เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล - National Geographic Thailand

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่ง ลูกหลานชาวจีน โพ้นทะเล

เมื่อมองเผินๆ จากสายตาคนนอก และแม้แต่ ลูกหลานชาวจีน เองอย่างผม เสาหินสี่ต้นนั้นดูเหมือนของประดับตกแต่งสถาปัตยกรรมจีนที่เรามักพบเห็นตามศาลเจ้าทั่วไปในประเทศไทย แต่ตอนนี้ เราอยู่ที่ไหนสักแห่งในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน เบื้องหน้าเราคือกลุ่มศาลเจ้าที่เราได้รับการบอกกล่าวว่า เป็นศาลเจ้าประจำตระกูลเซียว แม้จะไม่ใช่คนที่รู้เรื่องหลักฮวงจุ้ยอะไร แต่ภาพกลุ่มศาลเก่าแก่ตามแบบสถาปัตยกรรมจีน ตั้งเด่นอยู่กลางท้องทุ่ง แวดล้อมไปด้วยบ้านเรือนและร้านค้า ด้านหลังคือทิวเขาเตี้ยๆ ด้านหน้าคือสระน้ำ ผมนึกถึงคำบอกเล่าที่มักได้ยินจากพ่อแม่เวลาครอบครัวเราไปไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลเช็งเม้ง สุสานหลายแห่งต่างมองหาทำเลที่ตั้ง “หน้าน้ำหลังภูเขา” เช่นนี้

ลูกหลานชาวจีน
ศาลบรรพชนตระกูลเซียว ตั้งเด่นเป็นสง่าในชัยภูมิ “หน้าน้ำ-หลังเขา” ตามหลักฮวงจุ้ย ที่ตำบลซูหยาง อำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ถ้าเป็นวันอื่นทั่วไป กลุ่มศาลเจ้าหรือศาลบรรพชนตระกูลเซียวแห่งนี้คงมีบรรยากาศเงียบสงบ แต่วันนี้เป็นวันสำคัญ พวกเราได้รับการต้อนรับตั้งแต่ลงจากรถด้านหน้าศาลาว่าการเมืองหรือ town hall ด้วยขบวนสิงโต มังกร กลองหลายขนาด คนตีกลองมีทั้งที่แต่งตัวด้วยสีแดงสดใสเหมือนพนักงานต้อนรับในโรงแรม และกลุ่มนักดนตรีพื้นเมืองในชุดสีเทาคุ้นตาแบบที่เรามักเห็นในภาพยนต์จีนรุ่นเก่าๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ทยอยเดินมาสมทบ บ้างออกมาจากบ้านเรือนที่อยู่รอบๆ จับจองที่นั่งบนเก้าอี้พลาสติกที่ทางเจ้าภาพจัดเตรียมไว้รองรับ

ลูกหลานชาวจีน
นักดนตรีแต่งกายสวยงามกับกลองเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศครึกครื้นให้กับงานในวันนี้
ลูกหลานชาวจีน
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงซึ่งมีทั้งผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กๆ ทยอยมาร่วมพิธีในวันนี้

พวกเราเกือบร้อยชีวิต กว่าครึ่งเป็นสมาชิกตระกูลเซียวที่มากันหลายรุ่น ตั้งแต่สมาชิกตัวน้อยไปจนถึงวัยรุ่น คนหนุ่มสาว และรุ่นพ่อแม่  ในเมืองไทย เรารู้จักพวกเขาในนามสกุล “สีบุญเรือง” นำคณะโดย ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

“ย้อนหลังไปเมื่อสองปีก่อนคือเมื่อปี 2559 พวกเราตระกูลสีบุญเรืองในเมืองไทยสืบเสาะจนพบว่า บ้านบรรพบุรุษของเราอยู่ที่ตำบลซูหยาง อำเภอหนานจิ้ง  โดยมีเบาะแสสำคัญคือ เสามังกรที่สลักชื่อของ เซียวฮุดเส็ง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณทวดชื่อ เซียวฮุดติ้น  เราก็เลยมาสำรวจกันก่อนเป็นคณะเล็กๆ ประมาณสิบคน พอมาดูจึงแน่ใจว่าใช่ ตั้งใจว่ากลับเมืองไทยแล้ว คงจะหาโอกาสพาญาติตระกูลสีบุญเรืองมาไหว้บรรพบุรุษให้เป็นเรื่องเป็นราวอีกสักครั้งหนึ่ง” ดร.อรรชกา เล่าความเป็นมา

ลูกหลานชาวจีน
ลูกหลานตระกูลเซียว หรือ “สีบุญเรือง” ขณะประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพชนภายในศาลเจ้าตระกูลเซียว

