งานศิลปะจากขยะพลาสติก ของช่างภาพ แมนดี บาร์เกอร์ สร้างมาจากขยะที่เกลื่อนชายหาด

งานศิลปะจากขยะพลาสติก

งานศิลปะจากขยะพลาสติก

ตอนที่ช่างภาพ แมนดี บาร์เกอร์ กลับไปยังชายหาดในอังกฤษที่เธอเคยเก็บเปลือกหอยตอนเป็นเด็ก เธอพบเบาะที่นั่งของเด็กในรถยนต์และตู้เย็นอยู่รวมกับกองขยะพลาสติก เธอยังสังเกตเห็นความไม่อินังขังขอบของผู้คนที่ดูเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับภาพขยะที่เกลื่อนชายหาด จึงเกิดความคิดในการสร้าง งานศิลปะจากขยะพลาสติก

ดังนั้น เธอจึงเปลี่ยนบริบทนั้นเสียใหม่ เริ่มจากการเก็บเศษขยะพลาสติกและนำมาถ่ายภาพบนฉากหลังเรียบ ๆ บาร์เกอร์พบว่า ภาพขยะกลับมาดูน่ากลัวอีกครั้ง “ฉันอยากสร้างบางสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมขึ้นมาได้ค่ะ” เธอบอก แรงกระตุ้นนั้นนำไปสู่โครงการถ่ายภาพต่าง ๆ ที่ตีแผ่ว่า พลาสติกมีอยู่รอบตัวเราและยังเดินทางได้ไกลเพียงใด เป็นต้นว่าตลับหมึกพิมพ์จากเรือในมหาสมุทรแอตแลนติกถูกคลื่นซัดไปสู่ชายหาดต่าง ๆ ตั้งแต่แอฟริกาเหนือไปจนถึงนอร์เวย์ หรือฝาขวดนํ้าที่ถูกโยนทิ้งจากขวดพลาสติกหลายพันล้านขวดที่ผลิตในแต่ละปี ไปปรากฏตามหาดและ ในกระเพาะอาหารของนกทั่วโลกอย่างไร

ศิลปะจากขยะ
เพื่อชี้ให้เห็นว่า ขยะพลาสติกในมหาสมุทรมีอยู่รอบตัวเรา เธอขอให้คนเก็บและส่งขยะพลาสติกที่รู้จักกันดีที่สุดมาให้ นั่นคือฝาขวดนํ้าอัดลมโคคา-โคลา และได้รับฝานี้กว่า 3,000 ฝาที่เก็บได้จากชายหาดทั่วโลก บางฝามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ข้างใน / ภาพคอมโพสิตประกอบขึ้นจากภาพซ้อน 51 ภาพ

เธอวางแผนโครงการต่าง ๆ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและบอกว่า ภาพถ่าย “ทำให้วิทยาศาสตร์มี นํ้าเสียงที่มองเห็นได้” โดยมุ่งสื่อให้คนรับรู้ถึงผลกระทบที่พลาสติกก่อขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในรูปแบบที่งานวิจัยบนกระดาษไม่อาจทำได้ บาร์เกอร์รู้สึกลึก ๆ ว่า ไม่มีพื้นที่แห่งใดในโลกที่ปลอดจากพลาสติก “ตั้งแต่ขั้วโลกไปจนถึงเส้นศูนย์สูตร ตั้งแต่ผิวทะเลไปจนถึงก้นมหาสมุทร” เธอจึงอยากให้พวกเราที่เหลือรู้สึกอย่างนั้นด้วยเช่นกัน

เรื่อง นาตาชา เดลี

ภาพถ่าย แมนดี บาร์เกอร์

ศิลปะจากขยะ
พลาสติกทุกชิ้นในภาพนี้พบในกระเพาะอาหารของลูกนกอัลบาทรอสเพียงตัวเดียว เศษพลาสติกที่กองอยู่นอกตัวนก ซึ่งตายเพราะพลาสติก มีตั้งแต่ฝาขวดนํ้าในแถวบนไปจนถึงเศษชิ้นส่วนเล็กๆ ในแถวล่าง
ศิลปะจากขยะ
ตลับหมึกพิมพ์ถูกคลื่นซัดเกยหาดในยุโรปมาตั้งแต่ต้นปี 2014 หลังเรือสินค้าลำหนึ่งอับปางลงระหว่างเกิดพายุในมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อเวลาผ่านไป ตลับหมึกผุพังกลายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่สัตว์กินเข้าไปได้ งานศิลปะรูปกระแสวนของบาร์เกอร์กระตุ้นให้คนดูรับรู้ถึงพลังและผลกระทบของการรั่วไหลเพียงครั้งเดียว / ภาพคอมโพสิตประกอบขึ้นจากภาพถ่ายแปดภาพ
ศิลปะจากขยะ
ในบรรดาขยะพลาสติกกว่าห้าล้านล้านชิ้นที่ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทร เราอาจพบชิ้นที่หยิกหยอยแบบนี้ บาร์เกอร์เห็นว่าเศษขยะเหล่านี้ดูเหมือนม้านํ้าและสัตว์นํ้าชนิดอื่นๆ และใช้เวลาห้าปีในการเก็บรวบรวมจากชายหาดในพื้นที่ห่างไกลต่างๆ / ภาพคอมโพสิตประกอบขึ้นจากภาพถ่ายห้าภาพ

