บันทึกภาษาให้ทันก่อนสิ้นสูญ - National Geographic Thailand

บันทึกภาษาให้ทันก่อนสิ้นสูญ

บันทึกภาษาให้ทันก่อนสิ้นสูญ

ณ อาคารที่อยู่อาศัยระหว่างย่านบรูคลินและควีนส์ คือสถานที่ตั้งของ Gottscheer Hall ป้ายประกาศที่ติดอยู่ด้านหน้าเขียนเอาไว้ว่าสถานที่แห่งนี้รับจัดงานแต่งงานและอีเว้นต่างๆ ที่ด้านในประดับประดาด้วยภาพถ่ายของผู้ชนะการประกวด “Miss Gottschee” เมื่อหลายสิบปีก่อน “คุณต้องรู้ภาษาถึงจะชนะได้” Alfred Belay วัย 92 ปีกล่าว พลางชี้ไปที่ภาพของลูกสาวเขาที่ชนะการประกวดในทศวรรษ 1980 ทุกวันนี้ในการประกวดแต่ละปี ปรากฏว่ามีผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวเท่านั้น

Belay แวะเวียนมายัง Gottscheer Hall อย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่เขาเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาเมื่อ 60 ปีก่อน จากนั้นในละแวกนี้ก็เต็มไปด้วยผู้อพยพจากภูมิภาค Gottschee ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นที่ราบสูงของประเทศสโลวาเนีย พวกเขาพูดภาษาเยอรมันแบบชาว Gottschee หรือที่เรียกกันว่าภาษา Gottscheerisch ปัจจุบัน Belay เป็นหนึ่งในไม่กี่พันคนที่ยังคงพูดภาษานี้ได้ และในทุกเทศกาลคริสต์มาสเขาจะกล่าวอวยพรเป็นภาษาอายุ 600 ปีนี้ ที่มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจความหมาย

Belay และน้องสาวของเขา Martha Huntter วัย 83 ปี อนุญาตให้ Daniel Bogre Udell วัย 26 ปี บันทึกวิดีโอขณะที่สองพี่น้องสนทนากันในภาษาดั้งเดิม และเมื่อ Bogre Udell ตั้งกล้องเสร็จ ทั้งคู่ก็พ่นภาษาลึกลับในกลุ่มเจอร์แมนิกที่แสนจะเข้าใจยากออกมาอย่างน้ำไหลไฟดับ

 

ความหลากหลายของภาษา

การได้ยินภาษาแปลกๆ หายากในย่านควีนส์ของมหานครนิวยอร์ก ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับ Bogre Udell ตัวเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มีชื่อว่า Wikitongues แค่ในรัศมีระยะ 10 ไมล์ของนครนิวยอร์ก ก็มีภาษาที่ผู้คนพูดกันมากถึง 800 ภาษาแล้ว แต่สัดส่วนนี้คิดเป็นเพียง 10% จากภาษาทั้งหมดทั่วโลกที่ประมาณกันว่ามีราว 7,099 ภาษา และภารกิจขององค์กรนี้คือการบันทึกภาษาที่มีทั้งหมดไว้ก่อนที่จะสิ้นสูญและหายไปตามกาลเวลา

Bogre Udell พูดได้สี่ภาษา เขาได้พบกับ Frederico Andrade ที่พูดได้ถึงห้าภาษา ในโรงเรียน Parsons เมื่อปี 2014 พวกเขาตัดสินใจเปิดตัวโปรเจคที่เกิดจากความทะเยอทะยานของทั้งคู่ในการรวบรวมภาษาทั่วโลกเอาไว้ ณ ตอนนี้พวกเขารวบรวมได้ 350 ภาษาแล้ว และในสิ้นปีนี้คาดว่าจะรวมได้ทั้งหมด 1,000 ภาษา ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถฟังตัวอย่างได้ผ่าน ช่องทางออนไลน์

“เมื่อมนุษย์สูญเสียภาษาใดภาษาหนึ่งไป นั่นหมายถึงการสูญเสียความหลากหลายในด้านศิลปะ, ดนตรี, วรรณกรรมและวัฒนธรรมอื่นๆ ด้วย” Bogre Udell กล่าว “มิเกล เดอ เซอร์วันเตสจะยังประพันธ์งานได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ใช้ภาษาสเปน? หรือบียอนเซ่จะร้องเพลงได้เหมือนเดิมไหมถ้าไม่ใช้ภาษาอังกฤษ?”

