วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ 4 หลักสูตรใหม่ จาก Thammasat School of Engineering

วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ 4 หลักสูตรใหม่ จาก Thammasat School of Engineering

ก้าวสู่โลกกว้างของวิศวกรยุคใหม่ กับทักษะรอบด้านที่มีมากกว่า อัปเดตกว่า ย่อมได้เปรียบกว่า

โลกแห่งการทำงานและการเรียนในปัจจุบันก้าวข้ามคำว่าขอบเขตไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะสาขาวิชาชีพใดก็จำเป็นจะต้องวิ่งตามให้ทันนวัตกรรมและแนวโน้มของยุคสมัยให้ได้

เช่นเดียวกันกับสาขาวิชาวิศวกรรม อีกหนึ่งสาขาที่นับเป็นอาชีพผู้สร้างนวัตกรรมและขับเคลื่อนโลกให้เดินไปข้างหน้า ทักษะและองค์ความรู้ข้ามสายงานเป็นเครื่องมือจำเป็นที่จะทำให้ได้เปรียบในตลาดแรงงานยุคใหม่ทั้งในสายงานวิศวกรรมศาสตร์ รวมไปถึงภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

หลักสูตร ‘วิศวะฯ นานาชาติเชิงบูรณาการ’ หรือ TEPE (Thammasat English Programme of Engineering) โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเริ่มต้นขึ้นในปีการศึกษา 2566 เพื่อสร้างวิศวกรศักยภาพสูง เติมทักษะความรู้หรือคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ไปพร้อมกับการสร้างวิศวกรผู้สร้างนวัตกรรมที่ตอบกับความต้องการรอบด้านของประชากรโลก

สร้างหลักสูตรใหม่ จากแนวโน้มวิศวกรรมแห่งอนาคต

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ตลอดระยะทางกว่า 3 ทศวรรษของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านทั้งเทรนด์การศึกษาในแต่ละยุคสมัยและเพาะบ่มความเชี่ยวชาญของการเป็นพื้นที่แห่งองค์ความรู้จนเชี่ยวกรำ จนมาถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม การปรับตัวของมหาวิทยาลัยก็มีบทบาทในการปรับกรอบความคิดหรือ Mindset โดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และทักษะความรู้ให้กับนักศึกษาเช่นเดียวกัน

“มาถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 33 แล้ว ถึงเวลาต้องมีการทบทวนบทบาทของสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมที่เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่การพัฒนาคนรุ่นใหม่ เป็นที่มาของปฐมบทใหม่ของการเรียนวิศวกรรมเชิงบูรณาการ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทักษะตามความต้องการของอนาคต” รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานเปิดตัว 4 หลักสูตรใหม่

รศ.ดร.นภดล อุชายภิชาติ รองคณบดีฝ่ายบริหารหลักสูตรนวัตกรรม

หลักสูตรโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตหลักสูตรนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือ TEPE ถูกออกแบบโดยมองไปถึงแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคต และการสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่ไม่ได้จำกัดปลายทางอยู่ที่การฝึกงานหรือทำโปรเจกต์จบในแบบเดิมๆ

ตลอดระยะเวลา 4 ปีในหลักสูตรจัดการเรียนการสอนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแบ่งเป็นการเรียนตามรายวิชาของโครงสร้างหลักสูตร 3.5 ปี และเทอมสุดท้ายนักศึกษาสามารถเลือกศึกษาตามแผนการเรียนที่ตนเองต้องการได้ ได้แก่

  1. Research Track – เลือกทำโปรเจกต์หรือทำงานวิจัย (Research)
  2. Exchange Track – เลือกเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนในต่างประเทศ กับมหาวิทยาลัยคู่สัญญาของคณะ
  3. Long-term Internship Track – เลือกเข้าร่วมโครงการฝึกงานระยะยาว ณ สถานประกอบการในประเทศไทย หรือต่างประเทศ

พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ กับองค์ความรู้ฉบับสมบูรณ์

ในส่วนของหลักสูตรบูรณาการ จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานพันธมิตรที่จะช่วยเข้ามาเติมเต็มการเรียนการสอนให้เข้มข้น และเข้าถึงการประยุกต์ใช้งานเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและโลกอย่างแท้จริง

เวทีเสวนากับหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 3 แห่ง

ความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 3 จึงเข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างสรรค์หลักสูตรใหม่ทั้ง 4 เพื่อเพิ่มทักษะเฉพาะทางไปพร้อมกับความรู้รอบด้านจากผู้รู้จริงที่รวบรวมมาให้พร้อมเรียนรู้เพื่อสร้างวิศวกรยุคใหม่ออกสู่ตลาดโลก

  1. หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้าและข้อมูล (Electrical and Data Engineering) กับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)

หลักสูตรที่เน้นองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ควบคู่กับความรู้ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ระบบ IoT, AI, Coding, Cloud Computing และการประมวลผลข้อมูล ครบทั้ง Hardware, Software และ Data Analysis โดยความร่วมมือกับ NECTEC ที่มุ่งเน้นส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านวิศวกรรม เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากตัวจริง และพัฒนาโปรเจกต์จากชั้นเรียนสู่การใช้งานจริง

  1. หลักสูตรวิศวกรรมโยธา และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Civil Engineering and Real Estate Development) กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มธ. (TDS)

หลักสูตรที่เน้นองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการก่อสร้าง พร้อมกันกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และการวางแผนการพัฒนาเมืองควบคู่ไปกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง โดยนักศึกษาทั้ง 2 คณะสามารถลงทะเบียนเก็บหน่วยกิตในรายวิชาที่เกี่ยวข้องได้

  1. หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลและการจัดการอุตสาหกรรม (Mechanical Engineering and Industrial Management) กับมหาวิทยาลัยอีแกม ลาซาล ประเทศฝรั่งเศส (ECAM LaSalle, France)

หลักสูตรมุ่งเน้นผลิตวิศวกรเครื่องกลที่มีองค์ความรู้ด้านการบริหารอุตสาหกรรม บูรณาการเข้ากับองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกล ระบบ IoT และ Automation รวมทั้งการจัดการอุตสาหกรรม โดยทาง ECAM เปิดโอกาสให้อาจารย์และนักศึกษาผ่านโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยในความร่วมมือ และล่าสุดกับการเปิดตัว Training Center ที่ มธ.ศูนย์พัทยา เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและพัฒนานวัตกรรมแห่ง EEC

  1. หลักสูตรวิศวกรรมเคมีและการจัดการ (Chemical Engineering and Management)

หลักสูตรวิศวกรรมเคมีที่ควบคู่ไปกับความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดการทางวิศวกรรม รวมทั้งการเป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี เพื่อพร้อมก้าวสู่การเป็นสตาร์ตอัพแบบเต็มตัว

นับว่าการเริ่มต้นการศึกษาแบบข้ามศาสตร์ระหว่างวิศวกรรมและสาขาที่เกี่ยวข้องเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการเรียนวิศวกรรม อันเป็นรากฐานที่แข็งแรงของการพัฒนาแนวคิดของนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมในอนาคต ต่อยอดไปสู่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศผ่านบุคลากรคุณภาพยิ่งขึ้นไป

โครงการหลักสูตรวิศวกรรมบัณฑิตหลักสูตรนานาชาติ (TEPE)

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

โทร. 0-2564-3001 ต่อ 3256 , 08-3618-3410

Facebook Fanpage : TEP-TEPE คณะวิศวกรรมศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Line Official : @tse-thammasat

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี


อ่านเพิ่มเติม คลังหน่วยกิตแห่งชาติ สู่อนาคตไทยผ่านการศึกษาตลอดชีวิต

คลังหน่วยกิตแห่งชาติ

เรื่องแนะนำ

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มุ่งสร้างนักวิจัยพร้อมนวัตกรรม

กำเนิดวิทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ต้องการบ่มเพาะให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ และสร้างคนเก่งที่เป็นคนดี หากพูดถึงคำว่า ‘คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์’ เชื่อว่าหลายคนจะคิดถึงชื่อวิชาที่ต้องเรียนจนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ แต่ที่ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ ความหมายของคำนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของวิชาการ แต่เป็นเรื่องของกระบวนการคิด สร้างสรรค์ และหลักเหตุผลที่หลอมรวมเข้าในทุกวิชาเรียน “ทำไมเราต้องมาสนใจเด็ก gifted?” ดร.ธงชัย ชิวปรีชา ผู้อำนวยการ โรงเรียน กำเนิดวิทย์ เริ่มต้นเท้าความถึงดำริของโรงเรียนที่มองภาพใหญ่คือการสร้างบุคลากร เพื่อนำนวัตกรรมกลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี “ถ้าเราหันกลับไปดูว่า ทำไมประเทศของเราถึงยากจน ถ้าเราดูย้อนหลังปี 1965 GDP ของเราสูงกว่าเกาหลีนะ แต่หลังจากนั้นอีก 20-30 ปี เราน้อยกว่าเขา 4-5 เท่า หรือจีนที่พึ่งเปิดประเทศไม่นาน ตอนนี้เขาล้ำหน้ากว่าเราไปมาก ทำไมเราทำไม่ได้? “ณ วันนี้ เรามีคนที่ประกอบอาชีพนักวิจัย นักประดิษฐ์ อยู่ประมาณ 1,300 คนต่อประชากรล้านคน ในขณะที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีอยู่ที่ประมาณ 6 พัน ทั้งหมดทั้งประเทศไทยมีนักวิจัยประมาณ 8-9 หมื่นคน […]

มีชัยพัฒนา โรงเรียนนวัตกรรมและทักษะชีวิต

มีชัยพัฒนา โรงเรียนนวัตกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม การเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างนักเรียน-โรงเรียน-ชุมชน สมัยยังเรียนชั้นมัธยม กิจวัตรของการเรียนคงหนีไม่พ้นเข้าห้องเรียน รอพักเที่ยง แล้วเลิกเรียนกลับบ้าน โดยทั่วไป เรามองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับโรงเรียนในฐานะที่เป็นแหล่งมอบการศึกษาให้กับนักเรียน ด้วยศักยภาพของโรงเรียนซึ่งมีทั้งทางด้านกายภาพ ในเรื่องอาคารสถานที่ และทางด้านองค์ความรู้พร้อมใช้เพื่อระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โรงเรียน มีชัยพัฒนา มองเรื่องราวเหล่านี้ในมุมกลับกัน จากทรัพยากรที่มีในมือของโรงเรียนจะถูกใช้งานอย่างไรให้ได้เต็มประสิทธิภาพ? จากนักเรียน มองออกนอกรั้วโรงเรียนไปถึงชุมชน พร้อมกับความตั้งใจที่อยากให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคน “ผมทำงานเรื่องการเปลี่ยนแปลง เป็น Change Maker ปรับตัวมาตลอด รวมถึงวันนี้ก็ประมาณ 50 ปีแล้ว” คุณมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งและประธานโรงเรียน เล่าให้เราฟัง “มีอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อสัก 18 ปีก่อน ผมเริ่มหาทุนมาให้นักเรียนเป็นทุนการศึกษา ให้เงินไปก็คิดว่าดี แต่พอเข้าไปดูในรายละเอียดแล้ว มันไม่ได้มีอะไรที่ผมคิดว่าจะดีขึ้น มันเป็นวงจรที่ส่งเด็กกลับไปเข้าไปในระบบเดิม เราก็เลยเริ่มคิดว่าต้องหาระบบใหม่ สร้างระบบที่เป็นของเราเอง” ระบบที่ว่า คือระบบการศึกษาที่เน้นทักษะชีวิตไปพร้อมกับทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กนักเรียนที่จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาสามารถบริหารจัดการการใช้ชีวิต ด้วยจุดมุ่งหมายให้ครอบครัวและชุมชนมีคุณภาพชีวิตและรายได้ที่ดีขึ้น นี่แหละคือชีวิตจริงที่ทุกคนต้องเจอในอนาคต   โรงเรียนที่เชื่อในความสามารถของปัจเจกบุคคล เรามีโอกาสได้ฟังการเล่าเรื่องโรงเรียนผ่านประสบการณ์จริงของนักเรียน 5 คน น้ำเสียงฉะฉานเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ บอกเล่าเรื่องราวของโรงเรียนประจำแห่งนี้ที่ทุกคนได้ใช้ชีวิตตลอดทั้งวันและทั้งเทอม […]

ชวนคุยเรื่อง ความยุติธรรม , วิชา ‘การให้เหตุผลเชิงศีลธรรม’ ผ่านเหตุการณ์ชีวิตจริง

ในยุคที่การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หลักสูตรภาคบังคับ วิชา Justice ความยุติธรรม โดย ไมเคิล เจ. แซนเดล กลายมาเป็นวิชาถูกสอนในโรงเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพราะการศึกษาในศตวรรษใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหลักสูตรตามกระบวนการเรียนรู้ในขนบเดิมอีกต่อไป หลายโรงเรียนออกค้นหาวิชาที่เอื้อให้เด็กมีทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นและสาธารณะอย่างมีคุณภาพ Justice กลายมาเป็นหนึ่งในวิชาสำคัญที่กลายมาเป็นแกนหลักในการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตให้กับนักเรียนชั้นมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง หรือใช้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา JUSTICE : What’s the Right Thing to Do? หรือ ‘ความยุติธรรม’ หนังสือชื่อตรงไปตรงมา ถูกแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกในปี 2554 และพิมพ์ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 จนถึงปัจจุบัน จากความตั้งใจของ สฤณี อาชวานันทกุล ผู้แปลและลูกศิษย์ของอาจารย์ไมเคิล เจ. แซนเดล ผู้เขียน ที่ต้องการชวนผู้อ่านตั้งคำถามกับสังคมผ่านประเด็นเรื่องราวร่วมสมัยด้วยแว่นตาของทฤษฎีปรัชญาแบบย่อยง่ายและอ่านสนุก สังคมที่ความกล้าตั้งคำถามเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนให้ผู้คนก้าวออกมาส่งเสียง การคิดเชิงวิเคราะห์และความรู้นอกห้องเรียนคือสิ่งที่ผู้คนโหยหา หนังสือคือแหล่งข้อมูลที่เป็นกลางสำหรับทุกคน ทั้งหมดนี้ประกอบสร้างให้ Justice ไม่เพียงแต่เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมและอารยชน เราอยู่ในเทศกาลหนังสือกับนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามาพบปะกับคุณสฤณี ขอลายเซ็น และแลกเปลี่ยนทรรศนะ เช่นเดียวกันกับที่เราชวนเธอนั่งคุยเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ จากประสบการณ์ในห้องเรียน สู่วิชา ‘ความยุติธรรม’ ที่เป็นของทุกคน สมัยเรียนปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วิชา […]

SIIT ธรรมศาสตร์ กับภารกิจ Learning for the Future

ถอดรหัสการศึกษาเพื่อวันข้างหน้า SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับภารกิจ Learning for the Future คุณคิดว่า ทักษะแบบไหนกันแน่ที่โลกอนาคตต้องการ? Analytical thinking and innovation ทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะด้านนวัตกรรม Complex problem-solving ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน Creativity, Originality, and initiative ทักษะความคิดสร้างสรรค์และการริเริ่มสิ่งใหม่ หรือจริงๆแล้วจะเป็นแค่ ทักษะการหาความสุข และการค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่? บรรทัดนี้ไม่ได้มีเฉลย แต่ถึงเช่นนั้นไม่ว่าจะเลือกคำตอบแบบใด หากเมื่ออนาคตถูกตีความว่าคือสิ่งที่ยังไม่เกิด หัวใจหลักของทุกข้อจึงหนีไม่พ้นการ “เตรียมตัว” สำหรับวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวด้านความคิด ลงมือทำ การใช้นวัตกรรม รวมถึงสภาพอารมณ์จิตใจ อาจฟังเป็นเรื่องนามธรรม และพล็อตเรื่องที่ว่าด้วยการศึกษาแห่งอนาคตก็น่าจะจบเพียงเท่านี้ ถ้าไม่ใช่ครั้งหนึ่งสถาบัน SIIT ได้ถูกก่อตั้งขึ้น และพยายามถอดรหัสความต้องการแห่งอนาคตนั้นให้เกิดขึ้นได้จริง   อนาคตของอดีต ย้อนไปในช่วงปี พ.ศ.2535 ช่วงนั้นเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก มีการตั้งโรงงานขนาดใหญ่ในไทยหลายแห่ง และหนึ่งในอนาคตที่มาถึงเร็วที่สุด นั่นคือ ตลาดแรงงานด้านวิศวกรเปิดกว้าง ต้องการบุคลากรที่มีศักยภาพ เชี่ยวชาญ สามารถสื่อสารกับต่างประเทศได้ […]