 

อ่านเพิ่มเติม

วิกฤติพลาสติกล้นโลก

ชมผลงานอื่นๆ ของ MANDY BARKER

เรื่องแนะนำ

Explorer Awards 2019 : วีรยา โอชะกุล

"ถ้าเราทำอย่างเข้มข้น สม่ำเสมอ ไม่เลือกว่าอันนี้คุณทำได้ อันนี้คุณทำไม่ได้  เอาระเบียบเป็นตัวตั้ง เชื่อมั่นอย่างนั้นก็เลยทำ และรู้ว่าถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง เอาจริงเอาจัง ทรัพยากรไม่มีทางจะหดหายไปได้มากขนาดนี้" คือจุดยืนในการทำงานของ วีรยา โอชะกุล "ดอกไม้เหล็กแห่งผืนป่าตะวันตก" ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards ประจำปี 2019

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

เมื่อชาว แม่แจ่ม เปลี่ยนเขาหัวโล้นจากไร่ข้าวโพด เป็นผืนป่าและสวนวนเกษตรด้วย ‘ต้นไผ่’

แม่แจ่ม โมเดลพลัส โมเดลแก้ปัญหาป่าไม้และที่ดินบนดอย แม่แจ่ม ที่ตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด คืนพื้นที่ป่าและสร้างเศรษฐกิจสีเขียว จากการปลูกพืชทดแทน ซึ่งในระยะแรกจะใช้ ‘ต้นไผ่’ เป็นไม้เบิกนำ ในอดีตพื้นที่อำเภอ แม่แจ่ม คือผืนป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ สมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ จากการไหลผ่านของแม่น้ำ แม่แจ่ม จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น แม่แจ่ม มีพื้นที่ภูเขาอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเพียงพื้นที่ส่วนบนและล่างเท่านั้นที่มีน้ำอุดม ส่วนบริเวณตอนกลางที่เป็นภูเขา น้ำเข้าไปไม่ถึง ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ดินในผืนป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มซึ่งโดยพื้นฐานจัดเป็นป่าลุ่มน้ำ ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2556 อำเภอแม่แจ่มมีผลผลิตข้าวโพดรวมกว่า 100,000 ตัน กินพื้นที่ปลูกข้าวโพดเกือบ 150,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิถือครองที่ดิน ในช่วง 10 ปีเดียวกันนี้เองที่หมอกควันจากการเผาซากไร่ในแม่แจ่ม อำเภอใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหมอกควันจากไฟป่าในฤดูร้อน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวในเชียงใหม่ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนจึงพุ่งเป้ามากล่าวโทษชาวไร่บนดอยอย่างไม่ต้องสงสัย ปัญหามีรากลึกกว่าแค่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัญหาเหล่านั้นคืออะไร และหนทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่หน้าตาเป็นแบบไหน ถ้าพร้อมแล้ว […]

งานวิจัยเผย ขณะนี้โลกใช้พลังงานฟอสซิลมากเกินกว่าจะลดโลกร้อนได้สำเร็จ

งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า โลกต้องปลดระวางโรงไฟฟ้าและโรงงานถ่านหินจำนวนมาก เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งเป้าไว้ มีงานวิจัยฉบับใหม่ระบุว่า ณ ขณะนี้ โลกของเรามีโรงงานไฟฟ้า โรงงาน ยานพาหนะ และอาคารที่อาศัย พลังงานฟอสซิล อยู่มากมาย ถ้าสถานที่เหล่านี้ยังคงใช้พลังงานฟอสซิลอย่างเช่นทุกวันนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิของโลกจะสูงเกินความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้โลกได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานวิจัยฉบับนี้ยังให้แนวทางว่า เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ไม่เพียงแต่โลกของเราต้องยุติการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ที่มีการใช้ พลังงานฟอสซิล เท่านั้น แต่โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานฟอสซิลที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้จำเป็นต้องปิดลงโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีแผนหรือการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอยู่อีกมากมาย “งานวิจัยของเรานั้นง่ายมาก” สตีเวน ดาวิส จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ไอร์วีน ผู้เขียนร่วมงานวิจัยฉบับนี้ที่เผยแพร่ลงในนิตยสาร Nature กล่าวและเสริมว่า “ เราอยากรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีการสร้างโรงงานเชื้อเพลิงเผาไหม้ฟอสซิลดังเช่นในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา ” เพื่อตอบคำถามนี้ ดาวิสและผู้ร่วมงานวิจัยได้ตรวจสอบการปล่อยก๊าซของไฟฟ้า, แหล่งพลังงาน, การจราจรขนส่ง, ที่พักอาศัย และโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ ของปี […]