ในช่วงปี 1940 ถึง 2010 มีภาษาที่สูญหายหรือเรียกกันว่ากลายเป็นภาษาตายไปแล้วจำนวน 230 ภาษา ข้อมูลจาก UNESCO Atlas ทุกวันนี้หนึ่งในสามของภาษาทั้งหมดทั่วโลกมีผู้ใช้เหลือน้อยกว่าพันคน และทุกๆ สองสัปดาห์จะมีภาษาตายเกิดขึ้นเพิ่มอีกหนึ่งภาษา นั่นทำให้นักวิชาการคาดการณ์กันว่าในอีกศตวรรษหน้า ราว 50 – 90% ของภาษาในวันนี้จะหายไป

อย่างไรก็ตามในบางกรณีเจตจำนงทางการเมืองและการจดบันทึกอย่างละเอียดก็สามารถช่วยภาษาที่ตายแล้วให้กลับมาได้ เช่นภาษาฮีบรูที่เคยสูญหายไปในช่วงก่อนศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์กาลถึงทศวรรษที่ 1800 หรือภาษาคาตาลันที่กลับมานิยมอีกครั้งในช่วงทศวรรษที่ 1970 เพราะรัฐบาล หรือกรณีภาษาของชนเผ่าไมอามี ในรัฐโอคลาโฮมา ที่ผู้พูดคนสุดท้ายเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 40 ปีก่อน แต่ภาษานี้สามารถกลับมาได้อีกครั้งในปี 2001 โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไมอามี ในโอไฮโอที่ศึกษามันอีกครั้ง ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตมีส่วนมากในการช่วยเชื่อมโยงผู้คนที่พูดภาษาหายากให้เข้าถึงคนอื่นๆ รวมไปถึงบรรดานักวิจัยและนักวิชาการ หรือแม้กระทั่งการแชทข้อความเองก็มีส่วนช่วยอนุรักษ์ภาษาไว้ แม้ว่าภาษานั้นๆ จะไม่มีรูปแบบการเขียนก็ตาม

ต่อให้ไม่มีบันทึกหรือไม่ทราบถิ่นที่ผู้คนใช้ภาษานั้นๆ แต่ Wikitongues สามารถรวบรวมภาษาที่ใกล้สูญสิ้นเหล่านี้ได้ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจจากบรรดาอาสาสมัครทั่วโลกใน 40 ประเทศ ที่ช่วยบันทึกวิดีโอของเจ้าของภาษาตัวจริง ในบทสนทนาที่ให้ความแตกต่างของรูปประโยคอดีต ปัจจุบัน และอนาคต นอกจากนั้นพวกเขายังถูกขอให้เล่าถึงประสบการณ์ในวัยเด็ก หรือเรื่องราวโรแมนติก ถกเถียงถึงเป้าหมายชีวิตและความฝันอีกด้วย เพื่อให้ได้อารมณ์ของผู้สื่อสารออกมา

ยกตัวอย่างอาสาสมัครท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศวานูอาตู บนหมู่เกาะทะเลใต้แปซิฟิกพบเข้ากับภาษาที่นักภาษาศาสตร์เองก็ไม่เคยศึกษามาก่อน อาสาสมัครอีกท่านหนึ่งตามรอยภาษาเก่าไปจนเจอลูกหลานของชาวไอนุ ชนพื้นเมืองในญี่ปุ่นที่แยกตัวอย่างโดดเดี่ยวมานาน นั่นทำให้ภาษาของพวกเขายังคงเอกลักษณ์และไม่ได้รับอิทธิพลจากภาษาอื่น

ทว่าเป้าหมายของ Wikitongue ยิ่งใหญ่กว่าการแค่เก็บรวบรวมบันทึก พวกเขามีแผนที่จะเปิดให้ผู้คนทั่วไปที่สนใจได้เรียนรู้ภาษาใกล้สูญเหล่านี้ด้วย แม้ว่าบรรดาเจ้าของภาษาจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ด้วยแอพพลิเคชั่น Poly ที่เอื้อให้ผู้ใช้งานสร้างพจนานุกรมภาษาขึ้นมาทั้งในรูปแบบของตัวอักษร, เสียง และวิดีโอ