“เสามังกร” ที่ดร.อรรชกากล่าวถึงก็คือเสาสี่ต้นที่เราเห็นรอบศาลเจ้าตระกูลเซียวนั่นเอง เสาหินแกรนิตที่คะเนด้วยสายตาน่าจะสูงเกือบสิบเมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม บริเวณท่อนสุดท้ายก่อนถึงยอดเสาสลักเสลาลวดลายมังกรดั้นเมฆตามคติจีน ผมทราบจากมัคคุเทศก์ของเราว่า ยอดหรือหัวเสามังกรมักสลักเป็นรูปพู่กันหรือไม่ก็สิงโต พู่กันคือสัญลักษณ์แทนข้าราชการฝ่ายบุ๋นหรือจอหงวนที่เราคนไทยคุ้นเคยจากภาพยนตร์จีน หากหัวเสาสลักเป็นรูปสิงโตจะหมายถึงข้าราชการฝ่ายบู๊ เช่น แม่ทัพในอดีต และนายพลในยุคหลัง ประเพณีการยกเสามังกรจึงเป็นการยกย่องลูกหลานที่สร้างคุณงามความดีและชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูล เป็นคตินิยมที่ทำกันในหมู่ชาวจีนฮั่นโดยเฉพาะในภูมิภาคแถบนี้ (ตะวันออกเฉียงใต้) ของจีน

ลูกหลานชาวจีน
ทายาทและลูกหลานตระกูลเซียว หรือ “สีบุญเรือง” ถ่ายภาพคู่กับเสามังกรของ เซียวฮุดเส็ง ซึ่งเป็นบรรพบุรุษ หน้าศาลเจ้าตระกูลเซียว ที่ตำบลซูหยาง อำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน

“ประจวบกับเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน มร.หวาง จิ้น อู่ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เขตหนานจิ้ง ฝูเจี้ยน ได้มาเยือนเมืองไทยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเมืองไทยกับหนานจิ้ง  และต่อมาเราก็ได้ทราบว่า ทางตระกูลเซียวที่ตำบลซูหยางดำริจะสร้างเสามังกรโดยสลักชื่อดิฉันซึ่งเป็นลูกหลานตระกูลเซียวรุ่นที่ 19 และกำหนดทำพิธียกเสามังกรในวันที่ 16 มีนาคม จึงเป็นที่มาของการนำมาคณะมาที่นี่ในวันนี้” ดร.อรรชกาอธิบายและเสริมว่า “แต่เพื่อให้การมาเยือนครั้งนี้มีประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอนของบรรพบุรุษ  มากกว่าการมาประกอบพิธียกเสามังกรและเซ่นไหว้บรรพชนของพวกเรา  คณะจึงดำริว่าควรสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวและโอกาสทางการค้าและการลงทุนตั้งแต่เมืองเซียะเหมิน-จางโจว-หนานจิ้ง และนำคณะสื่อมวลชนติดตามมาด้วย”

ที่ศาลบรรพชนตระกูลเซียว พิธีการต่างๆ จัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ นอกเหนือจากขบวนสิงโต มังกร และกลอง เราเห็นปะรำพิธียกพื้นเหนือสระน้ำ บนโต๊ะเซ่นสังเวยมีทั้งหมูและแพะทั้งตัวที่ถูกชำแหละจัดวางไว้ ผลหมากรากไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง ไม่ต่างจากที่เราเห็นเวลาชาวจีนประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ข้างๆ นั้นคือเสามังกรต้นใหม่ที่จะทำพิธีในวันนี้

ลูกหลานชาวจีน
ขบวนเชิดมังกรสร้างสีสันให้กับพิธียกเสามังกรในวันนี้

 

เรื่องแนะนำ

สัมผัสชีวิตชาวเกาหลีเหนือ ผ่านการเดินทางของช่างภาพ

สัมผัส ชีวิตชาวเกาหลีเหนือ ผ่านการเดินทางของช่างภาพ Matjaž Tančič ช่างภาพชาวสโลวีเนียออกเดินทางไปยังดินแดนลึกลับในสายตาประชาคมโลก มันคือประเทศเกาหลีเหนือ เพื่อบันทึกภาพถ่ายวิถี ชีวิตชาวเกาหลีเหนือ และนำเสนอออกมาในรูปแบบนิทรรศการภาพสามมิติ วิดีโอนี้เป็นการบันทึกเบื้องหลังการทำงานของช่างภาพในการเดินทางไปถ่ายภาพของชาวเกาหลีเหนือตามที่ต่างๆ ซึ่งตลอดการเดินทางจะมีไกด์ชาวเกาหลีเหนือร่วมเดินทางไปกับพวกเขาตลอด ขอชวนคุณผู้อ่านออกเดินทางไปกับ Tančič สัมผัสชีวิตของชาวเกาหลีเหนือตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน, ฟาร์ม และโรงงาน ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าลึกลับที่สุดในโลก   อ่านเรื่องราวของเกาหลีเหนือเพิ่มเติมที่นี่ เหลียวมองเกาหลีเหนือ

เมืองในอนาคต : คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อเมือง

“เมืองในอนาคตจะมีลักษณะเป็นหย่อมเล็กๆ หนาแน่น แยกเป็นบล็อกหรือช่วงตึกที่เดินถึงกันได้และตั้งอยู่รอบโครงข่ายขนส่งมวลชนความเร็วสูง เมืองในอนาคตเหล่านี้จะนำสิ่งต่างๆ มาอยู่รวมกันอีกครั้ง" วิสัยทัศน์นี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเราลดการพึ่งพาการใช้รถยนต์อย่างจริงจังเท่านั้น

ชีวิตที่โลดแล่นบนรางของพนักงานขับแอร์พอร์ตลิงก์หญิง

 พูดคุยพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ หญิง 2 คน ที่เพิ่งผ่านการฝึกฝนและรับตำแหน่งไม่กี่เดือน กับเรื่องราว “อาชีพในฝัน” ของพวกเธอ “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ๊ะ” ถ้าในยุคที่ผมยังเป็นเด็กน้อย เราก็มักตอบคำถามยอดฮิตของผู้ใหญ่นี้ว่า “หนูอยากเป็นทหาร… ตำรวจ… หมอ… พยาบาล” กลับกันถ้ามาถามเด็กๆในยุคนี้คำตอบอาจต่างไป ด้วยเรื่องของยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเองได้ทำความรู้จักอาชีพหนึ่ง นั่นคือ “พนักงานควบคุมรถไฟฟ้า” พูดง่ายๆก็คือคนขับรถไฟฟ้านั่นแหละ ผมมองว่านี่เป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังเติบโตในบ้านเรา เพียงแต่ไม่ได้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ทำให้น้องๆที่เรียนจบแล้ว กำลังจะเรียนจบ หรือน้องๆที่ยังอยู่ในวัยฝันหวานยังไม่ค่อยรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่ในบ้านเรา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ แนน – นิตยาวรรณ ชื่นชม และ บิว – ธิดารัตน์ งามตา 2 สาวตัวเล็กๆที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า อาชีพนี้มีพนักงานหญิงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่น้องทั้งสองคนนี้ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยชั่วโมงการทำงานเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ทั้งคู่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งจัดว่าเป็นขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งเร็วที่สุดในเมืองไทย เพราะเป็นขบวนที่วิ่งระหว่างเมือง จึงจำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง ผมนัดพบทั้ง 2 สาวที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน 2 ร่างบอบบางเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน เมื่อหาที่นั่งได้แล้ว […]

อะแมนดา กอร์แมน กวีเยาวชน

กอร์แมน กวีรุ่นเยาว์ ผู้กล่าวบทกวีในวันสำคัญของไบเดน อะแมนดา กอร์แมน กวีวัย 22 ปี เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากเธออ่านบทกวีในงานพิธีปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กอร์แมนรับตำแหน่งกวีเยาวชนแห่งนครลอสแอนเจลิสตั้งแต่เธอมีอายุเพียง 16 ปี โดยครั้งนี้ เธอเป็นกวีที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้อ่านบทกวีในพิธีปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐอเมริกา โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดัง ทวีตข้อความถึงกอร์แมนว่า “ฉันไม่เคยรู้สึกภูมิใจที่เห็นหญิงสาวรุ่นใหม่ผงาดขึ้นแบบนี้มาก่อน!” โดยในงานพิธี กอร์แมนสวมแหวนกรงนกที่วินฟรีย์ให้เป็นของขวัญด้วย เพื่อสื่อถึงมายา แอนเกโล กวีผู้ล่วงลับที่อ่านกวีในวันปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน เมื่อปี 1993 บทกวี “ขุนเขาที่เราปีน” หรือ “The Hill We Climb” ของกอร์แมน ยังระบุถึงละครเพลงดังแห่งยุค “ฮามิลตัน” จนได้รับคำชื่นชมจากลิน-มานูเอล มิรันดา ผู้ประพันธ์ละครเพลงดังกล่าวว่า บทกวีดังกล่าว “เขียนและถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ” กอร์แมนกล่าวกับสื่อ เดอะนิวยอร์กไทมส์ ว่า เธอเขียนบทกวีไปได้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ บุกเข้าอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม […]