อัญมณีด้าน สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย - National Geographic Thailand

อัญมณีด้านสิ่งแวดล้อมในรัสเซีย

อัญมณีด้าน สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย

คุณูปการซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของรัสเซียในศตวรรษที่ยี่สิบอันระสํ่าระสาย คือดินแดนบริสุทธิ์หลายแห่งที่ได้รับการปกป้อง บางแห่งอยู่ห่างไกลและจำกัดการเข้าถึงมากเสียจนชาวรัสเซียน้อยคนนักเคยย่างกรายเข้าไป

ในช่วงเดือนท้าย ๆ ก่อนหน้าที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองจะถูกบีบบังคับให้สละราชสมบัติในปี 1917 พระองค์ทรงจัดตั้งซาโปเวดนิก หรือ “เขตอนุรักษ์เข้มงวด” แห่งแรกของประเทศขึ้นใกล้ทะเลสาบไบคาลในไซบีเรีย ต่อมาพระองค์ทรงถูกสำเร็จโทษโดยพลพรรคปฏิวัติบอลเชวิก พระองค์ไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่า เขตอนุรักษ์แห่งนี้ช่วยปกป้องเซเบิล สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์เพียงพอน เจ้าของขนซึ่งเป็นที่โปรดปรานของราชวงศ์รัสเซียมาช้านานจนได้ฉายาว่า “ทองคำเนื้อนุ่ม”

นักอนุรักษ์คนแรก ๆ ของรัสเซีย เช่น กรีโกรี โคเชฟนิคอฟ ต้องการกันเขตอนุรักษ์ใหม่ ๆ จากผู้คนให้อยู่ในสภาพเหมือน “ห้องปฏิบัติการธรรมชาติพิสุทธิ์” อย่างที่โคเชฟนิคอฟยํ้าว่า “ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายสิ่งใด แต่งเติมหรือปรับปรุงอะไร เราควรปล่อยให้ธรรมชาติอยู่ด้วยตัวเอง และคอยเฝ้าสังเกตผลเท่านั้น”

ทุกวันนี้ หลังจากการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมนับไม่ถ้วน (และหายนะด้านสิ่งแวดล้อมอีกหลายกรณี) ที่ตามมา รัสเซียมีพื้นที่ที่ได้รับการปกป้องจากรัฐบาลกลางรวมแล้วกว่า 700,000 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้รวมถึงซาโปเวดนิก 105 แห่งซึ่งมีพื้นที่รวมกันเกือบ 350,000 ตารางกิโลเมตร

เซียร์เกย์ กอร์ชคอฟ ถ่ายภาพดินแดนพิสุทธิ์เหล่านี้ตลอดเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา เขาบันทึกภาพการปะทุของภูเขาไฟที่พบเห็นได้ยาก ช่วงเวลาใกล้ชิดกับสํ่าสัตว์ที่ไม่คุ้นเคยกับมนุษย์ ธารนํ้าที่เกิดจากนํ้าแข็งละลายตามฤดูกาลในแถบอาร์กติก ผลงานของเขาตอกยํ้าถึงผลลัพธ์อันงดงามที่เราเฝ้าสังเกตเมื่อมนุษย์ปล่อยให้ธรรมชาติอยู่ตามลำพัง

เรื่อง อีฟ โคแนน

ภาพถ่าย เซียร์เกย์ กอร์ชคอฟ

สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย
แม่นํ้าดูลิสมาร์เริ่มจับตัวเป็นนํ้าแข็งในปูโตรันสกีซาโปเวดนิกในเขตอาร์กติกของไซบีเรีย เขตอนุรักษ์แห่งนี้ต้อนรับผู้มาเยือนเพียงปีละไม่กี่ร้อยคน
สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย
ธารลาวาไหลมารวมกัน (จากขวาไปซ้าย) ใกล้ยอดห่มหิมะของโปลสกีโตลบาชิคภูเขาไฟในอุทยานแห่งชาติคลูย์ชอฟสกอยบนคาบสมุทรคัมชัตคา
สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย
นํ้าจากทะเลสาบดันตัวผ่านโพรงตรงกลางก่อนจะแผ่ขยายออกทุกทิศทางไปตามผืนนํ้าแข็งเจือสีจากสาหร่ายในทะเลสาบลามา ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลสาบและนํ้าตกหลายพันแห่งบนที่ราบสูงปูโตรานา เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนภูมิภาคที่แทบไม่สามารถเข้าถึงได้แห่งนี้ “นํ้ากลายเป็นจิตรกรเอกครับ” ช่างภาพ เซียร์เกย์กอร์ชคอฟ บอก
สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย
ในปูโตรันสกีซาโปเวดนิก นํ้าตกคันดินสกีทิ้งตัวลง 208 เมตรจากที่ราบสูงปูโตรานาสู่แคนยอนเบื้องล่าง เส้นทางอพยพของกวางเรนเดียร์ทอดผ่านบางส่วนของเขตอนุรักษ์แห่งนี้ ซึ่งยังเป็นบ้านของเอลก์ยูเรเซียน หมาป่า วูลเวอรีน แกะบิกฮอร์น และหมีสีนํ้าตาล
สิ่งแวดล้อมในรัสเซีย
เมฆทะมึนรวมตัวเหนือภูเขานํ้าแข็งนอกชายฝั่งฟรานซ์โจเซฟแลนด์ในอุทยานแห่งชาติอาร์กติกของรัสเซีย

 

อ่านเพิ่มเติม

สุดยอดภาพเขียนพาโนรามาของอุทยานแห่งชาติ

เรื่องแนะนำ

ขาลงของน้ำมัน ขาขึ้นของ พลังงานหมุนเวียน : COVID-19 กับผลต่อการใช้พลังงานโลก

พลังงานหมุนเวียน จะเป็นพลังงานที่ยืนหยัดท่ามกลางภาวะช็อกของพลังงานโลกในรอบ 70 ปีที่เกิดขึ้นเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อาจเป็นสิ่งที่กำจัดความต้องการพลังงานฟอสซิลของโลก เนื่องจากมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความต้องการพลังงานลดลงถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับตอนวิกฤติการเงินระดับโลก โดยการเพิ่มขึ้นของ พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการลดลงของความต้องการพลังงานฟอสซิล หมายความว่าพลังงานไฟฟ้าสะอาดจะมีบทบาทมากที่สุดในระบบพลังงานโลกของปีนี้ และจะช่วยลดการเพิ่มขึ้นของการปล่อนคาร์บอนในระดับโลกในรอบทศวรรษ Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวว่า การลดลงของความต้องการในพลังงานหลัก (major fuels) นั้นน่าประหลาดใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ โดยมีแต่พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่การใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน มีการคาดการณ์ว่าพลังงานหมุนเวียนจะเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของความต้องการพลังงานไฟฟ้าของโลกที่ลดลง โดยการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนท่ามกลางวิกฤตนี้อาจทำให้บริษัทพลังงานฟอสซิลเปลี่ยนเป้าหมายไปยังพลังงานสะอาดมากขึ้น Birol กล่าว แต่บรรดารัฐบาลต้องรวมเอานโยบายพลังงานสะอาดเป็นหัวใจหลักในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อการฟื้นฟูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย “มันยังเร็วไปที่จะตัดสินถึงผลกระทบในระยะยาว” Birol กล่าวและเสริมว่า “แต่อุตสาหกรรมพลังงานที่อยู่มาได้ในวิกฤตนี้จะเปลี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นอย่างยิ่ง” ความสำเร็จของพลังงานหมุนเวียนท่ามกลางความต้องการพลังงานที่ลดลงเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ซึ่งรวมไปถึงต้นทุนการจัดการที่ต่ำ […]

คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร : คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้ เพียงสิบวันหลังงานพระราชทานเพลิงศพสืบ นาคะเสถียร หรือ 18 วันหลังจากเขาเสียชีวิต กลุ่มคนร่วมแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกันกับสืบได้ช่วยก่อตั้ง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขึ้น มีภารกิจสำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือการเฝ้าระวังติดตามนโยบายและโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่คุกคามสัตว์ป่าและธรรมชาติ โดยยึดหลักการสื่อสารบนพื้นฐานงานวิชาการ และความกล้าหาญทางจริยธรรม กล้าส่งเสียงพูดในนามของสัตว์ป่า ในช่วงแรก มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำหน้าที่คล้ายแขนขาของกรมป่าไม้ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ที่จำเป็น รวมไปถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายใต้การนำของหัวหน้าชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งคนถัดจากสืบ นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรยังมีบทบาทสำคัญในการประสานงานให้ฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกันตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกหกจังหวัดขึ้นมา ในเวลานั้นเองที่แนวคิดการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศตามแนวคิดของสืบที่มองว่า ธรรมชาติไม่มีพรมแดนก็ได้รับการพัฒนาอย่างเข้มแข็งด้วย แต่ถึงที่สุดแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่การจัดการพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าแต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมและความต้องการของมนษุย์ โดยเฉพาะที่อยู่รอบ ๆ ป่านั้นด้วย สืบ นาคะเสถียร เองเข้าใจดีว่า การอนุรักษ์ย่อมหมายถึงการนำความรู้ทางนิเวศวิทยามาปรับใช้กับกระบวนการทางสังคมอย่างไม่อาจแยกขาดจากกัน “ผมคิดว่าป่าไม้จะอยู่ได้ คนจะต้องอยู่ได้ก่อน เพราะว่าคนที่ด้อยโอกาสในสังคม เขาไม่สามารถจะไปเรียกร้องอะไร เขาไม่มีอำนาจ คนเหล่านี้อยู่กับธรรมชาติ ผ มคิดว่าป่าจะอยู่หรือจะไป อยู่กับคนกลุ่มนี้ด้วย” สืบ นาคะเสถียร เคยกล่าวไว้เช่นนั้น ซึ่งตรงกับแนวคิดของวีรวัธน์ […]

Explorer Awards 2019 : ศศิน เฉลิมลาภ

จากนักวิชาการที่วิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุทกภัยใหญ่เมื่อปี 2554 อย่างเข้าใจง่าย ถึงนักรณรงค์เคลื่อนไหวคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ด้วยการเดินเท้า 388 กิโลเมตรจนส่งแรงกระเพื่อมไปถึงสังคม และนักอนุรักษ์แถวหน้าที่ออกมาเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายในการจัดการปัญหาลักลอบล่าสัตว์อย่างจริงจังและไม่เลือกปฏิบัติ ดังกรณีเสือดำแห่งทุ่งใหญ่นเรศวร พูดคุยกับ ศศิน เฉลิมลาภ ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards 2019

เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

 Gogoro สตาร์ทอัพ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ทำให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนมาใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แทนจักรยานยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการสร้างสถานีสลับแบตเตอรี เกือบ 2,000 แห่งทั่วประเทศ ไต้หวันมีประชากรเพียง 23 ล้านคน ในขณะที่มีจำนวนสกู๊ตเตอร์ทั่วประเทศอยู่ถึง 14 ล้านคัน เท่ากับว่าในประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ สกู๊ตเตอร์คือมอเตอร์ไซต์ขนาดเบา ที่มีล้อเล็ก ทำให้สามารถใช้งานในเมืองได้สะดวกกว่ามอเตอร์ไซต์ขนาดปกติ แต่อย่างไรก็ตามสกู๊ตเตอร์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันปิโตรเลียม เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ต่างกัน ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ระบุออกมานานนับศตวรรษแล้วว่า สภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิอากาศโลก ด้วยการเข้าไปปกคลุมชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงโลกขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ความเลวร้ายทางสภาพอากาศล่าสุดที่คนไทยส่วนใหญ่เพิ่งทำความรู้จักและตระหนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบคมนาคมเช่นกัน ดังนั้นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทยถึง 14 เท่าอย่างไต้หวัน แต่มีจำนวนจักรยานยนต์น้อยกว่าเพียงไม่กี่ล้านคัน (ประเทศไทยมีจำนวนจักรยานประมาณ 20 ล้านคัน) จึงประสบปัญหาภาวะทางอากาศอย่างรุนแรงเช่นกัน มีการคาดการณ์ว่ามลพิษ PM 2.5 ของไต้หวันกว่า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากจักรยานยนต์ แม้โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์และประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ก็ปล่อยไฮโดรคาร์บอนมากกว่าซึ่งจะสร้างหมอกควันไนโตรเจนออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่นั่นคืออดีต… […]