 

เรื่องแนะนำ

เชน ที่เห็น ไม่เป็นอย่างที่คิด

ศาสนา เชน ในอินเดีย 1.ศาสนา เชน (Jainism) ในความรับรู้ของผม คือศาสนาหนึ่งที่อุบัติขึ้นบนโลกในเวลาไล่เลี่ยกับศาสนาพุทธ และยังมีบทบัญญัติกับคำสอน ใกล้เคียงกับศาสนาพุทธมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น คือความรับรู้ว่านักบวชนิกายหนึ่งของศาสนานี้ เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติและการนุ่งห่มแบบดั้งเดิมอย่างที่สุด คือการไม่นุ่งอะไรเลย เวลาไปไหนก็มีเพียงรองเท้าคีบกับกาน้ำในมือเดินโทงๆ ไปเท่านั้น แต่วันหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสสัญจรไปในหลายเมืองของแคว้นราชสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ได้เห็นวัดของศาสนาเชนหลายแห่ง ความรับรู้เกี่ยวกับศาสนานี้ก็เปลี่ยนไป เพราะแต่ละวัดนั้นช่างโอฬารตระการตา และเกือบทั้งหมดจะตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่นครทอง-ไจยซัลเมียร์ นครคราม-จ๊อดเปอร์ หรือโยธปุระ และนครหลากสี อย่างบิคาเนอร์ ฯลฯ เชนสถานล้วนโออ่าเทียบเคียง หรือบางแห่งอาจจะใหญ่กว่าเทวสถานฮินดูของประชากรส่วนใหญ่ในเมืองนั้นๆ เสียอีก ในขณะที่เสียเวลาเปล่า ถ้าจะมองหาโบสถ์ วิหารในศาสนาพุทธ “…อย่าลืมสิว่าคุณกำลังอยู่ในแคว้นที่เปรียบได้ดั่ง “เมกกะ” หรือศูนย์กลางของศาสนาเชนในอินเดีย หรือกล่าวได้ว่าในโลกใบนี้….” มัคคุเทศก์ชาวอินเดียที่ถือฮินดูเป็นสรณะ เอ่ยขึ้น ครั้นเห็นแววตาฉงนของผม เขาจึงสำทับขึ้นอีกว่า “…เพราะแคว้นราชสถานนั้น ถึงแม้จะเป็นแคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย แต่พื้นที่ถึงเกือบร้อยละ 80 เป็นทะเลทราย ซึ่งหมายถึงทะเลทรายธาร์ หรือ Great Indian Desert ที่กว้างใหญ่กว่า 2 […]

เนยโฮมเมดที่มีอายุครึ่งศตวรรษ

“เนยโฮมเมด”ที่มีอายุครึ่งศตวรรษ Baqar Taihan กำลังขุดบางอย่างที่กินได้ออกมาจากใต้ดิน ในเมืองกาเนช ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมเชิงเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของปากีสถาน Taihan กำลังขุดเอาบางสิ่งที่มีค่าไม่ต่างจากทองคำ มันคือเนยโฮมเมดที่ทำมาจากนมของวัวและจามรี ห่อหุ้มด้วยเปลือกไม้เบิร์ช และบรรจุใส่กล่องฝังไว้ยังใต้ดินของจัตุรัสกลางเมืองเป็นเวลานานหลายปี โดยที่เนยบางก้อนนั้นมีอายุมากกว่า Taihan เองที่อยู่ในวัยกลางคนเสียอีก “ปู่ย่าของเราฝังเนยเหล่านี้นานเป็นร้อยปี” Taihan นักกิจกรรมท้องถิ่นและนักประวัติศาสตร์มือสมัครเล่นของชุมชนกล่าว “ทุกวันนี้เนยที่เก่าแก่ที่สุดที่ผมรู้จักมีอายุประมาณ 40 – 50 ปี” (วัฒนธรรมอาหารเก่าแก่ไม่ได้รวมถึงแค่กระบวนการหมักเท่านั้น มาชมวิธีการปรุงซุปแบบคนโบราณ) Maltash คือชื่อเรียกของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ทำจากนมสัตว์ อาหารขึ้นชื่อของชาวฮันซา ที่อาศัยอยู่ในเมืองกาเนช สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแยกตัวเป็นอิสระจากปากีสถานในปี 1974 เนย Maltash จะได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีหลายปีใต้พื้นดินบนที่ราบสูง ภูมิภาคแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของเกษตรกรผู้เสี้ยงสัตว์และปลูกเอพริคอตมานานหลายร้อยปี พวกเขานับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ และยังคงรักษาวัฒนธรรมเก่าแก่ไว้ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทำไวน์หรือองค์ความรู้เชมัน (คนทรงเจ้าที่มีความสามารถติดต่อกับวิญญาณได้) แตกต่างจากอาหารที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศรสจัดจ้านเหมือนชาวเอเชียใต้ อาหารของพวกเขารสชาติเบาและประกอบด้วยธัญพืชเสียเป็นส่วนใหญ่ ผักที่ปรุงเกือบสุก ผลไม้ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม ที่ว่ากันว่าอาหารเหล่านี้ช่วยให้ชาวฮันซามีอายุยืนยาว “เนยที่ผลิตจากหุบเขานี้ เป็นเนยที่มีกลิ่นแรงที่สุด” ข้อเขียนจาก E.F. Knight เจ้าหน้าที่ชาวอังกฤษ จากยุคล่าอาณานิคม ผู้มีประสบการณ์กับอาหารท้องถิ่นนี้ในปี 1892 “ยิ่งเก็บไว้นานมากเท่าไหร่ เนยก็จะยิ่งมีรสชาติดีมากเท่านั้น พวกเขาฝังเนยไว้ใต้ดิน […]

