู้บันทึกเรื่องราวของโควิด-19 ต้องเสี่ยงเป็นผู้ติดเชื้อเสียเอง

สำหรับช่างภาพผู้นี้การเป็นประจักษ์พยานถึงความเข้มแข็งของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด โควิด-19 คุ้มค่าที่จะเสี่ยงกับการที่ตัวเขาเองอาจติดเชื้อ ผมถ่ายภาพราว 10,000 ภาพในช่วง 12 วันที่ผมใช้เวลาอยู่ในเมืองดีทรอยต์ เพื่อบันทึกผลกระทบที่ไวรัส โควิด-19 มีต่อผู้คนในเมืองนี้ ผมไปทุกหนทุกแห่งด้วยความระมัดระวังเท่าที่จะทำได้ ทั้งรถประจำทางในเมืองที่คนงานต้องพึ่งพาเพื่อไปและกลับจากทำงาน บ้านและอพาร์ตเมนต์ที่ผู้คนอาศัยอยู่ด้วยความรัก ถึงแม้ความเจ็บป่วยและการตกงานจะคุกคามความอยู่ดีมีสุขของพวกเขา และพิธีศพที่สมาชิกในครอบครัวต้องผลัดกันมาอำลาบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งอนุญาตให้รวมกลุ่มกันได้ครั้งละไม่เกิน 10 คน สิบคน นั่นคือจำนวนลูก ๆ ของเชสเตอร์ เลิฟเวตต์ พอดี นาวิกโยธินผ่านศึกและอดีตบุรุษไปรษณีย์ผู้นี้ยังมีแม่ พี่ชาย น้องชาย หลานชายหลานสาว และคนอื่น ๆ ที่รักเขาอีกนับไม่ถ้วน กระนั้น ชายวัย 59 ปีผู้นี้กลับเสียชีวิตในโรงพยาบาล โดยไม่มีใครสักคนอยู่ข้างกาย นั่นคือวิถีที่เป็นไปในเวลานั้น ญาติ ๆ ของเลิฟเวตต์ไม่อาจอยู่พร้อมหน้ากันในพิธีศพ พวกเขาต้องผลัดกันเข้าและออก เจอร์รี พี่ชายของเลิฟเวตต์ กล่าวอย่างคมคายถึงเลิฟเวตต์ซึ่งเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อครอบครัวและชุมชน สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ เขียนคำอุทิศแสดงความรัก บางคนทำให้บรรยากาศแจ่มใสขึ้นด้วยอารมณ์ขัน ทุกคนพูดถึงความสุภาพและห่วงใยผู้อื่นของเลิฟเวตต์ เขาชอบการเดินทางเช่นเดียวกับผม ผมถ่ายภาพดีออนเทย์ เคลย์ ลูกจ้างของบริษัทรับจัดงานศพวิลสัน-อากินส์ฟิวเนอรัลโฮม ขณะที่เขาร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่สั่นคลอนความรู้สึก เคนนี […]

นักวิทยาศาสตร์หญิง : เวลานี้คือยุคทอง

อนาคตของแวดวงงานวิจัยกำลังมีผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น  โครงการต่างๆ ซึ่งบ่มเพาะเยาวชนหญิงที่สนใจอาชีพทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  ไม่เพียงท้าทายอุปสรรคที่เคยบั่นทอนกำลังใจผู้หญิงรุ่นก่อน แต่ยังผลักดันให้เกิดนักวิทยาศาสตร์หญิงรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน