ดั้นด้นค้นหา เพื่อชีวิตยืนยาว - National Geographic Thailand

ดั้นด้นค้นหา เพื่อชีวิตยืนยาว

ดั้นด้นค้นหา เพื่อชีวิตยืนยาว

จีนกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งใหญ่ ในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า คนยุคเบบี้บูมจากทศวรรษ 1960 จะเริ่มสูงวัย และเข้าสู่ “กลุ่มประชากรสูงวัยขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน” เซี่ยหยู่ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ผู้ศึกษาสังคมจีน กล่าวคนในรุ่นที่กำลังแก่ตัวลงนี้ซึ่งมีการศึกษาและมีความคล่องตัวมากกว่าคนสูงวัยรุ่นก่อน ๆ เริ่มหันมาดูแลสุขภาพของตัวเอง เพื่อชีวิตยืนยาว เซี่ยหยู่เสริมว่า “พวกเขาไม่คิดว่าสามารถพึ่งพารัฐบาลในเรื่องระบบสุขภาพและบริการสาธารณสุขได้ จึงหันไปหาแนวทางอันเก่าแก่” รูปแบบซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางคือการแพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม และสมุนไพร

ชาวจีนมีแนวโน้มจะโยกย้ายจากเมืองที่ปนเปื้อนมลพิษมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยนำพาโรคภัยไข้เจ็บไปยัง “หมู่บ้านอายุยืน” ที่ซึ่งอากาศและนํ้ายังค่อนข้างสะอาดบริสุทธิ์และมักโหมโฆษณาว่าเป็นยาวิเศษ ปาหม่า ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นที่รู้จักในฐานะบ้านของคนอายุเกินร้อย และทุกวันนี้มีผู้ไปเยือนปีละไม่ตํ่ากว่าสองล้านคนชนบทของจีนมีศักยภาพทางการเงินที่เกิดจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (ecotourism) ลักษณะนี้ แคเรน เอกเกิลสตัน นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวทว่าหากปราศจากการวางกฎระเบียบควบคุมการรักษาต่าง ๆ ประชากรสูงวัยเหล่านี้ก็อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เอกเกิลสตันทิ้งท้ายว่า “ผู้คนทั่วโลกไม่เฉพาะในจีนต่างปรารถนาเคล็ดลับสู่ชีวิตยืนยาว ทว่านั่นกลับทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่หวังโกยเงินเป็นกอบเป็นกำ”

เรื่อง นีนา สตรอคลิก

 

อ่านเพิ่มเติม

จากตรุษจีนถึงเช็งเม้ง: แนวคิดชีวิตหลังความตายของชาวจีน

เรื่องแนะนำ

หากออเจ้าย้อนเวลาได้จริงจะคุยกับคุณพี่รู้เรื่องไหม?

หากแม่เกศสุรางค์มีโอกาสได้เข้าร่างของแม่การะเกดเช่นในละครจะสื่อสารกับผู้คนสมัยก่อนได้หรือไม่? มาร่วมไขคำตอบถึงสำเนียงการพูดของคนไทยในสมัยอยุธยากัน

ผู้หญิง ควรเป็นผู้ปกครองใช่หรือไม่ เหล่าราชินีแห่งอิยิปต์มีคำตอบ

นักอียิปต์วิทยา คาร่า คูนีย์ (Kara Cooney) ค้นพบว่าอียิปต์โบราณหันไปหาการนำจาก ผู้หญิง เพื่อปกครองและปกป้องพวกเขาในช่วงเวลาแห่งความยุ่งยาก  เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว  อดีตจะฝากบทเรียนอะไรไว้ให้ผู้หญิงในยุคนี้ได้เรียนรู้บ้าง

การเดินทางของอาหาร

นี่ไม่ใช่ภาพหุ่นนิ่งจากยุโรปสมัยศตวรรษที่สิบเจ็ด แต่เป็นผลผลิตสดใหม่จากตลาดระดับบนสี่แห่งในแมนแฮตตัน การกินอาหารที่ผลิตหรือปลูกในท้องถิ่นและลดการปล่อยคาร์บอนอาจกำลังเป็นที่นิยม แต่ผักผลไม้เหล่านี้ขนส่งเป็นระยะทางไกลมายังมหานครนิวยอร์ก บางชนิดเดินทางมาไกลเกือบ 15,000 กิโลเมตร ที่จริงแล้วการ นำเข้าผลผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 1980 อมิต รตานศีพ่อค้าที่ตลาดขายส่งแห่งหนึ่งในย่านบรองซ์ บอกว่า พ่อครัวและคนซื้อ “อยากรู้ว่าอาหารของพวกเขามาจากที่ไหน” ซึ่งอาจหมายถึงไร่นาใกล้เคียง อีกฝั่งหนึ่งของประเทศ หรือถ้าเป็นสินค้าจากต่างแดนก็อยู่ห่างออกไปครึ่งโลก อยากรู้ไหมว่าผลผลิตอาหารเหล่านี้เดินทางมาจากที่ไหนบ้าง คลิกชมได้ ที่นี่    อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, เทศกาลปามะเขือเทศเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่?

นพ. อุกฤษฎ์ อุเทนสุต นักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ของเมืองไทย

พูดคุยกับนักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ผู้ที่รวบรวมและศึกษาข้อมูลเรื่องราวเบื้องหลังแสตมป์ และนำไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ผม (ผู้เขียนบทความ) อายุ 24 ปี ครั้งสุดท้ายที่ผม “จับแสตมป์” คือเมื่อตอนอายุ 9-10 ขวบ เนื่องจากได้รับมอบหมายให้เขียนจดหมายส่งไปหาเพื่อนร่วมชั้น เป็นกิจกรรมที่ต้องทำในวิชาภาษาไทย หลังจากนั้นไม่นานนัก โลกก็เข้าสู่ยุคสมัยที่บ้านแต่ละหลังเริ่มมีอินเทอร์เน็ตเป็นของตัวเอง ทำให้การสนทนาผ่านโปรแกรม MSN หรืออีเมล์ กลายเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วไม่แพ้โทรศัพท์บ้านซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้วก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การไปที่สำนักงานไปรษณีย์ ร้านของชำ หรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อแสตมป์ติดซองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ เพื่อนำส่งไปให้ถึงผู้รับในอีก 2-3 วันข้างหน้า ก็กลายเป็นสิ่งที่ผมไม่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่ถึงแม้โลกการสื่อสารจะเปลี่ยนไป จนผู้คนเริ่มห่างเหินจากแสตมป์มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่า บรรดานักสะสมแสตมป์มากมายยังคงพึงพอใจในการเก็บรวบรวมสะสมในสิ่งที่พวกเขารัก ***************** โดยปกติ นายแพทย์อุกฤษฎ์ อุเทนสุต หรือ หมอโป้ง ตำแหน่งนายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้าฝ่ายวิชาการและแผนงาน ที่โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร แต่สำหรับในวงการนักสะสมแสตมป์ไทยแล้ว เขาคือนักสะสมแสตมป์พระรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “แสตมป์พระรูป ร. 9” […]