เพชรพระอุมา : สุดยอดวรรณกรรมแห่งการผจญภัยในผืนป่าลึกลับระดับตำนาน

เรื่องราวชีวิตของ พนมเทียน นักประพันธ์ผู้ล่วงลับที่สร้างสรรค์วรรณกรรมผจญภัยระดับตำนานอย่าง “ เพชรพระอุมา ” ซึ่งสร้างภาพจินตนาการอันบรรเจิดน่าตื่นเต้นในโลกแห่งพงไพร และสร้างแรงบันดาลใจในการออกท่องป่าให้กับผู้อ่านมาแล้วมากมาย นวนิยายเรื่องหนึ่งอาจไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องเล่าที่ส่งเสริมจินตนาการ เปิดหูเปิดตา ให้ความรู้ พาให้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น สร้างอารมณ์หลากหลาย เกิดเป็นเรื่องราวอันประทับใจไม่รู้ลืม ในแต่ละยุคสมัย ก็จะมีนวนิยายที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไปหลายเรื่อง ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปในเมืองไทยช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2500 ในยุคที่นิยายที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารกำลังเฟื่องฟู นวนิยายที่คนในยุคสมัยนั้นลงความเห็นว่าโดดเด่น อ่านสนุก ผู้เขียนมีฝีไม้ลายมือจนนักอ่านในสมัยนั้น (ที่ตอนนี้อาจเริ่มอยู่ในวัยกลางคนกันแล้ว) รอคอยติดตามกันอย่างเหนียวแน่น ก็คงจะเป็นนวนิยายเรื่อง “เพชรพระอุมา” เรื่องราวของการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นในป่าลึก โดยนักเขียนที่มีฝีมือโดดเด่นและฝากผลงานเอาไว้มากมายอย่าง พนมเทียน หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา คุณฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากโรคชรา สิริรวมอายุ 89 ปี ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความอาลัยให้กับนักอ่านและวงการวรรณกรรมอย่างยิ่ง เพราะนี่ถือเป็นการสูญเขียนนักประพันธ์คนสำคัญที่ฝากงานเขียนชั้นเลิศไว้กับวงการวรรณกรรมไทยหลายเรื่อง มิใช่แค่เรื่องเพชรพระอุมาเท่านั้น ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เจ้าของนามปากกา พนมเทียน เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน […]

Gen Love – รักเข้มข้น

“ยากกว่าการหาคนรักคือการรักษาคนรักไว้” เนื่องในวันแห่งความรักนี้ มาร่วมหาคำตอบว่าอะไรคือเคล็ดลับของการมีความรักที่ยืนยาว? ผ่านเรื่องราวของคู่รักหลายคู่ที่อยู่ร่วมกันมากว่า 50 ปี